Info
The moon rises.
Author: Sky3
I’ll be completely honest. I have no idea what I was thinking when writing this. Y’all asked for a coldpost though, so I gave you one.
เมื่อตะวันลับไป แสงสว่างก็เช่นกัน
ความยากในการเอาตัวรอด:
ระดับ deadzone
- {$one}
- {$two}
- ไม่มีทางออก
คำอธิบาย
ป่าคอนกรีตได้สูญเสียความชีวิตชีวาไปหลังถูกปกคลุมด้วยความมืดมิด ถนนที่มีคนพลุกพล่านและการคมนาคมอันวุ่นวายถูกแทนที่ด้วยทางเท้าที่ว่างเปล่าและยางมะตอยที่แตกร้าว ท้องฟ้าที่มืดครึ้มได้ขจัดบรรยากาศสีน้ำเงินออกไป สถานที่ๆ เคยเป็นศูนย์กลางของชุมชนในแบ็ครูมส์ ได้เปลี่ยนไปเป็นป่าที่รกร้างว่างเปล่าที่ไร้ซึ่งสัญญาณของสิ่งมีชีวิตเป็นไมล์ๆ อุณหภูมิที่เคยอบอุ่นและผ่อนคลายได้ลดลงจนถึงระดับเยือกแข็ง ทิ้งเศษน้ำแข็งที่เกาะอยู่ตามหน้าต่างและผลึกน้ำแข็งแหลมคมไว้ตามพื้นดิน ฝุ่นที่เป็นพิษและกลิ่นเนื้อเน่าเหม็นฟุ้งกระจายในอากาศ ซึ่งก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้ว่าจะอยู่ในบ้านก็ตาม เว้นแต่ลมหนาวที่พัดใบไม้ไม่กี่ใบที่เหลืออยู่เป็นครั้งคราว ที่นี่มีแต่ความเงียบเท่านั้น สถานที่แห่งนี้เคยเป็นสัญลักษณ์แห่งความหวังในดินแดนที่ไร้ซึ่งความหวังอย่างสิ้นเชิง ตอนนี้ได้กลายเป็นอีกหนึ่งเครื่องเตือนใจถึงความสิ้นหวังและความโดดเดี่ยว เศษเสี้ยวในอดีตของเมืองๆ นี้อาจเล็ดลอดผ่านรอยแยกก่อนที่จะหายไปตลอดกาล
อาคารต่างๆ ถูกกัดกร่อนอย่างหนักจนไม่มั่นคง อิฐและคอนกรีตที่แตกหักกระจายอยู่ตามตึกระฟ้าที่สูงตระหง่านได้พังทลายลงจากการเสื่อมสภาพมาหลายศตวรรษและลมกระโชกแรง สภาพแวดล้อมถูกย้อมด้วยสีเทาอันหม่นหมองขณะที่เศษหินทำให้เมืองกลายเป็นกองขยะ ทุกสองถึงสามนาที เสียงโครมครามจะทำลายความเงียบสงบของเมืองชั่วคราว มีอาคารอีกหลังได้พังทลายลง บางครั้งเราอาจเห็นอาคารใหม่เอี่ยมที่ไม่ถูกกาลเวลากัดกร่อนจากหางตา แต่ไม่นานก็หายไป โลกใบนี้ ไม่มีที่ปลอดภัยอีกแล้ว
ยางมะตอยที่เปื้อนไปด้วยคราบเลือดที่เหือดแห้ง และตามพื้นก็เต็มไปด้วยซากศพ ศพบางส่วนเป็นมนุษย์ ในขณะที่บางส่วนเป็นเอ็นทิตี้ แต่สภาพศพที่เน่าเปื่อยทำให้เราไม่สามารถระบุได้ว่าพวกเขาเป็นใคร ศพเหล่านี้อาจมีอายุหลายสิบปีหรือหลายร้อยปี กระดูกส่วนใหญ่หัก และศพที่ยังมีผิวหนังอยู่จะมีรอยถลอกเล็กๆ จำนวนมาก ควรหลีกเลี่ยงการจ้องมองศพเหล่านี้ เพราะใบหน้าของศพอาจกลายเป็นใบหน้าที่คุณคุ้นเคย
เอ็นทิตี้
ไม่มีหลักฐานใดๆ ที่บ่งบอกว่ายังมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ในสถานที่แห่งนี้ ยกเว้นแต่สิ่งมีชีวิตต่างถิ่นไม่กี่ตัวและมนุษย์สองสามคนที่ใช้ชีวิตในช่วงสุดท้ายของพวกเขา อย่างไรก็ตาม ในไม่ช้าพวกเขาเหล่านี้ก็ต้องกลายเป็นส่วนหนึ่งของกองซากศพบนพื้น
ฐาน ชุมชน และด่านหน้า
กลุ่มคนที่อยู่อาศัยในเมืองนี้ได้หายไปแล้ว อาจจะสูญหายหรือเสียชีวิตไปแล้ว
ทางเข้า
ไม่มีใครจำได้จริงๆ ว่าพวกเขามาพบสถานที่แห่งนี้ได้อย่างไร หลังจากอาศัยอยู่ที่นี่มานานหลายศตวรรษและได้เห็นสถานที่แห่งนี้รุ่งเรืองและเสื่อมโทรมลง คุณพูดได้เต็มปากหรือไม่ว่าคุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?
ทางออก
ทางออกของคุณทางเดียวคือความตาย
ประภาคารแห่งความหวังสุดท้ายของเรา…ได้พังทลายลงไปทั้งหมด เราสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง ระบบของเรา เสบียงของเรา ดวงอาทิตย์ ของเรา เราเหลืออะไรบ้าง? มีเพียงฝุ่นและเศษหินอยู่ทุกที่ ความสุขของเราค่อยๆ หมดไปจนเราเหลือเพียงแต่หัวใจที่ว่างเปล่า
สองสามนาทีก่อน ฉันเห็นมนุษย์ (เป็นผู้ชาย?) ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นนักพเนจรรึเปล่า? เพราเขาใช้มือปกปิดใบหน้าของเขาไว้ เสื้อผ้าขาดรุ่ย ผมรุงรัง มือเปื้อนเขม่าควัน มันเป็นสภาพเครื่องแต่งกายที่มักพบเห็นกันได้ทั่วไปในช่วงนี้ น่าเศร้า เขาคุกเข่าอยู่ข้างๆ โครงกระดูกร่างหนึ่ง ดูเหมือนกำลังโศกเศร้าเสียใจ ฉันจ้องมองเขาด้วยสายตาเย็นชาและว่างเปล่าอยู่สองสาม แล้วก็เดินจากไป โชคดีที่เขายังไม่ใช่เปลือกเปล่าที่ไร้อารมณ์แบบฉัน… อย่างน้อยก็ยังไม่ใช่ตอนนี้ แต่บางที ครั้งหน้าถ้าเกิดฉันเดินกลับมาแถวนี้ เขาอาจจะกลายเป็นเพียงแค่ศพก็ได้ ยังไงทุกคนก็ต้องตายอยู่ดี สองสามครั้งแรกที่เห็นใครสักคนล้มตายต่อหน้า หัวใจจะเต้นแรงและความคิดก็ปั่นป่วนไปหมด แต่เมื่อมีคนตายเป็นครั้งที่พัน มันก็ไม่รู้สึกอะไรอีกต่อไปแล้ว ก็แค่ไหล่ตกแล้วก็ทำเหมือนกับว่ามันเป็นสิ่งที่ต้องเจอในชีวิตประจำวัน
สองสามวันก่อน ฉันได้เห็นอาคารหลังสุดท้ายในถนน "สายนี้" และถนนอีก "สายหนึ่ง" ถล่มลงมา มันเคยเป็นอพาร์ตเมนต์ที่เต็มไปด้วยนักเดินทางที่เหนื่อยล้า แม้ว่าจะเป็นอาคารที่มีเรื่องราวมากมาย แต่การถล่มของมันก็ไม่ได้น่าสนใจเลย แต่มันอาจเป็นเหตุการณ์ที่น่าจดจำที่สุดที่ฉันเคยเห็นในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาอย่างแน่นอน สุดท้ายแล้ว ฉันก็แค่ไหล่ตกและจำไว้ว่าจะไม่เข้าไปในบริเวณนั้นสักสองถึงสามสัปดาห์ ต้องรอจนกว่าฝุ่นจะจางลงถึงจะเริ่มเดินไปที่นั่นได้อีกครั้ง ในอีกสองสามเดือน ฉันก็คงลืมไปแล้วว่าเคยมีอาคารตั้งอยู่ตรงนั้น
สองสามปีก่อน ฉันเชื่อว่าสถานที่แห่งนี้สามารถถูกสร้างกลับมาใหม่ได้อีกครั้ง ฉันหวังว่าผู้รอดชีวิตจะสร้างบางอย่างขึ้นมาได้อีกครั้ง เรายังคงถูกหลอกหลอนด้วยเศษซากของอดีต และฉันก็คิดไปเองว่านั่นเป็นสัญญาณบางอย่างที่บ่งบอกว่าเราสามารถฟื้นฟู ด่าน 11 ให้กลับมารุ่งเรืองเหมือนเดิมได้ แน่นอนว่าพวกที่ทะเยอทะยานก็ต่างตายลงเหมือนแมลงวันที่ร่วงหล่น กองศพก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เสียงร้องเรียกกำลังใจของเราค่อยๆ เปลี่ยนเป็นเสียงสะอื้นเบาๆ ไม่มีความหวังเหลืออยู่ และประกายไฟก็จะดับลงอย่างรวดเร็วพอๆ กับตอนที่มันลุกขึ้น
ที่นี่ไม่มีอะไรเหลือไว้ให้กับพวกเราอีก เมืองนี้ได้ตายลง และพวกเราก็เช่นกัน
พวกเราไม่ใช่มนุษย์ พวกเราไม่ได้มีชีวิต พวกเราแค่เดินไปอย่างไม่รู้จบในค่ำคืนอันมืดมิด พวกเราคือนักพเนจรที่หลงทาง


