Info
M.E.G. หวังเลยกับอันนี้
เขียนโดย Praetor3005 (หน้าผู้เขียน) สำหรับ duelcon2025 แปลโดย
Guy777
ขอบคุณ PrismaticMoose และ
halo3rodent สำหรับคำติชมด้านไวยกรณ์ เช่นเดียวกับ
MC_Crafter_24_7 และ
ReyDay ที่คอยให้ความเห็นเกี่ยวกับบทความ!
และก็ต้องขอบคุณ SnomWriting ที่เขียนระเบียบซิกส์นัสขึ้น และช่วยฉันใส่มันเข้ามาในบทความ รวมถึง
Light_Nate ที่ช่วยตัดต่อภาพให้ และ
Greggita Mahayfaio ที่ช่วยเรื่องเนื้อเรื่อง!
เสียงประกอบสุดเท่นี้ถูกสร้างโดย Dapper Husky บนช่องยูทูปของเขา เขาสร้างเพลงเท่ๆให้กับ 9 ด่านหลักของแบ็กรูมส์ และก็ด่านกับเอ็นทิตี้นๆด้วย อย่าลืมไปดูช่องเขาด้วยล่ะ! เพลงบางเพลงของเขาจะถูกใช้อยู่ในเพจด่าน 1 รวมถึงเพลงนี้ด้วย
แหล่งที่มา:
(อันที่ซ้ำส่วนใหญ่จะถูกนำออก)
- ด่านที่ถูกสำรวจโดยฐานอัลฟ่า - Level 9.1, Level 20, Level 124, Level 151, Level 165, Level 235
- การศึกษาเกี่ยวกับชีวภาพของฐานอัลฟ่า - A. River, Level 10.1, Entity 19, Object 74, Level 137, Phenomenon 12
- ตำแหน่งนักวิจัยภาคสนาม - Level 5.1, Level 373, Level 800.1
- ทางหลวงมืด - Level 8
- ตำแหน่งหัวหน้าแผนกจัดเก็บบันทึก - Level 10.1
- รายงานเหตุการณ์ด่าน - Level 167
- ตำแหน่งนักวิจัยด่าน - Level 282
- ผู้ช่วยวิจัย - Level 326
- นักวิจัยภูมิมิติ - Level 360
- ช่างเทคนิคด้านความปลอดภัย Level 710
- โครงการช่วยเหลือภายในของกลุ่ม M.E.G. (I.S.P.) - Entity 2
- รองผู้กำกับของแผนกวิทยาศาสตร์ M.E.G. และผู้กำกับแฟลิน - Entity 55
- แผนกจัดเก็บวัตถุและเอกสารลับ - Entity 72
- ผู้ดูแลฐานข้อมูล Entity 109
- ตู้เก็บในปีกบันทึก - Entity 555
- ผู้จัดการฐานข้อมูล - Object 74
- รหัสเข้าถึงการจัดการฐานข้อมูลระดับสูง - Phenomenon 13
- ห้องพักผู้กำกับดูแล สำนักงานนักจดหมายเหตุ และสำนักงานผู้กำกับดูแล แคท - A Late Letter to a Late Friend
- ทางเข้าเหนือ - Anne's Escape
- หอประชุม - Anne's Lament
- โครงการแลกเปลี่ยนเจ้าหน้าที่ของ M.E.G. - Another Day At The Job
- นักจดหมายเหตุอาวุโส - A. River
- ตำแหน่งผู้ดูแลฐานข้อมูล - Kimiko
- ไฟล์ข้อมูลรั่วไหล - Tom Von Haderach
- นักจดหมายเหตุฝึกสอน/เด็กใหม่ - the Black Knights, Hypothetical Creator
- ตำแหน่งวิจัยเอ็นทิตี้ - Ariane Circle
การเข้าฐานอัลฟ่า
ขอแสดงความยินดีด้วย ท่านผู้พเนจร!
ช่วงเวลาแห่งร่อนเร่ไปมาอย่างไร้จุดหมายภายในด่าน 1 ได้จบลงแล้ว เพราะว่าในตอนนี้ คุณได้เข้าร่วมกับเมเจอร์ เอ็กพลอเรอร์ กรุ๊ปอย่างเป็นทางการแล้ว
ในสำหรับตอนนี้ คุณจะได้อาศัยอยู่ภายในฐานอัลฟ่า โดยที่อีกไม่นาน คุณก็จะได้รับการทดสอบเพื่อหาความถนัดของ M.E.G. เพื่อที่จะให้คุณได้ถูกย้ายไปทำงานที่เหมาะสมกับความสามารถและความต้องการของคุณ
ไม่ว่าคุณจะฝึกซ้อมไปเพื่อการออกสำรวจ, บันทึกเอกสาร, ศึกษาวิจัย หรือจะนำทักษะในปัจจุบันเพื่อไปใช้ให้เกิดประโยชน์ และช่วยรักษาชุมชนของฐานอัลฟ่าเอาไว้ อีกไม่นานความช่วยเหลือของคุณก็จะมีคุณค่ามหาศาลต่อเรา
ด้านใต้นี้จะมีบทความของฐานอัลฟ่าอยู่ มันจะอธิบายทุกๆสิ่งที่คุณต้องทราบเกี่ยวกับบ้านใหม่ของคุณ ทั้งโครงสร้าง, ธรรมเนียม, และวิถีชีวิต
เราหวังที่จะได้ทำงานกับคุณนะ!
— จัสติน ซิมัลส์ ในฐานะผู้แทนคณะผู้กำกับดูแล M.E.G.
การนำเสนอ
ความร่วมมือคือกุญแจสู่ความรุ่งเรือง
ฐานอัลฟ่าปัจจุบันเป็นฐานหลักที่ใหญ่เป็นอันดับสองของ M.E.G. เป็นรองเพียงแค่ฐานเบต้าบนด่าน 11 มันเป็นสถานที่ปลอดภัยให้แก่ผู้พเนจรหน้าใหม่ที่กำลังหาจุดเริ่มต้นชีวิตใหม่1 หรือผู้ที่กำลังหาจุดหมายใหม่โดยการให้ความช่วยเหลือในการเข้าใจความเป็นจริงนี้ให้ดียิ่งขึ้น
ฐานอัลฟ่าเปิดตัวขึ้นเมื่อต้นปี 2012 โดยมันเป็นฐานที่เก่าแก่ที่สุดของเมเจอร์ เอ็กพลอเรอร์ กรุ๊ป ตั้งแต่ที่ฐานแห่งนี้ได้ถูกจัดตั้งขึ้น มันก็ได้มุ่งเน้นไปในการบรรลุจุดมุ่งหมายสองประการ:
- ประการแรกคือการฝึกฝนเจ้าหน้าที่ใหม่ในการสำรวจ และส่งพวกเขาไปเพื่อช่วยสนับสนุนด่านหน้าที่มีอยู่แล้ว หรือไปทำภารกิจสำรวจในด่านอื่นๆ
- ประการที่สองคือการปกป้องและให้ที่พักพิงแก่ผู้พเนจรที่เพิ่งโนคลิปเข้ามาใหม่ และมอบคุณภาพชีวิตที่ยอมรับได้ตามมาตรฐานของแบ็กรูมส์ให้พวกเขา
โครงสร้าง
แผนผังปัจจุบันของปีกและเขตทั้งหมดของฐานอัลฟ่า
ฐานอัลฟ่าถูกตั้งอยู่ในโถงทางเดินของด่าน 1 เพราะโครงสร้างที่คล้ายสำนักงานซึ่งมีห้องหลายห้องนั้นทำให้การปรับสภาพและตกแต่งง่ายและเร็วยิ่งขึ้น และด้วยความที่ฐานนี้เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องจากผู้อยู่อาศัยใหม่ที่เข้ามาอย่างสม่ำเสมอ การขยายไปในโถงทางเดินจึงจะทำให้การก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานง่ายขึ้นกว่า ซึ่งเป็นทางเลือกที่กลายมาเป็นสิ่งสำคัญเมื่อตัวกลุ่มพัฒนาขึ้น
ฐานของเราจะถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนหลัก มีปีกอยู่สี่ปีกที่ถูกอุทิศให้กับกิจกรรมหลักๆในฐานอัลฟ่า2 และห้าเขตพลเรือนที่ทำหน้าที่เหมือนกับเขตเมือง ที่ซึ่งผู้พเนจรจะได้รับการคุ้มกันโดย M.E.G. ใช้ชีวิต และทำงาน
ปีกทั้งสี่จะอยู่ใกล้กับทางเข้าหลักของฐานอัลฟ่าที่สุด ในขณะที่เขตพลเรือนจะถูกพบได้ตามส่วนที่ลึกลงไปของโถงทางเดิน แต่ละแห่งจะขยายตัวไปตามอัตราการเติบโตโดยจะใช้การขยับสิ่งกีดขว้าง, สร้างทางหนีไฟ, และนำห้องที่มีอยู่ก่อนมาปรับใช้ใหม่ให้ตรงกับความต้องการของกลุ่ม
ปีกสำรวจ
ฐานหลักแต่ละแห่งของ M.E.G. จะมุ่งเน้นไปในสายงานด้านใดด้านหนึ่ง เพราะฉะนั้น ฐานอัลฟ่าจึงได้พุ่งเป้าไปที่การสำรวจเป็นหลักๆ ซึ่งหมายความว่าฐานแห่งนี้จะทั้งทำการฝึกสอนเจ้าหน้าที่ภาคสนามใหม่ และออกสำรวจภายในด่านใหม่ หรือด่านที่เคยมีการสำรวจแล้ว
ปีกสำรวจจะรับหน้าที่:
- การช่วยเหลือผู้พเนจรที่เพิ่งโนคลิปได้ไม่นาน ซึ่งกำลังมองหาสถานที่ปลอดภัยเพื่ออยู่อาศัย
- การฝึกสอนผู้พเนจรที่ช่วยมาได้หรือชาวเมืองที่เกิดภพหลังในการสำรวจ หลังจากที่พวกเขาผ่านการทดสอบเพื่อหาความถนัดของ M.E.G.มาแล้ว
- การจัดตั้งและเฝ้าดูภารกิจสำรวจในด่านใหม่ๆ หรือด่านที่ถูกสำรวจไปแล้วบางส่วน
- การถ่ายโอนเจ้าหน้าที่ภาคสนามของ M.E.G.3 ไปยังฐานอื่นๆเพื่อเสริมสร้างประสบการณ์

นักวิทยุของฐานอัลฟ่าเป็นผู้ปิดทองหลังพระของกลุ่ม M.E.G. เนื่องจากที่ทางฐานจำเป็นที่จะต้องติดต่อได้อยู่เสมอ4 เจ้าหน้าที่เหล่านี้ได้ถูกฝึกซ้อมให้ถ่ายทอดข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพให้ทั้งผู้พเนจรที่ไร้ทางหนี และเจ้าหน้าที่ระหว่างภารกิจ อยู่ตลอดเวลา
ต้องขอบคุณความสามารถของพวกเขา เจ้าหน้าที่ภาคสนามจึงสามารถหาความช่วยเหลือได้ตลอด ทำให้การทำภารกิจมีประสิทธิภาพและความปลอดภัย นอกจากนี้ นักวิทยุก็ยังถูกฝึกให้ช่วยเหลือผู้พเนจรที่กำลังลำบากด้วย5
ปีกวิจัย
ถึงแม้ว่าการวิจัยจะไม่ใช่งานหลักของฐานอัลฟ่า แต่ความเชี่ยวชาญของอดีตสมาชิกสถานี 01.3 ก็ได้ทำให้ฐานแห่งนี้มีการเข้าถึงนักวิจัยที่มีความสามารถ และอุปกรณ์ที่มีประโยชน์ในด้านการศึกษาชีววิทยา ด้วยเหตุนี้ ฐานอัลฟ่าจึงสามารถที่จะทำงานได้อย่างใกล้ชิดกับฮิปโปกราแตส-1 ภายในด่าน 1 และฐานแกมม่าผ่านเส้นทางการค้าต่างๆ
ปีกวิจัยส่วนมากจะทำโครงงานที่ริเริ่มโดยฐานดังกล่าว โดยจะรับเหมาช่วงมาเพื่อเป็นการร่วมมือกับทั้งภายในและภายนอกกลุ่ม อย่างไรก็ดี ก็จะมีการริเริ่มโครงการยิบย่อยขึ้นโดยหัวหน้านักวิจัยและหมอประจำฐานอยู่เป็นประจำ
ช่วงเวลาเกือบทศวรรษในการสำรวจส่งผลให้ฐานอัลฟ่าสามารถเข้าถึงเครื่องมือทำวิจัยสำคัญๆได้หลายชิ้น อีกทั้งก็ยังมีผลิตภัณฑ์ที่รวบรวมได้มาจากด่านอย่าง 109 หรือ เออร์เรอร์██
การศึกษาชีววิทยาในฐานอัลฟ่าจะครอบคลุมสามแขนงหลักๆ ซึ่งในแต่ละแขนงก็จะมีการจัดการและเครื่องมือที่แตกต่างกันไป:
- พฤกษาศาสตร์
- จุลชีววิทยา
- การศึกษามนุษย์และสิ่งมีชีวิตที่คล้ายคลึงกัน
ห้องปฏิบัติการแต่ละห้องภายในปีกวิจัยได้ประโยชน์จากการมีอุปกรณ์เฉพาะตามประเภทของการวิจัย ตั้งแต่กรงที่เอาไว้ขังสิ่งมีชีวิตในขนาดเล็กจนปานกลาง ไปยังระบบระบายอากาศที่ไว้ใช้ในการป้องกันเอ็นทิตี้ประเภทเชื้อโรค
และแม้จะมีอยู่ไม่มากนัก แต่ปีกวิจัยก็ยังมีห้องบางห้องสำหรับการวิจัยทางเทคโนโลยีอยู่ด้วย ซึ่งมักได้รับความช่วยเหลือโดยนักวิจัยของ M.E.G. จากด่าน 78 หรือวิศวกรจากฝ่ายเทคนิคของปีกบันทึก
ปีกบันทึก
การบันทึกข้อมูลการสำรวจและวิจัยนั้นถือเป็นหนึ่งในงานที่มีความสำคัญที่สุดของกลุ่ม M.E.G. เช่นเดียวกับปีกวิจัย ปีกบันทึกจะมีขนาดที่เล็กกว่าปีกสำรวจ เนื่องจากที่ฐานโอเมก้าจะมีหน้าที่รับผิดชอบกระบวนการบันทึกข้อมูลเป็นหลัก
เพราะเหตุนี้ การค้นพบใดๆที่มาจากฐานอัลฟ่า ตั้งแต่ความก้าวหน้าในการวิจัยจนไปยังการค้นพบในการสำรวจ จึงจะต้องถูกบันทึก, ถอดความ, ส่งผ่านไฟเขียว, และนำมาจัดเรียง การมีอยู่ของปีกบันทึกภายในฐานอัลฟ่านั้นยังช่วยลดงานให้กับฐานโอเมก้าในช่วงแรกๆของการสร้างบทความ และก็ยังทำให้การเขียนง่ายยิ่งขึ้นเนื่องจากระยะทางจากผู้เผยแพร่ข้อมูลนักจดหมายเหตุในฐานอัลฟ่าจะรับผิดชอบการเขียนร่างด่าน8 เช่นเดียวกับการคอยแก้ไขเพิ่มข้อมูลวิจัยในบทความเอ็นทิตี้ ซึ่งทั้งสองได้ถูกศึกษาและค้นพบโดยตัวฐานเอง
เหมือนนักจดหมายเหตุในฐานอื่นๆ พวกเขาจะสามารถเข้าแก้ไขทั้งฐานข้อมูล M.E.G. และฐานข้อมูลสาธารณะทั่วไป นอกไปจากนี้ เครือข่ายจัดเก็บข้อมูลภายในก็ทำให้พวกเขาสามารถส่งร่างบทความไปยังฐานโอเมก้าเพื่อเข้ารับการติชมได้ ซึ่งทักษะของพวกเขาก็มีประโยชน์สำหรับทุกๆขั้นตอนในการเก็บบันทึก
นักจดหมายเหตุของฐานอัลฟ่านั้นยังทำงานอย่างใกล้ชิดกับนักวิจัยและเจ้าหน้าที่ภาคสนาม เพื่อที่จะขอข้อมูลที่เฉพาะเจาะจงและสอบถามเกี่ยวกับข้อมูลใหม่ๆ เนื่องจากนี้ ปีกบันทึกจึงตั้งอยู่ระหว่างปีกสำรวจและวิจัย เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายสามารถถูกเข้าถึงได้โดยง่ายเมื่อจำเป็น
ปีกบริหาร
ปีกบริหารจะมีหน้าที่ในการดูแลฐานอัลฟ่าทั้งฐาน ดังนั้นมันจึงได้ตั้งอยู่ระหว่างปีกทุกปีกของ M.E.G และในบริเวณที่ใกล้กับทางเข้าหลัก ทำให้มันสามารถติดต่อกับภายนอกและรับฟังส่วนทำงานอื่นๆของฐานได้โดยง่าย
ทุกส่วนของปีกบริหารจะทำงานอย่างใกล้ชิดกับฐานใหญ่อื่นๆภายใน 12 ด่านหลัก บนด่าน 3, 4 และ 11 เช่นเดียวกับกลุ่มอื่นๆที่อยู่ภายในด่าน 1 เช่น ทีมฮิปโปกราแตส หรือกลุ่ม B.N.T.G.
แผนกจัดการดูแลเป็นเสมือนระบบประสาทของฐานอัลฟ่า ซึ่งจะอยู่ภายใต้การนำของคณะผู้กำกับดูแลโดยตรง มันจะคอยจัดการมุกๆสิ่งภายในฐาน ตั้งแต่ปีก M.E.G. ไปจนถึงเขตพลเรือน งานที่สำคัญที่สุดของพวกเขานั้นรวมถึง:
- ตรวจสอบการจัดสรรทรัพยากรไปยังปีกแต่ละปีกและเขตพลเรือน
- หาสมาชิกเข้ากลุ่มและกำหนดงานให้กับสมาชิกใหม่ในฐานอื่นหรือส่วนอื่นๆของฐานอัลฟ่า
- แก้ไขปัญหาด้านกฎหมายภายในฐาน
- จัดการความสัมพันธ์ระหว่างฝักฝ่ายและฐาน M.E.G. อื่นๆ
แผนกจัดการดูแลจะอยู่ใกล้ทางเข้าทิศเหนือของฐานอัลฟ่ามากที่สุดจากปีกทั้งปีก และก็ยังเป็นแผนกเดียวที่จะสื่อสารติดต่อโดยตรงกับปีก M.E.G. อีกทั้งสามปีก10.
เขตพลเรือน
เขตพลเรือนเป็นส่วนของฐานอัลฟ่าซึ่งจะทำหน้าที่เป็นที่อยู่อาศัยให้กับบุคลากร M.E.G. และชาวเมือง15ต่างๆ
โถงทางเดินที่ได้รับการแปรสภาพบางส่วนในเขตพลเรือนเซเฟอร์
ปัจจุบันมีจำนวนอยู่ที่ห้า เขตพลเรือนจะทำหน้าที่เหมือนกับบล็อกของเมือง ซึ่งทุกเขตนั้นจะถูกบริหารโดยแผนกจัดการดูแล พวกมันสามารถที่จะพึ่งพาตนเองได้พอประมาณ ซึ่งหมายความว่าในเขตต่างๆจะมีบริการอยู่ทุกบริการ16 ถึงแม้ว่าทรัพยากรจะไม่ได้ถูกผลิตเองในเขตก็ตาม
เขตพลเรือนแรกจะตั้งอยู่ที่ด้านบนขวาของฐานอัลฟ่า แต่เมื่อกลุ่มได้เริ่มพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว การเดินทางไปยังส่วนต่างๆของเขตพลเรือนแรกเริ่มก็ได้เริ่มกลายมาเป็นปัญหา นี่จึงทำให้กลุ่มจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างและสร้างเขตใหม่ขึ้นในทุกๆปี ดังที่จะระบุไว้ต่อไปนี้:
- เขตพลเรือน "แอนนีโมเอีย" - สร้างขึ้นในช่วงปี 2011 และเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อต้นปี 2012
- เขตพลเรือน "คริมสัน" - สร้างขึ้นในช่วงปลายปี 2015 ได้รับชื่อย้อนหลังในขณะที่ระบบเขตกำลังถูกจัดตั้งอยู่
- เขตพลเรือน "ริเวอร์" - สร้างขึ้นในช่วงปลายปี 2017 ถูกตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติให้แก่แอชเชอร์ ริเวอร์
- เขตพลเรือน "อีพิฟานี่" - สร้างขึ้นในช่วงกลางปี 2019 ถูกตั้งชื่อตามทีมที่เล็กและเป็นที่รู้จักมากที่สุดของกลุ่ม ซึ่งได้สร้างความหวังไว้ให้ชุมชนโดยรวม
- เขตพลเรือน "เซเฟอร์" - สร้างขึ้นในช่วงปลายปี 2020 กำลังอยู่ระหว่างการขยายพื้นที่ ถูกตั้งชื่อตามราชินีแห่งรังจากด่าน 276 เพื่อจะลดอิทธิพลความลี้ลับที่มันมีเหนือวัฒนธรรมคนเกิดหลังภพ
คล้ายกับปีก M.E.G. ในเวลานั้น เขตพลเรือนจะถูกสร้างขึ้นโดยการแปลงสภาพห้องโถงทางเดิน จากนั้นจึงทำการตกแต่ง โดยทั่วไปแล้วทางเดินเหล่าจะถูกปูทับด้วยไม้ และตกแต่งเพื่อให้มีความรู้สึกน่าอยู่และพอทนได้สำหรับผู้อยู่อาศัยของฐาน อีกทั้งบางส่วนก็จะถูกทาสีให้มีลักษณะคล้ายกับโลกภายนอก เพื่อช่วยในการบรรเทาปัญหาโรคกลัวที่แคบซึ่งพื้นที่ปิดล้อมมักจะก่อ
ชีวิตในฐานอัลฟ่า
มื้ออาหาร
ตำแหน่งของฐานอัลฟ่าที่ตั้งอยู่บนด่านในร่มนั้นได้ทำให้การหาสารอาหารที่หลากหลายเป็นสิ่งที่ยากมาตลอด เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงโรคภัยเช่น โรคลักปิดลักเปิด ซึ่งในประวัติศาสตร์ได้โค่นล้มถิ่นอาศัยภายในแบ็กรูมส์มานับไม่ถ้วน กลุ่ม M.E.G. จึงจำเป็นต้องนำเข้าอาหารส่วนใหญ่เข้ามาจากด่านที่สามารถทำการเกษตรได้
ห้องที่ถูกแปลงสภาพภายในเขตพลเรือนแอนนีโมเอียเพื่อมุ่งเน้นไปยังการผลิตเห็ด
แม้จะเป็นเช่นนี้ แต่ฐานอัลฟ่าก็สามารถที่จะหาสิ่งทดแทนในด้านเกษตรกรรมและการเพาะเลี้ยงสัตว์ได้ ต้องขอบคุณความเชี่ยวชาญของสมาชิกบ้านริเริ่ม เช่นการเก็บสะสมอาหารกระป๋องภายในลังต่างๆ การหาเห็ดที่สามารถโตได้ในพื้นที่ที่มืดและอับชื้น และการทำปศุสัตว์เฮนส์หรือสคริตส์เล็กๆ
อย่างไรก็ดี แหล่งอาหารแหล่งใหญ่ที่สุดของฐานอัลฟ่าก็ได้เกิดขึ้นจากการค้นพบของจาน่า คอไทลีดอน ผู้ซึ่งกำลังวิจัยดินอันอุดมสมบูรณ์ของด่าน 9 เพื่อจะใช้คุณสมบัติของมันภายในด่านในร่ม โดยหลังจากที่ผ่านไปได้ช่วงหนึ่ง สิ่งนี้ก็นำไปสู่การเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดของการผลิตอาหารแปรรูปภายในด่าน และความต้องการของอาหารภายนอกที่ลดน้อยลง
คอไทลีดอนนั้นไม่ใช่นักวิจัยคนเดียวของฐานที่ได้เพิ่มอัตราผลิตอาหารของฐานอัลฟ่า เนื่องจากที่นักพฤกษศาสตร์คนเก่า โอลิเวีย เบลเลโรส ผ่านการสังเคราะห์โรซีรั่ม17 ทำให้การเพาะปลูกสามารถถูกทำได้อย่างปลอดภัยและมีผลกระทบน้อยกว่าเมื่อต้องใช้สารฆ่าจากฟรอนท์รูมส์ตามปกติ
คนครัวภายในฐานอัลฟ่าได้รับการฝึกสอนให้จัดเตรียมมื้ออาหารที่มีวัตถุดิบเหนือปรกติของแบ็กรูมส์ ด้วยการใช้สุดยอดคู่มือทำอาหารแบ็กรูมส์ และสูตรอาหารที่ไม่เหมือนใครของทอมไดเนอร์ พวกเขาจึงสามารถที่จะปรุงอาหารหลากหลายรูปแบบให้กับปีกและเขตพลเรือนต่างๆของฐานได้ในทุกๆวัน ทำให้พวกเขามีมื้ออาหารที่สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่จะสมบูรณ์ได้ภายในแบ็กรูมส์
ก่อนปี 2017 ความสัมพันธ์ทางการค้ากับคณะสำรวจโปแลนด์ได้อนุญาตให้ฐานอัลฟ่าสามารถที่จะเข้าถึงยางเย็นจากส่วนที่ลึกลงไปของแบ็กรูมส์ได้ โดยวัตถุรักษาอาหารนี้จะสามารถถูกใช้งานได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีตู้เย็นหรือโครงสร้างที่ต้องการพื้นที่และการบำรุงรักษามากมาย อย่างไรก็ตาม หลังจากที่แบ็กรูมส์โรโบติกส์ได้ยึดด่าน PL-9 ไป การแลกเปลี่ยนกับคณะสำรวจก็ทำได้ยากขึ้นมาก ด้วยเหตุนี้ ยางเย็นจึงจะถูกแลกเปลี่ยนผ่านแบ็กรูมส์โรโบติกส์มายัง M.E.G. แต่ลักษณะของกลุ่มที่ไม่น่าไว้วางใจก็ได้ทำให้ M.E.G. เริ่มที่จะวิจัยหาสิ่งทดแทน
เศรษฐกิจ
ฐานอัลฟ่าได้ใช้มาตราวัดการแลกเปลี่ยนกลุ่ม G.P.D. เป็นแหล่งการอ้างอิงเพียงแหล่งเดียว เพื่อที่จะตรวจสอบเศรษฐกิจของกลุ่ม M.E.G. มาเป็นเวลานานแล้ว โดยจะใช้น้ำอัลมอนด์เป็นฐาน อย่างไรก็ตาม ระบบการแลกสิ่งของนี้ก็ได้แสดงขีดจำกัดของมันอย่างรวดเร็วภายในฐานที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆแห่งนี้ เพราะฉะนั้นในปี 2017 ทางฐานเองจึงได้ทำการปรับใช้ระบบคล้ายเงินซึ่งถูกเรียกกันว่าชิปอะควิล่า
ชิปอะควิล่านั้นจะถูกใช้เป็นวิธีช่วยหาจำนวนราคาให้ได้ง่ายยิ่งขึ้นภายในชุมชนฐานอัลฟ่า และทำให้การแลกเปลี่ยนเรียบง่ายมากขึ้นด้วยสิ่งอ้างอิงที่ทุกคนสามารถรับและแลกได้โดยไม่ต้องคอยแบกสิ่งของมากมาย นอกจากนี้ ชิปอะควิล่าก็ยังทำให้ทางกลุ่มสามารถตรวจสอบการจ่ายค่าตอบแทนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยค่าตอบแทนจะถูกกำหนดให้สมดุลกับความอันตรายหรือคุณสมบัติที่จำเป็นต่องาน
ต่างจากเพสของกลุ่ม B.N.T.G. ชิปอะควิล่าจะไม่มีมูลค่าภายนอกฐานอัลฟ่า แม้จะในกรณีของกลุ่มข้างเคียงหรือถิ่นฐาน M.E.G. แห่งอื่นๆ18
แม้จะเป็นเช่นนี้ แต่ฐานอัลฟ่าก็ยังคงปฏิบัติตามหลักการของบ้านริเริ่ม ซึ่งคือ "ทำงานให้พออาหารสามมื้อกับที่หลับที่นอน" ผู้พเนจรที่โนคลิปเข้ามาใหม่ซึ่งได้มาเข้าร่วมกับฐาน19 จึงจะทำงานที่มีค่าตอบแทนขั้นต่ำเป็นการเข้าถึงอาหารและอพาร์ทเม้นท์เล็กๆที่ไว้ใช้เป็นบ้าน รวมไปถึงสิ่งจำเป็นอื่นๆเช่นบริการสุขภาพ ในขณะที่ผู้พเนจรทำงานไปนั้น ค่าตอบแทนก็จะถูกปรับไปตามความอาวุโสในการทำงาน โดยยิ่งเวลาผ่านไปมันก็จะมอบวิถีชีวิตที่ดียิ่งขึ้นกับพวกเขา นี่จึงทำให้ฐานอัลฟ่าทำหน้าที่เป็นทั้งจุดพักผ่อนสำหรับผู้พเนจรที่ต้องการที่พักอาศัยชั่วคราวและเป็นจุดเริ่มชีวิตใหม่สำหรับกับพวกเขาด้วย ขึ้นอยู่กับว่าพวกเขาจะต้องการอนาคตในแบ็กรูมส์แบบไหน
ในกรณีที่ผู้พเนจรกำลังจะออกจากฐานอัลฟ่า หรือเจ้าหน้าที่ของกลุ่มจำเป็นต้องไปทำภารกิจระยะยาว ชิปอะควิล่าจะสามารถถูกนำไปแลกได้ที่ปีกบริหารตามมาตราวัดการแลกเปลี่ยนกลุ่ม G.P.D. โดยที่ชิปหนึ่งก็จะมีมูลค่าอยู่ราวๆหนึ่งขวดน้ำอัลมอนด์ได้ ซึ่งก็เป็นค่าฐานของระบบดังกล่าว
การศึกษา
ถึงแม้ว่าระบบโรงเรียนสำหรับคนที่เกิดหลังภพนั้นมักจะถูกผูกติดอยู่กับเขตพลเรือนแต่ละเขต แต่ผู้อยู่อาศัยในฐานอัลฟ่าที่ประสงค์จะทำงานในปีกของ M.E.G. ก็จะสามารถถูกส่งไปยังฝ่ายสำรวจ, วิจัย, หรือบันทึกได้ ขึ้นอยู่กับเกรดที่ได้รับ ทุกแผนกงานและปีกจะอยู่ภายใต้การดูแลของผู้ควมคุมหรือผู้กำกับดูแล แต่ส่วนใหญ่แล้วพวกเขาก็จะมอบหน้าที่ให้กับผู้แทนเมื่อต้องเดินทางไปยังถิ่นฐานอื่นๆ
นอกจากนี้ ทางฐานเองก็ยังได้ทำข้อตกลงไว้กับฐานฟาวาริสของระเบียบซิกส์นัส ซึ่งตั้งอยู่ที่ด้านหน้าของทางเข้าเหนือ และได้รับการคุ้มครองโดยเจ้าหน้าที่ของ M.E.G ผู้อยู่อาศัยทุกๆวัยจึงจะสามารถที่จะศึกษาเล่าเรียนได้ภายในองค์กรที่มุ่งเน้นในเรื่องดังกล่าว เนื่องจากที่พวกเขาไม่ได้ถูกจำกัดไว้ให้สอนเฉพาะพลเรือนของฐานอัลฟ่า กลุ่ม M.E.G. นั้นจะทำการส่งครูกิตติมศักดิ์ เช่น นักวิจัยและเจ้าหน้าที่ภาคสนามอาวุโสไปเป็นประจำ เพื่อที่จะนำความชำนาญของพวกเขาไปใช้ในคาบเรียนต่างๆ
ในกรณีของการเพิ่มขึ้นของคนเกิดหน้าภพ20 ฐานอัลฟ่านั้นเป็นฐานที่มีการเติบโตสูงที่สุดเป็นอันดับสองภายในกลุ่ม M.E.G.21 และยังเป็นสถานที่ที่รองรับผู้พเนจรซึ่งเพิ่งโนคลิปเข้ามาใหม่มากที่สุดด้วย
ดังนั้น เพื่อที่จะจัดประเภทผู้มาใหม่โดยทักษะของพวกเขาให้มีประสิทธิภาพ และฝึกสอนพวกเขาในสาขางานที่พวกเขาจะยินยอมทำและทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้พเนจรที่เพิ่งโนคลิปใหม่แต่ละคนที่มาเข้าร่วมกับฐานอัลฟ่าจึงจะต้องทำแบบทดสอบเพื่อหาความถนัดของ M.E.G. โดยที่แบบทดสอบนี้ก็จะเป็นวิธีที่ฝ่ายบริหารของ M.E.G. จะทราบถึงอนุปริญญา, วิชาที่ศึกษา, ทักษะ, ตำแหน่งงาน และงานอดิเรกของผู้เข้าสมัครที่มีก่อนหน้า เช่นเดียวกับสาขางานที่พวกเขาต้องการจะทำและแขนงที่พวกเขาชื่นชอบมากที่สุด
ตำแหน่งงาน
ต้องขอบคุณการทดสอบหาความถนัดของ M.E.G. ฐานอัลฟ่าจึงสามารถที่จะส่งผู้ที่เกิดหน้าภพไปยังเขตพลเรือนหรือปีกของ M.E.G. เพื่อไปทำงานเก่าที่พวกเขาเคยทำมาก่อน หรือเรียนทักษะใหม่ๆเพื่อปรับใช้ความรู้ที่พวกเขามีในสภาพแวดล้อมของแบ็กรูมส์ได้
ปีกบันทึก
การทำงานในปีกบันทึกนั้นจะตรงไปตรงมา นักจดหมายเหตุฝึกหัด22จะถูกฝึกสอนจนได้ทำงานเป็นนักจดหมายเหตุ และได้เป็นนักจดหมายเหตุอาวุโสในที่สุดหลังจากที่มีประสบการในการทำงานมาหลายปี ซึ่งจะทำให้พวกเขาสามารถช่วยเหลือในรายงานที่มีความสำคัญสูง และงานของนักจดหมายเหตุคนอื่นๆ23 นักจดหมายเหตุจะถูกแยกพื้นที่สำนักงานตามแขนงงานที่รับผิดชอบ24 ซึ่งแต่ละแขนงก็จะได้รับการเฝ้าดูแลโดยหัวหน้างาน และในส่วนของปีกก็จะถูกดูแลโดยหัวหน้าแผนกจัดเก็บบันทึก M.E.G.25 ซึ่งจะกำกับดูแลหัวหน้างานและปีกทั้งหมดไปด้วย
แผนกช่วยเหลือทางเทคนิคจะมีงานเฉพาะที่แยกออกมา โดยผู้จัดการฐานข้อมูลจะรับผิดชอบเซิร์ฟเวอร์กายภาพที่มีอยู่ในฐานอัลฟ่า ในขณะที่ช่างเทคนิคด้านความปลอดภัยจะคอยป้องกันไม่ให้ระบบคอมพิวเตอร์ในฐานอัลฟ่ามีข้อมูลรั่วไหล
ปีกวิจัย
งานในปีกสำรวจจะเป็นไปในทำนองเดียวกับที่พบได้บนฟรอนท์รูมส์ ผู้ช่วยวิจัย26มักจะเป็นผู้ที่ทำการทดลองเอง ในขณะที่นักวิจัย27จะเป็นผู้กำกับดูแลพวกมัน และนำข้อมูลที่ได้รับไปใช้งาน สาขางานของพวกเขาจะมีความแตกต่างกันไป28 และก็มักจะเป็นผู้ดูแลในส่วน ของโครงการที่ถูกริเริ่มโดยฐานอื่นๆที่มีความสัมพันธ์กับฐานอัลฟ่า หรือริเริ่มโครงการตามแขนงงานของตนเอง นักวิจัยทุกคนจะอยู่ภายใต้การดูแลของผู้กำกับแผนกวิทยาศาสตร์ของกลุ่ม M.E.G.29 และผู้ช่วยกำกับของพวกเขา
โดยมีข้อยกเว้นคือฝ่ายวิจัยภาคสนาม ซึ่งลักษณะของภารกิจจะทำให้พวกเขาต้องทำงานอย่างใกล้ชิดกับทีมสำรวจโดยตรงในสนาม พวกเขามีโครงสร้างที่คล้ายคลึงกับปีกบันทึกในด้านตำแหน่งงานและก็จะอยู่ภายใต้การดูแลของหัวหน้าวิจัยภาคสนาม30 ซึ่งจะคอยดูแลภารกิจภาคสนามไปพร้อมกับปีกสำรวจ
ปีกสำรวจ
ต่างจากปีกอื่นๆของฐานอัลฟ่า งานส่วนมากที่ปีกสำรวจรับสมัครนั้นจะเป็นงานกึ่งภายนอก เจ้าหน้าที่ภาคสนามจะถูกฝึกภายในฐานก่อนจะถูกส่งออกไปยังถิ่นฐาน M.E.G. แห่งอื่นๆที่กำลังประสบปัญหาผ่านเส้นทางแลกเปลี่ยน
ทีมส่วนใหญ่ แม้ว่าจะถูกตั้งขึ้นภายในด่าน 1 จะไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง โดยสมาชิกของทีม31จะพักอาศัยในถิ่นฐานชั่วคราว หรือถิ่นอาศัยอื่นๆของกลุ่ม M.E.G. ซึ่งจะรองรับพวกเขาในระหว่างการทำภารกิจ32 สมาชิกของทีมจะประกอบขึ้นจากเจ้าหน้าที่ภาคสนาม และจะถูกสั่งการโดยหัวหน้าทีม33 ซึ่งในบางครั้งก็จะมีนักวิจัย, นักประวัติศาสตร์ภาคสนาม, หรือสมาชิกของกลุ่มอื่นๆติดตามไปด้วย ขึ้นอยู่กับภารกิจ ในบางภารกิจภาคสนามของ M.E.G. ก็อาจมีผู้เชี่ยวชาญอาสาติดตามไปด้วย ซึ่งจะเป็นบุคคลที่ไม่ใช่สมาชิกสำรวจของ M.E.G. ที่จะคอยช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ภาคสนามในสถานการณ์ที่พวกเขาไม่คุ้นชิน
นอกจากงานภาคสนามแล้ว ปีกสำรวจก็ยังมีงานให้สำหรับนักวิทยุทั้งในสายด่วน M.E.G. และวิทยุสื่อสารภาคสนามของฐานอัลฟ่าอีกด้วย เช่นเดียวกับผู้ให้คำแนะนำสำรวจและผู้กำกับการสืบสวน ซึ่งจะทำหน้าที่ในการเตรียมภารกิจสำรวจโดยการระบุเป้าหมายและความเสี่ยง และกำหนดเจ้าหน้าที่ให้กับภารกิจ
สุดท้ายแล้ว ปีกสำรวจก็จะฝึกและส่งนักสะสมเพื่อไปเก็บกู้ลังไม้จากห้องโถงใหญ่ของด่าน 1 ก่อนจะจัดแยกพวกมันในปีกบริหารเพื่อส่งไปยังเขตพลเรือนและปีกอื่นๆตามความต้องการของพวกเขา แม้ว่าจะซ้ำซากจำเจ แต่ตำแหน่งงานนี้ก็มักจะช่วยให้ผู้มาใหม่สามารถเรียนรู้ธรรมชาติของการสำรวจแบ็กรูมส์ได้ดียิ่งขึ้น โดยการทำความเข้าใจกับวิธีหลีกเลี่ยงเอ็นทิตี้หรือวิธีเดินทางในพื้นที่นอกแบบยุคลิด เพราะเหตุนี้ เจ้าหน้าที่ภาคสนามระหว่างการฝึกสอนจึงจะต้องเข้าฝึกงานกับทีมสะสมก่อน ซึ่งคนงานของทีมก็จะส่งพวกเขาไปทำงานโดยตรงเลย
สภาพการอยู่อาศัย
ฐานอัลฟ่าตั้งเป้าในการสร้างสรรค์สภาพการอยู่อาศัยที่ใกล้เคียงกับฟรอนท์รูมส์ในยุคปัจจุบันให้ได้มากที่สุด ถึงแม้ว่าตัวด่านเองจะมีสภาพที่แปลกปลอมและอยู่อาศัยได้ยากก็ตาม
ห้องสมุดสื่อประสมของเขตพลเรือนอีพิฟานี่ เปิดทุกๆวันตั้งแต่ 8 โมงเช้าจนถึง 9 โมงเย็น เวลา MST
ธรรมชาติได้ถูกเลียนแบบผ่านวิธีการเชิงประดิษฐ์ ตั้งแต่พืชปลอม34 จนไปยังเพดานที่ถูกทาสีให้เหมือนกับท้องฟ้า อีกทั้งก็มีวงจรกลางวันกลางคืน 24 ชั่วโมงที่เกิดขึ้นจากการเปิดและปิดแสงไฟในโถงทางเดินและเขตอาศัยโดยอัตโนมัติ ซึ่งก็จะเป็นไปตามช่วงเวลา
การจำลองสภาพแวดล้อมในระดับนี้ได้ทำให้การหาสมดุลทำได้ยาก อย่างไรก็ดี ความพยายามหลายครั้งในการจะทำให้ฐานอัลฟ่าดูน่าอยู่อาศัยมากขึ้นก็กลับสร้างความตึงเครียดขึ้นแทน เช่น การเล่นเสียงธรรมชาติโดยไม่มีการแจ้งให้ทราบ ซึ่งจะกระตุ้นภาวะ PTSD ของอดีตผู้อาศัยภายในด่าน 5 ส่วนมาก ทำให้ M.E.G. จำเป็นต้องนำพวกมันออกหลังจากที่ปรับใช้มาได้ไม่ถึงสัปดาห์
แม้จะเป็นเช่นนี้ แต่ฐานอัลฟ่าก็ยังทำงานต่อไปในการพัฒนาสภาพแวดล้อมที่น่าอยู่อาศัยมากขึ้น เพื่อจะเพิ่มขวัญกำลังใจให้กับทั้งคนงานและนักพเนจรทั่วไป เนื่องด้วยโรคกลัวที่แคบและโรคซึมเศร้าที่เป็นปัญหามาตั้งแต่ที่มนุษย์ได้เริ่มตั้งถิ่นฐานกันที่นี่
ฐานอัลฟ่า ต่างไปจากถิ่นอาศัยอื่นๆ จะอนุญาตให้ผู้อาศัยรับเลี้ยงสัตว์ได้ เนื่องจากที่การมีอยู่ของพวกมันทำให้ผู้อาศัยใจเย็นลง และนำพาความมีชีวิตชีวาเข้ามาสู่ห้องและคอมเพล็กซ์อันจืดจางของฐาน แมวบลับบ์เป็นสัตว์ที่พบเห็นได้มากที่สุด เนื่องจากที่พวกมันจะถูกเพาะพันธุ์ในฐานอัลฟ่า แต่สปีชีย์อื่นๆก็จะมีอยู่เช่นกัน เช่น ก็อบลินโรคระบาดพันธุ์บ้าน, ดอลล์เฟช หรือที่พบเห็นได้ยากกว่าก็แมวชเรอดิงเงอร์ ดังก์ก็เป็นอีกสายพันธุ์ที่พบได้ทั่วไปในฐานอัลฟ่า โดยพวกมันจะคอยช่วยอยู่ในงานที่ใช้แรงหนักๆ
ในขณะที่ฐานอัลฟ่านั้นทำงานอย่างหนักเพื่อจะป้องกันปัญหาทางจิตใจสำหรับผู้อาศัยของมัน มันก็ยังได้ทำการจัดตั้งโครงการช่วยเหลือภายในของกลุ่ม M.E.G. ร่วมกันกับฐานกลุ่มใหญ่ๆอีกหลายฐานด้วย โดยมันจะทำหน้าที่ช่วยเหลือทางจิตสำหรับผู้คนที่ต้องการ ซึ่งก็ไร้ค่าใช้จ่ายและเปิดให้ทุกๆคนสามารถเข้าได้ ไม่ว่าผู้ใช้บริการจะอาศัยอยู่ในฐานอัลฟ่าหรือแค่ทำงานอยู่ในกลุ่ม M.E.G. ผู้ใช้หลักๆจะประกอบขึ้นจากผู้พเนจรที่โนคลิปเข้ามาใหม่ ซึ่งกำลังประสบปัญหาในการก้าวผ่านอดีตบนฟรอนท์รูมส์ ผู้คนที่เพิ่งเสียเพื่อนหรือครอบครัวไปภายในแบ็กรูมส์ เช่นเดียวกับเหยื่อที่บอบช้ำทางจิตใจจากปรากฏการณ์หรือการเผชิญกับเอ็นทิตี้ เช่นจาก หน้าต่างปลอม หรืออิทธิพลของโรงแรมสยอง
ฐานอัลฟ่านั้นยังมอบการเข้าถึงแหล่งความบันเทิงต่างๆให้กับผู้คน ตั้งแต่ห้องสมุด35จนไปถึงยิม อีกทั้งการสร้างความสัมพันธ์ก็ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างมาก โดยที่ก็มีคลับที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้คนที่มีความสนใจเดียวกันได้มาทำการรู้จักกัน และเพื่อเป็นการสร้างบรรยากาศที่น่าสังสรรค์ขึ้นมา ธุรกิจอย่างร้านอาหาร, บาร์, หรือแม้กระทั่งอาร์เคดช่วยในการบรรลุเป้าหมายนี้ และได้สร้างศูนย์กลางสังคมขึ้นในฐาน ซึ่งในบางครั้งก็จะมีติดต่อไปยังถิ่นฐานใกล้ๆแห่งอื่นด้วย เช่น ทอมไดเนอร์
. . .
เจ้าหน้าที่ Ben,
เรายินดีที่จะแจ้งให้ท่านทราบว่า หลังการประเมินแบบทดสอบหาความถนัดของท่านแล้ว ท่านนั้นได้ผ่านเข้าสู่ทีมคอมพาสพอยท์
ดังนั้น สำหรับช่วงเดือนต่อไปนี้ ท่านจะได้รับการฝึกในฐานอัลฟ่าในหลักสูตรที่จะมีทั้งทฤษฎีการสำรวจและการฝึกสอนภาคสนาม
โปรดมารายงานตัวที่แผนกต้อนรับของปีกสำรวจในวันจันทร์ เวลา 8 โมงเช้า เวลา MST36 โดยผู้กำกับฝ่ายสืบสวนจะมารับท่านไปยังคาบเรียนแรก
เราหวังว่าจะได้ทำงานกับคุณต่อไป
— ปีกบริหารเขตอัลฟ่า



