เอ็นทิตี้ 155

เอ็นทิตี้ 155 - “เนื้อนี้มันหนุบหนับ”

หมายเลขเอ็นทิตี้: 155

ถิ่นที่อยู่ - ด่าน 10, ด่าน 300

คำอธิบาย

เนื้อนี้มันหนุบหนับ หรือที่ฉับชอบเรียกมันว่าเนื้อหนุบ [ อะไรวะ? สแตนลีย์ นี่นายหมายความว่าไงที่เราต้องทำตามมาตรการ มีตอนไหน- จริงดิ? M.E.G. มันก็แค่กลุ่มคนที่ทำแผนที่ป่าววะ นี่เราต้องมาเขียนตามรูปแบบเฉพาะจริงๆดิ? ช่างเหอะ.. ] ดูเหมือนว่าจะเป็นกลุ่มหนอนเยลลี่ทั่วๆไป พวกมัน… ไม่มีอะไรโดดเด่นมาก ก็แค่หนอนเยลลี่ ที่ก็น่าจะรสชาติเหมือนหนอนเยลลี่ด้วย แต่ก็ไม่มียังใครสักคนที่จะอาสากินพวกมันเข้าไป จากรูปลักษณ์แล้ว พวกมันไม่น่าจะใช่หนอนเยลลี่รสเปรี้ยว เพราะมันไม่มีพวก… กรดมะนาวเคลือบเอาไว้ หนอนแต่ละตัวเหมือนจะมีสีเพียงสีเดียว ไม่มีพวกสองสีแบ่งครึ่ง เซ็งเป็ดเลย

พฤติกรรม

พวกมันกระดึ๊บไปมาเหมือนกับหนอนจริงๆ แต่จะไม่เหนียวติดนิ้ว และก็ไม่ได้หลั่งกรดหรือไล่กัดคน โล่งไปที ก็หวังว่ามันคงจะไม่ฆ่าคนจากการให้น้ำตาลเกินขนาด หรือทำอะไรประหลาดๆที่เราคาดไม่ถึงหรอกนะ ฉันละเบื่อที่ต้องพบพวกตัวที่มันเป็นแบบ
“อู้วววว พบกับโคตรสุดยอดรามรณะที่จะฆ่ามึงเหมือนโคตรสุดยอดรามรณะ!”
ยังไงก็เถอะ ไอ้หนอนหน้าโง่พวกนี้มันจะอยู่กันเป็น “ฝูง” ประมาณ 100 ถึง 150 ตัวได้ ถึงพอมองจากห่างๆไอ้พวกนี้มันจะดูเป็นฝันร้ายที่สุดของคนกลัวแมลง แต่พอมาดูใกล้ๆพวกมันก็น่ารักดีนะ

[เริ่มบันทึก]

อาเธอร์: ให้ตายสิว- พวกมึงช่ว- โอเค พอ มีงเลิกไปแหย่พวกแม่งได้แล้ว หยิบไอ้หนอนนั่นมาสักตัวดิ๊

สแตนลีย์: เดี๋ยวนะ มึงจะแดกมันจริงดิ?

อาเธอร์: เออดิไอ้ควาย มึงคิดว่าเรามานั่งกินหญ้ากันหรอวะ มันคงจะโง่น่าดูเลยถ้าเราไม่บันทึกอะไรแบบนี้ไว้ แล้วให้คนต่อไปที่มาพบตายไปเพราะเบาหวานหรืออะไรสักอย่างโง่ๆ แต่ก็นะ ถ้าเกิดว่าหนอนพวกนี้มันเป็นแค่อีกสายพันธุ์หนึ่งของเวิร์มลิงค์ล่ะ… เวรเอ้ย ถ้ากูจะตาย อย่างน้อยมึงก็ช่วยอัดสิ่งที่มันเกิดขึ้นหน่อยเหอะ

สแตนลีย์: เออๆ มึงไม่ต้องพล่ามก็ได้

อาเธอร์: เห้อ… โอเค กูแดกไปทั้งตัวเลยก็แล้วกัน

[เสียบเงียบลงชั่วขณะ]

อาเธอร์: เชี้ยแม่ง

สแตนลีย์: อะไรวะ? มันพอแดกได้ป่าว?

นิกกี้: มึงไม่นึกจะถามหน่อยเหรอมันเป็นไงบ้าง แม่งจะถามแต่หนอนแดกได้มั้ยๆอย่างเดียวเลย

สแตนลีย์: [ถอนหายใจเบาๆ] มึงโอเคป่าวอาเธอร์

อาเธอร์: ดีกว่านั้นอีกไอ้หนุ่ม กูเพิ่งได้ขึ้นสวรรค์ไป คือนะ พวกตัวสีแดงมันรสชาติเหมือนเนื้อวัวเปี๊ยบเลย [เสียงอู้อี้] หืมม แม่มโคตรอาหย่อยด้วย [เสียงถอนหายใน] เห้ออ กูกินแบบนี้ได้ทั้งวันเลยนะเนี้ย ก็แค่เนี้อตามสั่งฟรีๆนั่นแหละ เนี้อชิ้นแรกๆที่กูได้กินในพักนี้เลย และกูก็ยังไม่ได้เป็นอะไรด้วย งั้นนี่ก็น่าจะเป็นแหล่งอาหารได้แหละ

นิกกี้: โห้… คาดไม่ถึงวะ ให้กูลองมั้-

สแตนลีย์: ห่ะ จริงดิ? [หยิบหนอนเยลลี่สีน้ำเงินไปเต็มกำมือ]

นิกกี้: [งึมงำ] ไอ้โลภเอ้ย

สแตนลีย์: [เสียงเคี้ยว] เออจริงด้วยวะ!

[จบบันทึก]

ผิดคาดที่หนอนพวกนี้มันสามารถจะนำมากินได้ และรสชาติก็ค่อนข้างดีด้วย หลังจากที่เราทดลองอยู่กับมันไปได้สองสามชั่วโมง เราก็พบว่าหนอนพวกนี้มันจะไม่ไหม้หรือละลาย แม้มันจะมีเปลือกที่เป็นเยลลี่ก็ตาม รสชาติก็ดีเลิศไม่ว่าจะเป็นจุดไหนๆ และถึงพวกมันจะเป็นเหมือนเนื้อดิบ แต่ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องนำมันไปปรุงก่อน ถึงอย่างงั้น เราก็ยังแนะนำให้คุณทำเช่นนั้นก่อนอยู่ดี เพราะตัวที่ไม่ถูกปรุงมันรสชาติเหมือนเนื้อดิบ และตัวที่ปรุงแล้วก็มีรสชาติที่ปรุงแล้ว

ชีววิทยา

กล่าวอีกคือ พวกมันจะมีรูปลักษณ์และสัมผัสแบบเดียวกันกับหนอนเยลลี่ทั่วๆไป แต่เมื่อเราทำการตัดมันออกแล้ว ด้านในของมันก็คล้ายกับ… ไขมันสัตว์มากกว่าเยลลี่จริงๆ พวกมันไม่มีสิ่งที่ฉันคิดว่าหนอนปกติจะมี: เลือดหรืออวัยวะภายในใดๆ หลังจากที่ได้สำรวจภายในด่าน 10 อีกสักพักหนึ่ง เพื่อจะดูว่ามันมีพวกนี้อีกไหม เราก็พบว่าพวกมันเดิมทีแล้วมาจากกลุ่มก้อนขนาดใหญ่ของ “เยลลี่” ขนาดคร่าวๆน่าจะเทียบได้กับสนามฟุตบอล และคาดว่าจะมีหนอนอยู่ราวๆ 200 กว่าตัว ซึ่งต่อจากนี้ฉันจะขอเรียกมันว่า “กระจุก”

เราไม่ทราบว่ากระจุกเหล่านี้มีต้นกำเนิดมาจากที่ไหน แต่ที่แน่ๆคือพวกมันก็สามารถถูกนำมากินได้เช่นกัน ประมาณได้ว่ามันเทียบเท่ากับเนื้อหนุบกิโลกว่าๆ เราต่างก็รับรสได้ถึง… สเต็กเนื้อ? ฟิลเล่? เราไม่มีวิกิกันที่นี่อย่ามาตั้งคำถามเรื่องความหมายของมันเลย แต่ทั้งหมดมันรสชาติเหมือนกับเนื้อที่เราเคยกินกันในฟรอนท์รูมส์ สำหรับฉัน รสมันเหมือนกับสเต็กชุ่มน้ำปรุงด้วยกระเทียม นิกกี้บอกว่าสำหรับเขามันเหมือนกับสเต็กไก่ทอดที่ราดด้วยน้ำเกรวี่ และของสแตนลีย์ก็เหมือนไก่ไร้กระดูก

หนอนพวกนี้จะปะทุออกมาจากก้อนเยลลี่ คล้ายๆกับสิวที่โดนบีบออก หนอนใหม่ๆจะเริ่มนูนขึ้นมา และหลังจากที่ได้ผ่านไปสักพักพวกหนอนก็จะปะทุออกมาเป็น “กระจุกๆ”

การค้นพบ

ตอนนั้นเรากำลังเดินเตร่อยู่ในด่าน 10 เพราะเราลืมนิกกี้ไว้ที่นั่น พูดตรงๆเลยนะ ถ้านิกกี้มันยังไม่เลิกนิสัยขึ้หลงนี่เดี๋ยวสักวันมันคงจะได้ชิบหายจริงๆแน่ แต่เราก็หาจนพบเขาที่กำลังใช้ก้านข้าวแหย่หนอนเล่นอยู่ ในตอนที่เรากำลังเล่นไปเรื่อยๆ เราก็พบว่าการกินหนอนนั่นเข้าไปแค่ตัวเดียว มันเทียบได้กับการกินจากเนื้อชิ้นเล็กๆเลย มีครบทั้งโปรตีน, ไขมัน, และกรด เอาง่ายๆคือพวกมันจะไม่ฆ่าคุณ รสชาติก็ดีเยี่ยม แถมคุณภาพก็ดีพอๆกัน แล้วก็ยังจะเป็นแหล่งอาหารสุขภาพอีก ถึงขั้นที่เรายังทำสูตรในการปรุงมันไว้เลยนะ สีแดง = เนื้อวัว, สีน้ำเงิน = เนื้อหมู, สีเหลือง = เนื้อไก่, สีเขียว = ต่างกันไปตามวิธีปรุง พอกินดิบๆรสมันเหมือนหัวหอม และขอเตือนให้ชัดๆเลยนะ: ว่าอย่ามาคาดหวังอะไรมากสมุดจดโง่ๆของไอ้งั่งสามคนนี่เลย

สูตร 1 หนอนเสียบไม้ - เราเอาหนอนแต่ละสีมาเสียบไม้ ใส่สีเขียวตัวหนึ่งระหว่างสีแต่ละสี แล้วจากนั้นก็เอามันมาย่างบนกองไฟประมาณ 10-15 นาที 2-3 ไม้ต่อคนๆหนึ่ง

สูตร 2 ซุปอัลมอนด์ - หั่นตัวที่เป็นประมาณ 15 ตัวเป็นชิ้นๆ แล้วก็หั่นตัวสีเขียวไปด้วยอีก 7-10 ตัว และให้แช่ลงในน้ำอัลมอนด์สักสองถ้วย ต้มสัก 30-45 นาที ถ้าเกิดว่าคุณทำถูกต้องทุกขั้นตอน คุณก็น่าจะทำมันออกมาเป็นจานที่คล้ายๆกับสตูมันฝรั่งกับเนื้อวัว พวกตัวเขียวๆมันจะมีรสชาติและรูปร่างที่ต่างกันไปทุกๆครั้งที่เราทำซุปนี้ 60% มันจะเป็นมันฝรั่ง 30% มันจะเป็นหัวหอม และอีก 10% เราก็ได้ทั้งแครอท, มันฝรั่ง, หัวหอม, และผักชนิดอื่นๆอีกหลายประเภท หนึ่งหม้อจะพอกินกันได้สัก 3-4 คนได้

และมันก็ยังมีจานพิเศษที่ทอมไดเนอร์อีกนะ คนนี้เป็นเซฟที่เก่งที่สุดในแบ็กรูมส์เลย ฉันจะบอกให้ มันชื่อ สารพันหนอนทอดกรอบ… เออออ ชื่อมันโหลๆ แต่อาหารแม่งอร่อยอ่ะ ใครมันจะไปกล้าบ่น


สิ่งที่ควรและไม่ควรทำ:

ควร:

  • เก็บกลับมาให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
  • ถ้าทำได้ให้เอามาทั้งกระจุกเลย

ไม่ควร:

  • ทิ้งมันไว้โดยที่ไม่ได้หยิบไปสักตัว

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License