Info
เขียนโดยSpectre48 และ
VivamusLudio. งานศิลป์โดย
Poliacci (เขาเท่มักๆและฉันจะค่อยให้เขาออกมาจากห้องขังนักวาดทีหลัง สาบานเลย) แปลโดย
Guy777
วิธีการหา "เนื้อหาที่ถูกซ่อนไว้" จะอยู่ในบอร์ดสนทนา หากคุณหาเองไม่พบ
ข้างนอกนั่นอาจจะเป็นนรกบนดิน แต่มันก็ไม่ใช่บ้านป่าเมืองเถื่อน มีเพียงสิ่งเดียวที่คั่นกลางระหว่างความโกลาหลกับที่นี้ และเชื่อเถอะ คุณจะสวดภาวนาว่าตัวเองไม่ได้ไปทำให้มันไม่สบอารมณ์เข้า เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นแล้ว คุณก็คงจะได้หายลับไปอย่างไม่ต้องสงสัย แต่จะเป็นเวลาไหนก็คงไม่อาจทราบได้
— ผู้พเนจรไม่ทราบชื่อกล่าวถึง "อากอส"
[ภาพสูญหาย]
ระบบจำแนกประเภทเอ็นทิตี้คอนคอร์ด
ถิ่นอาศัย: มีอยู่ทุกหนแห่ง
คำอธิบาย:
คุณชำเลืองไปมองด้านหลัง มันมีความรู้สึกที่คุ้นเคยของเล่มเข็มที่กำลังทิ่มแทงไปตามแผ่นหลัง เสมือนคนแปลกหน้าที่ดูเหมือนจะไม่ทำอะไรนอกจากจะจ้องมองอยู่ตลอด
ความกลัวการถูกมองนั้นไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับผู้อยู่อาศัยของแบ็กรูมส์ ห้องโถงยาวเหยียดที่ไร้ซึ่งสิ่งใดอาศัยนั้นพิสูจน์มันได้ แม้กระทั่งผู้พเนจรที่ฉกาจฉกรรจ์มากที่สุดก็ยังตกเป็นเหยื่อให้กับความหวาดระแวงเป็นครั้งคราว มันเป็นเรื่องธรรมชาติ
ปรากฏรูปเป็นแรงกำลังแห่งธรรมชาติ เอ็นทิตี้ 74 ส่งมอบสิ่งที่รุนแรงไปกว่าความตื่นตระหนกทั่วๆไป แม้จะมีชื่อเสียงที่เลื่องลือ แต่แหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้เกี่ยวกับเอ็นทิตี้ 74 ก็เท่ากับจำนวนผู้คนที่เผชิญหน้ามันแล้วรอดชีวิตมาได้ ศูนย์ ผู้คนจำเป็นที่จะต้องรู้เกี่ยวกับสิ่งที่สำคัญมากที่สุดของกลไกที่กำลังดำเนินอยู่ นั่นคือร่างเงาที่อยู่ด้านหลังผืนม่าน
ไม่ต้องมาทำเป็นว่าคุณไม่รู้ว่าผมกำลังพูดถึงอะไร คุณก็รู้สึกได้ถึงการมีอยู่ของมันเท่าๆกับที่พวกเรารู้สึก น้ำหนักที่คอยถ่วงจิตวิญญาณ แค่เพราะยังไม่มีใครหามันเจอไม่ได้แปลว่ามันจะไม่มีอยู่ อัศวินแดง เทวทูตน้ำเงิน บุรุษทมิฬ แรงกำลังของธรรมชาติที่ครั้งหนึ่งเคยถูกกล่าวว่าเป็นตำนานปรัมปราไร้หลักให้บรรยายถึง ตอนนี้ได้ถูกพิสูจน์แล้ว อะไรทำให้คุณคิดล่ะว่ามันจะหยุดอยู่แค่ที่สาม
อากอสไม่พักผ่อน มันเป็นตัวแทนของระเบียบธรรมชาติ และความยุติธรรมในกำมืออันชอบธรรมของมัน
"อากอสมันไม่ใช่เรื่องหลอกแน่ๆ ผมสาบานเลย ผมเดินผ่านไอ้คอมพาวด์นั่นทุกวัน และก็รู้สึกยังกะจะอ้วก…"
— แอนดรูว์ ล็อคคีย์
"คุณไม่จำเป็นต้องอยู่ในวงการอาชญากรรมนานหรอกถึงจะได้เริ่มได้ยินข่าวลือเรื่อง 'ชายในผ้าคลุม' ฉันก็เคยคิดว่ามันแค่เพ้อเจ้อ จนฉันเห็นมันลากคนไปที่คอมพาวด์น่าขนลุกนั่น อากอส ไม่ว่าคุณจะเรียกเขาว่าอะไร เขามีอยู่จริงๆ และในพื้นที่แถบนี้ คุณก็จะสัมผัสเขาได้ในอากาศเลยล่ะ"
— คารอล ไลแลค
"คนอื่นๆเขาว่าผมบ้าไปแล้ว แต่ผมสาบานเลยว่าอากอสช่วยผมมาจากด่าน 94! อย่างน้อยผมก็คิดว่าเขาทำอย่างนั้น… ความเบลอมันทำให้ผมมองเขาไม่ค่อยเห็น แต่ผมก็ไม่สนหรอก! ผมรู้ว่าเขามีอยู่จริง และเขาก็เป็นนางฟ้าผู้พิทักษ์ของเรา!"
— วาลีเรีย มาร์ติเนส
พฤติกรรม:
คุณอาจจะคิดว่าด้วยชื่อเสียงที่ลือลั่นแบบนี้ เราจะสามารถที่จะหารูปแบบในพฤติกรรมของมันได้ แต่นั่นแหละที่เป็นปัญหา แม้จะมีเรื่องราวเกี่ยวกับมันอยู่นับไม่ถ้วน แต่รายละเอียดที่มีอยู่ก็ไม่เคยที่จะมากพอที่จะช่วยให้เราสามารถจับจุดได้ว่ามันทำอะไรได้กันแน่ แค่ความไม่สอดคล้องกันเล็กๆน้อยๆก็มากพอที่จะทำให้ผู้สืบสวนทั่วๆไปคลั่งได้แล้ว และพวกคำให้การใหม่ก็มีแต่จะพะเนินความน่าสบสนไปก็เท่านั้น สิ่งที่เรารู้นั้นมีแค่ ไอ้ชาติหมาจากที่ไหนไม่รู้มาลงเอยอยู่ในแบ็กรูมส์ มองมันเป็นที่ที่จะทำชั่วอะไรก็ได้ตามใจอยาก คิดว่าตัวเองเป็นอาชญากรสุดโชดที่ไม่มีใครกล้าแหยมด้วย เหมือนแจ็กเดอะริปเปอร์ของแบ็กรูมส์
จนได้มารู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกจ้องมองอยู่
แต่มันก็ยังจะทำตัวต่ำทรามต่อไป ก็แค่อาการหวาดระแวงแบ็กรูมส์ทั่วๆไป แค่เพราะอยู่ตัวคนเดียวมานาน แล้วก็ทำงานของมันต่อไป เหยื่อแต่ละรายนั้นคอยดึงมันต่ำลงเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงจุดแตกหัก มีเสียงเคาะดังขึ้นหน้าประตู มันคิดว่าตัวเองจะได้ส่งผู้เคราะห์ร้ายอีกรายไปสู่ภพหน้า
แต่เมื่อประตูนั้นเปิดออก สิ่งที่มันได้เห็นก็กลับไม่ใช่ใบหน้าของเหยื่อ แต่เป็นความเจ็บปวดทั้งหมดที่มันได้สร้างไว้ให้ผู้อื่นซึ่งสั่งสมกันมา ไอ้ชั่วคนนั้นล้มทรุดคุกเข่าและก็ไม่ถูกพบเห็นอีกเลย
ผู้พเนจรทุกคนเคยฟังเรื่องนี้มาไม่รูปแบบใดก็รูปแบบหนึ่ง แต่ข้อความที่มันสื่อก็เหมือนกันในทุกๆแบบ นอกไปจากนี้ แม้ว่าเรื่องพวกนี้จะแทบไม่มีหลักฐานพิสูจน์ แต่ก็ดูเหมือนจะไม่มีใครสงสัยถึงความเท็จจริงของมันเลย แต่เมื่อแทบทุกคนจะมีเรื่องราวเกี่ยวกับอากอสเป็นของตัวเอง มันก็ช่วยไม่ได้ที่คุณจะคิดว่าทั้งหมดมันเป็นแค่เรื่องสตอ
และถ้าเกิดว่ามันไม่ใช่เพราะพวกดวงตา คุณอาจจะถูกก็ได้
ให้ดูเรื่องนี้เป็นตัวอย่าง หมายเหตุจากเอกสารลับของ B.N.T.G. ที่เพิ่งจะถูกนำมาเปิดเผย
หมายเหตุภายใน
ห้ามเผยแพร่หรือคัดลอกเอกสารนี้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากแบ็กรูมส์ นอน-อะไลน์ เทรด กรุ๊ป
ถึงเหล่าบุคลากร
เราขอยืนยันข่าวลือที่กำลังแพร่สะพัดด้วยความเสียใจเป็นอย่างยิ่ง: ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินที่เคารพของเราได้เสียชีวิตลงด้วยสาเหตุที่ไม่เป็นไปตามปกติ ในระหว่างที่เรากำลังไว้อาลัยโศกนาฏกรรมครั้งนี้ ก็ขอให้จดจำไว้ว่าความทุ่มเทของเขาจะเป็นแรงบันดาลใจให้เราก้าวต่อไป
นี่เป็นเพียงเหตุการณ์อีกเหตุในระลอกการก่อกวนการดำเนินงานของเราโดยเจตนา และถึงแม้ระลอกความรุนแรงนี้จะลดลงน้อยลงบ้างแล้ว แต่ก็ขอแนะนำให้บุคลากรทุกคนระมัดระวังตัวเอาไว้ นอกเหนือจากนี้ เราขอให้การพบเห็นใดๆของรูปปั้นหินสูง 2 เมตร ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับตัวละครในเทพนิยายนามว่า "เลดี้จัสติช" ถูกรายงานไปยังคณะกรรมการบริหารอย่างรวดเร็ว
ด้วยจุดประสงค์ในการจะข้ามผ่านโศกนาฏกรรมครั้งนี้ไป เราขอประกาศจัดตั้ง CFO คนใหม่ขึ้นในทันที คุณจะได้พบกับเขาในอีกไม่นาน เนื่องจากที่เราตั้งใจจะทำการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ให้กับภาคธุรกิจของเรา
สุดท้ายนี้ เราต้องการที่จะประกาศว่าเราได้ทำการติดต่อไปยัง G.O.I. "ดวงตาแห่งอากอส" แล้ว ซึ่งได้ออกมาอ้างความรับผิดชอบในการจู่โจมบุคลากรของเรา พวกเขาได้มอบเอกสารที่มีข้อกล่าวหาต่างๆสำหรับผู้ที่ถูกเพ่งเล็งทั้งหมด และแม้ว่าเราจะไม่สามารถยืนยันความเท็จจริงของมันได้ในขณะนี้ เราก็มีเจตนาที่จะตรวจสอบเอกสารของพวกเขาและสำรวจหนทางไปสู่ความปกติ
ขอบคุณพวกท่านสำหรับเวลา งาน และความภักดีอย่างต่อเนื่อง
ด้วยความเคารพ
คณะกรรมการบริหาร
ชีววิทยา:
เรานั้นหมดปัญญาในทุกหนทางแล้ว พูดจริงๆเลย ทุกๆคนที่สัมภาษณ์ในหัวข้อนี้ให้คำตอบที่ต่างกันไปเกี่ยวกับรูปลักษณ์ของไอ้… สิ่งนี้ ยมทูตสวมชุดคลุมสีดำ, รูปปั้นนางฟ้าที่มีดาบทำจากหิน, ตำรวจสืบสวนไม่มีใบหน้าที่ถูกล้อมรอบไปด้วยดวงตานับร้อยๆ, นักล่าค่าหัวที่มีโซ่ตรวนพันอยู่เต็มตัว… ขนาดแค่รูปร่างของมันเราก็ระบุให้ตรงกันไม่ได้ แล้วจะให้มาหวังอะไรกับรายงานชีววิทยา เราแยกแทบไม่ออกด้วยซ้ำว่าครึ่งหนึ่งของรายงานที่เข้ามาเป็นเอ็นทิตี้ประเภทใหม่ หรือจินตนาการของคนรายงานเอง แล้วก็ต้องมากรองหาอากอสเพิ่มเข้าไปอีก การจะระบุตัวมันเนี้ยมันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
สิ่งที่ทำให้มันยากขึ้นไปอีกก็คือคำให้การที่มันขัดกัน มันมีเรื่องราวอยู่หลายๆเรื่องที่อากอสนั้นสลายหายไปในอากาศด้วยน้ำมือของเอ็นทิตี้สักตัวหนึ่ง แล้วก็กลับมาปรากฏขึ้นใหม่สัปดาห์ถัดมาในคำให้การครั้งต่อไป มันมีรายงานว่าอากอสวิ่งผ่านของแข็งได้เพื่อที่จะตามตัวคู่ต่อสู้ ไม่ใช่โนคลิปนะ แค่ผ่านไปเลย ไม่ว่ามันจะเป็นอะไรในกรณีนั้น แต่ไอ้สิ่งนี้มันก็ไม่ปฏิบัติตามความเข้าใจในปัจจุบันของเราเกี่ยวกับชีวภาพ
สำหรับคำถามที่ว่ามันกำลังเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เราก็รู้เท่าๆกันกับคนอื่นๆนี่แหละ
การค้นพบ:
ไม่มีใครรู้ว่าอากอสอยู่มานานแค่ไหนแล้ว ขนาดองค์กรของมันเองก็ยังไม่รู้ กลุ่มดวงตามีบันทึกของปฏิบัติการณ์ตั้งแต่ของสมัยผู้สูญหาย ในแง่ดี อย่างน้อยนั่นก็พอจะเป็นจุดให้เริ่มค้น มีสิ่งหนึ่งที่แน่ชัด คืออากอสมันแก่ โคตรจะแก่ มันเป็นเหมือนกับกฎระเบียบที่มีอยู่มาตลอด มากกว่ามันจะเป็นบุคคลซะอีก
เราไม่ได้แสดงความมีมิตรไมตรีจิตอันศักดิ์สิทธิ์นี้มาตลอด
กระทั่งข้าเองก็จดจำช่วงเวลาก่อนหน้าไม่ค่อยจะได้ ในแต่ละวันที่ผ่านพ้นไป ความทรงจำของข้าก็เริ่มจางหายไปทีละอัน เพื่อที่จะให้ได้มีการเปลี่ยนแปลง การจะเก็บรักษาความทรงจำไว้คือการยึดติดกับอดีต ซึ่งเป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามกับจุดประสงค์ของเรา
แต่แม้จะในความมัวหมองนี้ มันก็มีความทรงจำอันหนึ่งที่ข้าไม่อาจลืมได้ ความทรงจำที่ข้าจะต้องไม่ลืม
เป็นราคาที่ข้าต้องจ่ายไปโดยตลอดสำหรับสิ่งที่ข้าละเมิด
ช่วงเวลาก่อนการล่าไร้สิ้นนั้นคือช่วงแห่งจินตนิมิต แนวคิดเช่นกฎและระเบียบเป็นสิ่งที่แปลกปลอมสำหรับเรา เราเป็นจอมเลห์กล เป็นผู้หลอกลวง ในขณะที่เผ่าพันธุ์ของเจ้ากำลังเสพสุขอยู่ในเนื้อหนังใหม่ เราก็พยายามจะทำลายแม่แบบที่คอยปิดกั้นสปีชีย์ของเจ้าเอาไว้ เหมือนกับผู้ที่มาก่อนหน้า เราทดสอบเจ้า ช่วยเจ้าเติบใหญ่ ช่วยเจ้าวิวัฒนา
อย่างน้อย นั่นก็เป็นแผนของเรา
เราสิ่งดึกดำบรรพ์นั้นเก่าแก่โบราณ เราจำช่วงที่โลกของเจ้าเบิกบานออกมาเป็นสรวงสวรรค์สีฟ้าเขียนอันสวนงามได้ เราจำได้ถึงการเฝ้ามองสัตว์ตัวแรกที่เริ่มเดินบนผืนดิน
เราเทิดทูนสิ่งสรรค์สร้างมาตลอด มันมอบบางสิ่งที่เราไม่อาจมอบได้ เรานั้นเป็นเพียงเศษกระจกของบานกระจกที่แตกไปนานแล้ว ซึ่งก็ประกอบสิ่งที่เจ้าเรียกว่า "ความเป็นจริง" ขึ้น เราทำได้เพียงเฝ้าสังเกต เพียงลอกเลียน สิ่งสรรค์สร้างเป็นจุดเริ่มต้นของเรา เป็นสิ่งที่ช่วยเราให้รอดพ้น และเป็นชะตาลิขิตของเรา แม้จะสำคัญถึงเพียงนี้สำหรับการมีอยู่ของเรา เราก็ไม่เคยที่จะฉุกคิดว่ามันจะมีสิ่งอื่นที่อยู่เหนือมันไปอีก
เรานั้นช่างไร้เดียงสา
มันมีหลายสิ่งบนโลกใบนี้ที่ศักดิ์สิทธิ์ นั่นเรารู้มาตลอด
แต่เราก็ไม่เคยที่จะรู้ว่าทำไมถึงต้องเป็นเช่นนั้น
และมันก็ได้สังเกตเห็นเรา
มันปรากฏขึ้นจากลำแสงศักดิ์สิทธิ์ โลกของเราถูกกลับตาลปัตรในทันทีที่เราเห็นปีศาจที่พวกเจ้าสร้างเริ่มจะก่อร่างขึ้น เหมือนกับเรา ชิ้นส่วนกระจกอีกชิ้นได้เริ่มสะท้อนภาพของเจ้า
แต่มันก็มีบางอย่าง… ที่ต่างไปในอันนี้
มันไม่ใช่แค่เพียงบานกระจก แต่มันนั้นเป็นแสงที่สาดส่อง
ไม่ทันได้หันหัว พวกพ้องของข้าก็เริ่มร่วงหล่น การกระทำของพวกเขาได้ถูกถือว่าป่าเถื่อน ไม่เป็นระเบียบ
ข้าไม่อาจทนให้มีความทุกข์ทรมานนี้ต่อไปได้
ข้าเริ่มที่จะเจรจากับผู้อาศัยใหม่ตนนี้ ภายใต้ผ้าคลุมของมัน จะต้องมีตัวตนที่มีจิตวิญญาณอยู่เป็นแน่ ตัวตนที่มีเหตุผลและความเข้าใจในการประนีประนอม ข้าเชื่อมาเสมอว่าเนื้อแท้ในจิตวิญญาณจะเป็นภาพสะท้อนไปยังความจริงที่พวกเขาเชื่อถือ
ข้าคิดผิด
มันบังคับให้ข้าทำข้อตกลง พรรคพวกของข้าจะต้องออกไปนอกสรวงสวรรค์และถูกเนรเทศ นอกสายตาของผู้มองเห็นทุกสรรพสิ่ง แต่มีอิสระที่จะใช้ชีวิตได้ตามตัวตนที่แท้จริง
แต่มันก็มีสิ่งที่ต้องแลก ธรรมชาติอันป่าเถื่อนที่เรามีได้ถูก… เจือลง ถูกกักขัง เราไม่ได้เป็นอิสระ เราเพียงแค่ได้เข้ามาอยู่ในกรงที่หรูหราก็เท่านั้น เพื่อที่จะให้ข้อตกลงของเราสำเร็จลุล่วง เราจะต้องปฏิบัติตามวิถี "ใหม่" ไม่เช่นนั้นข้อตกลงนี้จะถูกยกเลิก
ข้านั้นช่างโง่เขลา คิดว่าตนเองฉลาด "ได้เป็นแน่!" ข้าคิด "เมื่อถูกปล่อยให้อยู่ลำพังแล้ว เราก็จะกลับไปทำตามวิถีของเราได้อย่างสงบสุข!"
ข้ายอมรับข้อตกลง และตามคำของมัน แสงก็ปล่อยเราไว้ให้อยู่ลำพัง
แต่เมื่อมีแสงสว่าง ก็จะต้องมีความมืดอยู่ด้วย
ข้าตื่นมาเช้าหนึ่งในบ้านแห่งใหม่ของเรา แล้วก็ได้พบความมืดที่เหนียวหนืดกำลังปลุกคลุมพื้นดินอยู่ ร่างพรรคพวกของข้าร่วงล่นไปทีล่ะคน ในขณะที่พวกเขาถูกกลืนกินอยู่ สหายร่วมรบได้ถูกบังคับให้เข่นฆ่าพวกพ้องของตนเอง ทั้งเพื่อนและครอบครัว เพราะความตายนั้นดีกว่าอีกหนทางหลายขุม
ไม่นาน ก็ได้เหลือเพียงพวกเราสี่ตน
มันจากไป และก็ได้มอบคำเตือนเอาไว้
ข้าไม่เพียงแค่ได้ทำข้อตกลงกับชายผู้นั้น ข้าได้ทำข้อตกลงกับโลกทั้งใบ
ตุลาการสีขาว
เพชฌฆาตสีดำ
ทั้งหมดเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องจักร เครื่องจักรที่ผู้มีปัญญาควรให้ความเคารพ


