เอ็นทิตี้ TH-12 - "น้ำไร้กลีบใบ"
คะแนน: +8+x

{$title}ภาษา:


INT-flag.png
flag-saudi-arabia2x.png
china
flag-germany2x.png
uk
spain
france
indonesia
italy
KO
poland
portugal
russia
thai
toki
vietnam
หมายเลขเอ็นทิตี้: TH-12 ความอันตราย: 0
ถิ่นที่อยู่: พื้นที่อุณหภูมิร้อนสูง ความฉลาด: E-

ลักษณะโดยรวม

%D9%82%D9%86%D8%AF%DB%8C%D9%84_%D9%87%D8%A7%DB%8C_%DB%8C%D8%AE%D8%8C_%D8%A8%D8%B1%D9%81_%D9%82%D9%85._%D8%A7%DB%8C%D8%B1%D8%A7%D9%86_07.jpg

น้ำไร้กลีบใบสองต้นที่ถูกถ่ายโดย เจ้าหน้าที่ กอบ.

เอ็นทิตี้ TH-12 มีนามเรียกว่า "น้ำไร้กลีบใบ" เป็นเอ็นทิตี้ชนิดหนึ่งที่ถูกจัดไว้ในประเภทพืชพันธุ์ พวกมันมีรูปลักษณ์ที่คล้ายกับแท่งน้ำแข็งย้อยกลับหัว โดยที่ส่วนใหญ่จะสามารถพบอยู่กันเป็นกระจุกๆ

แม้จะไม่สามารถเรียกว่าเป็นพืชได้อย่างเต็มตัว1 เพราะโครงสร้างที่เรียบง่ายของเอ็นทิตี้ TH-12 ที่ปราศจากกลีบ, กิ่ง, หรือราก ประกอบขึ้นจากสสารชนิดหนึ่งที่มีโมเลกุลคล้ายน้ำ ซึ่งบิดเกลียวจากฐานขึ้นไปในรูปของวงแหวน ก่อนจะแข็งตัวกลายไปเป็นน้ำแข็ง โดยจะมีปลายหัวแหลมขึ้นเป็นหนามหนึ่งถึงสองหัว พื้นผิวของน้ำไร้กลีบใบจะมีความใสจนสามารถมองทะลุผ่านได้ โดยที่จะมีหยดน้ำควบแน่นขึ้นจากอุณหภูมิเย็นโดยรอบ และเกาะอยู่ตามลำต้นของมัน

ชีววิทยา

โครงสร้างโดยรวมของส่วนลำต้นนั้น จะประกอบไปด้วยโครงส่วนนอก ที่เป็นวงเวียนเปลือกน้ำแข็ง และแก่นกลางที่จะเป็นวัสดุกึ่งแข็ง2 ซึ่งก็ประกอบขึ้นจากสสารชนิดเดียวกับเปลือกก่อนแข็งตัว ส่วนหนึ่งของลำต้นนั้นจะเจาะลึกลงไปใต้พื้นผิวของบริเวณที่มันเติบโตอยู่ และงอกลงไปในอัตราเดียวกันที่ส่วนด้านบนเติบโต ด้วยวิธีนี้ น้ำไร้กลีบใบจึงสามารถเติบโตได้เกือบจะบนทุกๆวัสดุ เช่น หิน, ดิน, ทราย กระทั่งวัสดุที่ไม่เป็นธรรมชาติ อย่าง คอนกรีต

น้ำไร้กลีบใบมีคุณสมบัติในการดูดซับความร้อน และปล่อยอุณหภูมิเย็นที่ราวๆ 0 ถึง -5 °C ออกมาแทนที่ พวกมันมักจะเติบโตอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีความร้อนสูง จึงมีการสันนิษฐานว่ามันได้รับสารอาหารผ่านกระบวนการนี้ ทีแรกการค้นพบนี้ก็ไม่ได้เป็นที่สนใจใดๆ ก่อนเกิดเหตุการณ์ลักลอบเพาะพันธุ์อย่างไม่มีการควบคุม จนทำให้เอ็นทิตี้ TH-12 กลายไปเป็นภัยคุกคาม3

สสารคล้ายน้ำที่ประกอบเอ็นทิตี้ TH-12 ขึ้นนั้น จะมีรสหวานอ่อนๆ ถึงแม้สสารนี้จะไม่เป็นอันตรายในการบริโภค แต่มันก็ไม่ได้มีคุณค่าทางโภชนาการที่มากนัก4 ต่างไปจากผลผลิตของมัน เอ็นทิตี้ TH-12 นั้นมีความสามารถที่จะออกผลได้ โดยผลนี้ก็จะถูกเรียกว่า "ผลเหมันต์" ซึ่งมีรสชาติที่หวานเข้มข้นกว่าลำต้นของตัวเอ็นทิตี้ อีกทั้งยังมีคุณค่าทางโภชนาการมากกว่าหลายเท่าตัว จึงทำให้น้ำไร้กลีบใบถูกปลูกไว้ให้ออกผลโดยกลุ่มต่างๆ สามารถหาอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ส่วนการควบคุม

การขยายพันธุ์

น้ำไร้กลีบใบจะอาศัยสิ่งมีชีวิตอื่นในการหว่านเมล็ดของผลเหมันต์เช่น มนุษย์ หรือผ่านปรากฏการณ์ของแบ็กรูมส์ที่จะให้กำเนิดพวกมันในทางใดทางหนึ่ง สำหรับวิธีการหว่านเมล็ด หลังจากที่ผลของมันนั้นได้ถูกปาลงไปบนพื้น หรือเมื่อถูกวางไว้ให้ละลายในที่ใดที่หนึ่ง5 เมล็ดนี้ก็จะค่อยๆเติบโตด้วยตัวของมันเอง ซึ่งระยะเวลาในการเจริญเติบโตของเอ็นทิตี้ชนิดนี้ ถือได้ว่ามีความรวดเร็วที่ค่อนข้างสูง: เมล็ดพันธุ์ของเอ็นทิตี้จะใช้เวลาเพียงแค่ 2 อาทิตย์ ก่อนจะเติบใหญ่จนกลายไปเป็นเอ็นทิตี้ TH-12 อย่างสมบูรณ์แบบ

ส่วนการออกผลนั้น จะใช้ระยะเวลาเพียงแค่หนึ่งเดือน ผลผลิตจะค่อยๆปรากฏขึ้นมาตามลำต้นของเอ็นทิตี้ TH-12 ประมาณ 10-15 ลูก มีการสันนิษฐานเบื้องต้นไว้ว่า น้ำไร้กลีบใบจะค่อยๆนำพาความหวานไปยังส่วนที่จะออกผลต่างๆตามลำต้นของมัน แล้วมุ่งเน้นการปล่อยความเย็นไปยังส่วนๆนั้น พบว่านอกเหนือไปจากมนุษย์แล้ว เอ็นทิตี้ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ให้ความสนใจกับผลของมันมากนัก

พฤติกรรม

น้ำไร้กลีบใบ จะอยู่นิ่งๆ ไม่กระทำการใดๆ นอกจากจะเจริญเติบโตและออกผลเป็นระยะๆ พวกมันแทบที่จะไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งใด มีแต่พวกมันเองที่จะถูกกระทำโดยสิ่งมีชีวิตอื่น เอ็นทิตี้ TH-12 จึงไม่มีอุปนิสัยพิเศษใดๆที่บ่งชี้ได้ว่าพวกมันเป็นอันตราย — ยกเว้นคุณสมบัติของพวกมันเมื่อถูกปลูกอยู่ติดๆกันอย่างแออัด

อัพเดท 4/1/2560: น่าสนใจที่ว่าวัชพืชสื่อสาร หากอยู่ในบริเวณที่ใกล้เคียงกับน้ำไร้กลีบใบ พวกมันจะทำการขยับรากของมันมาใกล้เอ็นทิตี้ดังกล่าว แต่ก็จะไม่ได้กระทำการรุนแรงใดๆ หลังจากที่มีการศึกษาเพิ่มเติม ก็ได้พบว่าวัชพืชสื่อสารนั้นจะดูดซึมสารอาหารไปจากน้ำไร้กลีบใบ โดยมันก็จะช่วยในการขยายพันธุ์ของน้ำไร้กลีบใบด้วยการควบคุมให้รากเขย่าและปัดผลเหมันต์ออกไปที่อื่น ไม่ทราบแน่ชัดว่าเอ็นทิตี้ทั้งสองชนิดนี้เริ่มมีปฏิสัมพันธ์ในลักษณะนี้เมื่อช่วงเวลาไหน แต่มันก็เป็นการค้นพบที่สำคัญอย่างหนึ่งเกี่ยวกับระบบนิเวศภายในคลัสเตอร์ TH ของแบ็กรูมส์

การควบคุม

เดิมที เอ็นทิตี้ TH-12 ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องถูกควบคุม แต่ก็ได้มีการลักลอบปลูกน้ำไร้กลีบใบภายในด่านที่มีสามารถอยู่อาศัยได้ และยังได้ปรับแต่งพันธุ์ของพวกมันจนนำไปสู่การแพร่พันธุ์ที่เกินการควบคุม ทำให้ด่านที่เคยอยู่อาศัยได้นั้นถูกเปลี่ยนแปลงสภาพไป:

เหตุการณ์ "กัดเซาะ"

ด่าน TH-38 เดิมที่เคยเป็นหนึ่งในด่านที่มีความเจริญทางด้านระบบนิเวศและอาณานิคมมากที่สุด ก่อนที่จะมีการนำเข้าเมล็ดผลเหมันต์เข้ามาเพื่อทำการเพาะพันธุ์ฟาร์มน้ำไร้กลีบใบโดยนักเดินทางและกลุ่มภายในด่าน หนึ่งในนั้นคือสมาคมผู้สมคบค้า สืบเนื่องมาจากความต้องการผลเหมันต์และความยากในการขนส่งที่เพิ่มมากขึ้นในเวลานั้น

เคยมีการวิพากษ์วิจารณ์ และแม้กระทั่งออกเสียงสั่งห้ามโดยผู้อาศัยทั่วไปภายในด่านมาแล้วหลายครั้ง แต่ก็ถูกเพิกเฉยไป การลักลอบปลูกน้ำไร้กลีบใบในพื้นที่ต่างๆของด่าน และแก้ไขสายพันธุ์อย่างไร้การควบคุมดูแล ได้ทำให้อุณหภูมิของด่านลดต่ำลงจนติดลบ สภาพแวดล้อมของด่าน TH-38 จึงค่อยๆถูกแช่แข็งและเปลี่ยนแปลงไปในที่สุด สามารถที่จะหาอ่านข้อมูลเพิ่มเติมและรายละเอียดได้ในเพจของด่าน TH-38

หลังจากที่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ก็ได้มีการบุกระงับการเพาะพันธุ์น้ำไร้กลีบใบในด่านหลายด่าน ซึ่งบางด่านก็เกือบกลายสภาพไปเป็นเช่นเดียวกันกับด่าน TH-38 แล้ว ทางกลุ่มอนุรักษ์แบ็กรูมส์ที่เป็นผู้ควบคุมสถานการณ์นี้ในอดีต จึงออกมาตรการร่วมกับสมาคมสบคบค้าเพื่อเข้าควบคุมการปลูกฟาร์มน้ำไร้กลีบใบทั้งหมด:

  • ต้องยื่นร้องขอความเห็นด้วยในการเพาะพันธุ์เอ็นทิตี้
  • ห้ามลักลอบปลูกน้ำไร้กลีบใบโดยไม่ได้รับอนุญาต
  • อย่าขว้างปาผลเหมันต์ของน้ำไร้กลีบใบที่พบในด่าน TH-38
  • ทำการแจ้งให้กลุ่มหลักๆทราบ เมื่อพบเห็นน้ำไร้กลีบใบในจำนวนมาก

การค้นพบ

เอ็นทิตี้ TH-12 ถูกค้นพบนับตั้งแต่ปีแรกๆของการสำรวจคลัสเตอร์ TH ในตอนแรกมันถูกมองเป็นแค่สิ่งก่อสร้างประหลาด ที่ให้กำเนิดลูกบอลหิมะ6 ก่อนที่กลุ่มอนุรักษ์แบ็กรูมส์จะถูกก่อตั้งขึ้น และทำการค้นคว้าคลัสเตอร์ TH ใหม่ ซึ่งก็นำพามาสู่การค้นพบและศึกษาน้ำไร้กลีบใบในท้ายที่สุด

สิ่งที่ควรและไม่ควรทำ

สิ่งที่ควรทำ

  • เก็บรวบรวมผลผลิตของน้ำไร้กลีบใบหากมีโอกาส
  • เพาะปลูกเพื่อผลผลิตในปริมาณที่พอเหมาะ เมื่อได้รับการอนุญาตก่อนแล้ว
  • รายงานการมีอยู่ของน้ำไร้กลีบใบในจำนวนที่มากเกินปกติ

สิ่งที่ไม่ควรทำ

  • การจับต้องลำต้นของพวกมันเป็นระยะเวลานาน อาจทำให้มือของคุณชาและติดอยู่กับลำต้น
  • ขว้างปาผลเหมันต์เล่น โดยเฉพาะอันที่มาจากด่าน TH-38
  • ลักลอบเพาะปลูกเอ็นทิตี้ TH-12 ในด่านที่มีระบบนิเวศอยู่

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License