| หมายเลขเอ็นทิตี้: TH-2 | ความอันตราย: 4 |
| ถิ่นที่อยู่: ด่านในร่ม | ความฉลาด: E |
ภาพของปากธรณีที่กำลังพรางตัวไปกับพื้น
ลักษณะโดยรวม
ปากธรณีเป็นเอ็นทิตี้ประเภทกลมกลืนที่แฝงตัวอยู่ตามพื้นของด่านต่างๆ ซึ่งสามารถสังเกตได้จากพื้นผิวที่มีความเสื่อมโทรมไปจากบริเวณรอบข้าง
ชีววิทยา
โครงสร้างโดยรวมของปากธรณีจะมีลักษณะคล้ายนาฬิกาทราย โดยแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนบน ส่วนกระเปาะบนและส่วนกระเปาะล่าง โดยพวกมันจะมีเปลือกที่ทำมาจากสสารบางอย่างที่สามารถเลียนแบบพื้นผิวโดยรอบได้1 เช่น ไม้หรือคอนกรีต2
ภาพโครงสร้างร่างกายของปากธรณีที่ถูกวาดโดยเจ้าหน้าที่ กอบ.
ส่วนบนที่ผู้พเนจรสามารถมองเห็นได้ ซึ่งเรียกกันทั่วไปว่า "ฝา" เป็นอวัยวะที่สร้างจากสสารเดียวกับเปลือกของพวกมัน ตัวฝานี้เป็นทรงกลมหรือวงรีและมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 80-100 เซนติเมตร ฝานี้ทำหน้าที่เหมือนปากของปากธรณี โดยหากมีมนุษย์หรือเอ็นทิตี้มายืนอยู่ด้านบนและมีน้ำหนักมากพอ3 ฝาจะเปิดลงคล้ายกับประตูกลทำให้เหยื่อตกลงไปยังกระเปาะด้านล่างทันที
ส่วนกระเปาะบนของปากธรณี ซึ่งเรียกกันทั่วไปว่า "หลอดอาหาร" ตามที่กล่าวไปว่าปากธรณีมีรูปทรงคล้ายนาฬิกาทราย หลอดอาหารก็เลยเหมือนส่วนกระเปาะบนของนาฬิกาทราย ตัวผนังของส่วนนี้จะมีเมือกลื่นๆ เพื่อให้เหยื่อไม่สามารถปีนออกไปได้หรือเตรียมตัวได้ทัน หลังจากนั้น เหยื่อก็จะถูกส่งไปยังส่วนสุดท้าย ซึ่งก็คือส่วนกระเปาะล่าง
ส่วนกระเปาะล่างของปากธรณี ซึ่งเรียกกันทั่วไปว่า "กระเพาะ" โดยก่อนที่เหยื่อจะตกลงมาถึงส่วนนี้ พวกเขาจะติดอยู่ชั่วครู่บริเวณช่องแคบระหว่างกระเปาะบนและล่างซึ่งเคลือบด้วยเมือกที่เหนียวอย่างมาก ทำให้เหยื่อติดอยู่ตรงบริเวณดังกล่าวชั่วขณะ ก่อนทจะถูกดึงลงมายังส่วนนี้ ภายในกระเปาะล่างมีหนวดจำนวนมาก4 หนวดเหล่านี้มีต่อมสำหรับปล่อยน้ำย่อยออกมาพร้อมทั้งใช้ในการจับและดึงเหยื่อให้แนบชิดกับผนังภายใน
การขยายพันธุ์
เมื่อปากธรณีได้รับอาหารเพียงพอ ขนาดของพวกมันจะเพิ่มขึ้นประมาณ 1 เซนติเมตร5 และเมื่อขยายตัวจนมีขนาดเป็นสองเท่าของเดิม พวกมันจะสามารถแยกร่างออกเป็นสองตัว โดยแต่ละตัวจะมีขนาดเท่ากับขนาดเริ่มต้น อย่างไรก็ตาม จากหลักฐานและการศึกษาพบว่า กระบวนการเติบโตนี้ใช้เวลานานถึง 13–19 ปี จึงทำให้ประชากรของพวกมันไม่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ อายุขัยของปากธรณีจัดว่าค่อนข้างสั้น โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 60–69 ปี6 ซึ่งเมื่อเทียบกับระยะเวลาที่ต้องใช้ในการขยายพันธุ์แล้วถือว่าไม่สมดุลนัก จึงถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จำกัดจำนวนของพวกมันในธรรมชาติ
พฤติกรรม
ปากธรณีถือเป็นเอ็นทิตี้ที่ไม่ค่อยเคลื่อนไหวมากนัก และมักจะพรางตัวไปกับพื้นผิวของด่านที่มันอาศัยอยู่7 พวกมันสามารถอดอาหารได้นานหลายเดือนเพื่อรอคอยเหยื่อ แต่บางครั้งพวกมันก็ย้ายไปอยู่จุดอื่นด้วยการเคลื่อนที่ที่คล้ายกับปลาว่ายทวนกระแสน้ำในความเร็วที่ค่อนข้างต่ำ8
การล่าเหยื่อ
วิธีการล่าเหยื่อของพวกมันคือการรอให้มีเหยื่อเดินมาเหยียบที่ฝาของพวกมัน9 เมื่อเหยื่อตกลงมายังส่วนกระเพาะแล้วก็จะถูกหนวดภายในรัดแขนและขา เหยื่อจะถูกลำเลียงไปยังพื้นที่ที่ยังว่างอยู่ของกระเพาะแล้วปล่อยน้ำย่อยออกมา การย่อยเหยื่อนั้นใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์โดยเหยื่อจะยังคงมีชีวิตอยู่ตลอดกระบวนการย่อยนี้ เมื่อปากธรณีย่อยเหยื่อจนหมดแล้ว เศษกระดูก โลหะและของแข็งอื่นๆ ที่ไม่สามารถย่อยสลายได้จะถูกขย้อนออกมา หลังจากนั้น พวกมันจะค่อยๆ เคลื่อนที่ออกจากบริเวณเดิมเพื่อไปหาตำแหน่งใหม่ที่มีโอกาสพบเหยื่อมากกว่า
การควบคุม
ปากธรณีนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องมีการควบคุมประชากร ด้วยเหตุผลหลายประการที่ส่งผลต่ออัตราการอยู่รอดและการขยายพันธุ์ของพวกมัน โดยถ้าไม่นับการขยายพันธุ์ที่ค่อนข้างช้า พฤติกรรมการกินแบบไม่เลือกของพวกมันเองก็กลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยควบคุมจำนวนของพวกมันเช่นกัน ปากธรณีนั้นไม่มีความสามารถในการแยกแยะได้ว่าสิ่งที่ตกลงมาในกระเพาะของพวกมันเป็นอาหารหรือไม่ มันจะกลืนทุกสิ่งที่สัมผัสกับตัวฝาของมันโดยสัญชาตญาณ แต่ถ้าสิ่งของนั้นไม่สามารถย่อยได้ เช่น วัตถุที่ทำจากโลหะ วัสดุก่อสร้าง หรือสิ่งของที่มีน้ำหนักมากเกินไป มันก็จะพยายามขย้อนสิ่งนั้นออกมา
อย่างไรก็ตาม หากสิ่งของนั้นมีน้ำหนักมากเกินกว่าที่กระเพาะของพวกมันจะขย้อนออกมาได้หรือมีรูปร่างที่ไม่เหมาะสม เช่น ของมีคม ขอบแหลม หรือมีส่วนผสมของสารเคมีอันตราย สิ่งเหล่านี้อาจติดค้างอยู่ภายในระบบย่อยอาหารของปากธรณีอย่างถาวรและทำให้พวกมันบาดเจ็บ
อย่างไรก็ตาม หากมีการพบปากธรณีใกล้กับอาณานิคมหรือเขตที่อยู่อาศัยของมนุษย์ ก็จะมีการกำจัดพวกมัน โดยเมื่อปากธรณีตายแล้ว ร่างของมันจะเข้าสู่กระบวนการที่เนื้อเยื่อของมันจะค่อยๆ แข็งตัวอย่างช้าๆ และโพรงว่างภายในปากธรณีจะถูกเติมเต็มด้วยพื้นผิวของด่านนั้นๆ10
การค้นพบ
ปากธรณีถูกค้นพบเป็นครั้งแรกตั้งแต่วันแรกของการสำรวจคลัสเตอร์ TH โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อกลุ่มนักเดินทางกลุ่มหนึ่งสามารถเดินทางเข้าสู่ด่าน TH-3 ได้สำเร็จ ขณะนั้น พวกเขาก็กำลังสื่อสารผ่านวิทยุกับอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งสำรวจด่าน TH-1 อยู่ อย่างไรก็ตาม ระหว่างการสื่อสาร เสียงจากด่าน TH-3 ขาดหายไปอย่างกะทันหัน วิทยุของกลุ่มในด่าน TH-1 ได้แสดงเสียงสุดท้ายซึ่งเป็นเสียงบางสิ่งที่กำลังหักตามด้วยเสียงกรีดร้องของกลุ่มนักเดินทางดังกล่าว เมื่อกลุ่มจากด่าน TH-1 เดินทางไปถึงพื้นที่ดังกล่าว พวกเขาพบเพียงหนึ่งในสมาชิกของกลุ่มในด่าน TH-3 ยังคงมีชีวิตอยู่ ซึ่งหลังจากเหตุการณ์นี้ก็นำไปสู่การค้นพบปากธรณี
สิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำ
สิ่งที่ควรทำ
• การสังเกต
นักเดินทางสามารถสังเกตการมีอยู่ของปากธรณีได้จากฝาของพวกมัน ซึ่งมักจะดูโทรมกว่าพื้นที่โดยรอบ หากเป็นพื้นไม้ จะมีลักษณะเป็นรอยขีดข่วน แตก หรือสีซีดจางกว่าปกติ หากเป็นพื้นปูนหรือคอนกรีต มักมีรอยแตกและร้าวผิด โดยเฉพาะในด่านที่มีพื้นผิวค่อนข้างเก่า รอยแตกของฝาอาจยาวและลึกกว่ารอยอื่นจนสังเกตได้ชัดเจน
• หากตกลงไป
หากนักเดินทางเผลอตกลงไปในปากของพวกมัน สิ่งแรกที่ต้องทำคือ 'ตั้งสติ' อย่าพยายามปีนกลับขึ้นไปเพราะจะยิ่งทำให้เสียพลังงานโดยเปล่าประโยชน์ ให้รีบนำของมีคมที่นักเดินทางพกติดตัว แทงไปที่ผนังด้านในของมัน เพื่อยึดตัวไม่ให้ไหลลงไปลึกกว่าเดิม หากโชคดี มันอาจขย้อนคุณออกมาได้ในทันที แต่หากไม่ ให้คุณพยายามแทงผิวของมันซ้ำๆ จนกว่ามันจะยอมขย้อนคุณออกมา11
สิ่งที่ไม่ควรทำ
• การใช้สารเคมี
หากนักเดินทางพยายามใช้สารเคมีเทใส่ภายในกระเพาะของปากธรณี แม้จะเป็นวิธีที่ช่วยให้หลุดออกมาได้แน่นอน แต่ของเหลวที่ถูกขย้อนออกมาพร้อมกับสารเคมีนั้น อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายอย่างรุนแรง จึงควรใช้วิธีนี้เป็นอย่างสุดท้ายเท่านั้น
• การใช้มันเป็นที่ทิ้งขยะ12
ถึงแม้จะมีกลุ่มบางกลุ่มที่ใช้ปากธรณีในการกำจัดซากเอนทิตี้ หรือแม้แต่ซากมนุษย์ แต่การโยนขยะหรือสิ่งของที่ไม่สามารถย่อยได้ เช่น โลหะ หรือวัสดุก่อสร้าง ก็อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อตัวนักเดินทางได้ ตัวอย่างเช่น หากปากธรณีขย้อนเศษเหล็กออกมา เศษเหล่านั้นอาจพุ่งใส่ผู้ที่อยู่ใกล้โดยไม่ทันตั้งตัว


