ข้อมูล
นี้คือผลงานชิ้นแรกที่ผมนับนะครับ
ผู้เขียน: USSFeel
ผมต้องขอบคุณ Guy777กับ
Kitachi4Moonที่กรองคำให้ผม
และMrXacที่เป็นต้นไอเดียผม ขอบพระคุณทั้งสามมากนะครับ
| หมายเลขเอ็นทิตี้: TH-3 | ความอันตราย: 4 |
| ถิ่นที่อยู่: บริเวณความเข้มข้นมากกว่า 70 คส. | ความฉลาด: F |
ภาพปกหัวข้อกลุ่มฟังไจไร้ซากอินทรีย์ในหนังสือการุณยฆาตชีวาตน
ลักษณะโดยรวม
เอ็นทิตี้ TH-3 หรือที่รู้จักในนาม"บุษบานิทรา" คือฟังไจลักษณะคล้ายพืชในวงศ์บานเย็นของฟรอนท์รูมส์ ซึ่งจะมีพิษฤทธิ์รุนแรงอยู่บนส่วนดอก
ชีววิทยา
บุษบานิทราจะประกอบขึ้นจากไมซีเลียม1เป็นหลัก อวัยวะเช่น กลีบดอก กลีบเลี้ยง แม้กระทั่งก้านชูดอกก็จะมีไมซีเลียมประกอบ ซึ่งโครงสร้างไมซีเลียมของบุษบานิทราก็จะมีความหนาแน่นและการจัดเรียงที่แปลกประหลาดขึ้นอยู่แหล่งอาหารโดยรอบ นักพฤกษศาสตร์ของ กอบ. ได้จัดแบ่งฟังไจเหล่านี้ตามหลักอนุกรมวิธานออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ คือ กลุ่มดูดซึมสสารอเสถียร ไร้ซากอินทรีย์ และกลุ่มดูดซึมสสารอเสถียรและซากอินทรีย์ ในกลุ่มฟังไจกินซากอินทรีย์ โครงสร้างและการจัดระเบียบของเซลล์โดยรวมจะมีลักษณะที่คล้ายคลึงกับเซลล์สัตว์เกือบทุกประการ ทำให้มันมีความแข็งแกร่งและยืดหยุ่นกว่ากลุ่มฟังไจไร้ซากอินทรีย์พอสมควร
กลุ่มฟังไจไร้ซากอินทรีย์ หรืออีกชื่อก็คือ บุษบานิทราสายเอ เป็นชนิดพันธุ์ส่วนใหญ่ที่พบได้ทั่วไป หากแต่มีเงื่อนไขว่าในบริเวณจะต้องมีระดับสสารอเสถียรสูงกว่า 70 คส. ซึ่งการพบเห็นบุษบานิทราสายเอนั้นเป็นเหมือนลางบอกเหตุว่ากำลงอยู่ในพื้นที่อันตรายหรือไม่เสถียร การพบเห็นบุษบานิทราสายเอนั้นเปรียบเสมือนลางบอกเหตุว่าผู้พบกำลังอยู่ในพื้นที่อันตรายหรือไม่เสถียร โดยความถี่ในการพบเห็นบุษบานิทราในพื้นที่ที่มีระดับความเข้มข้นของสสาร ก็นำไปสู่ทฤษฎีการบริโภค2 ซึ่งได้ตั้งสมมติฐานว่าสสารอเสถียร เป็นแหล่งอาหารของบุษบานิทราสายเอ ข้อสนับสนุนประการแรกคือการเติบโตเฉพาะบริเวณ จากการสังเกตรูปแบบการขยายพันธุ์ของสายเอ จึงมีการพบว่าพื้นที่ที่ความเข้มข้นน้อยกว่า 70 คส. จะไม่ปรากฏดอกบุษบานิทราใดๆของสายพันธุ์นี้ ประการที่สอง ในอวัยวะทุกๆส่วนของสายเอ ยกเว้นเกสร จะมีสัดส่วนของสสารอเสถียรในระดับสูง จึงอนุมานได้ว่าแหล่งอาหารของบุษบานิทรานั้นคือสสารอเสถียร โดยสันนิษฐานว่าบุษบานิทราจะทำการบริโภคสสารอเสถียรผ่านตัวไฮฟา เหมือนสิ่งมีชีวิตในอาณาจักรฟังไจทั่วไป
กลุ่มฟังไจกินซากอินทรีย์ หรือบุษบานิทราสายบี เป็นสายพันธุ์ที่แยกมาจากสายเอ ลักษณะภายนอกยังคงเดิม จุดต่างนั้นคือพฤติกรรมการบริโภคซากอินทรีย์นอกเหนือจากสสารอเสถียรตามปกติ สันนิษฐานว่าสาเหตุที่บุษบานิทราสายบีกำเนิดขึ้นเป็นสายพันธุ์ที่บริโภคซากอินทรีย์ เป็นเหตุมาจากการที่สิ่งมีชีวิตได้ทำการสูดสปอร์ของบุษบานิทราเข้าไป และเมื่อสิ่งมีชีวิตนั้นตายลง กระบวนการเจริญเติบโตก็จะเริ่มทำงาน แต่เมื่อภายในซากอินทรีย์มีระดับของสสารอเสถียรน้อยกว่าที่ต้องการ มันจึงเลือกจะบริโภคซากอินทรีย์แทน เนื่องจากภายในสิ่งมีชีวิตจะมีส่วนประกอบของสสารอเสถียรอยู่ภายใน ซึ่งเมื่อผ่านมาได้ระยะหนึ่ง บุษบานิทราสายบีจะกลับมาบริโภคสสารอเสถียรดังเดิม
- อวัยวะพืช -
ภาพบุษบาสีม่วง
เมื่อพบเข้ากับบุษบานิทรา สิ่งแรกที่คุณจะสังเกตเห็นก็คือดอกอันแสนงดงามของมัน ลักษณะดอกจะเป็นรูปกรวย ยาวราวๆ 3-5 ซม. มีแฉกห้าแฉกซึ่งบานออกอย่างสง่างาม จะมีช่อภายในยื่นออกมาจากก้นดอกสี่ถึงห้าช่อ แม้จะมีรูปลักษณ์ที่วิจิตร แต่ส่วนดอกก็เป็นส่วนที่อันตรายที่สุดของบุษบานิทรา เนื่องจากที่บนผิวดอกจะมีเข็มขนาดเพียงไมโครเมตรอยู่ประมาณ 30000-50000 เข็ม ซึ่งมีความคมพอจะทิ่มทะลุชั้นผิวมนุษย์ได้ ส่วนปลายเข็มจะมีสารพิษสีขาวบางประเภทที่หลั่งอยู่ตลอดเวลา โดยมันก็จะมีฤทธิ์ต่อมนุษย์เพียงเท่านั้น ระยะของฤทธิ์จะขึ้นอยู่กับปริมาณสสารอเสถียรภายใน ยิ่งมากก็จะยิ่งยาวนาน3
ปัจจัยหลักในการเย้ายวนให้ผู้เคราะห์ร้ายได้เข้ามาเชยชมและสัมผัสกับดอกก็คือสีสันของดอก บุษบานิทราสายเอจะมีสีทั้งหมดอยู่สี่สีได้แก่ สีชมพู สีน้ำเงิน สีม่วง สีเหลือง และบุษบานิทราสายบีก็จะมีสามสีได้แก่ สีแดง สีแดงเข้ม สีดำ ความแตกต่างของแต่ละสีจะขึ้นอยู่สภาพแวดล้อม โดยสีต่างๆก็จะมีสารพิษที่แตกต่างกันไปดังตารางต่อไปนี้ ปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาอาการเหล่านี้
| สี | ระดับการพบจอ | สภาพแวดล้อมโดยรอบ | ฤทธิ์ |
|---|---|---|---|
| ชมพู | พบเจอได้ง่าย | พบได้ทั่วไปตามด่านต่างๆ | เกิดอาการระคายเคืองบริเวณที่สัมผัสและเกิดการเหนื่อยล้าเฉียบพลัน |
| ม่วง | พบเจอได้ง่าย | พบได้ทั่วไปตามด่านต่างๆ | เกิดอาการระคายเคืองและอัมพาตชั่วคราว |
| เหลือง | มีเงื่อนไขพิเศษ | ที่มืดสนิท | ประสาทสัมผัสการได้ยินและการสัมผัสวัตถุหายไป |
| น้ำเงิน | มีเงื่อนไขพิเศษ | ขึ้นบริเวณที่หนาวถึงหนาวสุดขั่ว | ไข้ขึ้นสูงและการสัมผัสกับอากาศหนาวจะกลายเป็นร้อน |
| แดง | พบเจอได้ยาก | จุดที่มีซากศพ | สูญเสียน้ำในร่างกายอย่างเฉียบพลันผ่านการอาเจียนและกลัวน้ำ กลืนลำบาก |
| แดงเลือด | พบเจอได้ยาก | จุดที่มีซากศพเป็นจำนวนมาก | เกิดอาการอาเจียนเป็นเลือดและเลือดออกภายใน |
| ดำ | ??? | ??? | ??? |
วัฏจักร
วัฏจักรของบุษานิทราสายเอนั้นเริ่มจากการที่สปอร์ได้ตบกระทบกับพื้นผิวที่มีความเข้มข้นของสสารอเสถียรมากกว่า 70 คส. หลังจากที่มีการตกกระทบสปอร์ก็จะแปรสภาพเป็นไฮฟาเพื่อดูดซึมสสารอเสถียรบนพื้นผิว และเมื่อเพิ่มจำนวนมากพอจนเกิดเป็นไมซีเลียมจำนวนหนึ่ง ตัวฟังไจก็เริ่มกระบวนการสร้างลำต้นจนไปถึงใบ ตามมาด้วยการสร้างดอกบุษบานิทราและทำการขยายพันธุ์ต่อไป
วัฏจักรของบุษานิทราสายบีจะมีเงื่อนไขพิเศษ คือจะต้องให้สิ่งมีชีวิตทำการสูดดมสปอร์และตายลงภายหลัง วัฏจักรก็จะเริ่มต้น สปอร์ในร่างกายจะเริ่มยึดติดกับปอดและดูดซึมสสารอเสถียร กัดกินอวัยวะและกล้ามเนื้อเพื่อไปแปรสภาพเป็นไฮฟา อวัยวะเช่นรากหรือท่อลำเลียงจะพยายามทะลุออกจากร่างกายเพื่อหาสสารอเถียรจากอากาศ และสร้างบุษบานิทราขึ้นในที่สุด นักพฤกษศาสตร์ของกอบ.ได้ตั้งข้อสันนิษฐานว่าบุษบานิทราสายบีจะเป็นวิธีการที่สายพันธุ์บุษบานิทราใช้ย้ายถิ่นฐานไปยังด่านอื่น
มาตรการควบคุม
การควบคุมปริมาณบุษบานิทรานั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมากด้วยความอันตรายและการรุกรานพื้นที่อาศัย ทางกลุ่มกอบ.เลยจัดกลุ่มให้บุษบานิทราเป็นพืชรุกรานและมอบอำนาจผู้พเนจรสามารถกำจัดบุษบานิทราได้ตามสมควร โดยวิธีการสามารถทำได้ทุกรูปแบบแต่วิธีที่ได้ผลมากที่สุดคือการใช้ความร้อน เนื่องด้วยบุษบาประด้วยไฮฟาทั้งหมดไฮฟาทนความร้อนได้ไม่เกิน 60°-70° การใช้ความร้อนจะไปทำรายไฮฟาและเกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ทั่วทั้งบุษบา
สิ่งที่ควรและไม่ควรทำ
สิ่งที่ควรทำ
- อยู่ให้ห่างจากบุษบาให้มากที่สุด
- เมื่อพบเจอสามารถกำจัดได้ทันทีเพื่อความปลอดภัย
- รายงานการมีอยู่ของบุษบานิทราในจำนวนที่มากเกินปกติ
สิ่งที่ไม่ควรทำ
- เข้าใกล้และสัมผัสส่วนดอก
- พยายามหลอกล้อให้ผู้พเนจรท่านอื่นเข้าใกล้หรือสัมผัส
- การนำตัวดอกมาวางยาผู้อื่น


