Info
ไง… มาทำอะไรหรอ :3
ผู้เขียน: MrXac และ
Kitachi4Moon
เอ็นทิตี้ตัวนี้ได้รับแรงบันดาลใจเล็กน้อยจาก SCP-229 โดย Dr Gears และ Harvester จาก Vita Carnis โดย Darian Quilloy
ตอนแรกเอ็นทิตี้ตัวนี้มีชื่อว่า "วัชพืช BTS" และถูกเปลี่ยนชื่อเป็น "วัชพืชสื่อสาร" ซึ่งเป็นชื่อที่ถูกคิดให้โดย Guy777 (ผู้ให้ไฟเขียว)
| หมายเลขเอ็นทิตี้: TH-7 | ความอันตราย: 4 |
| ถิ่นที่อยู่: ด่านกลางแจ้ง | ความฉลาด: D+ |
ภาพของวัชพืชสื่อสารที่ถ่ายโดยนักเดินทางไม่ทราบชื่อ
ลักษณะโดยรวม
เอ็นทิตี้ TH-7 หรือที่รู้จักกันในชื่อวัชพืชสื่อสาร เป็นเอนทิตี้ที่มีลักษณะคล้ายกับเสาส่งสัญญาณโทรคมนาคมแบบ Macrocell ที่สามารถพบได้ทั่วไปในฟรอนท์รูมส์
ชีววิทยา
โครงสร้างภายนอกของวัชพืชสื่อสารจะประกอบด้วยไคตินเป็นหลัก ซึ่งเป็นโมเลกุลโพลีแซ็กคาไรด์เชิงซ้อนที่พบได้ทั่วไปในเปลือกของสัตว์จำพวกแมลงและครัสเตเชียน โดยโครงสร้างไคตินของพวกมันมีความหนาแน่นและจัดเรียงตัวอย่างผิดปกติ ทำให้เปลือกของมันมีความแข็งแรงเทียบเท่ากับโลหะ แต่ยังคงมีน้ำหนักเบากว่าคอนกรีตหรือเหล็กทั่วไป ส่วนอวัยวะภายในของวัชพืชสื่อสารก็จะมีลักษณะคล้ายกับอวัยวะภายในของสัตว์จำพวกแมลง
วัชพืชสื่อสารสามารถปล่อยสัญญาณไร้สายในความถี่สูงออกมาได้ ในรัศมีประมาณ 250 เมตร รอบๆตัว ซึ่งลักษณะของสัญญาณนั้นใกล้เคียงกับคลื่นวายฟาย1 ที่มนุษย์ใช้งาน ทำให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วไปสามารถตรวจจับสัญญาณนี้ได้ ซึ่งใช้ในการล่อเหยื่อที่เป็นมนุษย์เข้ามาใกล้พวกมัน อย่างไรก็ตาม เมื่อไม่มีมนุษย์อยู่ใกล้เคียง ตัวเอ็นทิตี้จะปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าความถี่ต่ำออกมา ซึ่งสามารถบิดเบือนสนามแม่เหล็กโดยรอบตัวมันเองได้ในรัศมี 500 เมตร ซึ่งสามารถทำให้สัญญาณวายฟายขัดข้องและใช้งานไม่ได้
จากบริเวณฐานของวัชพืชสื่อสารประกอบไปด้วยอวัยวะที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับลวดทองแดง2 กระจายออกไปใต้พื้นดินในทุกทิศทุกทางที่ครอบคลุมพื้นที่โดยรอบในรัศมี 250 เมตร อวัยวะเหล่านี้ยังไม่มีชื่อเรียกเป็นทางการ แต่นักเดินทางส่วนใหญ่มักเรียกอวัยวะเหล่านี้ว่า "ราก" เนื่องจากการแพร่กระจายที่คล้ายกับรากของพืช รากเหล่านี้มีคุณสมบัตินำไฟฟ้าสูงและสามารถสร้างศักย์ไฟฟ้าได้มากพอที่จะทำให้มนุษย์หรือเอ็นทิตี้ชนิดอื่นเสียชีวิตได้ โดยถูกวิเคราะห์ว่าเป็นกลไกชนิดหนึ่งที่ทำงานคล้ายกับกลไกของสัตว์ทะเลบางชนิด เช่น ปลาไหลไฟฟ้า
การขยายพันธุ์
เมื่อวัชพืชสื่อสารได้รับสารอาหารที่มากพอแล้ว มันจะทำการสร้างอวัยวะใหม่ขึ้นมาจากบริเวณฐานของตัวเอง ซึ่งถูกเรียกว่า "รากขยายพันธุ์" รากชนิดนี้มีลักษณะที่ใหญ่และหนากว่ารากทั่วไปหลายเท่า มีผนังไคตินหลายชั้นที่เสริมความแข็งแรงและมีความสามารถในการเคลื่อนไหวผ่านชั้นดินหรือวัสดุพื้นผิวอื่นได้ เช่น พื้นคอนกรีต3 รากขยายพันธุ์จะค่อยๆ ยืดตัวออกไปอย่างช้าๆ ในทิศทางใดทิศทางนึ่งรอบตัวเอ็นทิตี้ ด้วยความเร็วที่ต่ำมากและอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือนในการเคลื่อนที่ไม่กี่เมตร เพื่อสำรวจหาพื้นที่ที่เหมาะสมต่อการวางเมล็ด เมื่อพบพื้นที่ที่เหมาะสมแล้ว4 ตัวรากจะปล่อยเมล็ดจำนวน 1 เม็ดฝังลงไปในดิน หลังจากนั้น ตัวรากจะเริ่มย่อยสลายตัวเองซึ่งใช้เวลาประมาณ 24 ชั่วโมง ตัวเมล็ดมีลักษณะเป็นลูกวงกลมเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 25 เซนติเมตร ตัวเปลือกทำจากไคตินส่วนภายในเป็นโปรตีนที่พบได้ในแมลง ตัวเมล็ดต้องใช้เวลาประมาณ 6-7 เดือนในการสะสมสารอาหารในดินเพื่อเติบโตเป็นวัชพืชสื่อสารที่สมบูรณ์
พฤติกรรม
วัชพืชสื่อสารมักถูกพบในพื้นที่เปิดโล่งและเรียบ เช่นที่ราบลุ่ม รานกว้าง หรือทุ่งหญ้าที่รกร้าและใช้ความสามารถในการปล่อยคลื่นสัญญาณไร้สายในการล่อมนุษย์มาเป็นอาหาร จากการศึกษาความถี่ที่ปล่อยออกมา พบหลักฐานที่บ่งชี้ว่าวัชพืชสื่อสารมีความสามารถในการสื่อสารระหว่างกันผ่านรูปแบบของคลื่นไร้สาย ซึ่งน่าจะใช้ประสานงานขณะล่าเหยื่อและอาจรวมถึงการควบคุมการขยายพันธุ์หรือการแบ่งอาณาเขต อย่างไรก็ตาม รูปแบบของสัญญาณเหล่านี้ยังไม่สามารถถอดรหัสได้ในปัจจุบัน
การล่าเหยื่อ
วิธีการล่าเหยื่อของพวกมัน ดังที่กล่าวมาข้างต้นว่า หากมีมนุษย์อยู่ใกล้ๆ บริเวณของวัชพืชสื่อสาร พวกมันจะปล่อยคลื่นสัญญาณไร้สายออกมา ที่หากนักเดินทางมีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเปิดใช้งาน เครื่องอุปกรณ์นั้นจะตรวจจับและสามารถเชื่อมต่อกับคลื่นสัญญาณของเอ็นทิตี้ได้5 ทำให้นักเดินทางที่ไม่รู้ถึงอันตราย เผลอมุ่งหน้าเข้าหาตัววัชพืชสื่อสารเพื่อหาแหล่งที่มาของสัญญาณสำหรับการนำมาใช้ประโยชน์ เมื่อเหยื่อได้เข้ามาใกล้พวกมันในระยะหนึ่ง รากที่อยู่ใต้พื้นผิวในบริเวณที่พวกมันอยู่ จะโผล่ขึ้นมาจากใต้พื้นผิวและพุ่งเข้าหาตัวเหยื่อ เนื่องจากรากเหล่านี้สามารถนำกระแสไฟฟ้าได้ดี เหยื่อจึงเสียชีวิตด้วยสาเหตุที่ถูกกระแสไฟฟ้าช็อตมากกว่าการถูกรากของวัชพืชสื่อสารเข้าทำร้าย หลังจากที่ตัวเหยื่อได้เสียชีวิตลงแล้ว ตัวเอ็นทิตี้จะทำการใช้รากของพวกมันจับร่างของเหยื่อและมุดกลับลงสู่ใต้พื้นผิว ไม่ทราบว่าเกินอะไรขึ้นกับตัวเหยื่อ แต่คาดว่าวิธีการที่เอ็นทิตี้ชนิดนี้กลืนกินสิ่งชีวิต นั้น เหมือนกับการที่พืชดูดซึมธาตุอาหาร6 จากการสังเกตพบว่าวัชพืชสื่อสารตัวอื่นๆ จะพยายามล่อมนุษย์ให้เข้าไปใกล้อาณาเขตของพวกมันเพื่อเพิ่มโอกาสในการจับเหยื่ออีกด้วย
การควบคุม
ภาพป้ายเตือนที่สามารถพบได้ในพื้นที่ที่มีวัชพืชสื่อสารเป็นจำนวนมาก ป้ายเหล่านี้ถูกสร้างโดยกลุ่มอนุรักษ์แบ็กรูมส์
ในกรณีที่พบวัชพืชสื่อสารใกล้กับอาณานิคมหรือพื้นที่ที่มีประชากรมนุษย์จำนวนมาก สมาคมสมคบค้าจะเป็นผู้ที่รับผิดชอบในการควบคุมและกำจัดพวกมัน โดยวิธีการที่ใช้โดยทั่วไปจะใช้ เลื่อยไฟฟ้าหรือเกลือไฟ หลังจากการกำจัด โครงสร้างภายนอกที่เป็นไคตินของวัชพืชสื่อสารจะถูกแยกออกจากซากของมันและนำไปแลกเปลี่ยน ตามที่กล่าวไป ไคตินของพวกมันมีความแข็งแรงเท่ากับโลหะแต่เบากว่าหลายเท่า แต่ด้วยความยากและความอันตรายในการเก็บเกี่ยวจึงทำให้มีมูลค่าสูง ซึ่งมักนำไปใช้ในการสร้าง:
- ชุดเกราะที่เบาแต่มีความแข็งแรง
- อาวุธจำพวกดาบ หอกและอาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ
- การนำไปก่อสร้างกำแพงป้องกันในอาณานิคมต่างๆ
ส่วนอื่นๆ ของวัชพืชสื่อสารเช่น ราก เนื้อเยื่อภายใน และโครงสร้างย่อย จะถูกทิ้งไว้ให้ย่อยสลายไปตามธรรมชาติ ซึ่งก็จะกลายเป็นสารอาหารให้กับดินบริเวณโดยรอบ อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่ที่มีวัชพืชสื่อสารอยู่เป็นจำนวนมากจนเกินกว่าที่จะควบคุมหรือกำจัดได้ จะมีการกั้นพื้นที่และติดตั้งป้ายเตือนเอาไว้ เพื่อเตือนนักเดินทางไม่ให้เข้าใกล้บริเวณดังกล่าว7
การค้นพบ
เอ็นทิตี้ TH-7 ถูกค้นพบในช่วงราวๆ ปี 2548 โดยนักเดินทางผู้หนึ่งที่ตกเป็นเหยื่อของเอ็นทิตี้ ในขณะที่กำลังพูดคุยสื่อสารกับเพื่อนของเขา ซึ่งเพื่อนของผู้เสียชีวิตได้นำเรื่องมารายงานต่อกลุ่มอนุรักษ์แบ็กรูมส์ในด่าน TH-7 ก่อนนำพามาสู่การค้นพบเอ็นทิตี้ชนิดนี้ในภายหลัง ซึ่งหลักฐานการสนทนาที่ถูกจัดเก็บไว้ในฐานข้อมูลสามารถหาดูได้ที่นี่
สิ่งที่ควรและไม่ควรทำ
ควรทำ
- หากพบเห็นโครงสร้างของเสาส่งสัญญาณ ควรออกห่างเอาไว้ก่อน หรือหากบริเวณของท่านมีความไม่เสถียรทางสัญญาณใช้สอยใดๆ หรือดับหายลงอย่างหาที่มาไม่ได้ แสดงว่านั่นคือการกระทำของวัชพืชสื่อสาร
- หากจำเป็นที่จะต้องใช้สัญญาณจากตัวเอ็นทิตี้ โปรดเว้นระยะห่างจากพวกมันและใช้สัญญาณจากระยะไกล ถึงแม้ประสิทธิภาพของสัญญาณอาจจะต่ำ แต่ก็เพื่อความปลอดภัยของท่านเอง
- รายงานการพบเห็นวัชพืชสื่อสารไปยังกลุ่มอนุรักษ์แบ็กรูมส์ หรือกลุ่มอื่นๆ อย่าง สมาคมสมคบค้า เพื่อประสานงานต่อไป
ไม่ควรทำ
- เข้าใกล้วัชพืชสื่อสาร
- พยายามกำจัดพวกมันด้วยตัวเอง
- การปล่อยให้ตัวเอง อยู่ในบริเวณของวัชพืชสื่อสารในระยะเวลานานแต่ไม่ได้อยู่ในระยะการถูกโจมตี อาจส่งผลให้ตัวเอ็นทิตี้ปล่อยคลื่นสัญญาณไร้สายอีกครั้งในรัศมีที่กว่างกว่าเดิมได้ และอาจเป็นปัญหาต่อตัวคุณเองในอนาคต8


