ด่าน 0 - "อันตรภพ"

พึงระวังทุกย่างก้าวผู้พเนจรเอ้ย เพราะที่นี่ก็เป็นสุสานพอๆกับที่เป็นอันตรภพ

คะแนน: +10+x


ข้อมูล

แนวคิดแบ็กรูมส์ต้นตำรับจาก โพสต์นี้บนโฟร์แชน
บทความนี้ได้ถูกปรับใช้โดยผู้ใช้เรดดิต u/Deveyerr และเขียนใหม่โดยโดย DivineAtlas, Robert Goerman, และ DrAkimoto
แปลโดย Guy777 งานแปลติชมโดย MrXac และ USSFeel


ต้องขอขอบคุณผู้ให้ไฟเขียวของเราเป็นอย่างมาก
r a t i f, vange, BlueSignet, ForestIsWatching, ReyDay, Sky3, InspectingCritters, และ Liurnia

และผู้ติชมและสมาชิกคอมมูนิตี้อีกนับไม่ถ้วนที่คอยมอบข้อเสนอแนะ การแก้ไข และความอดทนสำหรับรูปแบบของบทความ


ขอขอบคุณอีกครั้งสำหรับ Alfarex บนดิสคอร์ด TS ที่ช่วยมอบเรนเดอร์ด่าน 0 ที่ใช้ได้กับ CC ให้กับเรา! พวกมันถูกลงทะเบียนไว้ภายใต้CC BY-SA 3.0!

และขอขอบคุณบ๊อบ เมซซ่า ที่เผยแพร่ภาพดั้งเดิมในสถานะสาธารณสมบัติ

คุณตื่นขึ้นมาพบกับเสียงจี่อันแสบหูและกลิ่นเหม็นหืนของพรมเปียกชื้น เขาวงกตรกร้างไพศาลขยายกว้างอยู่เบื้องหน้าคุณ มันดูเหลืองอย่างมีเลศนัย อีกทั้งก็คาดเดาไม่ได้จนน่าหงุดหงิด คุณกะพริบตา ตำแหน่งของตัวโถงได้เปลี่ยนไป แต่ก็ยังคงรักษาไว้ซึ่งความเวิ้งว้างและเงียบงัน

พึงระวังทุกย่างก้าวผู้พเนจรเอ้ย เพราะที่นี่ก็เป็นสุสานพอๆกับที่เป็นอันตรภพ

ความยากในการเอาตัวรอด:

ระดับ 1

  • ปลอดภัย
  • มั่นคง
  • เอ็นทิตี้ไม่ได้รับการยืนยัน

มีชื่อเรียกเล่นๆว่า "นรกสีเหลือง" ด่าน 0 นั้นปรากฏเป็นเขาวงกตที่คลับคล้ายกับห้องด้านหลังของสำนักงานหรือร้านค้าปลีก สมญานามนี้ของมันมาจากวอลเปเปอร์ที่มีสีชวนอ้วกและพรมเปรอะราเน่าที่ประดับประดาตัวด่านอยู่

OGLevel0.jpg

[ภาพแรกที่ทราบถึงของด่าน 0 และแบ็กรูมส์]

คำอธิบาย:

ผู้ที่เคราะห์ร้ายพอจะหลุดผ่านรอยพับอันบอบบางของความเป็นจริง อาจพบว่าตนเองกำลังหลงอยู่ภายในทางผ่านอันผิดเพี้ยนของด่าน 0 ด่านๆแรกของแบ็กรูมส์ และมักเป็นด่านสุดท้ายสำหรับผู้ที่หลุดเข้ามาเช่นกัน หลายๆคนได้จับพลัดจับผลูเข้ามา และต้องเดินตรากตรำผ่านห้อง โถงทางเดิน และบันไดที่ถูกแบ่งส่วนในรูปแบบสุ่ม แต่ละแห่งทรหดพอๆกับแห่งก่อนหน้า มันเป็นการเดินทางที่แสนทรมาน เมื่อคำนึงถึงความซ้ำซากจำเจที่ต้องประสบ

ความเป็นอนันต์นั้นไม่สามารถที่จะถูกทำความเข้าใจได้โดยจิตใจมนุษย์ แม้จะเป็นเช่นนั้น มันก็เป็นคำที่ครอบคลุมไปยังทุกแง่มุมของด่าน 0 จากความหลากหลายในสถาปัตยกรรมจนถึงขนาดที่ไพศาล ล้วนช่วยทวีคูณความว่างเปล่าอันยากจะเชื่อได้ จนจิตจำต้องทลายลงจากความฟุ้งซ่านเรื้อรัง ซึ่งจะค่อยๆกลืนกินผู้คนไปจนถึงแก่นแท้ เสียงสะท้อนอันดำมืดของความลิมินอลได้ตราตึงใจพวกเขาไว้ ปรนเปรอเพื่อให้ความบ้าคลั่งได้เติบใหญ่

ผู้ได้เข้าพบกลายมาเป็นผู้พเนจร ลอยคออยู่ในมหาสมุทรแห่งความโดดเดี่ยวและหวาดระแวง สุดท้ายชีวิตพวกเขาก็มักถูกตัดจบลงสั้นๆจากการขาดน้ำและอาหาร

ความผิดปรกติ:

ด่าน 0 มีลักษณะเป็นเขาวงกตตามธรรมชาติ การเดินทางจึงทำได้อย่างยากเข็ญ เนื่องจากความกว้างใหญ่มโหฬาร และการที่เขาวงกตแห่งนี้จะเปลี่ยนแปลงและผันแปรไปในระหว่างทาง ยิ่งผู้เดินทางอยู่ที่นี่นานเข้า พวกเขาก็จะยิ่งมีแนวโน้มในการพบเห็นสิ่งผิดปกติในสถาปัตยกรรมมากขึ้นตามไป มันไม่มีวิธีที่แน่นอนในการหนีให้พ้นจากโถงหลอนจิตเหล่านี้ แต่ความมุมานะก็เป็นหนทางที่ดีที่สุดในการจะรอดชีวิตออกมา

โครงสร้าง

ถึงความซ้ำซากของด่าน 0 จะครอบคลุมไปยังทุกสิ่งอย่าง แต่ด่านก็ยังคงมีความแตกต่างในสถาปัตยกรรมที่หลากหลาย ถึงจะไม่ใช่รายการที่ครบถ้วนทุกประการ แต่ความผิดปกติในสถาปัตยกรรมที่พบบ่อยที่สุดก็จะมีดังนี้

2

[รูปแบบซุ้ม]

ความต่างแรกที่สังเกตได้จะเป็นผนังสีจืดที่มีรูซุ้มประกอบ แม้จะไม่มีสิ่งโดดเด่นนอกเหนือความสวยงาม พวกมันก็มักจะปรากฏขึ้นตามทางตันหรือห้องเปลี่ยนผ่าน ความลึกของพรมเหมือนจะเพิ่มมากขึ้นในพื้นที่เหล่านี้ การเดินทางผ่านจึงอาจยากลำบากขึ้นอยู่กับระดับความเหนื่อยล้าและปริมาณของเหลวที่ชุกอยู่ในพรม ซุ้มบางแห่งอาจกว้างพอให้ผู้พเนจรร่างเล็กพอใช้พักได้ แม้จะเพียงชั่วครู่เพื่อทุเลากายจากพื้นเปียกโชก ห้องซุ้มนั้นเป็นห้องที่เสถียรมากที่สุด พวกมันมักจะไม่ผันแปรด้านหลังคุณ ซึ่งก็ช่วยผู้เพนจรให้สามารถจับทิศทางของตนเองได้

"…มันรู้สึกราวกับว่าฉันเดินอยู่เป็นวันๆ บางทีอาจจะจริงก็ได้ มันพูดยาก พอผ่านมาได้สักพักมันก็เหมือนกันไปหมด จนทุกๆอย่างเริ่มรวมเข้าด้วยกันเป็นแค่ภาพเบลอสีเหลืองๆ

ที่ฉันรู้ก็แค่เท้ามันปวดกว่าที่เคยคิดไว้ว่าเป็นไปได้ และไอ้ซุ้มพวกนั้นก็เป็นจุดพักแห่งแรกและแห่งเดียวก่อนที่ฉันจะได้ก้าวเท้าไปในด่านหนึ่ง เท้าฉันบวมเป่ง ฉันขาดน้ำ และฉันก็ติดเชื้อในโพรงจมูกไปหลายสัปดาห์กว่าจะหาย แต่ฉันก็รอดมาได้ ไม่ว่านั่นจะมีค่าเท่าไหร่ก็เหอะ…"

เสียง

มีเสียงประกอบมากมายที่ดังอยู่ทั่วด่าน 0 ตลอดเวลา แหล่งหลักๆก็คือหลอดไฟเสียงจี่ ความดังของมันสามารถที่จะผันแปรไปมาได้อย่างมากและอย่างสุ่ม ในบางช่วงเสียงเหล่านี้ก็จะดังพอที่จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อการได้ยินได้หากรับฟังเป็นเวลานาน ระหว่างการเพิ่มขึ้นนี้ ผู้พเนจรควรปิดหูและเดินต่อไปเพื่อหนีจากเสียง

ผู้พเนจรได้รายงานถึงเสียงผิดปกติอื่นๆ เช่น เสียงกระซิบที่คลุมเครือ และเสียงที่คุ้นชินที่เรียกหาพวกเขา บางคนก็อาจได้ยินเสียงขีดข่วนจากผนัง ราวกับบางสิ่งกำลังลับเล็บเขี้ยวตนอยู่ เสียงเหล่านี้สามารถติดตามผู้ได้ยินไปในโถงยาวไกลได้ แต่ก็ไม่เคยมีรายงานใดๆถึงต้นกำเนิดของพวกมัน แนะนำให้ผู้พเนจรเพิกเฉยต่อเสียงนี้และเดินทางต่อไป ไม่เป็นที่ทราบว่าเสียงเหล่านี้จะเป็นผลมาจากอาการหลอนหรือปรากฏการณ์ที่ยังไม่ถูกค้นพบ

พรม

พื้นเกือบทั้งหมดภายในด่าน 0 จะถูกปกคลุมไปด้วยพรมรูปแบบเบอร์เบอร์ที่ถูกเย็บเข้าด้วยกันอย่างหนาแน่น แม้จะปรากฏเป็นสีเหลืองในรูปภาพ น่าจะเพราะแสงที่ส่องจ้า แต่สีของมันก็จะใกล้เคียงกับสีเบจโทนน้ำตาลมากกว่าเมื่อมองดูเดี่ยวๆแล้ว เส้นใยของพรมจะประกอบขึ้นจากวัตถุสังเคราะห์ไม่ทราบชนิดที่มีผิวสัมผัสหยาบๆถึงจะมีความชื้นทั่วถึง ซึ่งแม้ว่าจะเปลี่ยนผิวสัมผัสและโทนสีเล็กน้อยไปตามตัวด่านที่กว้างใหญ่ พื้นก็จะไร้ร่องรอยต่อใดๆ โดยจะสม่ำเสมอกันตลอดผืนพรมที่ต่อกันเป็นชิ้นเดียว

มีข้อมูลเพียงเล็กน้อยที่มีอยู่เกี่ยวกับที่มาของของเหลวที่ท่วมพรมในด่าน 0 ตัวอย่างได้แสดงถึงของเหลวหลากประเภทเช่น น้ำเกลือ น้ำกร่อย น้ำอัลมอนด์ ลิควิดเพน ฟอร์มาลีน และแม้กระทั่งเมือกที่มี DNA ทั้งที่เป็นของมนุษย์และไม่เป็นของมนุษย์ ที่ควรทราบก็คือ พรมเหล่านี้ไม่สามารถถูกบริโภคได้ และน้ำอัลมอนด์ที่ซึมอยู่ก็จะถูกปนเปื้อน ดังนั้นผู้พเนจรจึงไม่ควรลองชิมส่วนของพื้น แม้จะกระหายมากเพียงใด

"… เราเห็นมันอยู่ตลอดที่ฐานอัลฟ่า ผู้คนแทบจะออกมาจากที่นั่นอย่างไร้ชีวิต จากนั้นก็ก้าวเดินเข้ามาในฐานด้วยสติที่แตกไปแล้วกึ่งหนึ่ง ร่างกายก็ขาดน้ำและอาหารอย่างหนัก จินตนาการดูสิ ว่าตัวเองรอดมาจากนรกสีเหลืองได้แล้ว กลับต้องมาตายจากโรคภัยในพรม หรือการอุดตันในร่างจากเส้นใยของมัน ได้โปรดเถอะ อย่าไปกินพรมเลย…"

ความโดดเดี่ยว

ได้มีการสังเกตถึงปรากฏการณ์ที่ถูกตั้งชื่ออย่างเหมาะสมว่า "เอฟเฟ็กต์โดดเดี่ยว" โดยผู้ที่ติดอยู่ภายในด่าน 0 แม้ว่าผู้พเนจรสองคนจะเข้ามายังด่าน 0 ตัวติดกัน พวกเขาก็จะไม่มีวันได้พบกันและกัน ความพยายามทั้งหมดในการสื่อสาร ไม่ว่าจะเป็นการตะโกน ทิ้งข้อความ ทำเครื่องหมายพื้นที่ หรือทำลายผนังลง ก็จะล้มเหลวทั้งหมด ด่านนี้เป็นอุปสรรคที่คุณจะต้องเผชิญตัวคนเดียว

เอฟเฟ็กต์นี้จะมีอยู่อย่างสม่ำเสมอตลอดทั้งด่าน ซึ่งสามารถที่จะส่งผลเสียทางจิตอย่างหนักต่อผู้พเนจรที่เดินทางอยู่ภายในได้ อย่างไรก็ตาม ก็มีข้อยกเว้นอยู่ข้อหนึ่ง เป็นห้องเล็กๆที่ผู้คนสามารถพบเจอกันได้ แต่เพราะโครงสร้างที่ปรวนแปรของด่าน 0 การพบเจอกับห้องๆนี้จึงเป็นไปได้ยากมาก

เอ็นทิตี้:

ไม่เป็นที่ทราบว่าเอ็นทิตี้มีอยู่หรือไม่ภายในด่าน 0 หากพวกมันมีอยู่ พวกมันก็น่าจะได้รับผลจากเอฟเฟ็กต์โดดเดี่ยวเช่นกัน แม้จะไม่มีตัวใดที่ถูกรายงานถึงโดยตรง แต่ผู้พเนจรก็ได้กล่าวอ้างว่าตนเคยเห็นเงามืดตามพวกเขาไปในโถงทางเดินต่างๆ และประสบกับโรคกลัวการถูกจ้องมองในระหว่างที่เดินอยู่ตามโถงของนรกสีเหลือง

ทางเข้าและทางออก:

ทางเข้า

การร่วงหล่นจากความเป็นจริงเป็นหนทางที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุดในการเข้ามายังด่าน 0 แต่ก็มีทางเข้ามากมายที่ซ่อนอยู่ตามส่วนที่ใหญ่กว่าของแบ็กรูมส์

ทางออก

มีชีวิตรอดนานพอที่จะหาผนังกระพริบและพุ่งผ่านมันไป มันจะคุณไปสู่ด่าน 1 และเศษเสี้ยวของมนุษยชาติที่ยังอาศัยอยู่ภายในโลกแห่งนี้

ผู้พเนจรแทบทุกคนจดจำได้ดีถึงช่วงเวลาที่พวกเขารู้ตัวว่าโถงเหล่านี้จะไม่มีวันสิ้น เสียงจี่จะไม่มีวันจางหาย และกฎแห่งโลกที่พวกเขาจากมาจะสูญไป ด่าน 0 ไม่ใช่สถานที่ที่เลวร้ายที่สุดในแบ็กรูมส์ มันแค่เป็นสถานที่แรก ไม่ว่ามันจะดูเป็นเช่นใด แต่ก็ยังมีสถานที่อีกนับไม่ถ้วนที่คุณอาจจะ และน่าจะพบตนเองอยู่ภายใน

หากคุณมาไกลจนถึงเพียงนี้ คุณก็ได้ข้ามผ่านอันตรภพสำเร็จแล้ว ยินดีต้อนรับเข้าสู่แบ็กรูมส์



เว้นแต่จะกล่าวไว้เป็นอย่างอื่น หน้าเพจนี้ได้รับอนุญาตภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License