ด่าน 0.1 - "สถานีซีนิธ"
คะแนน: +4+x

เรีย วัลปุรียืนอยู่ที่หน้าต่างกระจกบานหนึ่งในสถานีซีนิธ พลางมองดูดวงดาวที่อยู่ห่างไกล ที่มุมขวาบนของหน้าต่าง เธอสามารถมองเห็นดาวที่เธอเรียกว่าโซลได้ และแม้ว่าเธอจะมองมันไม่เห็น แต่เธอก็รู้ว่าสิ่งที่โคจรรอบมันคือดาวเคราะห์ที่เรียกว่า "โลก" โลกที่ปู่ย่าตายายของเธอเกิด และโลกที่ลูกๆ ของลูกๆ ของเธออาจได้กลับไปถึงสักวันหนึ่ง นั่นคือตราบใดที่ทุกอย่างในวันนี้เป็นไปตามแผน

เธอมองกลับไปที่หน้าจอ ตรวจสอบการสอบเทียบสองครั้งและสามครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีอะไรผิดพลาด จุดสุดยอดของการทำงานหลายทศวรรษ ควบคู่ไปกับทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ที่สั่งสมมาหลายศตวรรษ ทั้งหมดเพื่อทำให้ทุกสิ่งที่คำนวนเอาไว้ได้เป็นจริงขึ้นมา ความสงสัยท่วมท้นเข้ามาในหัวของเธอจนเธอไม่สามารถหลีกหนีมันได้ จะเกิดอะไรขึ้นถ้ามีอะไรผิดพลาด? จะเป็นอย่างไงหากยังมีสิ่งที่ยังไม่ถูกคำนึงถึง เพราะในท้ายที่สุด นี่มันไม่เหมือนกับความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของมนุษย์คนอื่นๆ เมื่อมนุษย์หนีออกจากชั้นบรรยากาศเป็นครั้งแรก เมื่อมนุษย์เหยียบดวงจันทร์เป็นครั้งแรก เมื่อมนุษย์ไปถึงนอกระบบสุริยะเป็นครั้งแรก พวกเขารู้ว่ากำลังจะไปที่ไหน พวกเขาเห็นได้ว่ากำลังจะลงจอดที่ไหน แต่ที่นี่ มนุษยชาติจะสร้างสะพานไอน์สไตน์-โรเซน ซึ่งเป็นรูหนอนเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ และไม่มีการคำนวณใดๆ ที่สามารถบอกได้ว่าพวกเขาจะพบอะไรในอีกด้านหนึ่ง

เสียงนับถอยหลังดังขึ้นเป็นเสียงพื้นหลัง บอกเธอว่าเธอจะได้เห็นบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่ในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า เธอหันเหความสนใจไปที่แวคิวโอลซึ่งอยู่ตรงกลางของสถานี ที่ซึ่งอนุภาคหนึ่งพันล้านตัวถูกเร่งตัวอยู่ภายในกำแพงสีขาวที่สามารถห่อหุ้มประเทศเล็กๆ ได้ วิถีโคจรและความเร็วของพวกมันถูกบันทึกและบันทึกใหม่อีกทีลงไปถึงความยาวของพลังค์ เพื่อให้มั่นใจว่าพวกมันจะชนกันด้วยความแม่นยำที่เป็นไปไม่ได้เพื่อสร้างปฏิกิริยาลูกโซ่ของการสั่นสะเทือนของสายควอนตัมที่จะเปลี่ยนแปลงความโค้งของพื้นที่ที่พวกเขาอาศัยอยู่เป็นการชั่วคราว และเปิดรูหนอนให้นานพอที่จะให้เรียและทีมของเธอจะเห็นว่ามีอะไรอยู่อีกด้านก่อนที่มันจะพังทลายกลับเข้าไปในพื้นที่ราบ ราวกับว่าหลุมนั้นไม่เคยมีอยู่

เธอรู้สึกถึงเนื้อผ้าของเสื้อยืด NASA ใต้เสื้อแล็บของเธอ ซึ่งเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ถูกส่งต่อให้กับเธอเพื่อความโชคดี เพื่อระลึกถึงองค์กรที่เลิกกิจการไปนานซึ่งทำหน้าที่เป็นปูชนียบุคคลของปูชนียบุคคลสำหรับสิ่งที่เธอเป็นอยู่ทุกวันนี้ เธอส่งข้อความที่เขียนไว้ล่วงหน้ากลับมายังโลกโดยแจ้งให้พวกเขาทราบว่าทุกอย่างผ่านไปแล้ว โดยรู้ดีว่าหากมีอะไรผิดพลาดในวันนี้ แสงจะไปไม่ถึงกล้องโทรทรรศน์ของพวกเขาเป็นเวลาหลายปี

เธอมองไปรอบๆ ห้อง แต่เธอเป็นคนเดียวที่อยู่ในปีกนี้ของอาคาร โดยงานอื่นๆ ทั้งหมดจะถูกทำโดยอัตโนมัติหรือทำจากระยะไกลจากที่อื่นในอาคารผู้โดยสาร มีคนสั่งให้เธอเดินไปข้างหน้าลำโพง และด้วยความระมัดระวัง เธอดันนิ้วเข้าไปที่ปุ่ม กระตุ้นปฏิกิริยาลูกโซ่ที่จะสร้างประวัติศาสตร์

ที-ลบศูนย์วินาที

อนุภาคชนกันในระดับที่ไม่สามารถวัดได้ 

ตัวจัดการข้อยกเว้นของจักรวาลที่อยู่เฉยๆ มาเป็นเวลานานกลับมาทำงานอีกครั้ง ซึ่งก็เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ที่เกิดบิ๊กแบงขึ้น

สสารกระพริบเข้าและออกจากการดำรงอยู่เป็นช่วงๆ เนื่องจากกฎพื้นฐานของเอกภพถูกเพิกเฉยชั่วคราวเพื่อให้ความเป็นจริงอุดช่องโหว่ที่เกิดขึ้นใหม่

การขยายตัวของเอกภพหยุดนิ่งเป็นเวลาหนึ่งพิโกวินาทีก่อนที่จะกลับมาดำเนินต่อ

เส้นคอสมิคก่อตัวเป็นปมรอบควาซาร์และพังทลายลงในตัวเอง

ห่างออกไปหนึ่งล้านไมล์ มีกาแล็กซีปรากฏขึ้นที่จุดสิ้นสุดของเส้นทางแห่งพลังงานมืดที่นำไปสู่ทุกที่และทุกแห่งหน

สถานีซีนิธหายไปจากความเป็นจริง

สถานีซีนิธถูกลบออกจากความเป็นจริง

สถานีซีนิธทิ้งความเป็นจริงที่ครั้งหนึ่งมันเคยเรียกว่าบ้าน

และโผล่ออกมาในอันที่แปลกแยกออกไปอย่างสิ้นเชิง

ที-ลบศูนย์วินาที

บางสิ่งบางอย่างนั้นไม่ถูกต้อง ดวงตาของเรีย วัลปุรีจับจ้องไปที่แวคิวโอลตรงกลาง เฝ้ารอมันด้วยสายตาอันน่าเกรงขาม แต่แวคิวโอลกลับหยุดนิ่ง เธอเบนสายตาไปที่เซ็นเซอร์บนหน้าจอทางด้านซ้าย มีการเปลี่ยนแปลงที่บันทึกไว้ในความโค้งของช่องว่างรอบแวคิวโอล ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จนเกินกว่าที่เซ็นเซอร์จะสามารถวัดได้ จากหน้าจอที่อยู่ตรงหน้าเธอ ค่าที่อ่านได้บ่งชี้ถึงการก่อตัวของรูหนอนที่มีความแน่นอนเท่ากับ 9 ซิกมา แต่ก็ยังมองไม่เห็นสิ่งใดภายในแวคิวโอล รูหนอนนั้นเล็กเกินไปที่จะมองเห็นด้วยตาเปล่าหรือเปล่า?

เสียงเตือนดังขึ้นและเสียงอัตโนมัติผ่านลำโพงบอกให้เธอและคนอื่นๆ ในสถานีสงบสติอารมณ์ลง บางสิ่งบางอย่างนั้นไม่ถูกต้อง เรียออกจากห้อง เดินผ่านหุ่นยนต์ทำความสะอาดหลายขาที่ก็ยังขัดถูต่อไปราวกับว่าไม่มีอะไรผิดปกติ เรียเดินเหยงๆ ไปตามห้องโถง พยายามไปที่หน้าต่างด้านนอกให้เร็วที่สุดด้วยความหวังที่จะปัดเป่าความรู้สึกที่คืบคลานเข้ามาในลำไส้ของเธอ และความเฉลียวใจถึงสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น

เรียมาถึงที่หน้าต่างและมองออกไปในสิ่งที่ควรจะเป็นเหวที่เต็มไปด้วยดวงดาว สิ่งที่ทักทายเธอกลับเป็นโครงสร้างขนาดมหึมา ซึ่งใหญ่กว่าทุกสิ่งที่เรียเคยเห็น ระแนงขนาดใหญ่ของห้องที่มีแสงสลัวล้อมรอบทิวทัศน์ภายนอกสถานี เธอลากนิ้วของเธออย่างโศกเศร้าไปยังสถานที่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเห็นโซลได้ที่นั่น ยืนยันว่าเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่จะเกิดขึ้นได้ได้เกิดขึ้นแล้ว รูหนอนไม่ได้เล็กเกินไปที่จะมองเห็น มันใหญ่เกินไป ใหญ่กว่าแวคิวโอลกลางและใหญ่กว่าสถานีด้วยซ้ำ รูหนอนมีขนาดใหญ่กว่าที่พวกเขาคาดคิดไว้มากเสียจนกลืนกินสถานีซีนิธทั้งหมดและโยนมันทิ้งไปที่ไหนสักแห่งในเที่ยวเดียว





















ความยากในการเอาตัวรอด:

ระดับ 0

  • {$one}
  • {$two}
  • {$three}
zenith-station.jpg

ส่วนที่เสื่อมโทรมเป็นพิเศษของด่าน 0.1 ดังที่ถ่ายมาจากด่าน 0

คำอธิบาย:

ด่าน 0.1 เป็นโครงสร้างขนาดใหญ่ขนาดใหญ่ที่ถูกพบในด่าน 0 แม้ว่ามันจะมีขนาดใหญ่พอที่มันจะถูกพิจารณาให้เป็นด่านย่อยได้ แต่ก็เชื่อว่าด่าน 0.1 ทั้งหมดอยู่ภายในขอบเขตของด่านหลัก รายละเอียดที่น่าสังเกตประการหนึ่งเกี่ยวกับพื้นที่ระหว่างด่าน 0 และด่าน 0.1 ก็คือ เมื่อได้มองจากด่านย่อย ด่าน 0 ดูเหมือนจะเป็นชุดของชั้นที่เกือบจะเหมือนกันถูกวางซ้อนกันในแนวตั้งทับกัน แต่การพยายามเจาะเพดานหรือพื้นของด่าน 0 จากที่อื่นในด่านนั้นจะไม่นำไปสู่ส่วนอื่นในด่านเดียวกัน

ด่าน 0.1 ถูกสร้างขึ้นจากโลหะและกระจกเป็นหลัก และมีห้องและห้องต่างๆ หลายห้อง ซึ่งสร้างขึ้นโดยใช้สถาปัตยกรรมแบบเรียบๆ เกือบจะล้ำยุค โครงสร้างส่วนใหญ่จะมีร่องรอยความเสียหายรุนแรงจากสายไฟขาดๆ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ชำรุดในหลายส่วนของด่านย่อย

แม้ว่าด่านย่อยนี้จะอยู่ห่างไกลจากการถูกบันทึกอย่างสมบูรณ์ แต่ส่วนที่กลวงออกขนาดใหญ่ในสิ่งที่เชื่อว่าเป็นศูนย์กลางทำให้สามารถเข้าใจรูปร่างและโครงสร้างทั่วไปของด่านโดยรวมได้ดี เชื่อกันว่าด่านย่อยนี้มีรูปร่างเป็นเปลือกทรงกลมขนาดใหญ่มากที่ล้อมรอบโพรงดังกล่าว เปลือกของมันหนามาก โดยทั่วไปมีความกว้างหลายสิบช่วงตึก

zenith-room.jpg

หนึ่งในหลายๆ ห้องที่พบในด่านย่อยนี้

ภายในเปลือกมีห้องต่างๆ มากมายที่มีไฟสว่างไสว มีทั้งห้องนอน ห้องครัว โรงยิม และแม้แต่โรงเรือนปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ในสภาพทรุดโทรมต่างๆ กัน หลายห้องในชั้นนี้เชื่อมต่อกับประตูบานเลื่อนอัตโนมัติ ซึ่งบางห้องยังใช้งานได้ดี แม้ว่ารอบๆ จะทรุดโทรมก็ตาม นอกจากนี้ยังมีหุ่นยนต์หลายตัวจากการออกแบบต่างๆ เดินไปรอบๆ ภายในด่านย่อยนี้ ส่วนน้อยที่ยังทำงานอยู่จะทำงาน เช่น งานทำความสะอาดและงานทำอาหาร โดยอัตโนมัติ

ปัจจัยต่างๆ เช่น อุณหภูมิและแสงสว่างจะแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ของด่านย่อย ขึ้นอยู่กับว่าส่วนไหนเสียหายมากน้อยเพียงใด พื้นที่ส่วนใหญ่มีแสงสว่างเพียงพอ โดยอุณหภูมิจะคงที่ประมาณอุณหภูมิห้อง อย่างไรก็ตาม ส่วนที่เสียหายมากกว่าของด่าน 0.1 มักจะถูกทิ้งไว้ในที่มืดเกือบสนิท และบางส่วนจะแสดงความเย็นจัดหรือร้อนจัดจนไม่สามารถเอาชีวิตรอดได้ภายใน เชื่อว่าเป็นเพราะความผิดปกติของระบบควบคุมอุณหภูมิภายในบางประเภท

ด่าน 0.1 ยังคงคุณสมบัติที่ผิดปกติเช่นเดียวกับด่าน 0 รวมถึงความเป็นไปไม่ได้ที่จะได้พบเจอกับผู้พเนจรคนอื่นๆ การทำงานที่ผิดพลาดของอุปกรณ์นำทางและการสื่อสาร และภาพหลอนทางสายตา/การได้ยิน ด้วยเหตุนี้ ด่าน 0.1 จึงไม่เป็นที่ๆ สามารถอยู่อาศัยหรือตั้งด่านหน้าภายในได้ แต่วัสดุจำนวนมากที่พบได้ในด่านย่อยด่านนี้นั้นก็มีค่าเป็นอย่างยิ่ง เชื่อกันว่าสมาชิกของ B.N.T.G จะเดินทางไปยังด่าน 0.1 เป็นประจำเพื่อเก็บเกี่ยววัสดุต่างๆ อย่างไรก็ตาม M.E.G. ก็ไม่แนะนำให้ทำสิ่งนี้ เนื่องจากอันตรายที่เกิดจากด่าน 0 และความยากในการออกจากด่าน

ทางเข้าและทางออก:

ผู้พเนจรสามารถเดินทางผ่านระหว่างด่าน 0 ไปยังด่าน 0.1 ได้อย่างง่ายดายเพียงแค่เดินจากส่วนหนึ่งไปอีกส่วน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากความกว้างใหญ่ของด่าน 0 การเจอด่าน 0.1 ในห้องโถงของด่านหลักนั้นเป็นไปได้น้อยมาก ดังที่ได้กล่าวไปแล้ว B.N.T.G. อาจมีวิธีการในการเข้าถึงด่าน 0.1 อย่างพึ่งพาได้ที่ยังคงเป็นความลับอยู่ เนื่องจากความแพร่หลายของวัสดุต่างๆ จากด่านย่อยที่อยู่ในความครอบครองของพวกเขา

นอกเหนือจากการเดินทางกลับไปที่ด่านหลักแล้ว ยังสามารถออกจากด่าน 0.1 ได้โดยการโนคลิปแบบสุ่มๆ ซึ่งก็มักจะนำไปสู่​​ด่าน 1 เช่นเดียวกับด่าน 0





















หลังจากที่เธอได้เดินผ่านห้องโถงสีเหลืองอันแปลกประหลาดมาได้หลายชั่วโมงแล้ว เรียก็ได้ทรุดตัวลงนั่งลงบนพรมที่เปียกชื้น กลิ่นเหม็นของปัสสาวะและเสียงหึ่งๆ จากเพดานได้เพิ่มพูนขึ้นอย่างน่าเบื่อหน่าย ณ จุดนี้เธอก็เกือบลืมไปแล้วว่าอย่างอื่นนั้นรู้สึกอย่างไร พวกเขาไปถึงไหนแล้ว? และเพื่อนร่วมงานของเธออยู่ที่ไหน? เพื่อนของเธอ? เธอคิดอยู่ครู่หนึ่งว่าเธออาจจะอยู่ในนรก เธอสงสัยว่าจะมีที่ไหนอีกบ้างที่เธอจะได้พบกับสถาปัตยกรรมของมนุษย์ที่มีเสียงชัดเจน ในโลกที่แปลกประหลาดโลกไหนที่เธอจะพบพรมแห้งๆ ยาวหลายไมล์และวอลเปเปอร์ที่มีลวดลายซ้ำๆ แต่ทำไมต้องเธอ? เหตุใดเธอจึงถูกสาปเพียงผู้เดียวให้ท่องไปในที่อันน่าสมเพชนี้ นี้เป็นการลงโทษจากสวรรค์เพราะเธอได้บินเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากเกินไปหรือเปล่า? สำหรับการไปในที่ที่มนุษย์ไม่เคยตั้งใจจะไปมาก่อน?

อยู่เพียงตัวคนเดียวในห้องโถงที่ไร้ที่สิ้นสุด ในที่สุดเรีย วัลปุรีก็เริ่มร้องไห้


Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License