ฉันแค่ได้ลงลึกไปในโพรงกระต่าย
ฉันนั่งลง หลังแนบกันผนังเย็นเฉียบ กระหายน้ำเกินกว่าจะหลั่งน้ำตา ตัวฉันนั้นทั้งเหนื่อยล้าและอ่อนแรง แต่ก็ปลื้มใจที่ในที่สุดก็หนีออกมาจากนรกสีเหลืองนั่นได้ ไม่รู้ว่ามันผ่านมานานแค่ไหนที่ฉันต้องเดินเตร่ไปตามโถงเน่าๆ ทนฟังเสียงจี่ไร้จบและลุยผ่านพรมเหม็นเน่าเปียกๆ
ฉันไม่เคยคิดเลยว่าความเงียบจะทำให้ฉันดีใจได้ขนาดนี้
ฉันหวังไว้ว่ากำแพงที่กระพริบนี่จะพาฉันกลับบ้าน แต่โชคฉันคงไม่ดีพอ ฉันเจอเข้ากับห้องผิดสีที่มีเต็มไปด้วยเอกสาร บางแผ่นก็เขียนถึงการโนคลิป และบางแผ่นก็บอกให้ฉันหาผนังที่ดูผิดแปลกแล้วเดินเข้าไป ไม่มีอะไรเลยที่ดูสมเหตุสมผล จนกระทั่งที่ฉันได้มาเห็นด้วยตาตัวเอง มันดูไม่น่าเข้าหา เหมือนกับว่าเป็นสิ่งที่มาจากความฝัน แต่ว่าในตอนนี้ที่นี่ก็ดูจะเป็นฝันร้ายที่ไม่จางหาย
สถานการณ์ทั้งหมดมันแปลกประหลาด ฉันล้มลุกคลุกคลานอยู่ในความมืดที่บ้าน พยายามที่จะไม่เหยียบเศษแก้วแตก และจากนั้นก็พบตัวเองอยู่ในเขาวงกตสีโทนเหลือง เดชะบุญที่ฉันกำลังใส่รองเท้าและกางยางยืนอยู่ แต่ถว่าสภาพของฉันก็ยังไม่ได้มีความพร้อมที่จะสำรวจสถานที่ที่ประหลาดแห่งนี้เลย ในตอนแรกฉันก็หวาดกลัว แต่หลังจากที่ได้ร่อนเร่มานานแสนนาน ทุกอย่างก็กลายเป็นความน่าเหนื่อยล้าแทน
ฉันหัวเราะกับตัวเองในขณะที่ก็มองไปรอบๆ เห็นผนังรอบข้างเป็นสีม่วง เพราะตาที่มองสีเหลืองจนเคยชิน พื้นซีเมนต์นั้นหยาบกระด้าง แต่ฉันก็ รู้สึกขอบคุณที่ไม่ต้องนั่งลงบนอะไรเปียกๆอีก
พื้นที่นี้ดูเหมือนจะเป็นโรงจอดรถรกร้าง โครงสร้างคอนกรีตของมันขยายออกไปเป็นกิโลๆ มีเสียงแกร๊กดังขึ้นเรื่อยๆตามท่อบนเพดาน แต่มันก็น่ารำคาญน้อยกว่าเสียงจี่ที่ไม่หยุดหย่อนของห้องสีเหลืองมาก มีแอ่งของเหลวเล็กๆกระจายอยู่ทั่วพื้น แต่ถึงยังไง ฉันก็ไม่ได้กระหายน้ำมากขนาดนั้น
ฉันใส่รองเท้ากลับไปอย่างระมัดระวัง เท้าของฉันพุพองจากการเดินย่ำพรมชื้นๆ กว่าพวกมันจะแห้งสนิทก็กินเวลาไปสองสามชั่วโมง แต่ในตอนนี้ ฉันก็พร้อมที่จะก้าวต่อไปแล้ว
ความยากในการเอาตัวรอด:
ระดับ 1
- ปลอดภัยและมั่นคง
- มีทรัพยากรผิดปกติปรากฏอยู่
- {$three}
ลักษณะทั่วไป
ขอแสดงความยินดีด้วย นักพเนจร
หากคุณกำลังอ่านบทความนี้อยู่ ก็แสดงว่าคุณได้หนีออกจากห้องโถงสีเหลือง หรือที่นักพเนจรอย่างคุณจะเรียกกันว่า "ด่าน 0" สำเร็จแล้ว
คุณน่าจะได้อ่านเอกสารในห้องมะนิลาไปแล้ว โชคไม่ดีที่คุณได้ "โนคลิป" เข้ามาสู่อีกดินแดนหนึ่ง ที่มีชื่อว่า "แบ็กรูมส์" แต่ก็โชคดีที่คุณหนีออกจากด่าน 0 มาได้ และได้เรียนรู้วิธีการโนคลิปให้เป็นประโยชน์แก่ตัวเอง
เป็นผลมาจากการโนคลิปของคุณ ตอนนี้คุณได้อยู่ในด่าน 1 มันเป็นด่านที่สองของแบ็กรูมส์ ซึ่งจะถูกเรียกกันว่า "โซนอยู่อาศัย" ที่นี่ไม่เหมือนกับห้องโถงสีเหลือง จะมีความซับซ้อนและอันตรายกว่า เนื่องจากที่มันเป็นบ้านของสิ่งมีชีวิตและปรากฏการณ์ต่างๆมากมายที่คุณคงจะยังไม่คุ้นชิน อย่างไรก็ตาม คุณก็ได้จะเจอเข้ากับทรัพยากรต่างๆ เช่น อาหารและน้ำ รวมถึงแหล่งตั้งถิ่นฐานของผู้คนที่จะช่วยคุณให้ปลอดภัย
บทความนี้จะอธิบายทุกสิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้เพื่อความอยู่รอดที่นี่ พร้อมทั้งอธิบายวิธีการตามหาพวกเรา กลุ่มดังต่อไปนี้ได้ร่วมกันช่วยเขียนบทความนี้ขึ้น และจะช่วยเหลือคุณหากคุณพบพวกเขาที่นี่ ลองค้นหาพวกเขาโดยการสังเกตโลโก้ของพวกเขา!
- วงล้อมอาเรียน
- กลุ่ม B.N.T.G.
- กลุ่ม M.E.G.
- กลุ่มโนแมดส์ (ไม่มีฐานถาวร มีการตั้งถิ่นฐานเพียงชั่วคราวเท่านั่น)
- สปีดโนคลิปเปอร์ (เมื่อพวกเขาตั้งจุดลงทะเบียน)
โปรดจำไว้ว่าไม่ใช่มนุษย์ทุกคนในแบ็กรูมส์ที่จะเป็นมิตรกับคุณ ดังนั้นควรระวังกับสิ่งเคลื่อนไหวอะไรก็ตาม มันจะเป็นเอ็นทิตี้หรือไม่ คุณสามารถหาคำอธิบายและคำแนะนำเกี่ยวกับทั้งสองเรื่องนี้ได้ด้านล่างนี้
ฉันไม่ได้เจอผู้คนมานานแค่ไหนแล้วนะ มันหลายสัปดาห์
หรือหลายเดือนมาแล้วกันแน่นะ
ที่แน่ๆ โลกที่ถูกสาปนี่มันมีมาก่อนที่ฉันจะร่วงลงมา
ฉันบอกอะไรไม่ได้เลย เพราะเหมือนเวลาจะไม่มีอยู่ในที่แห่งนี้ มันไม่มีการขึ้นและตกของดวงอาทิตย์ มีเพียงแต่แสงไฟประดิษฐ์จากเพดาน
ที่นี่คือที่ไหนกันแน่
ทั้งหมดมันเหมือนสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น แต่ก็มีความลึกลับบางอย่างที่เหมือนมาจากโลกอื่น ถึงฉันจะรู้สึกดีที่สภาพแวดล้อมเปลี่ยนไปบ้าง แต่ฉันก็ยังรู้สึกถึงการติดอยู่ในห้วงลึกที่ไม่มีที่สิ้นสุดนี้ โถงใหญ่ทอดยาวไปสุดลูกหูลูกตา เหมือนจะกำลังบิดเบี้ยวอยู่ข้างหน้าฉัน มันให้ความรู้สึกแปลกๆ มันไม่ควรจะเป็นอย่างนี้ ฉันน่าจะแค่เหนื่อยเฉยๆ แต่มันก็ยังเหมือนห้องโถงกำลังบิดเบี้ยวอยู่ในระยะไกล ความผิดปกติพวกนี้มันกระพริบอยู่ข้างสายตาของฉัน
ที่นี่อาจจะพยายามเล่นงานฉันอยู่ก็ได้
แอ่งน้ำรอบตัวฉันมีกลิ่นที่ไม่สะอาด กลิ่นพลาสติกเหม็นๆฟุ้งอยู่ในอากาศ ฉันพยายามเลี่ยงพวกมัน แต่ความกระหายก็ดึงฉันให้เขาใกล้พวกมันอยู่ดี อากาศมันอับชื้นและน่าอึดอัด แค่ฉันขอเปิดหน้าต่างแล้วอากาศบริสุทธิ์สักหน่อยก็คงดี
เศษขยะกองเล็กๆกระจัดกระจายอยู่ตามพื้น ไม้ เศษบรรจุภัณฑ์ และโลหะ ฉันมองมันผ่านๆ หวังลมๆแล้งๆว่าจะมีของให้กินบ้าง ขณะที่ฉันกำลังเดินผ่านกองๆหนึ่ง ฉันเห็นบางอย่างแปลกๆอยู่ที่หางตา มีชะแลงโผล่ออกมาจากใต้เศษไม้แตกๆ ฉันดึงมันออกมา ประเมินน้ำหนักด้วยมือของฉัน มันดูแข็งแรง มีจุดสนิมเล็กๆกระจายอยู่ตามพื้นผิวที่สีเทาเป็นล่องๆ ฉันลองเหวี่ยงมันดู ความพอใจเพิ่มขึ้นในตัวฉันเมื่อมันกวัดแกว่งไปในอากาศ มันอาจจะเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ก็ได้ ฉันคิดกับตัวเอง ฉันเหน็บมันไว้กับเข็มขัดแล้วเดินต่อไป
ห้องโถงนั้นทอดยาวไปไม่รู้จบ สิ่งเดียวที่ฉันได้ยินก็คือเสียงฝีเท้าและเสียงครืนเป็นพักๆจากท่อด้านบน ฉันอยากจะกรีดร้อง ตะโกน ทำอะไรก็ได้ เพื่อหาใครสักคนในความว่างเปล่านี้ แต่ฉันกลัวว่าจะมีสิ่งอื่นมาหาฉันเอง
ต้องมีคนอื่นอยู่ที่นี่แน่ๆ โน้ตในห้องนั้นดูยังไงก็ต้องเป็นลายมือมนุษย์แน่นอน ฉันต้องหาต่อไป พวกเขาต้องอยู่ที่ไหนสักแห่งแน่ๆ และบางที แค่บางที ฉันก็อาจจะพบทางกลับบ้านได้
ห้องโถงใหญ่
ในตอนนี้คุณกำลังยืนอยู่ในห้องโถงใหญ่ พื้นที่เปิดกว้างที่แผ่ขยายไปเป็นกิโลเมตร มีสถาปัตยกรรมเป็นผนังสีซีดจาง โดยจะมีเสาคอนกรีตที่คอยรองรับน้ำหนักของโครงสร้างกระจายอยู่เป็นครั้งคราว ผู้พเนจรหลายคนได้บรรยายถึงมันว่า "เป็นลูกผสมของโรงจอดรถใต้ดินและโกดังเก็บของร้างที่ไม่มีจุดสิ้นสุด" ซึ่งก็อาจเป็นคำอธิบายที่คุณคุ้นชินด้วย
พื้นที่ต่างๆของโซนอยู่อาศัย
ห้องโถงของโซนอยู่อาศัยนั้นจะมีปรากฏการณ์เฉพาะอยู่สองอย่าง การปรากฏขึ้นของลังไม้ ซึ่งเป็นหนทางเดียวในการหาทรัพยากร และการกระพริบที่บ่อยครั้งของหลอดไฟ ที่จะสร้างเหตุการณ์ไฟดับสั้นๆขึ้น ซึ่งก็มักจะทำให้สรรพสัตว์ผิดธรรมชาติออกมาหากิน ทั้งสองอย่างนี้จะได้รับการอธิบายเพิ่มด้านล่างในส่วนเฉพาะของมัน ให้กดไปที่ลิงค์ด้านบนหากคุณต้องการข้อมูลเหล่านี้ในทันที
การเดินทาง
ตัวอย่างจุดสังเกตที่สามารถช่วยในการเดินทางได้
โซนอยู่อาศัยจะมีคุณสมบัติของสิ่งที่เราเรียกกันว่า "เรขาคณิตนอกแบบยุคลิด" ซึ่งหมายความว่าระยะทางที่คุณรับรู้นั้นเป็นแค่สิ่งเทียมที่ประสาทสัมผัสของคุณสร้างขึ้น และสภาพแวดล้อมของคุณก็ไม่ได้เป็นไปตามที่คุณเห็น ตัวอย่างเช่น:
- คุณเดินอยู่แค่ไม่กี่วินาที แต่ก็พบตัวเองอยู่ในตำแหน่งที่คุณคิดว่าอยู่สุดขอบสายตา
- คุณตะเวนเตร่ไปหลายนาที แต่ก็มารู้ตัวอีกทีว่าคุณแทบจะไม่ได้ขยับไปจากจุดดังเดิมเลย
แต่ก็โชคดีที่มันมีหนทางในการเดินทางในสถานที่แห่งนี้อยู่ โดยที่ไม่ต้องพึ่งประสาทสัมผัสที่คลาดเคลื่อนของคุณ ซึ่งมันก็จะข้องเกี่ยวอยู่กับสภาพแวดล้อมรอบตัวคุณ:
- ก่อนอื่น ให้เริ่มหาจุดสังเกตที่อยู่ห่างไปในระยะหนึ่ง (โต๊ะ, เสาที่มีสี, แผงไฟฟ้า, ลังไม้…)
- เดินไปในทิศของวัตถุนั้นอย่างระมัดระวัง และไม่ละสายตาไปจากมัน
- หากคุณไม่ได้อยู่ใกล้ขึ้น นั่นแสดงว่าจุดสังเกตนั้นอยู่ไกลกว่าที่คุณคิด
- ในกรณีนั้น ให้มองหาจุดสังเกตอีกจุดแล้วทำวิธีนี้ซ้ำใหม่
วิธีนี้จะทำให้คุณสามารถรู้ได้ว่าตนอยู่ที่ไหน โดยการใช้จุดเทียบเคียง เพื่อที่จะช่วยในการบอกตำแหน่งของตนเอง
เมื่อคุณเริ่มคุ้นชินกับสภาพแวดล้อมผิดธรรมดานี้แล้ว ความจำเป็นที่จะต้องใช้วัตถุภายนอกก็จะค่อยๆจางหายไปเอง1
อย่างไรก็ดี คุณก็ยังไม่ควรที่จะเชื่อมันในความสามารถของตัวเองเร็วเกินไป ความมั่นหน้านั้นเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งสำหรับผู้พเนจรหน้าใหม่ ระยะห่างที่คุณเห็นจะเป็นภาพหลวงเสมอ เพราะฉะนั้นอย่าได้คิดไปว่าคุณจะชำนาญการเดินทางนอกพื้นที่แบบยุคลิดได้ภายในเวลาแค่ไม่กี่ชั่วโมง
เขต
ในขณะที่คุณกำลังเดินลึกเข้าไปในด่าน คุณก็อาจสังเกตได้ถึงความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในสภาพแวดล้อม เสาอาจมีรูปแบบที่ต่างไปจากอันก่อนหน้า ผนังอาจมีสีที่ทรุดโทรมกว่าเก่า… ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะเป็นเพราะการแบ่งส่วนออกของด่าน ซึ่งจะแยกกันออกเป็นส่วนที่เหมือนแต่ก็แตกต่างกันออกไป นักเดินทางจะเรียกมันว่า "เขต" ให้คิดเหมือนกับว่าพวกมันเป็น "ด่านย่อย" ของ โซนอยู่อาศัย แม้จะเป็นโกดังเหมือนกัน แต่ก็จะมีความแตกต่างในด้านสถาปัตยกรรมอยู่
ทำไมเราถึงควรสนใจการเปลี่ยนแปลงที่เล็กน้อยขนาดนี้ล่ะ? คำตอบก็เรียบง่าย เพราะการมีอยู่ของมัน กลุ่มต่างๆจึงสามารถที่จะตั้งชื่อและหาที่อยู่ของสถานที่หลักๆของด่านไว้ได้ ทำให้การเดินทางผ่านโซนอยู่อาศัยนั้นง่ายดายขึ้นมาก เนื่องจากที่นักเดินทางจะสามารถบอกได้ว่าตนอยู่ในส่วนไหนของด่าน 1 แน่นอนว่าเขตเหล่านี้จะยังคงมีขนาดที่กว้างใหญ่ ดังนั้นก็อย่าได้ลืมการเดินทางโดยใช้จุดสังเกตล่ะ
ภาพรวมของเขต
ผนังสีเทาและพื้นที่มีเสาคอนกรีตหนาประกอบรวมเข้าด้วยกันเป็นเขตอะควิล่า ซึ่งส่วนที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดในโซนอยู่อาศัย ลักษณะของมันจะคล้ายโรงจอดรถมากกว่าโกดังเก็บของ ภูมิทัศน์อันจืดชืดของมันจะถูกแทรกก็โดยเพียงท่อบนเพดานเท่านั้น ซึ่งก็จะส่งน้ำชื้นๆ ที่ไม่ปลอดภัยสำหรับการบริโภค ให้รั่วลงมาบนพื้น
มีความเป็นไปได้สูงที่คุณจะคุ้นชินกับสภาพแวดล้อมนี้อยู่แล้ว เนื่องจากผู้ที่มาใหม่นั้นมักจะโนคลิปเข้ามาที่นี่จากโถงสีเหลือง ด้วยเหตุนี้ กลุ่มเมเจอร์ เอ็กซ์พลอเรอร์ กรุ๊ปจึงได้ตั้งฐานอัลฟ่าไว้ในเขตนี้ เพื่อที่จะทำให้การตรวจตราหาผู้คนหน้าใหม่ง่ายยิ่งขึ้น
จะมีการเดินตรวจตราเช่นนี้อยู่บ่อยครั้ง เนื่องจากที่พวกเขาจะคอยมองหาผู้พเนจรที่เพิ่งโนคลิปเข้ามาใหม่ๆ และคอยนำพาพวกเขาไปยังฐานหลัก พวกเขามักจะทำงานกันเป็นทีมสี่ถึงห้าคน ซึ่งจะสามารถสังเกตได้จากไกลโดยเครื่องแต่งกายสีเขียวเหลืองและตราเหยี่ยวประทับชุดของพวกเขา หากคุณพบเห็นพวกเขาเข้า คุณก็จะสามารถที่จะเข้าไปถามหาความช่วยเหลือได้อย่างปลอดภัย
ในตอนนี้ที่คุณรู้แล้วว่าจะต้องเดินยังไงไม่ให้หลง ก็ให้คุณพยายามหาสัญญาณของชีวิตอื่นๆดู กลุ่มของพวกเรามักจะเดินตรวจตราอยู่ภายในด่าน เพื่อที่จะช่วยคนอย่างคุณให้สามารถหาฐานของเราได้อย่างปลอดภัย คุณสามารถที่จะมองหาสัญลักษณ์ของเราได้2 เพื่อที่จะค้นหาพวกเราให้เจอได้ง่ายยิ่งขึ้น ดังนั้นก็ให้เปิดตาคอยมองดูพวกมันเอาไว้ล่ะ
วิธีการหาจุดสังเกตของถิ่นที่อยู่
โดย M.E.G. ทีม "คอมพาสพอยท์"
สวัสดีคุณผู้พเนจร ผมมีชื่อว่า เอล และผมก็เป็นสมาชิกของทีมคอมพาสพอยท์ในกลุ่ม M.E.G. ในวันนี้ผมจะมาอธิบายถึงวิธีในการหาจุดสังเกตของถิ่นที่อยู่ในพื้นที่ด่านให้คุณ
ที่นี่ไม่ได้ถูกเรียกว่า "โซนอยู่อาศัย" เพราะมันรกร้างว่างเปล่า มีถิ่นฐานอยู่มากมายที่ถูกก่อตั้งขึ้นโดยผู้คนที่รวมกลุ่มเข้าด้วยกัน หากคุณหาพวกเขาพบ พวกเขาก็จะสามารถช่วยคุณให้ฟื้นฟูขึ้นจากความโหดร้ายของด่านนี้ได้ และก็อาจจะให้ที่อยู่อาศัยกับคุณด้วย
แต่การจะไปให้ถึงที่นั่นได้ก็เป็นเรื่องยาก อย่างที่คุณคงจะทราบอยู่แล้ว ด่าน 1 นั้นกว้างใหญ่ไพศาล และแม้ว่าเขตต่างๆจะช่วยให้คุณรู้ได้ว่าตนเองอยู่ที่ไหน มันก็ไม่ได้ช่วยในการระบุว่าด่านหน้าที่ใกล้ที่สุดอยู่ตรงจุดไหนเลย
ดังนั้น เพื่อที่จะแก้ปัญหานี้ กลุ่มอย่างเราจึงได้ตั้งจุดสังเกตไว้หลากหลายประเภทไว้ช่วยนำทางพวกคุณ พวกมันมักจะมีลักษณะเรียบง่าย เช่น ผ้าสีสันสดใสที่มีโลโก้กลุ่มอยู่ด้านบน โดยจะมีอาหารหรือน้ำอัลมอนด์ และกระดาษที่ถูกผูกติดไว้กับมัน
สีสันของพวกมันนั้นจะตัดกันกับผนังสีเทาของภูมิทัศน์ภายในด่าน เพราะฉะนั้นก็จับตาดูพวกมันไว้ล่ะ เพื่อที่จะให้หาพวกมันได้ง่ายยิ่งขึ้น พวกมันจึงมักจะถูกติดไว้ใกล้ๆกับประตูหรือบนผนัง และบางครั้งก็แขวนไว้บนไฟนีออน
กระดาษที่ติดมาด้วยมักจะมีคำอธิบายถึงวิธีการหาถิ่นฐานของกลุ่มที่สร้างจุดสังเกตเหล่านี้เอาไว้ ให้คุณใช้มันเพื่อหาพวกเขา หรือถ้าคุณจะรอใกล้ๆให้มีคนมาก็ได้เช่นกัน แต่อย่างที่คุณจะได้เรียนรู้ถัดๆมาในหน้านี้ ไฟกระพริบจะทำให้การอยู่ในห้องโถงใหญ่นานเกินไปเป็นความเสี่ยง ผมเลยจะแนะนำให้คุณรีบไปตามหาถิ่นฐานนั้นๆเอาแทน
หากคุณเอาสิ่งของไปจากจุดสังเกต ก็ช่วยวางผ้าสีลงไว้ที่พื้นด้วย นี่จะทำให้เรารู้ว่าสิ่งของของจุดนั้นได้ถูกเอาไปแล้ว และเราจะได้เติมมันกลับ ในการลาดตะเวนครั้งหน้า ต้องขอขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ และขอให้คุณโชคดีข้างนอกนั่นล่ะ
อาการกระหายน้ำของฉันได้แย่ลงจนเข้าขั้นป่วย กลายมาเป็นโรคภัยที่กำลังริดรอนสติปัญญาของฉันไป พื้นที่ต่างๆเริ่มหมุนวนรอบตัวฉัน ในขณะที่ฉันเข้ากระแทกกับผนังรอบด้าน มันเป็นจุดที่ตกต่ำที่สุดของฉัน จนกระทั่งที่ฉันได้เห็นมันเข้า ขวดน้ำแก้วใส ตั้งอยู่ใกล้ๆกับประตูทางออกฉุกเฉิน ฉันรีบวิ่งไปหามัน และเอาเล็บเข้ากระชากฝาขวดอย่างหิวกระหายในทันทีที่มือเอื้อมถึง
ฉันเริ่มกระดกน้ำลงไปในคอ แต่ก็เกือบจะพ่นมันออกในทันที เพราะรสถั่วพิลึกๆ ฉันอมมันเอาไว้ ก่อนจะหันขวดในมือมาดูพลางอ่านฉลากไปด้วย มีคำว่า “น้ำอัลมอนด์” ถูกเขียนไว้หวัดๆในฟอนต์ที่คล้ายจะหลุดออกมาจากปี 1980 ฉันกลืนมันลงไป น้ำอัลมอนด์มันคืออะไรวะ
ยิ่งฉันดื่มมันเข้าไป รสชาติของมันก็ยิ่งดียิ่งขึ้น มันมีรสหวานละมุนที่ละลายไปทั่วทั้งปาก บางทีฉันอาจจะแค่หิวน้ำ แต่ที่แน่ๆคือมันสิ่งที่ดีที่สุดที่ฉันเคยดื่มมา ฉันรู้สึกได้ถึงความเหือดแห้งที่จางหายไปจากลำคอ และความรู้สึกปวดหัวที่หายไปเป็นปลิดทิ้ง หัวใจของฉันถูกเติมเต็มไปด้วยความสุข ฉันยังอยู่รอดปลอดภัย อย่างน้อยก็ในตอนนี้ แต่ฉันก็ไม่ควรที่จะประมาทไป ใครจะรู้ว่าฉันจะหาอาหารหรือน้ำได้อีกเมื่อไหร่
ฉันมัวมกมุ่นอยู่กับโชคดีของตัวเองจนไม่ทันสังเกตเห็นถึงจดหมายที่วางอยู่ใกล้ๆ ฉันหยิบมันขึ้นจากพื้นและค่อยๆเปิดมันออกอย่างช้าๆ
สวัสดีคุณผู้พเนจร
@@
ช่างโชคดีที่คุณได้เข้ามาพบที่นี่เข้า การที่คุณกำลังอ่านจดหมายนี้ได้อย่างปลอดภัยไม่ใช่เรื่องจิ๊บจ๊อยเลย และรางวัลของคุณก็คือน้ำอัลมอนด์ที่ถูกบรรจุมาอย่างพิเศษขวดนี้ เป็นความอนุเคราะห์จากเมเจอร์ เอ็กซ์พลอเรอร์ กรุ๊ปเอง มาหาพวกเราแล้วเราจะช่วยคุณตั้งตัวและอธิบายทุกๆอย่างที่เกิดขึ้น หนทางยังอีกยาวไกล ให้เดินตามโถงทางเดินไปจนกว่าคุณจะเริ่มพบผู้คน พวกเขาจะนำทางคุณไปยังที่ปลอดภ้ยได้
@@
ช่วยทิ้งขวดเปล่าไว้ที่นี่พร้อมจดหมาย เราจะได้เติมมันได้อีก ขอบคุณและขอให้โชคดีล่ะ
ใจฉันตกไปยังตาตุ่ม
ฉันดื่มมันไปจนหมดขวดแล้ว
ฉันโล่งใจขึ้น มันยังมีคนอื่นๆอยู่ที่นี่ และพวกเขาก็ดูจะเป็นมิตร คงสมเหตุสมผลที่ที่นี่จะมีกลุ่มนักสำรวจ ดูจากขนาดของมันแล้ว ฉันเขย่าขวดให้น้ำหยดสุดท้ายร่วงลงปากของฉัน จากนั้นฉันจึงรู้ตัวว่าสมรรถภาพของฉันทั้งหมดได้กลับมาเป็นปกติแล้ว และฉันก็คิดว่าสายตาของฉันดียิ่งขึ้นกว่าเดิมด้วย
พวกเขาใส่อะไรไปในน้ำนั่นกันนะ
พอได้กลับมามีพลังเต็มเปี่ยมอีกครั้ง ฉันวางขวดน้ำและจดหมายไว้อย่างระมัดระวัง ก่อนจะผลักประตูบานคู่เข้าไป มือจับอยู่กับบานจับประตูที่เย็นเฉียบ ในขณะที่บานประตูนั้นก็ขัดขืนแรงของฉัน มันค่อยๆเปิดออก และฉันก็ลอดเข้าไปในโถงทางเดินแคบๆ มันอุ่นกว่ามาก และก็ไม่ได้มีแอ่งน้ำเปียกๆอยู่ทั่วพื้นแล้ว
ฉันเริ่มที่จะเตร่ไปตามโถงทางเดิน เปิดประตูไปทั่ว ในขณะที่มือก็ถูไปกับผนังคอนกรีตสีขาว ห้องข้างๆหลายห้องนั้นว่างเปล่าและมืดมิด บางทีฉันอาจจะหาที่พักหลับเอาแรงในนี้ได้
ความสงบใจแล่นผ่านร่างฉันไป ความวิตกมลายหายไป บางทีฉันอาจจะกำลังชินกับที่นี่ หรือบางทีมันอาจเป็นแค่เพราะฉันได้ดื่มอะไรเข้าไป
แต่นั่นก็เป็นเรื่องดีแล้ว
เพราะฉันจะมัวแต่วิตกที่นี่คงไม่ได้
โถงทางเดิน
ให้สังเกตไปที่ภาพวาดที่ถูกวางเอาไว้บนพื้น หน้าประตูทางออกไปยังห้องโถงใหญ่ เหมือนกับลังไม้ พวกมันมักจะหายไปเมื่อไม่ถูกสังเกต
ไม่ว่าคุณจะอยู่ในเขตไหน คุณก็น่าจะเคยพบเข้ากับประตูบานสวิง ที่บางครั้งก็จะมีป้ายทางออกติดอยู่ด้านบน ถึงแม้ว่าพวกมันจะไม่ได้พาคุณออกไปจากด่าน แต่พวกมันก็จะพาคุณไปยังส่วนที่สองของด่าน 1 "โถงทางเดิน"
ตามลักษณะแล้วก็คับแคบและน่าสบสน พวกมันเชื่อมกันเป็นคอมเพล็กซ์ของทางเดินคอนกรีตไฟสลัวที่ขยายออกไปหลายสิบกิโลเมตร แต่ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องกลัวโถงเหล่านี้ไป เพราะที่นี่จะมีความปลอดภัยมากไปกว่าห้องโถงใหญ่หลายเท่า
อย่างที่คุณจะสังเกตได้ในชั่วอึดใจ โครงสร้างของโถงทางเดินนั้นจะไม่มีความผิดปกติใดๆ ซึ่งหมายความว่าคุณจะสามารถเชื่อมั่นในประสาทสัมผัสของตัวเองได้อีกครั้ง แต่ก็ยังควรระวังเอาไว้ เนื่องจากที่คอมเพล็กซ์แห่งนี้จะมีความสลับซับซ้อน ทำให้คนที่ไม่ระวังตัวหลงทางได้ง่ายๆ เพราะฉะนั้นหากคุณทำได้ คุณก็ไม่ควรที่จะลงลึกจนเกินไป ให้ลองหาทางย้อนรอยตัวเอง เช่นการใช้ก้อนด้ายมาทำเป็นด้ายอาเรียน
หนึ่งในห้องที่ไร้จุดประสงค์ที่สามารถถูกเข้าถึงได้ผ่านโถงทางเดิน
ส่วนคำถามที่ว่ามีอะไรอยู่ภายในโถงทางเดินนั้น มันก็เปรียบเสมือนกับระบบถ้ำที่โลก ปลอดภัยจากสิ่งมีชีวิตที่อันตราย และก็เป็นที่พักพิงที่เหมาะแก่การใช้พักแรม แต่มันก็ขาดแคลนทรัพยากรซะเป็นส่วนมาก ดังนั้น คุณจึงควรรวบรวมทุกสิ่งที่คุณต้องการจากห้องโถงใหญ่ไว้ก่อน
แน่นอนว่าในโถงทางเดินนั้นจะมีห้องอยู่ อย่างไรก็ดี เหมือนกันกับส่วนที่เหลือของโซนอยู่อาศัย พวกมันถูกสร้างขึ้นอย่างไร้จุดประสงค์ ปราศจากซึ่งความสมเหตุสมผลและตรรกะใดๆ ตัวอย่างของห้องเหล่านี้ก็มี:
- ห้องสำนักงานเล็กๆที่จะมีเครื่องคอมพิวเตอร์เก่าๆ3ตั้งอยู่บนโต๊ะ ซึ่งจะถูกส่องสว่างโดยหลอดไฟหลอดเดียวบนเพดาน
- พื้นที่แคบที่จะมีกำแพงอิฐล้อมรอบ (ดูคลิปวิดีโอด้านล่าง)
- ห้องพยาบาลขนาดใหญ่ที่จะมีเตียงพยาบาลตั้งเดี่ยวอยู่กลางห้อง โดยจะมีโต๊ะอยู่บ้างในด้านข้าง
- ห้องบุนวมที่มีเก้าอี้ตั้งไว้ตรงกลาง ซึ่งบางครั้งก็โนคลิปผ่านพื้นลงไป
- ห้องกว้างที่มีรูปวาดอยู่บนผนังและพื้น
บางทีอาจจะเล็กไปหน่อยสำหรับการใช้อยู่อาศัยนะ ลองประตูอื่นดูสิ
แม้จะมีโครงสร้างที่แปลกประหลาด แต่ห้องเหล่านี้ก็เป็นที่ที่เหมาะสำหรับการพักผ่อน อุณหภูมิของมันจะให้ความสบายตัวต่อมนุษย์ และลักษณะปิดล้อมของมันก็จะทำให้การนอนหลับปลอดภัย คุณสามารถที่จะเข้าใช้มันได้ตลอด "ช่วงคืน" เพื่อที่จะนอนหลับพักผ่อนให้เต็มอิ่ม ซึ่งก็จะช่วยให้คุณตามหากลุ่มได้ง่ายยิ่งขึ้นในภายหลัง
วิธีการสร้างที่พักแรมในโถงทางเดิน
โดยทัพ "อาเรียนเธรด" จากกลุ่มโนแมดส์
ยินดีด้วยที่คุณพบโถงทางเดินนะ คุณผู้พเนจร อย่างที่คุณได้อ่านมาก่อนหน้า ที่นี่จะมีความปลอดภัยกว่าห้องโถงที่ไม่เป็นแบบยุคลิดมาก มันเลยเป็นที่ที่ดีที่สุดจะใช้พักในระหว่างช่วง "กลางคืน" การพักผ่อนในสถานที่ไม่เอื้ออำนวยแบบนี้ เป็นสิ่งสำคัญในการที่จะรักษาสมรรถภาพทางกายและจิตเอาไว้ ซึ่งจะทำให้คุณอยู่รอดไปเจอคนอื่นๆได้
แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกๆห้องในโถงทางเดินจะถูกสร้างมาอย่างเท่าเทียม เพราะในบางห้องก็สามารถที่จะมีลูกเล่นที่ประหลาดสุดจากทั่วทั้งแบ็กรูมส์อยู่ได้ ด้านล่างนี้ได้มีการรวบรวมถึงคำถามที่เราพบบ่อยจากผู้พเนจรหน้าใหม่ที่ต้องการจะเอาชีวิตรอดและตั้งค่ายขึ้นด้วยตนเอง
— — //// — —
ฉันเห็นห้องมาหลายห้องแล้ว มันมีห้องไหนที่ดีกว่าห้องอื่นๆไหม?
การเลือกห้องให้ถูกนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญ หากเล็กเกินไป คุณก็จะไม่สามารถนอนลงได้อย่างสบายตัว หรือแค่จะก่อไฟก็ไม่ได้เช่นกัน หากใหญ่เกินไป คุณก็จะหนีไม่พ้นจากความรู้สึกเปล่าเปลี่ยวและน่าพะวักพะวงของห้องโถงใหญ่ แต่ตามปกติแล้ว ขนาดที่พอดีก็จะอยู่ที่ประมาณห้องนอนห้องหนึ่งได้
ฉันจะนอนในนั้นยังไง?
ในกรณีที่ดีที่สุด ก็คือคุณจะพบเข้ากับถุงนอนในระหว่างที่กำลังอยู่ในห้องโถงใหญ่ แต่ถ้าหากคุณหามันไม่พบ การหาห้องที่มีพื้นนุ่มๆ (อย่างยางหรือพรม) ก็จะเป็นทางเลือกถัดมาของคุณ และการใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีอยู่ อย่างฟูกหรือโซฟาก็เป็นทางเลือกอีกทาง ทั้งสองหนทางนี้ถึงแม้จะไม่ได้มีความเหมาะสมมากที่สุด แต่ก็เป็นหนทางที่สะดวกสบายที่สุดเท่าที่คุณจะหาได้ในด่าน 1
การจะหาอาหารในโถงทางเดินมันเป็นไปไม่ได้จริงๆหรอ?
ถ้าหากว่าคุณไม่ได้พบอาหารหรือน้ำในขณะที่กำลังสำรวจห้องโถงใหญ่อยู่ แต่ต้องรีบเข้ามาในโถงทางเดินก่อน ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะแม้จะหาได้ยาก แต่ในห้องที่ได้รับการตกแต่งก็จะคงยังมีพวกมันอยู่บ้าง อย่างไรก็ตาม เสบียงเหล่านี้ส่วนใหญ่ถ้าไม่บูดเน่าก็จะมีเชื้อแฝงอยู่ เพื่อความปลอดภัย คุณจึงควรที่จะกินสิ่งที่อยู่ในขวด, โหล, หรือกระป๋องเท่านั้น
ฉันก่อกองไฟที่นี่ได้ไหม?
คุณสามารถที่จะใช้แผ่นไม้ที่คุณหาได้จากลังต่างๆ เพื่อที่จะนำมาก่อกองไฟได้ แต่ก็ควรรู้ไว้ว่าไม่ใช่ว่าทุกห้องจะมีช่องระบายอากาศ และการขาดอากาศหายใจในที่พักของตนเองก็ยังเป็นความเป็นไปได้หนึ่ง อีกอย่าง อุปกรณ์ตั้งแคมป์เช่นเตาพกพาก็สามารถที่จะถูกพบได้ตามลังไม้ หากคุณไม่อยากที่จะกินอาหารแบบเย็นๆ
มีล็อกอยู่บนประตู ฉันควรจะใช้มันกันอันตรายไว้ก่อนดีไหม?
ควรจะเหลี่ยงการใช้ล็อกตามธรรมชาติไม่ว่าจะในกรณีใดๆ พวกมันมักจะหายไปเมื่อไม่ได้ถูกสังเกต ซึ่งหมายความว่าคุณจะไม่สามารถเปิดประตูได้หลังจากที่มันหายไป ส่งผลให้คุณต้องตายอย่างทุกข์ทรมานในห้องที่จริงๆแล้วควรจะเป็นจุดปลอดภัย
แล้วพวกสัตว์ประหลาดล่ะ?
เอ็นทิตี้มักจะไม่เข้ามาเดินเตร็ดเตร่อยู่ในโถงทางเดิน แต่ถึงอย่างนั้น การเตรียมพร้อมรับมือเอาไว้ก็ยังเป็นสิ่งที่ดีเสมอ การปิดกั้นประตูไว้ด้วยเฟอร์นิเจอร์มักจะป้องกันการบุกรุกใดๆได้ และให้พยายามเลี่ยงการทำเสียงดังในระหว่างช่วงไฟกระพริบ เพื่อจะกันไม่ให้พวกมันสนใจที่พักของคุณก็ช่วยได้เช่นกัน
ฉันนอนหลับเต็มอิ่มแล้ว ตอนนี้ต้องทำอะไรต่อ?
การทิ้งค่ายชั่วคราวเอาไว้จะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ให้คุณย้อนรอยตนเองกลับไปยังประตูที่คุณใช้เข้ามา และจากนั้น ก็ตามหาพวกเราที่กลุ่มหลักต่อไป พยายามเข้าละ คุณใกล้เราขึ้นในทุกๆเก้าที่คุณเดิน
หลายชั่วโมงผ่านไปในขณะที่ฉันเร่ร่อนอยู่ในโลกใหม่แห่งนี้ ความเหนื่อยล้าและความกระหายกลับมาอย่างรวดเร็ว ความคิดเกี่ยวกับสิ่งที่เรียกว่าน้ำอัลมอนด์ค่อยๆ แทรกซึมเข้ามาจิตใจของฉัน ฉันต้องนอน ฉันเปิดประตูทุกบานเพื่อค้นหาทุกซอกทุกมุมของพื้นที่เพื่อหาที่ที่สามารถใช้นอนได้ แต่ฉันพบแค่ลังที่พังกับเศษไม้เท่านั้น และมันก็ไม่มีอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันเลย
มันเกือบจะเป็นอีกวันหนึ่งแล้วเมื่อฉันเจอมัน ห้องเล็กๆ ที่คับแคบห้องหนึ่งที่มีที่นอนเก่าๆ อยู่หลายอันกระจัดกระจายอยู่ข้างใน
ฉันปิดประตูลงแล้ววางที่นอนอันหนึ่งแนบไว้กับประตู ขยับอันอื่นเพื่อช่วยบังแสง ฉันนอนลงและสลบไปแทบจะทันที หายเข้าไปในความมืดที่วนเวียนอยู่หลังเปลือกตาของฉัน
ฉันฝัน บางทีอาจเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ฉันตกลงมาในที่แห่งนี้ ฉันฝันถึงพ่อแม่ของฉัน ฝันถึงหมาของฉัน มันเป็นฝันที่ดี ที่ค่อยๆ รวมตัวกันกลายเป็นเงามืดๆ ที่เกาะอยู่ที่ปลายทางเดิน ฉันพบว่าตัวเองกำลังเร่ร่อนอยู่ในทางเดินที่คล้ายกับนรกสีเหลืองนั่น อย่างไรก็ตาม ไฟได้กลายเป็นสีแดงเลือด และเสียงหึ่งๆ ก็ดังขึ้นอย่างบ้าคลั่ง ฉันวิ่ง วิ่งไปเรื่อยๆ แต่ทางเดินดูไม่มีวันจบลง เพียงแค่บิดตัวในรูปแบบที่เป็นไปไม่ได้ในขณะที่มันแผ่ออกไปข้างหน้าฉัน พรมค่อยๆ ลึกขึ้นและลึกขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งฉันพบว่าตัวเองกำลังจมอยู่ในรอยแยกที่เปียกโชก ฉันเกาะเส้นใยของพรมอย่างสิ้นหวัง แต่พวกมันเปียกเกินไป ฉันมองดูไฟสีแดงที่ค่อยๆ จางหายไปเหนือตัวฉัน ฉันเริ่มสำลักขณะที่กำลังจมลงสู่ความว่างเปล่า และพรมก็ได้กลืนกินฉันไปอย่างสมบูรณ์
ฉันสะดุ้งตื่นพร้อมเหงื่อที่เย็นยะเยือก รู้สึกมึนงงขณะที่ฉันสูดอากาศเข้าไป
ขอบคุณพระเจ้าที่มันเป็นเพียงแค่ความฝัน
ฉันหายใจแรง หัวใจเต้นแรงขณะที่ที่นอนส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดภายใต้แรงกดดันจากการหายใจของฉัน ฉันนั่งพิงประตู พยายามทำสมาธิในขณะที่พยายามลืมความฝันนั่น นี่มันเลวร้ายมาก แค่การโดนซ้ำเติมซ้ำแล้วซ้ำเล่า ฉันรู้สึกเหมือนฉันได้ผ่านขั้นตอนของความเศร้าโศกมาแล้วเพื่อพยายามเอาชีวิตรอดที่นี่ บางทีการที่ฉันคิดว่าฉันจะอยู่รอดได้ก็แค่การต่อรองกับตัวเอง
ฉันเตะที่นอนที่บังแสงไว้ด้วยเท้า ทำให้มันล้มลง ห้องถูกเติมเต็มด้วยแสงนีออนซีดๆ และในชั่วขณะหนึ่ง ฉันก็รู้สึกพ่ายแพ้อย่างแท้จริง
ถึงเวลาต้องไปต่อแล้ว ฉันรู้สึกสดชื่นอย่างน่าประหลาดเมื่อเทียบกับฝันร้ายที่เพิ่งเกิดขึ้น ฉันดันที่นอนออกไป ไม่รู้ทำไมมันถึงดูไม่น่าพิสมัยเหมือนตอนแรกที่เจอ ฉันขมวดคิ้วขณะที่ดันมันออกแบะก็ดันประตูเพื่อเปิดมันออก
ขณะที่ประตูส่งเสียงเอี๊ยดเมื่อเปิดออก ฉันได้ยินบางอย่างข้างหลังฉัน เหมือนกับคลื่นไฟฟ้า ฉันหันไปเห็นไฟในห้องกำลังกระพริบอย่างน่ากลัว ฉันยืนนิ่งขณะที่ทั้งบริเวณกลายเป็นความมืดสนิท ไม่มีเสียงใดๆ เลย มีแค่เสียงหายใจเบาๆ ของตัวฉันเอง แล้วฉันก็ได้ยินบางอย่าง เสียงที่ฉันไม่เคยได้ยินมาก่อน เสียงตบเบาๆ ของผิวหนังกระทบพื้นคอนกรีต มันดังขึ้นเรื่อยๆ เหมือนกำลังมาทางฉัน ฉันปิดประตูตรงหน้าลง เส้นผมลุกชันเมื่อฉันตระหนักว่าฉันปิดมันเสียงดังเกินไป ฉันได้ยินเสียงกระทบเบาๆ วิ่งมาหยุดที่หน้าประตู
มันต้องใช้ความพยายามทั้งหมดที่ฉันมี แต่ฉันก็กลั้นหายใจเอาไว้ได้ ฉันได้ยินบางอย่างเดินวนอยู่หลังประตู น้ำตาไหลออกมาจากดวงตาของฉันขณะที่เลือดสูบฉีดผ่านหัวใจที่กำลังเต้นแรง อะดรีนาลีนไหลทะลักไปทั่วร่างกาย ฉันเริ่มสั่นขณะที่กดน้ำหนักตัวทั้งหมดแนบกับประตู
ฉันวางหูลงบนผิวโลหะอย่างแผ่วเบา พยายามหาว่ามีอะไรอยู่อีกฝั่ง ทั้งหมดที่ฉันได้ยินคือเสียงหายใจเบาๆ หนักๆ และเสียงกรงเล็บที่ขูดเบาๆ ไปตามผิวประตู
เรายืนประจันหน้ากันอยู่ตรงนั้น ฉันกับแขกของฉัน ตอนนี้มันผ่านมานานมากแล้ว มันเล่นกับประตู เขย่าที่ลูกบิดและขูดบนพื้นผิวสีเทาบางๆ ที่เคลือบอยู่บนกรอบโลหะอยู่ ฉันควบคุมลมหายใจของตัวเองอย่างระมัดระวัง ภาวนาให้มันจากไปเสียที
เหมือนกับการกระโชกของลม เสียงกลับคืนมาสู่ตัวด่านขณะที่ไฟกลับมาติดอีกครั้ง ความโล่งใจถาโถมเข้ามาที่อย่างน้อยฉันก็สามารถมองเห็นได้ ฉันได้ยินเสียงบางอย่างที่อยู่อีกฟากหนึ่งวิ่งหนีไปและฉันก็ทรุดตัวลงกับพื้นด้วยความโล่งใจ
ฉันรออยู่ยี่สิบนาทีก่อนจะค่อยๆ เปิดประตูอย่างระมัดระวัง ทางเดินดูว่างเปล่า ไม่มีใครอยู่ทั้งสองทาง ดังนั้นฉันจึงใช้เวลาสักครู่เพื่อตรวจสอบประตู มีรอยกรงเล็บยาวๆ สี่จุดที่สลักลงไปและของเหลวใสๆ เป็นฟองและข้นเหนียวกำลังไหลลงมาตามพื้นผิววัสดุของมัน และความหวาดกลัวก็พุ่งพล่านผ่านตัวฉันเหมือนถูกไฟช็อต
นี่ฉันพบเจอกับอะไรกันแน่เนี่ย?
ไฟกระพริบ
ภาพถ่ายส่วนหนึ่งของห้องโถงในระหว่างเหตุการณ์ไฟกระพริบ
ตามชื่อที่ได้บอกไปข้างต้น ไฟกระพริบก็คือเหตุการณ์ที่แสงไฟทั้งหมดในโซนอยู่อาศัยดับลง ส่งผลให้ตัวด่านถูกปกคลุมด้วยความมืดมิดโดยสิ้นเชิง แต่อย่าถูกหลอกด้วยความธรรมดาของมันเชียว! ในบรรดาปรากฏการณ์ทั้งหมดในแบ็กรูมส์ นี่อาจเป็นหนึ่งในสิ่งที่อันตรายที่สุดที่คุณอาจเจอได้เลยทีเดียว
ทั้งในช่วงเริ่มต้นและความยาวนานของเหตุการณ์ไฟกระพริบนั้นไม่สามารถคาดเดาได้ ด้วยเหตุนี้ ความไม่แน่นอนของมันจึงสร้างความเครียดให้กับนักเพนจรเมื่อมันเริ่มขึ้น และความกลัวความมืดก็จะเริ่มครอบงำพวกเขา
คุณอาจคิดว่าความวิตกกังวลที่เกิดขึ้นฉับพลันนี้เป็นสิ่งที่สมเหตุสมผล เพราะปรากฏการณ์นี้ทำให้โอกาสหลงทางสูงขึ้น แม้จะเป็นความจริง แต่การขาดแสงสว่างก็ไม่ใช่อันตรายที่แท้จริง อันตรายจริงๆ ของมันคล้ายกับของปรากฏการณ์คืนผิดธรรมชาติ ปรากฏการณ์ไฟกระพริบทำให้สิ่งมีชีวิตหลายชนิดออกมาจากที่ซ่อน และไล่ล่าเหยื่อที่ไม่สามารถสังเกตเห็นพวกมันได้ทัน
ไม่มีห้องโถงใดที่ปลอดภัยในช่วงเหตุการณ์ไฟกระพริบ ไม่ว่าคุณจะอยู่ในพื้นที่ไหนก็ตาม ด้วยเหตุนี้ ทันทีที่มันเริ่มขึ้น คุณต้องรีบเข้าไปในโซนทางเดินโดยเร็วที่สุด:
- มองหาทางเข้าที่ใกล้ที่สุด โดยสังเกตไฟทางออกสีเขียวที่ส่องแสงจางๆ เหนือประตู
- ห้ามใช้แหล่งกำเนิดแสงใดๆ ระหว่างเดินไปยังทางเดินเด็ดขาด! การเป็นแหล่งกำเนิดแสงเพียงจุดเดียวในบริเวณดังกล่าวจะทำให้คุณตายภายในเวลาอันสั้น
- ให้หาผนังที่เชื่อมต่อกับประตูดังกล่าวแล้วค่อยๆ คลำไปตามผนังไปยังบริเวณแสงไฟทางออกนั่น วิธีนี้จะช่วยให้คุณไม่หลงทางในโครงสร้างเรขาคณิตแบบไม่เป็นยูคลิด
- จำไว้ว่าเอ็นทิตี้ได้พัฒนาให้สามารถได้ยินแม้กระทั่งเสียงที่เบามากๆ ได้ จึงควรหลีกเลี่ยงการวิ่งไปยังจุดหมาย
- แม้ว่าทางเดินจะมืดสนิทเช่นกันในช่วงเหตุการณ์นี้ แต่เอ็นทิตี้แถบจะไม่เข้ามาในพื้นที่นี้เลย4 คุณจึงสามารถหาห้องสักห้องเพื่อหลบจนกว่าไฟจะกลับมา
ไม่กี่ก้าวหลังจากเข้าสู่ทางเดิน หัวใจของฉันก็สะดุ้ง ฉันวิ่งกลับไปที่ห้องที่ฉันเคยใช้เป็นที่หลบภัย ชะแลงของฉันยังคงนอนอยู่บนพื้นตรงที่ฉันวางมันไว้ข้างๆ ที่นอน ฉันถอนหายใจด้วยความโล่งใจ จับมันขึ้นมาและนำมันกลับไปคล้องที่เข็มขัด
ในที่สุด หลังจากได้พักผ่อนบ้าง ฉันก็รู้สึกสดชื่นขึ้น บางทีอาจเป็นเพราะการหลั่งอะดรีนาลินจากการหลบซ่อนจากสิ่งที่อยู่หลังประตู แต่มันทำให้ฉันมีแรงกระตุ้นที่จะเดินต่อไปและในที่สุดก็ออกจากทางเดินที่เต็มไปด้วยความหลอนนี้ได้ ความกระหายและความหิวเริ่มเข้ามาอีกครั้ง หวังว่าผู้คนที่อยู่ในกลุ่มสำรวจหลักที่พูดถึงในบันทึกจะทิ้งของขวัญดีๆ ไว้ให้ฉัน
หลายชั่วโมงผ่านไปในขณะที่ฉันกำลังเร่ร่อนไปมา ฉันมองขึ้นไปบนเพดานที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่อย่างระมัดระวัง แต่โชคดีที่ไฟมันไม่ได้ดับอีกแล้ว ในที่สุดฉันก็เจอประตูใหญ่บานหนึ่งซึ่งมีสนิมเต็มไปหมดจากรอยบุบที่ปรากฏบนพื้นผิวโลหะของมัน
ฉันเปิดมันออกอย่างช้าๆ มือกำชะแลงแน่นขณะที่จ้องมองสิ่งที่อยู่ในห้องถัดไป สิ่งที่เห็นคือทางเดินขนาดใหญ่ที่มีชั้นวางโลหะเรียงรายอยู่เหมือนกับด้านหลังของโกดังร้านค้าปลีก บนชั้นเหล่านั้นเต็มไปด้วยลังไม้ที่คุ้นตา มันเป็นไม้ชนิดเดียวกับเศษซากที่ฉันพบกระจายอยู่ทั่วบริเวณ
เมื่อไม่เห็นอันตรายใดๆ ในนี้ ฉันจึงเดินเข้าไปในห้องนั้น ประตูส่งเสียงเบาๆ จากรูปร่างที่บิดเบี้ยว ฉันเดินไปยังลังที่ใกล้ที่สุดและเอาชะแลงเสียบเข้าไประหว่างรอยแยกระหว่างฝาและตัวลังไม้ ฉันบิดมันอย่างเงอะงะก่อนจะงัดฝาขึ้น เสียงไม้แตกร้าวดังขึ้นพร้อมเศษไม้ปลิวกระจายไปทั่ว ฉันเอื้อมมือเข้าไปในกล่องอย่างโง่เขลาก่อนจะสะดุ้งเมื่อบางอย่างบาดนิ้วของฉัน
ความอุ่นแล่นผ่านมือลงมาเมื่อเลือดไหลจากบาดแผล ฉันรีบฉีกแขนเสื้อออกแล้วพันมันแน่น กัดฟันทนกับความเจ็บแปลบๆ จากนั้นฉันก็ยกลังไม้ขึ้นแล้วเอามันกระแทกลงกับพื้น ใต้แสงไฟที่สาดส่องมาโดยตรงซึ่งภายในเต็มไปด้วยหุ่นยนต์โลหะขนาดเล็ก พวกมันดูเหมือนของเล่นโบราณ สีหลุดลอกและมีขอบคมๆ ซึ่งเหมือนของจากร้านขายของเก่า ฉันสบถในลำคอแล้วเตะกล่องนั้นให้พ้นทาง จากนั้นก็เริ่มทุบเปิดลังไม้อื่นๆ อีกครั้ง แต่ก็พบแต่ขยะไร้ค่า ที่ฉันโยนมันทิ้งไว้เป็นกอง
ลังหนึ่งเต็มไปด้วยซากหนูตาย อีกลังมีแผ่นกระจกอยู่เต็มไปหมด ในที่สุดฉันก็เจอลังไม้ที่มีเป้ใบหนึ่งอยู่ข้างใน ไม่มีโลโก้ มีสีดำและซิปเสียไปข้างหนึ่ง แต่ก็ยังพอใช้งานได้อยู่ ฉันสะพายมันขึ้นบ่าแล้วเดินต่อไปเพื่อเปิดลังไม้ต่อไป
มีลังไม้ใบหนึ่งซ่อนอยู่ด้านหลังสุดของชั้นวาง มันอยู่ลึกเข้าไปในเงามืด ฉันอาจจะพลาดมันไปถ้าไม่ได้ค้นหาอย่างละเอียดซึ่งข้างลังมีคำว่า ”การปันส่วน” เขียนด้วยลายฉลุสีดำจางๆ ฉันดึงฝาขึ้นอย่างระมัดระวัง ตะปูส่งเสียงหวีดขณะถูกงัดออกจากเนื้อไม้ เมื่อเปิดฝาออกและฉันก็เห็นขวดน้ำโลหะอยู่สี่ขวด
มันเป็นโลหะสีเทาเงิน ขวดด้านขวามีรอยบุบเล็กน้อยแต่นี่คือสิ่งที่ดูมีความหวังที่สุดที่ฉันเคยเจอมาจนถึงตอนนี้ ฉันหยิบขวดขึ้นมา เปิดฝาออกแล้วเขย่าเบาๆ กลิ่นของเหลวภายในเริ่มโชยออกมาพร้อมกลิ่นหอมของอัลมอนด์ น้ำอัลมอนด์อีกแล้วสินะ ฉันคิดขณะยกขึ้นจิบ รสหวานนุ่มนวลซึมซาบบนริมฝีปาก มันทำให้ฉันรีบดื่มมันจนหมดในรวดเดียว
ฉันดีใจและโล่งอกกับตัวเองเมื่อพลังกลับคืนมา น้ำตาลในเลือดในร่างกายกลับเข้าสู่สมดุลและอาการปวดหัวจางหายอย่างรวดเร็ว ฉันถอนหายใจโล่งอกพร้อมเขย่าขวดเพื่อดื่มหยดสุดท้ายแล้วโยนขวดเปล่าทิ้งไป จากนั้นก็เก็บอีกสามขวดใส่เป้แล้วเดินหน้าต่อไป
ฉันจะหาคนเหล่านั้นให้เจอ ฉันรู้ดีว่าฉันไม่ได้อยู่คนเดียวในที่แห่งนี้
ลังไม้
ลังไม้บางส่วนที่ถูกรวบรวมโดยเจ้าหน้าที่ M.E.G. ที่ฐานอัลฟ่า โดยโลโก้และตัวอักษรต่างๆ บนลังไม้ถูกเพิ่มโดยเจ้าหน้าที่เพื่อให้ง่ายต่อการจัดหมวดหมู่
สถานที่แห่งนี้คงไม่สามารถเรียกว่าโกดังเก็บของได้ หากไม่มีทรัพยากรอยู่ในนั้น ตอนนี้เมื่อคุณได้เดินสำรวจมาระยะหนึ่ง คุณน่าจะเคยพบเจอกล่องไม้ธรรมดาๆ ที่ไม่มีจุดเด่นอะไร ซึ่งมักวางอยู่บนชั้นเก็บของหรือวางอยู่บนพื้น กล่องเหล่านี้ถูกเรียกว่า "ลังไม้" โดยนักเพนจรและสมาชิกในกลุ่มต่างๆ แม้ภายนอกจะดูธรรมดา แต่ภายในได้บรรจุสิ่งที่สำคัญที่สุดในการเอาชีวิตรอดขอบคุณไว้ ซึ่งก็คือทรัพยากร
ส่วนใหญ่แล้วมันมักจะปรากฏอยู่ข้างหลังคุณ5หรือหลังจากเหตุการ์ไฟกระพริบ แทบทุกสิ่งสามารถพบได้ภายในกล่องเหล่านี้ จริงๆ แล้ว การมีพวกมันเพียงอย่างเดียวก็เพียงพอแล้วสำหรับการตั้งถิ่นฐานในด่านนี้ ด้วยเหตุนี้ด่านนี้จึงถูกตั้งชื่อว่า "โซนอยู่อาศัย" โดยกลุ่มคนที่ตั้งถิ่นฐานในนั้น
มันจะไม่มีค่าอะไรเลยหากปล่อยให้ลังไม้หายไปเมื่อไม่มีใครมองมันอยู่ ด้วยเหตุนี้ ให้แน่ใจก่อนว่าคุณได้หยิบสิ่งที่คุณต้องการหมดแล้วก่อนที่จะเดินออกไป สามารถดูรายการสิ่งของที่มีประโยชน์ที่สามารถพบได้แต่ยังไม่ครบในคู่มือข้างล่างนี้
อุปกรณ์ในลังไม้ - คู่มือแนะนำ
โดย ผู้อำนวยการฝ่ายจัดเก็บ คัลลัม แอนดรูว์
ลังไม้ในโซนอยู่อาศัยนั้นมีความหลากหลายอยู่แล้วตามธรรมชาติ ในคู่มือนี้ ผมจะอธิบายการจัดลำดับตามความสำคัญของอุปกรณ์ประเภทต่างๆ รวมไปถึงคำแนะนำในการเก็บรวบรวมพวกมัน
หลีกเลี่ยงสิ่งอันตราย
ลังไม้มีสิ่งของที่มีประโยชน์หลายอย่าง แต่ก็มีสิ่งที่เป็นอันตรายเช่นกัน: สารเคมี วัตถุระเบิด หรือแม้กระทั่งวัตถุบางชนิด เช่น เศษแก้วหรือก้อนไนโตรเจนแข็ง จึงควรเตรียมตัวทุกครั้งเมื่อจะเปิดลังไม้! คนส่วนใหญ่มักจะสวมถุงมือในกรณีที่จำเป็น แต่อุปกรณ์ที่ดีที่สุดจริงๆ คือความอดทนต่างหากล่ะ ผมเข้าใจว่าคุณอาจตื่นเต้นเมื่อเห็นอาหารหรือน้ำอัลมอนด์ ที่อยู่ในนั้น แต่จำไว้ว่าควรดูทุกอย่างที่อยู่ในลังไม้ทุกครั้งก่อนที่คุณจะนำมือลงไปในนั้น
ระวังการมีภาระที่มากขึ้น
มีโอกาสที่คุณจะเจอของมีค่าจำนวนมากในลังไม้: อาหาร อุปกรณ์… อย่างไรก็ตาม จำไว้ว่าห้ามโลภเด็ดขาด! เชื่อพวกเราเถอะ คุณจะมีภาระที่มากขึ้นแน่นอนถ้าคุณหยิบสิ่งของที่น่าสนใจเหล่านั้นไปทั้งหมด มันจะสร้างความลำบากในการเดินทางหรือในกรณีที่แย่ที่สุดเมื่อต้องวิ่งหนีจากพวกเอ็นทิตี้
กระเป๋าเป้ขอบคุณ (หรือกระเป๋าอะไรก็ได้ที่คุณพบข้างล่างนั่น) มีพื้นที่ที่จำกัด คุณจึงควรหยิบเฉพาะสิ่งที่คุณแน่ใจว่าคุณต้องใช้แน่ๆ แต่ถ้าคุณเริ่มคิดว่า "แต่สิ่งนี้มันสามารถช่วยฉันได้นะ ถ้ามันอยู่ในสถานการณ์ที่มันต้องใช้จริงๆ!" นั่นคือสัญญาณที่ดีว่าคุณไม่ได้ต้องการมันหรอก ควรหยิบเฉพาะสิ่งที่จำเป็นเท่านั้น ซึ่งก็คือสิ่งของทั่วไปที่มีประโยชน์ในการเอาชีวิตรอด
ความสำคัญของสิ่งของต่างๆ
ตอนนี้คุณน่าจะเริ่มกังวลแล้วว่า "แต่ฉันควรจัดลำดับจากอะไรล่ะ?" ซึ่งผมก็จะตอบว่า "ยิ่งต้องใช้มากเท่าไหร่ ยิ่งสำคัญมากเท่านั้น" แบ็กรูมส์นั้นไร้สึกความเมตตา อุปสรรคต่างๆ จะถาโถมเข้ามาเรื่อยๆ ซึ่งคุณต้องก้าวข้ามมันไปทีละอย่าง
หลังจากที่คุณจัดการเรื่องที่คุณต้องการเสร็จเเล้ว (เช่นการเปลี่ยนเสื้อผ้าสกปรกหรือดื่มน้ำที่ไม่ได้ดื่มมาทั้งวัน) คุณก็สามารถพิจารณาสิ่งเหล่านี้ต่อไปได้:
- อาหาร —
- น้ำอัลมอนด์ (เครื่องดื่มหลักๆ ที่คุณจะพบในแบ็กรูมส์)
- อาหารที่บรรจุอยู่ในกระป๋อง/ขวดโหล (เพื่อหลีกเลี่ยงอาหารที่ปนเปื้อน/อาจเน่าเสีย)
- เสื้อผ้าที่สะอาดและอบอุ่น —
- เสื้อสเว็ตเตอร์ เสื้อคลุมคริสต์มาส ถุงเท้า กางเกงสกี… หรืออะไรก็ตามที่ทำให้คุณอบอุ่นและไม่ขัดการเดินขอบคุณ
- ชุดสำรองสำหรับตอนที่เสื้อผ้าของคุณไม่สามารถใช้งานได้หรือชำรุด
- รองเท้าที่เหมาะสม เนื่องจากคุณต้องเดินทางอีกมากเพื่อตามหาผู้คน
- อุปกรณ์ปฐมพยาบาล —
- ผ้าพันแผล (หรือผ้าก๊อซ) สำหรับบาดแผลที่อาจเกิดขึ้น
- ยาฆ่าเชื้อและอุปกรณ์ "ทำความสะอาด" อื่นๆ เช่น สบู่หรือเจลล้างมือ6
- เครื่องมือต่างๆ —
- มีดหรือขวานสำหรับช่วยเปิดเปิดลังไม้หรือประตู7 รวมถึงยังใช้ในการขู่เอ็นทิตี้ขนาดเล็กให้หนีไปอีกด้วย8
- อุปกรณ์สำหรับจุดไฟ เช่น ไม้ขีดไฟหรือไฟแช็ก ซึ่งช่วยให้คุณสามารถอุ่นอาหารและตัวคุณเอง (โดยใช้ไม้กระดานจากลังไม้)
- ไฟติดหัวหรือไฟฉายสำหรับใช้ในการเดินทางในโถงทางเดิน (แต่จำไว้ว่าอย่าใช้ในโถงใหญ่เด็ดขาด!)
- สิ่งบันเทิง —
- เส้นด้ายมักพบได้ทั่วไปในลังไม้ ดังนั้นการเล่นพันด้ายสามารถเป็นวิธีที่ดีในการคลายเครียด
- อย่าลืมหยิบสมุดจดพร้อมปากกา เพื่อใช้เขียนว่าคุณคือใครและกำลังทำอะไร ต้องห้ามสิ้นหวังเด็ดขาด
- อื่นๆ —
- นาฬิกาช่วยให้คุณดูเวลาได้9
- ที่ชาร์จโทรศัพท์เป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้คุณสามารถเข้าถึงฐานข้อมูลได้ตลอดเวลา
- ถุงนอน ถึงแม้ว่าการหาห้องที่เหมาะสมในโถงทางเดินก็สามารถหลีกเลี่ยงการใช้มันได้
- วัตถุในแบกรูมส์ —
- เฟอร์วโย เจดส์ สามารถใช้ตรวจจับเอ็นทิตี้ที่อยู่ใกล้ได้ ด้วยคุณสมบัติที่สามารถเปล่งแสง
- ปืนฉีดน้ำ ถึงจะดูธรรมดา แต่ก็สามารถเป็นอาวุธระยะไกลที่มีประโยชน์ที่หลากหลาย ขึ้นอยู่กับของเหลวที่ใช้
- วาร์ปเบอร์รี่ สามารถใช้หนีในสถานการณ์ที่เสี่ยงตายได้10
ตอนนี้คุณน่าจะรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับลังไม้แล้ว! หากคุณต้องการความช่วยเหลือ พวกเราที่เทรดเดอร์คีฟพร้อมและยินดีจะปกป้องคุณจากอันตรายถ้าคุณสามารถจ่ายค่าคุ้มครองของเราได้ ขอให้โชคดีข้างนอกนั่น และพวกเราหวังว่าจะได้เห็นคุณที่เขตกิลด์นะ
ฉันได้แรงฮึดขึ้นมาอีกเป็นครั้งที่สอง
ด้วยย่างก้าวที่ดังก้อง ของรางวัลของฉันส่งเสียงกรุ๋งกริ๋งอย่างร่าเริงในกระเป๋า ทางเดินที่เหมือนนรกสีเหลืองนั่น มันชวนให้เวียนหัวอย่างมาก โชคดีที่ครั้งนี้ฉันเตรียมตัวมาดีแล้วและรู้สึกควบคุมสถานการณ์ได้มากขึ้น
เวลาผ่านไป ฉันนอนหลับในห้องที่ปิดตายอย่างแน่นหนายิ่งกว่าเดิมและเจอลังไม้ที่มีน้ำอัลมอนด์อยู่อีกลังหนึ่ง แม้ฉันจะไม่กระหายน้ำอีกแล้ว แต่ความหิวก็เริ่มครอบงำ ฉันเริ่มตามหาความช่วยเหลืออย่างสิ้นหวังยิ่งกว่าเดิม
แล้วฉันก็ได้ยินบางอย่าง เสียงของมนุษย์ก้องมาจากทางเดินทางหนึ่ง
"ฮัลโหล?"
มันเป็นเสียงของผู้หญิง มันชัดเจนเหมือนแสงแดดยามเช้า "มีคนอยู่ตรงนั้นหรอ?" ฉันตอบกลับไป ถึงแม้จะลังเลอยู่บ้างแต่ใจฉันกลับพองโตด้วยความหวัง
"ฮัลลลโหลลลลลลลลลล?"
เสียงนั้นฟังดูแหบพร่า ฉันเดินตามเสียงไปในโถงทางเดินที่แสงไฟกำลังกระพริบ ความมืดที่แทรกมาระหว่างแสงสว่างกดดันจนฉันต้องรีบวิ่งออกมา ในที่สุดฉันก็พบผู้หญิงคนหนึ่ง มีทางลากเลือดไหลออกมาจากเธอ เธอนั้นสวมเสื้อผ้าเก่าๆ และกำลังนั่งก้มหน้าร้องไห้อยู่
"นี่คุณนะ คุณเป็นอะไรหรือเปล่า?" ฉันหยุดที่กรอบประตู จ้องเธอด้วยความระแวดระวัง
"ไม่" เธอตอบโดยไม่ขยับแม้แต่น้อย
"งั้นให้ฉันช่วยเถอะนะ" ฉันเดินเข้าไปหา มือจับชะแลงไว้แน่น ฉันอยู่ห่างจากเธอแค่ไม่กี่ฟุตก่อนที่เธอจะพูดออกมาอีกครั้ง
"ฉันต้องการความช่วยเหลือ… ได้โปรด"
ฉันหยุดชะงักในทันที
"ช-ช่วยด้วยอะไรหรอ?"
"มันหลวมหมดเลย"
หัวใจฉันเต้นแรงจนเหมือนจะระเบิดออกมา หัวหมุนจนแทบทรงตัวไม่อยู่
"อะไรหลวม"
เธอหันกลับมา ผิวหนังของเธอห้อยลงมาจากใบหน้าและร่างกายราวกับว่ามันไม่ยึดติดกับโครงกระดูกอีกต่อไปแล้ว เธอเอื้อมมือขึ้นไปจับเส้นผมของตัวเองในขณะที่กำลังดึงผิวหน้าให้ตึงขึ้นเผยให้เห็นดวงตาประหลาดๆ และฟันแหลมคมก่อนที่จะยิ้มออกมา ในขณะนั้นฉันก็เห็นบางอย่างที่มุมสายตา มันเป็นร่างๆ หนึ่งนอนกองอยู่กับพื้นซึ่งเหมือนจะเป็นศพที่ไม่มีผิวหนังแม้แต่น้อย กล้ามเนื้อที่เปลือยเปล่าและกระดูกที่แวววาวและเปื้อนเลือดสะท้อนแสงอย่างน่าสยดสยอง ฉันหันกลับไปดูหญิงสาวคนนั้น ตอนนี้เธอยืนขึ้นแล้ว แสงไฟกระพริบเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
"ไง"
ภายในพริบตา แขนอีกข้างของมันก็แทงทะลุเข้ามาในไหล่ของฉัน กรงเล็บที่แหลมคมของมันฉีกเนื้อฉันจนถึงกระดูก ฉันกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดพร้อมเข่าข้างหนึ่งที่ทรุดลงไป ฉันหวดหัวของมันด้วยชะแลงในมือ เธอหรือมันล้มลงไปดิ้นอยู่บนพื้น ฉันฟาดมันซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนมันไม่ขยับอีกต่อไป ภาพเบื้องหน้าเริ่มพร่ามัว หัวใจเต้นช้าลง ฉันทิ้งชะแลงไว้ข้างตัวแล้วทรุดตัวลงกับพื้น
“เดี๋ยวอย่า.. ได้โปรด” สิ่งนั้นลุกขึ้นอีกครั้ง ผิวหนังมนุษย์ไหลหลุดออกจากผิวสีเหลืองน่าขยะแขยงใต้ร่างของมัน มันเริ่มง้างมือเตรียมจะฟาดฉันอย่างรุนแรง ขณะที่ฉันขดตัวอยู่บนพื้นอย่างช่วยไม่ได้ เสียงกระแทกก็ดังขึ้นอย่างน่าสะพรึง สิ่งนั้นล้มลงกับพื้นมีพร้อมมีดพร้าที่ปักอยู่กลางสมองของมัน ภาพเบื้องหน้าฉันเริ่มเบลอขึ้นเรื่อยๆ บางสิ่งรีบวิ่งเข้ามาหาฉัน
"คุณครับ?"
เอ็นทิตี้
ดูลเลอร์ หนึ่งในเอ็นทิตี้คล้ายมนุษย์ที่พบได้ใน ด่าน 1
แบ็กรูมส์ไม่ได้สร้างขึ้นเฉพาะสถานที่ที่ไม่เป็นธรรมชาติเท่านั้น แต่มันเป็นระบบนิเวศที่เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตที่วิปลาสที่คุณไม่เคยเห็นมาก่อน เอ็นทิตี้บางชนิดเป็นกลางต่อมนุษย์ บางชนิดก็มีประโยชน์ แต่ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มนักล่า พวกมันจะว่องไว ภัยคุกคามทางมือถือจะมาหาคุณหากคุณไม่ระวัง
สิ่งที่ได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ เอ็นทิตี้มีแนวโน้มที่จะล่าในช่วงเหตุการณ์ไฟกะพริบ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะไม่พบเอ็นทิตี้ตัวอะไรเลยเมื่อไฟกลับมาติดอีกครั้ง ด้วยเหตุนี้ ให้ระวังการเคลื่อนไหวที่อยู่รอบตัวคุณตลอดเวลา หมายความว่าคุณควรมองสิ่งรอบข้าง ตลอดเวลา ซึ่งรวมถึงเพดาน พื้น และข้างหลังคุณด้วย
เอ็นทิตี้ล้วนมีรูปลักษณ์และพฤติกรรมทางกายภาพที่แตกต่างกัน หากคุณเห็นสิ่งมีชีวิตที่คุณไม่สามารถระบุได้จากระยะไกล โปรดดูคำแนะนำทั่วไปตรงด้านล่างหรือดูตารางเพื่อดูคำแนะนำเพิ่มเติม โปรดทราบว่าฐานข้อมูลส่วนใหญ่มีรายละเอียดอยู่ใน บทความเฉพาะของเอ็นทิตี้แต่ละตัว
สิ่งที่ควรทำ:
- หลีกเลี่ยงการตื่นตระหนกไม่ว่ามันจะเป็นอะไรก็ตาม การที่ขยับไม่ได้เพราะความกลัวนั้นเป็นเรื่องปกติ แต่จำไว้ว่าตราบใดที่คุณอยู่ห่างไกลจากจุดนั้นแล้ว คุณก็ปลอดภัย
- เดินเข้าไปในทางเดินอย่างเงียบๆ เพื่อหลุดพ้นจากพวกมันไปอย่างถาวร
- หากคุณไม่สามารถเห็นทางออกใดๆได้ แนะนำให้ซ่อนด้านหลังของลูกศรหรือลังไม้ จนกว่าคุณจะได้ยินเสียงที่พวกมันออกจากพื้นที่
- หากคุณต้องการออกอย่างรวดเร็ว ให้ย้อนรอยไปยังจุดสังเกตก่อนหน้าที่คุณใช้ในการเดินทางเพื่อหลีกเลี่ยงการหลงทาง
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง:
- หากคุณเห็นหรือได้ยินเสียงเอ็นทิตี้กำลังใกล้เข้ามา อย่าวิ่งเด็ดขาด! โครงสร้างนอกแบบยุคลิดในโถงทางเดินอาจนำคุณเข้าไปใกล้กับสิ่งมีชีวิตและจะดึงดูดความสนใจกับพวกมันมากขึ้น
- อย่าใช้ปืนเพื่อทำร้ายเอ็นทิตี้ในขณะที่อยู่ห่างไกลจากมัน! แม้ว่าคุณอาจจะฆ่าเอ็นทิตี้แล้ว เสียงรบกวนจะล่อพวกมันมาหาคุณมากขึ้นเท่านั้น
- อย่าคิดที่จะต่อสู้ระยะใกล้กับเอ็นทิตี้ชนิดใดๆ เช่นกัน ขอย้ำอีกครั้งว่าการที่มั่นใจมากเกินไปจะเป็นสาเหตุการตายที่พบบ่อยได้มากที่สุดสำหรับผู้ที่เข้ามาใหม่
- อย่าเข้าใกล้สิ่งมีชีวิตคล้ายมนุษย์แม้แต่ตัวเดียว เมื่อคุณยังไม่แน่ใจว่าพวกเขาเป็นมนุษย์หรือไม่ โปรดทราบว่าผู้คนจริงๆ มักจะเดินไปรอบๆกันเป็นกลุ่ม
ฉันนั่งอยู่ตรงปลายเตียงแคบๆ ที่แข็งกระด้าง
นิ้วมือข้างขวาของฉันค่อยๆ ลูบรอยแผลที่หยาบกร้านบนบ่าที่เคยฉีกขาด ความทรงจำของฉันยังพร่าเลือน คล้ายฝันมากกว่าจะเป็นเรื่องจริง มันเป็นภาพแวบๆ เป็นช่วงเวลาที่ถูกแช่ซึ่งซ้อนทับกันอยู่ในหัวของฉันเหมือนรูปถ่ายเก่าๆ ทางเดินอีกมากมาย เลือดสีแดงสดที่กำลังไหลนอง ฉันจำได้ว่าฉันเห็นผู้ชายคนหนึ่ง ฉันสะบัดชะแลงด้วยมือที่อ่อนแรงใส่เขาในขณะที่เขาโอบรับร่างฉันไว้
เขาช่วยชีวิตฉันไว้
ด้วยปฏิหาริย์บางอย่าง พวกเขาเย็บแผลของฉันให้กลับมาเป็นปกติได้ หลังจากต่อสู้กับการติดเชื้อที่รุนแรงฉันก็รอดชีวิตมาได้และได้รับข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่ฉันพบ ฐานที่ฉันพักนั้นไม่ได้หรูหราอะไร มันเป็นทางเดินที่เต็มไปด้วยเตียง เต็นท์ และเศษซากจากโลกประหลาดๆ แห่งนี้ คนที่อาศัยที่นี่เรียกมันว่า "แบ็กรูมส์" มันเป็นชื่อที่เหมาะสมกับทางเดินไร้ที่สิ้นสุดนี้จริงๆ
ข้อมูลมันเอ่อล้นเกินที่ฉันจะรับไหว ฉันได้เดินทางมาถึงฐานอัลฟ่า ผู้คนในนี้ดูใจดี พยักหน้าและตบบ่าฉันเบาๆ ในระหว่างทาง การรอดตายของฉันเหมือนกับปฏิหาริย์ การพักฟื้นสุดทรมานตลอดสองเดือนนั้นทำให้ฉันซาบซึ้งแต่ก็ยังเต็มไปด้วยความกังวล
ฉันพยายามทำสิ่งปกติด้วยการไปที่ร้านอาหารเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ ฐานนี้ ทอมซึ่งเป็นเจ้าของร้าน เขาเป็นคนใจดีและดูเหมือนจะรับฉันเข้ามาเป็นหนึ่งในพวกเขาหลังจากที่ฉันกลายเป็นลูกค้าประจำ
"หวัดดีสหาย เมนูเดิมเหมือนเคยใช่มั้ย?" ทอมยิ้มร่า เผยรอยย่นตรงหางตาของเขาชัดเจน
ฉันขยับเมนูในมือเล่นๆ ทั้งที่รู้ตัวดีว่าฉันไม่มีทางเปลี่ยนเมนูแน่ๆ
"อืม" ฉันตอบ แล้วส่งเมนูคืนให้เขา
ทอมรับเมนูไป เกาแขนตัวเองด้วยขอบของตัวเมนูขณะที่เดินจากไป ฉันนั่งเงียบๆ จ้องไปที่ผนังนิ่งๆ ขณะที่เวลาค่อยๆ เดินต่อไป
ฉันสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อจานถูกวางกระแทกลงตรงหน้า
"ชีสเบอร์เกอร์ที่สดใหม่กับน้ำปั่นหนึ่งแก้ว" ทอมนั่งลงตรงข้ามฉัน ใบหน้าที่เคยร่าเริงดูเคร่งขรึมขึ้น "ตอนนี้เป็นยังไงบ้างสหาย"
ฉันจ้องเบอร์เกอร์ครู่หนึ่ง ก่อนจะเลื่อนจานเข้าหาตัวเอง "ฉันกลัวที่จะต้องออกไป ฉันไม่รู้เลยว่าข้างนอกนั่นมันมีอะไรบ้าง ให้ตายเถอะ ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรทำอะไรดีหรือควรไปที่ไหน ฉันรู้สึกเหมือนไม่มีค่าเลย”
ทอมหัวเราะเบาๆ พลางกลอกตา แล้วเอนตัวพิงพนัก เก้าอี้ส่งเสียงเอี๊ยดแหลมๆ
"อะไรหรอ?" ฉันถาม
"นี่เด็กน้อย คิดว่าตัวเองเป็นคนแรกที่หลงเข้ามาที่นี่แล้วเจอวิกฤตชีวิตหรือไง?" เขาโบกมือใส่ฉัน "ที่คุณรอดมาได้คงเป็นเหตุผลบางอย่าง คุณมีความหมายสำหรับที่นี่ เป็นส่วนหนึ่งของโลกใบนี้" ทอมลุกขึ้นยืดเส้นยืดสายขณะเดินกลับไป "กินได้แล้ว ก่อนที่มันจะเย็น แล้วก็หยุดหดหู่ได้แล้ว"
ฉันแสร้งทำหน้าบึ้งนิดหน่อย แต่ในใจก็เริ่มขบคิดถึงสิ่งที่เขาพูด
บางทีฉันอาจจะมีความหมายในที่แห่งนี้แม้จะเล็กน้อยก็ตามที ฉันกัดเบอร์เกอร์คำหนึ่งแล้วจมลึกลงในห้วงความคิดของตัวเอง
ฐาน ด่านหน้าและชุมชน
ภายในห้องพยาบาลเบื้องต้นในค่ายพักแรมขนาดเล็ก โดยใช้ไม้กระดานลังเป็นพื้น และเตียงพยาบาลจากห้องต่างๆ ในทางเดิน
การตั้งถิ่นฐานเป็นโอกาสเดียวของคุณในการมีชีวิตรอดในระยะยาวในแบ็กรูมส์ โดยให้คุณมีสถานที่กินและนอนร่วมกับผู้อื่น โชคดีสำหรับคุณ ด่าน 1 เป็นหนึ่งในมิติกระเป๋าที่มีผู้คนหลงเข้ามามากที่สุด หมายความว่าคุณจะเจอกับมนุษย์ได้
ส่วนใหญ่จะเป็นค่ายพักแรมขนาดเล็กที่อยู่ในโถงทางเดินหรือทางเดิน จะชอบสร้างเป็นเต็นท์หรือกระท่อมชั่วคราวโดยนักพเนจรไม่เกินสิบคน อย่างไรก็ตาม ความใหญ่โตของ โซนอยู่อาศัย ไม่สามารถหยุดมนุษย์จากการสร้างฐานที่ใหญ่ขึ้นมากในแต่ละครั้ง บางครั้งอาจพัฒนาเป็นกลุ่มที่เติบโตซึ่งครอบคลุมพื้นที่ในหลายๆด่าน
ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ก็ตาม แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกถิ่นฐานจะเป็นมิตรกับคุณ อย่างไรก็ตาม ด่าน 1 มีพื้นที่ใหญ่มากและค่ายพักแรมก็แบ่งแยกออกจากกันในแต่ละแห่ง สถานที่แห่งนี้ส่วนใหญ่จะไม่มีกฎระเบียบใดๆ อย่างไรก็ตาม ควรระวังมนุษย์ให้มากที่สุดเท่าที่คุณจะทำได้ รวมถึงระวังกับสิ่งมีชีวิตที่ผิดปกติด้วย เนื่องจากสายพันธุ์ของเราจะอันตรายกว่าเอ็นทิตี้ชนิดอื่นในพื้นที่ที่มีทรัพยากรจำกัด
สามารถดูรายชื่อฐาน ด่านหน้า และจุดสังคมที่เกี่ยวข้องของกับ โซนอยู่อาศัย ที่ไม่ครบถ้วนได้ที่ด้านล่าง โปรดทราบว่ามีค่ายขนาดเล็กถึงขนาดกลางอยู่ประมาณร้อยแห่ง แม้ว่าจะไม่สามารถระบุจำนวนที่แน่นอนได้ก็ตาม
กลุ่ม M.E.G. ฐานอัลฟ่า
ฐานอัลฟ่าเป็นฐานที่เก่าสุดและใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองของเมเจอร์ เอ็กซ์พลอเรอร์ กรุ๊ป กลุ่มนี้มุ่งมั่นในการฝึกอบรมสมาชิกใหม่ รวมถึงการสำรวจด้วย ตั้งอยู่ในเขตอะควิล่า ซึ่งคุณสามารถใช้สถานที่นี้เป็นสถานที่ปลอดภัยในการกินและนอนพักอยู่ที่นั่นได้ หากคุณสนใจที่จะช่วยสำรวจ การศึกษาเกี่ยวกับแบ็กรูมส์จะเป็นค่าตอบแทน
คล้ายกับเมืองมากกว่าถิ่นฐาน ฐานอัลฟ่าได้เติบโตขึ้นอย่างมากภายในทางโถงเดินจนตอนนี้ไม่สามารถจดจำค่ายที่เคยตั้งอยู่เมื่อหลายปีก่อนได้ หากคุณไม่ต้องการเสี่ยงในด่านที่ลึกกว่านี้ นี่จะเป็นโอกาสดีที่สุดของคุณส
หากคุณสนใจในการผจญภัย แต่อย่างไรก็ตาม ฐานอัลฟ่า ยังทุ่มเทให้กับการสำรวจอีกด้วย ซึ่งมักจะฝึกเจ้าหน้าที่ใหม่ให้ทำงานในฐานอื่นหรือในด่านหน้าเล็กๆ ในด่านที่ลึกกว่าเดิม การค้นหาและทำความเข้าใจด่านเหล่านี้เพื่อค้นหาทางออกในอนาคตเป็นภารกิจหลักของ กลุ่ม M.E.G. นับตั้งแต่การเริ่มก่อตั้ง ดังนั้นพวกเขาจึงเต็มใจที่จะมอบกุญแจให้แก่ผู้ที่เข้ามาใหม่อย่างคุณเพื่อช่วยให้พวกเขาบรรลุเป้าหมายนี้
หากต้องการอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ฐานอัลฟ่า ประวัติและโครงสร้าง โปรดอ่านบทความ ฐานอัลฟ่า






