ความยากในการเอาตัวรอด:
ระดับ แปรผัน
- ความปลอดภัยแปรผัน
- ไม่มั่นคง
- จำนวนเอ็นทิตี้แปรผัน
ภาพของด่าน 1.1 ไม่ห่างไปจากทางเข้าเขต 1 มาก กล้องนั้นหันไปในทิศของทางเข้า
ด่าน 1.1 เป็นด่านย่อยของด่าน 1 มันมีลักษณะเป็นโถงทางเดินยาวเหยียดซึ่งขยายออกไปเป็นระยะทางที่ไม่ทราบแน่ชัด
คำอธิบาย
ด่าน 1.1 เป็นโถงทางเดินตรงแคบๆที่ขยายออกไปเป็นระยะทางที่ไม่ทราบถึง ผนังของมันถูกทำมาจากอิฐบล็อกทาสีขาว และพื้นก็เป็นแผ่นกระเบี้องสีฟ้า พื้นที่ส่วนใหญ่ของด่านจะเป็นไปตามรูปแบบขาวฟ้านี้ แต่ในบางโอกาส ก็จะมีท่อและช่องระบายอากาศเปิดปรากฏอยู่ตามรูและรอยร้าวบนผนังและเพดานของด่าน เหมือนกันกับด่าน 1 ด่าน 1.1 นั้นอุดมไปด้วยทรัพยากร เนื่องจากลังไม้ใส่เสบียงที่กระจายอยู่ตามด่าน อย่างไรก็ตาม ลังเหล่านี้ก็จะลดจำนวนน้อยลง ยิ่งผู้พเนจรลงลึงเข้าไปภายในโถงทางเดิน ทำให้การเดินทางเป็นระยะไกลนั้นเป็นเรื่องที่ยากลำบาก ผู้พเนจรจะไม่ถูกแยกกลุ่มกันเมื่อได้เข้ามาสู่ด่าน 1.1 การเดินทางเป็นกลุ่มจึงเป็นไปได้ ส่งผลให้มีผู้พเนจรหลายกลุ่มที่เข้ามาสำรวจด่านนี้ ได้มีความพยายามหลายครั้งในการเดินทางไปยังจุดสิ้นสุดของด่าน 1.1 แต่ก็ยังไม่มีครั้งไหนที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งก็ไม่ได้เป็นเพราะความเข้าถึงได้ยากหรือระยะทางที่จำเป็นต้องเดินผ่าน แต่ความอันตรายที่แปรผันไปจากความปลอดภัยและจำนวนเอ็นทิตี้โดยรวม
ยิ่งผู้พเนจรเดินทางเข้าไปลึกมากขึ้นในโถงทางเดินเท่าไหร่ ด่านก็จะยิ่งมีความเสถียรต่ำลงตามไปด้วย มีเขตที่แตกต่างกันอยู่สี่เขตในอุโมงค์แห่งนี้ (รวมไปถึงเขตที่ยังไม่ได้รับการยืนยันหนึ่งเขต) ตั้งแต่ที่มีความเสถียรตามปกติไปยังที่มีความเสถียรต่ำมาก เขตหลังๆจะมีความอันตรายเป็นอย่างมาก และควรที่จะถูกหลีกเลี่ยงในทุกกรณี
เขต 1
เขต 1 จะเป็นเขตแรกของด่าน 1.1 และเป็นเขตที่ได้รับการสำรวจมากที่สุด มันสามารถที่จะถูกเข้าถึงได้ง่านและมีทรัพยากรเป็นจำนวนมากที่พบได้ภายในลังไม้ ความสูงของเพดานจะแตกต่างกันไป ตั้งแต่ 2 จนไปถึง 3 เมตร อย่างไรก็ตาม ความกว้างของโถงก็จะคงอยู่ที่ประมาณ 3 เมตร จะมีเสียงจี่ของหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์อยู่ภายในเขตนี้ คล้ายกับของด่าน 0 การที่เขต 1 จะมีผู้พเนจรหลายๆคนอยู่พร้อมกันนั้นเป็นเรื่องปกติ แต่จำนวนของพวกเขาก็จะลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัดผ่านด่านหน้า 2 ไป ไม่มีบันทึกถึงเอ็นทิตี้ใดๆที่มีความอันตรายในเขตนี้ เขต 1 จะขยายออกไปประมาณ 15-25 กิโลเมตร
เขต 2
พื้นที่ราบภายในเขต 2 ภาพนี้ถูกถ่ายในระหว่างการดำเนินการสำรวจด่านของ M.E.G.
เขต 2 เป็นเขตที่สองของด่าน 1.1 แม้จะมีความอันตรายและไม่เสถียรสูงกว่าเขต 1 แต่นักสำรวจที่มีประสบการบ้างก็ไม่น่าจะมีปัญหาใดๆในการสำรวจมัน หลายๆส่วนของเขตนี้จะมีลักษณะกลิตซ์ และในพื้นที่บางส่วนก็สามารถที่จะถูกทำการโนคลิปผ่านไปยังส่วนอื่นๆของด่าน 1 ได้ พื้นของเขต 2 นั้นมักจะเอนเอียงไปในมุมแปลกๆ ทำให้เกิดเป็นเนินขึ้นลงสูงชัน การสำรวจเขตนี้จะยากขึ้นไปเรื่อยๆยิ่งได้ลงลึกไป เนื่องจากที่มุมของพื้นจะเปลี่ยนไปอย่างมากตามระยะทาง สีของโถงทางเดินนี้สามารถที่จะเปลี่ยนเป็นโทนสีที่แปลกประหลาดได้ เช่นเดียวกับส่วนของห้องโถงที่มีลักษณะซ้ำๆก็อาจถูกวางต่อๆกัน และท่อหรือช่องระบายอากาศก็อาจจะปรากฏขึ้นมาปิดกั้นบางส่วนของโถง มีการประมาณไว้ว่าเขตนี้จะมีความยาวอยู่ที่ระหว่าง 8 ถึง 80 กิโลเมตร แต่การวัดก็เป็นไปได้อย่างยากลำบากเพราะลักษณะที่น่าสับสนของด่าน หากเขตนี้ยาวเท่าที่การประมาณที่เชื่อถือได้มากที่สุดคาดเอาไว้จริงๆ มันก็จะเป็นส่วนที่ยาวที่สุดของด่าน 1.1
จะมีเอ็นทิตี้ที่ไม่เป็นมิตรอยู่ประปราย แต่ยิ้มวิปลาส, ฮาวด์, และสกิน-สตีลเลอร์ก็จะปรากฏขึ้นเป็นครั้งคราวในเขตนี้ นักสำรวจสามารถที่จะหาที่พักพิงได้ง่ายๆตามด่านหน้าที่อยู่ภายในพื้นที่ของเขตนี้ ขอแนะนำให้นักสำรวจเดินทางกันเป็นกลุ่มหลังจากจุดนี้เป็นต้นไป การอยู่ตัวคนเดียวในเขตหลังๆจะเสี่ยงต่อการโจมตีของเอ็นทิตี้ที่เป็นอันตราย
ในจุดต่างๆของเขต 2 จะสามารถพบรอยเขียนได้บนผนัง, พื้น, และเพดาน ดูเหมือนว่าพวกมันจะถูกเขียนไว้ในภาษาที่ไม่รู้จักและไม่สามารถที่จะถูกแปลได้
เขต 3
ภาพของเขต 3 ถ่ายจากจุดสิ้นสุดของเขต 2
เขต 3 เป็นเขตที่สามของด่าน 1.1 มันมีความไม่เสถียรเป็นอย่างสูง และการสำรวจก็เป็นไปได้ยาก แม้กระทั่งนักสำรวจที่เชี่ยวชาญก็ยังจะต้องเดินทางผ่านมันไปอย่างทุลักทุเล แต่ก็ได้มีด่านหน้าแห่งหนึ่งที่ถูกตั้งเอาไว้ตรงใจกลางเขตที่ค่อนข้างปลอดภัยนี้ เนื่องด้วยความไม่เสถียรของมัน จึงมีความเป็นได้สูงที่ผู้พเนจรจะโนคลิปกลับไปยังส่วนอื่นๆของด่าน 1 ได้
พื้นที่ส่วนใหญ่ของเขตนี้จะจมอยู่ในความมืด โดยหลอดไฟด้านบนหรือไฟฉายนั้นก็เหมือนจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสภาพของมันได้แต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ก็จะมีพื้นที่ที่มีแสงสว่างปรากฏขึ้นเป็นครั้งคราวในเขตนี้ เหตุผลของมันยังไม่เป็นทราบแน่ชัด ไม่มีแหล่งกำเนิดแสงใดๆที่ถูกพบ เพดานภายในเขต 3 จะสูงกว่าของเขต 1 และ 2 มาก โดยประมาณจะสูงอยู่ราวๆ 6 เมตร และความกว้างของเขตนี้ก็จะอยู่ระหว่าง 2 ไปจนถึง 6 เมตร ด้วยเหตุผลที่ยังไม่เป็นที่ทราบ เขต 3 จะมีกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้ออ่อนๆอยู่ ซึ่งจะไม่ปรากฏอยู่ในเขตอื่นๆ ยิ้มวิปลาสจะอาศัยอยู่ทั่วพื้นที่นี้ ได้มีบันทึกของการเผชิญเข้ากับเอ็นทิตี้อื่นๆเช่นกัน แต่ก็พิสูจน์ได้ยากเนื่องจากความมืดของเขตนี้
เขต 4
ภาพเดียวที่รู้จักของเขต 4 ถ่ายไม่นานหลังจากที่ช่างภาพต้องถอยกลับมายังเขตที่ปลอดภัยกว่า
เขต 4 เป็นเขตที่ได้รับการยืนยันน้อยที่สุดของด่าน 1.1 มันมีความอันตรายเป็นอย่างสูง และควรที่จะถูกหลีกเลี่ยงในทุกๆกรณี ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับเขตนี้มาก นอกไปจากภาพของมันแล้ว มันดูจะมีโทนสีขาวดำ และมีความไม่เสถียรเป็นอย่างมาก รายงานจากการออกสำรวจได้เผยให้เห็นว่าเขตๆจะกระเพื่อมขึ้นลงอย่างวุ่นวาย การเดินทางภายในเขตจึงแทบจะเป็นไปไม่ได้ ผู้รอดชีวิตรายงานว่าพวกเขาประสบกับอาการเวียนหัว คลื่นใส้ และการสูญเสียความทรงตัว พื้นที่ส่วนใหญ่ของด่านจะไม่มีการประสานกัน มีการสันนิษฐานว่าการโนคลิปผ่านด่านจะนำไปสู่ความว่างเปล่าไร้ที่สิ้นสุด
กลุ่มของเอ็นทิตี้ที่มีความอันตรายสูงจะอาศัยอยู่ในเขตนี้ กฎแรงโน้มถ่วงดูจะไม่มีผลต่อพวกมัน ทำให้พวกมันสามารถลอยไปมาได้อย่างอิสระทั่วด่าน บางตัวก็จะมีสภาพเป็นกลิตซ์ และถูกสร้างมาพร้อมการกลายพันธุ์ (นักสำรวจคนหนึ่งได้บรรยายถึงสกิน-สตีลเลอร์ในร่างที่แแท้จริงซึ่งมีปีกของมอธยักษ์ติดอยู่) อีกทั้งเอ็นทิตี้ที่หาได้ยากหรือพิเศษก็จะปรากฏขึ้นที่นี่ด้วย ส่งผลให้มีหลายคนที่เชื่อว่ามีความผิดปกติในด่านนี้ที่จะสร้างเอ็นทิตี้ขึ้นและทำให้พวกมันกลายพันธุ์
กลุ่มของนักสำรวจกลุ่มหนึ่งได้เดินทางเข้าไปในเขต 4 พวกเขากลับมาโดยเสียสมาชิกไปเจ็ดคน และหกคนก็ได้ถูกกลายพันธุ์ พวกเขามีแขนงอกเพิ่มมา รูผิดปกติบนร่างกาย และความผิดปกติอื่นๆที่ไม่มีผลข้างเคียงร้ายแรง เพื่อที่จะป้องกันเหตุการณ์เช่นนี้ไม่ให้เกิดขึ้นอีก M.E.G. จึงได้ทำการปิดกั้นส่วนนี้เอาไว้ พร้อมติดป้ายไว้ที่จุดสิ้นสุดของเขต 3 ซึ่งมีข้อความว่า: คำเตือน! อย่าเดินผ่านจุดนี้ไป ทุกๆคนที่เข้าไปในเขต 4 เสี่ยงที่จะต้องตาย แม้จะมีคำเตือนนี้อยู่ นักสำรวจหลายคนก็ยังหายตัวไปจากด่าน 1 ซึ่งก็มีการสันนิษฐานว่าด่าน 1.1 เป็นสาเหตุของการหายตัวไปของพวกเขา
เขต 5
จากคำให้การของกลุ่มที่เดินทางเข้าไปในเขต 4 ก็อาจที่จะมีเขตที่ห้าอยู่ สมาชิกสามสี่คนได้พูดถึง “ระดับที่ห่างออกไป” ที่พวกเขาเห็นระหว่างที่อยู่ภายในเขต 4 อย่างไรก็ตาม นักพเนจรหลายๆคนในกลุ่มนี้ก็เสียชีวิตลงในภายหลัง หรือไม่ก็เสียสติไป เพราะเหตุนี้ กลุ่ม M.E.G. จึงไม่ได้ยืนยันคำกล่าวอ้างใดๆของพวกเขา คำอธิบายเดียวที่ ตรงกันจากผู้รอดชีวิตทั้งหมดก็คือแหล่งแสงที่ดึงดูดนักสำรวจเข้าไป ผ่านวิธีการที่ยังไม่เป็นที่ทราบ ด้านล่างนี้จะเป็นบทถอดเสียงของวิดีโอการสัมภาษณ์ผู้รอดชีวิตบางคน
องค์กร
กลุ่มสองกลุ่มทำสงครามกับเพื่อครอบครองด่าน 1.1 นั่นคือแก๊งค์อุโมงค์และทีมคอร์ริดอร์ของ M.E.G.
M.E.G. ทีมคอร์ริดอร์
ทีมคอร์ริดอร์เป็นกลุ่มที่ได้รับการว่าจ้างโดยเมเจอร์ เอ็กซ์พลอเรอร์ กรุ๊ป (M.E.G.) ให้ทำการสำรวจและบันทึกเขตที่มีข้อมูลน้อย รวมไปถึงการบันทึกเหล่าเอ็นทิตี้ที่พบอยู่ภายในด่าน และสิ่งอื่นๆอีกหลายสิ่ง กลุ่มนี้ถูกประกอบขึ้นด้วยสมาชิกถาวรประมาณสิบสองคน เช่นเดียวกับนักวิจัยและนักสำรวจชั่วคราวของกลุ่ม M.E.G. ที่คอยสำรวจด่าน โดยทีมคอร์ริดอร์ก็จะยังมีหน้าที่ในการจัดการเสบียงให้สำหรับด่านหน้าต่างๆภายในด่านอีกด้วย
แก๊งค์อุโมงค์
แก๊งค์อุโมงค์เป็นกลุ่มของนักสำรวจที่ตั้งตนเป็นศาลเตี้ย ซึ่งเข้ามาครอบครองด่าน 1.1 พวกเขานั้นถูกชี้นำโดยชายที่ชื่อว่าเบลด อย่างไรก็ตาม การสืบค้นเพิ่มเติมก็ทำให้ทราบว่าเขาเคยเป็นอดีตสมาชิกฐานแกมม่าของกลุ่ม M.E.G. ที่มีชื่อว่า ไมล์ส เมสัน โดยปกติแล้วพวกเขาจะไม่เป็นมิตรและจะต่อสู้กับกลุ่ม M.E.G. อยู่เสมอเพื่อที่จะควบคุมด่าน แก๊งค์อุโมงค์เชื่อว่าเขต 5 ที่อาจมีอยู่นั้นเป็นทางออกไปจากแบ็กรูมส์ และได้ทำการพยายามเข้าถึงมันอยู่หลายครั้ง มีสมาชิกถาวรอยู่ 6 ในกลุ่มของแก๊งค์อุโมงค์ พวกเขาได้เข้าครอบครองด่านหน้าอย่างไม่เป็นทางการที่จุดสิ้นสุดของเขต 2 (ดู “กระท่อมของจาค็อบ”) ซึ่งพวกเขาก็ได้ยอมรับให้เป็นสำนักงานใหญ่ของตนเอง แม้จะไม่เป็นมิตร แต่พวกเขาก็ไม่ได้มีความอันตรายมากนัก อาวุธของพวกเขานั้นจะมีความดึกดำบรรณ์เป็นอย่างมาก โดยจะถูกทำขึ้นจากเศษซากของลังไม้ที่เหลืออยู่รอบๆด่าน 1 ด้วยเหตุนี้ นักสำรวจหลายๆคนจึงสามารถที่จะป้องกันตัวเองจากพวกเขาไว้ได้ และเข้าถึงเขต 3
กลุ่ม M.E.G. ได้ลงเสียงเลือกให้มีการปล่อยแก๊งค์อุโมงค์ไว้เพียงลำพัง และให้มีความพยายามในการเจรจาต่อรองกับพวกเขาอย่างสันติสุข ซึ่งแก๊งค์อุโมงค์ก็ได้ทำการปฏิเสธทั้งหมด ตัวแทนของ M.E.G. คนหนึ่งได้ให้เหตุผลว่าแก๊งค์อุโมงค์นั้นคอยมอบทรัพยากรให้กับนักสำรวจที่จะเดินทางเข้าไปในโถง จึงทำให้ทาง M.E.G. ไม่จำเป็นต้องส่งทรัพยากรมาเพิ่มเอง
นักสำรวจเดี่ยวภายในด่าน 1 ได้ทำการเก็บกู้สมุดโน๊ตที่มีบันทึกการสำรวจสั้นๆอยู่มาได้ มีการสันนิษฐานว่ามันได้ถูกเขียนขึ้นโดยแก๊งค์อุโมงค์ เนื้อหานั้นจะถูกถอดความไว้ด้านล่าง
ฐาน ด่านหน้า และชุมชน
แผนผังเบื้องต้นของด่านหน้าและสถานที่ปลอดภัยอื่นๆ
ได้มีด่านหน้าและสถานที่ปลอดภัยหลายแห่งที่มีอยู่ในด่าน 1.1 ด่านหน้าเหล่านี้จะมีเสบียงและทรัพยากรไว้ให้สำหรับนักสำรวจ ด่านหน้าในส่วนแรกๆของด่านอาจจะมีผู้คนประจำอยู่อย่างถาวร แต่ด่านหน้าหลังๆนั้นก็มักจะไม่ถูกใช้อาศัย และจะถูกเข้าถึงเพื่อเติมทรัพยากรทุกๆสัปดาห์หรือเดือนเท่านั้น ด่านหน้าหลายๆแห่งจากทั้งห้าจะถูกสร้างขึ้นโดยกลุ่ม M.E.G. แต่ก็มีบางแห่งที่เป็นด่านหน้าอิสระ ด่านหน้ามักจะถูกตั้งไว้ในจุดที่แตกต่างไปของอุโมงค์ด่าน รวมไปถึงส่วนที่ขยายเข้าไปในผนัง ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อโถงกว้างขึ้น 6 เมตรหรือมากกว่านั้น หรือก้องขนาดใหญ่ที่สามารถถูกเข้าถึงได้ผ่านโถงทางเดินสั้นๆด้านข้าง ยังไม่เป็นที่ทราบว่าเพราะเหตุใดจึงมีความผิดแปลกเกิดขึ้น ในด่านที่ปกติแล้วจะเป็นไปในลักษณะเดียวเช่นนี้
ทางเข้าและทางออก
ด่าน 1.1 สามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวกสบาย โดยการเดินทางลงใต้ของฐานอัลฟ่าในด่าน 1 มีป้ายที่แสดงถึงการมีอยู่แปะอยู่ข้างนอกทางเข้า ด่าน 1.1 เป็นด่านที่สามารถเข้าถึงได้ผ่านทางด่าน 1 เท่านั้น
สามารถออกจาก ด่าน 1.1 ได้โดยการเดินสวนโถงทางเดินที่ผ่านมา และออกไปผ่านทางเข้าของด่าน การโนคลิปสามารถพานักสำรวจไปโผล่ในส่วนใดสักส่วนของด่าน 1 เช่นกัน แต่อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ของการโนคลิปเป็นสิ่งที่คาดเดาไม่ได้ และควรจะถูกใช้ในยามคับขันเพียงเท่านั้น ขอเสริมว่าการโนคลิปออกจากเขต 4 ไม่สามารถนำพานักสำรวจกลับมาด่าน 1 ได้ ยังไม่มีการบันทึกทางออกสู่ด่านอื่นนอกจาก ด่าน 1


