ความยากในการเอาตัวรอด:
ระดับ 2
- {$one}
- {$two}
- {$three}
ด่าน 10-ID เป็นด่านที่ 11 ของแบ็กรูมส์อินโดนีเซีย
คำอธิบาย:
หนึ่งในภาพที่ถูกถ่ายบนด่าน 10-ID เมื่อมันถูกค้นพบเป็นครั้งแรก ไม่ทราบผู้ถ่าย
ด่าน 10-ID เป็นถิ่นอาศัยในโซนอุตสาหกรรมที่มีภูมิศาสตร์แบบไม่เป็นเส้นตรง ด่านนี้จะประกอบไปด้วยบ้านเรือน ร้านค้า ร้านสะดวกซื้อ โรงงาน และถนนภายในชุมชนแคบๆ ซึ่งทำขึ้นจากบล็อกปูถนนที่ทั้งเย็นและแห้ง ด่าน 10-ID มีระดับความมืดที่คล้ายคลึงกับด่าน 45-ID และระดับความอันตรายปานกลาง สถาปัตยกรรมของด่านจะมีความแตกต่างกันไป แต่ก็จะมีโครงสร้างพื้นฐานที่มีทั่วไปตามพื้นที่อุตสาหกรรมของอินโดนีเซียบนฟรอนท์รูมส์ ดูเหมือนว่าด่าน 10-ID จะมีแหล่งจ่ายน้ำและอาหารที่คงที่ โดยสถานะและที่มาของแหล่งกำเนิดเหล่านี้ก็ยังไม่สามารถที่จะถูกระบุได้
อาคารส่วนใหญ่ภายในด่าน 10-ID จะไม่มีเครื่องเรือนใดๆภายใน สิ่งปลูกสร้างเช่น ห้องน้ำสาธารณะ ปั๊มน้ำมัน ตู้จ่ายน้ำมันข้างถนน (ปอม มินิ) และตู้เอทีเอ็มจะไม่สามารถใช้งานได้เป็นส่วนใหญ่ อย่างไรก็ตาม บางแห่งที่เป็นร้านค้าและซูเปอร์มาร์เก็ตก็จะมอบอาหารและน้ำอัลมอนด์จำนวนจำกัด ซึ่งจะปรากฏขึ้นใหม่ทุกๆ 24 ชั่วโมง ให้กับผู้เอาชีวิตรอด อีกทั้งก็ยังมีรายงานว่าร้านค้าเหล่านี้จะขายน้ำมันเบนซินขายปลีก ถ่านกัมมันต์ และถังแอลพีจี 3 กก. อยู่อย่างประปราย มีวายฟายอยู่สามเครือข่ายที่ทราบว่าอยู่ภายในด่านนี้: มาฮิรา, ดินันดรา, และอากุส รหัสของพวกมันยังไม่เป็นที่ทราบ
นอกไปจากนี้แล้ว ก็จะมีคุณสมบัติผิดปกติเชิงพื้นที่ที่กระทบต่อโครงสร้างอยู่อาศัยต่างๆ บ้านหลังใดๆที่พ้นจากสายตามนุษย์จะสูญหายไปและถูกแทนที่ด้วยอาคารที่ต่างไปโดยสิ้นเชิง อย่างไรก็ดี คุณสมบัตินี้ก็จะไม่กระทบต่ออาคารที่ถือว่าเป็นร้านค้า
การอยู่ภายในด่าน 10-ID (44 ชั่วโมงหรือมากกว่า) จะส่งผลให้เกิดอาการหวาดระแวงและเห็นภาพหลอนฉับพลัน ผู้ได้รับผลจะสังเกตเห็นดวงตาจากหน้าต่างของบ้านทุกๆหลัง ซึ่งบางคู่ก็เหมือนจะจ้องมองพวกเขาอยู่โดยตรง ในกรณีที่รุนแรง อาการเหล่านี้ก็จะพัฒนาไปเป็นโรคดิสโซสิเอทีฟที่จะทำให้ผู้ได้รับผลปฏิเสธสารอาหารใดๆที่มอบให้ จึงมักจะนำไปสู่การเสียชีวิตจากความอดอยากหรือขาดสารอาหารก่อนที่พวกเขาจะออกจากด่านไปได้ แนะนำเป็นอย่างสูงให้ผู้เอาชีวิตรอดอยู่ภายในอาคาร หลีกเลี่ยงหน้าต่างเมื่อยู่ภายนอก หรือเดินตรงไปยังด่านหน้าหลักทันทีก่อนจะเริ่มมีอาการผิดปกติ
เอ็นทิตี้
นักวิ่ง (เปลารี) เป็นเอ็นทิตี้ประเภทเดียวที่ปัจจุบันจะอาศัยอยู่ในด่าน 10-ID โดยมันจะใช้ชีวิตอย่างร่อนเร่ เนื่องจากธรรมชาติของนักวิ่ง ความพยายามในการจะมีปฏิสัมพันธ์หรือสื่อสารกับมันโดยตรง จึงจะต้องใช้วิธีที่ทำให้ขาของมันไม่สามารถขยับได้โดยใช้มีดทำครัว ซึ่งก็ได้มีการเตือนห้ามไม่ให้ผู้เอาชีวิตรอดเข้าไปขวางทางของนักวิ่ง หากพวกเขาไม่อยากจะถูกลบออกไปจากความเป็นจริง ได้มีการตั้งทฤษฎีไว้ว่าเอ็นทิตี้ตัวนี้ได้ย้ายถิ่นมาจากด่านที่ไม่ถูกระบุ ก่อนจะมาตั้งถิ่นอาศัยใหม่ที่นี่ภายในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา
ฐาน ด่านหน้า และชุมชน
อบิปราซาดา เชอมานี
ความพยายามในการถ่ายภาพจากภายนอกด่านหน้าหลัก
- กลุ่มนี้จะช่วยเหลือในการนำทางและฝึกฝนผู้มาใหม่เกี่ยวกับแผนการเอาตัวรอดภายในแบ็กรูมส์ โดยเฉพาะในด่าน 10-ID
- ทางกลุ่มจะดำเนินงานในรูปแบบฐานปฏิบัติการหน้า ซึ่งจะตั้งสำนักงานอยู่ที่อาคารสูง 115 เมตรที่ถูกรอบล้อมไปด้วยคอมเพล็กซ์ของโรงงานอุตสาหกรรมที่มีขนาดเล็กกว่า
- ด่านหน้านี้จะมีอาคารอำนวยความสะดวกและทรัพยากรที่เหมาะสมเพื่อจะเฝ้าระวังและป้องกันผู้เอาชีวิตรอดจากอาการผิดปกติ และจะคอยมอบการดูแลทางแพทย์ การบำบัดทางจิต สเบียงอาหาร และยาปฏิชีวนะ
- มันจะคงผู้ดูแลถาวรไว้ประมาณ 122 คน ส่วนหนึ่งของบุคลากรจะถูกส่งไปรอบด่านภายในมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เคร่งครัดเพื่อจะให้ความช่วยเหลือภาคสนามกับผู้เอาชีวิตรอด
- สมาชิกทุกคนทำการปรับตัวจนสามารถเข้าได้กับภูมิศาสตร์และความผิดปกติของด่าน 10-ID สำเร็จ พวกเขาจะมีข้อมูลที่ครอบคลุมจากการวิจัยในการค้นพบครั้งแรก ซึ่งทำให้พวกเขาสามารถคงทนภัยทางการรับรู้ที่มีอยู่ของด่านได้
ทางเข้าและทางออก
ทางเข้า
- ตึกที่ 111 กิโลเมตรบนด่าน 11-ID จะมีทางเข้าถึงมายังบ้านหลังหนึ่งภายในด่าน
- การเข้าไปยังห้องสุ่มๆบนด่าน 3-ID บนชั้นสามอาจนำมาสู่บ้านหลังหนึ่งของด่านได้
ปัจจุบัน นี่เป็นเพียงสองทางที่ทราบถึงและถูกยืนยันว่าเป็นทางเข้าหลักมาสู่ด่าน 10-ID
ทางออก
- เพื่อที่จะออก ให้เดินตามสะพานที่ถูกปูเอาไว้ ซึ่งจะนำไปสู่ด่าน 11-ID
- เปิดประตูไม้สักที่จะเชื่อมไปยังประตูอีกบานบนด่าน 9-ID บนหนึ่งในโครงสร้างที่คาดว่าจะเป็นโรงเรียน ด่าน 9-ID นั้นยังสามารถถูกเข้าถึงได้ผ่านตรอกที่ถูกทำสัญลักษณ์ไว้โดยกลุ่มอบิปราซาดา เชอมานี
ขอให้เดินทางต่อไปด้วยความระมัดระวัง


