ด่าน 11 เป็นมหานครที่เปล่าเปลี่ยว สถาปัตยกรรมของมันดูจะได้รับแรงบันดาลใจมาจากเมืองใหญ่หลากหลายแห่ง และในทุกๆหนทางที่ไม่สะดวก มันก็ยังเป็นใจกลางอย่างไม่เป็นทางการของแบ็กรูมส์ด้วย
คำบรรยายถึงด่าน 11 ที่ถูกเขียนโดยอาร์เธอร์ เมลลอน อดีตผู้นำกลุ่ม B.N.T.G. ไว้บนฐานข้อมูลกลุ่มของเขา
-ประมาณปี 2017
- ปลอดภัย
- ไม่มั่นคง
- จำนวนเอ็นทิตี้ต่ำ
ด่าน 11 ในช่วงที่มันถูกค้นพบโดยกลุ่ม M.E.G. เป็นกลุ่มหลักกลุ่มที่ 36 ที่ได้ 'ค้นพบ' มันในปัจจุบัน
ช่วงตึกในด่าน 11 ที่ถูกวางไว้ระหว่างพื้นที่ความแออัดต่ำและสูง
ห้างแถบภายในหนึ่งในพื้นที่มีความแออัดต่ำของด่าน 11
คลองกว้างที่มีสะพานหลายแห่งทอดข้าม
ห้องของสำนักงานแห่งหนึ่งภายในด่าน 11
ด่าน 11 จะมีลักษณะคล้ายเมืองที่พบเจอได้ทั่วไปในแถบตะวันตก ถนนต่างๆจะเรียงกันเป็นบล็อก และแต่ละเส้นก็จะมีสิ่งประกอบของในเมืองเพรียบพร้อม พวกมันนั้นมีหลายวัตถุประสงค์ โดยที่ก็จะถูกเชื่อมเข้าด้วยกันผ่านถนนสายรอง, ตรอก, พลาซ่า, และลานจอดรถ นอกไปจากสวนสาธารณะแล้ว ด่าน 11 ก็ไม่มีพื้นที่ใดๆที่เป็นธรรมชาติอีก รวมไปถึงผืนป่าและทุ่งหญ้าราบด้วย
ความแออัดของอาคารจะต่างกันไปตามพื้นที่แต่ละแห่ง บางส่วนของด่าน 11 จะประกอบขึ้นจากตึกระฟ้าล้วนๆ ในขณะที่ส่วนอื่นก็จะมีเพียงตึกสูงสามชั้น อาคารที่มีความแออัดสูงจะจับกลุ่มอยู่ด้วยกันภายในบล็อกหลายบล็อก โดยที่บล็อกดังกล่าวก็จะค่อยๆเปลี่ยนผ่านมาเป็นบล็อกความแออัดต่ำ หรือเปลี่ยนไปในทำนองกลับกัน ซึ่งด้วยความที่ด่าน 11 มีชื่อเสียงที่โด่งดังในการเป็น "ด่านเมือง" หลายๆคนที่มาลงเอยในหย่อมที่มีความเป็นชานเมืองมากกว่าของด่าน จึงได้เชื่อว่าตนเองกำลังอยู่ภายในด่านอื่น โดยเฉพาะด่าน 9
มีสิ่งปลูกสร้างแทบจะทุกประเภทอยู่ภายในด่าน 11 อพาร์ทเมนท์และสำนักงานที่พบเจอได้ง่ายจะมีอยู่ทั่วไป ในขณะที่อาคารเฉพาะทางอย่างโรงเรียน, โรงยิม, ห้าง, สถานีไฟฟ้า, ป้ายขนส่งสาธารณะ และพิพิธภัณฑ์จะมีอยู่น้อยกว่า ส่วนรายการคร่าวๆของอาคารที่พบเจอได้บ่อย รองไปจากอาคารบ้านเรือนทั่วไปแล้ว ก็จะเป็นร้านค้า, สำนักงาน, และโรงงาน ถึงแม้ว่าอาคารเหล่านี้จะมีอยู่เป็นจำนวนมากที่สุด แต่อาคารประเภทใดๆที่มีอยู่ในฟรอนท์รูมส์ก็สามารถที่จะมีอยู่ได้ภายในด่าน 11 ตึกต่างๆจะมีลักษณะสถาปัตยกรรมที่ไร้ซึ่งอารมณ์ ทำให้บล็อกหลายๆแห่งดูคล้ายคลึงกัน หรือแม้กระทั่งเหมือนกันในทุกประการเมื่อมองดูผ่านๆ
แม้ว่าตัวด่านนั้นจะจืดชืด แต่พื้นที่ที่โดดเด่น เช่น รางรถไฟ, รถไฟใต้ดิน, ช่องคลอง, และสะพานต่างๆก็ยังมีอยู่ภายในด่าน 11 ทางรถไฟใต้ดินจะขยายไปอย่างไร้ที่สิ้นสุดในรูปแบบเดียวกันกับถนนด้านบน และจะเชื่อมต่อกันผ่านทางแยก ช่องคลองนั้นจะเป็นไปในทำนองเดียวกัน และถึงแม้พวกมันอาจจะมีต้นน้ำหรือสถานีอยู่ที่โรงงานและประตูน้ำ ช่องคลองเหล่านี้ก็จะไม่ไหลไปเชื่อมกับมหาสมุทร พวกมันสามารถที่จะไหลลงไปยังใต้ดินได้ในบางครั้ง และเชื่อมเข้ากับระบบระบายน้ำ, รถไฟใต้ดิน, หรือโถงซ่อมบำรุงอื่นๆ ในลักษณะที่แปลกไปจากสถาปัตยกรรมของโลกปกติ
จากคำให้การส่วนมาก สิ่งปลูกสร้างทั้งหมดในด่าน 11 นั้นไม่สามารถที่จะถูกทำลายลงได้ และถึงแม้ว่ารูปลักษณ์ผิวเผินของมันจะคล้ายกับตึกรามบ้านช่องทั่วๆไป แต่พวกมันก็จะมีความเหมือนกับเทือกเขาคอนกรีตสูงมากกว่า หน้าต่างของตึกหลายๆหลังจะไม่แสดงให้เห็นถึงทิวทัศน์ภายใน นอกจากนี้ พวกมันก็ยังจะมีคุณสมบัติที่คล้ายกับกระจกเงาสีหม่นและสีดำอีกด้วย ตามความคาดกรณ์ส่วนใหญ่ ตึกไร้ห้องเหล่านี้จะไม่สามารถถูกเข้าถึงได้เนื่องจากสถาปัตยกรรมที่ไร้เทียมทานและประตูที่ถูกล็อกเอาไว้ของมัน จากการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยในแต่ละบล็อก 1/3 ของอาคารทั้งหมดจะไม่สามารถถูกทำลายหรือเข้าถึงได้
อาคารที่เปิดให้เข้าถึงพื้นที่ภายในจะมีโครงสร้างของห้องที่ตรงกันกับประเภทของอาคารนั้นๆ โดยที่ก็จะมีสิ่งตกแต่งเพียงเล็กน้อยเสมอ เครื่องใช้ต่างๆจะทำงานตามปกติ ซึ่งขั้นต่ำก็จะรวมไปถึง ระบบไฟ, ทำความร้อน, และประปา ด่าน 11 นั้นจะสร้างไฟฟ้า, น้ำ, อาหาร, รีไซเคิลขยะ และอื่นๆด้วยตนเอง โดยใช้อาคารเฉพาะต่างๆของมัน สถานที่ผลิตเหล่านี้จะทำงานอย่างอัตโนมัติ แม้ว่ากระบวนการที่ใช้ในการผลิตวัตถุนั้นๆจะถูกดำเนินโดยมนุษย์ก็ตาม เช่น เครื่องจักรเย็บผ้า และสตูดิโอปั้นรูป
วัสดุที่ไม่ถูกขนส่งโดยการแทรกแซงของมนุษย์ เช่นไฟฟ้าและน้ำจะถูกเคลื่อนย้ายไปรอบๆด่าน 11 อยู่ตลอด ผ่านวิธีปกติของมัน และวัสดุอื่นๆส่วนใหญ่ที่ไม่ใช่ไฟฟ้าหรือน้ำก็จะเคลื่อนย้ายในด่าน 11 ผ่านการโนคลิปเมื่อไม่ถูกสังเกตเห็น
ทุกๆพื้นที่ของด่าน 11 จะพึ่งพาตนเองทั้งหมด และถึงแม้ว่าภายนอกของมันนั้นอาจจะดูนิ่งเงียบ แต่ภายในด่านก็มีกระบวนการหลายอย่างที่ดำเนินอยู่เพื่อคอยเติมเต็มเสบียงให้กับตัวมันเอง เพลาเหมืองจะคอยขนหินอยู่ตลอด สวนป่าขนาดย่อมจะคอยตัดต้นไม้ที่โตด้วยตนเอง, และโรงกลั่นน้ำมันก็จะคอยผลิตวัสดุสังเคราะห์อย่างพลาสติกอยู่เรื่อยๆ วัสดุใดๆที่ถูกผลิตขึ้นนั้นจะถูกโนคลิปไปยังโรงงานหรือโกดังเก็บของเพื่อเปลี่ยนให้เป็นผลิตภัณฑ์ และเมื่อเสร็จกระบวนการ ก็จึงจะถูกโนคลิปไปยังร้านค้าต่างๆ หรือไปที่บ้านเรือนโดยตรง การโนคลิปนี้ไม่สามารถที่จะถูกสังเกตได้ทั้งจากสายตามนุษย์ และการเฝ้าระวังทางดิจิทัล เนื่องจากที่วัตถุใดๆที่จะโนคลิป จะทำเช่นนั้นเมื่อมันไม่ถูกสังเกตอยู่เท่านั้น
คุณสมบัตินี้สามารถที่จะถูกใช้เพื่อกักตุนเสบียงเป็นจำนวนมาก และหยุดการขนส่งพวกมันไปยังปลายทางได้ หากมีชุมชนที่มีขนาดใหญ่มากพออาศัยอยู่ภายในโรงงาน พวกเขาก็สามารถที่จะจำกัดหรือหยุดการส่งออกไปได้โดยสิ้นเชิง แม้วิธีนี้จะจำเป็นให้สถานที่หลายๆแห่งถูกครอบครองในเวลาเดียวกัน เพียงแค่ที่จะให้พื้นที่ใกล้เคียงได้รับผลกระทบ มันก็ยังเป็นไปได้ และก็ยังเคยถูกทำมาแล้วในอดีตอีกด้วย
สตีเฟน อาร์เวลล์: มันน่าเศร้า เพราะ… คือ มันแค่น่าเศร้า ใช่ไหมล่ะ? ผมอยู่ตรงนั้น หลงทางและขาดน้ำ บนโลกในร่มสักแห่งที่ผมจำไม่ได้ แล้วจู่ๆก็ได้โพล่เข้ามายังเมือง 1 ขอบอกไว้เลยว่ามันต่างไปมาก แต่-
มาร์ค ดาร์วิลล์: ช่วยอย่าออกทะเลด้วยครับ
สตีเฟน อาร์เวลล์: เฮ้ย อย่าเพิ่งแทรกสิ! เดี๋ยวก็จะถึงตอนโศกนาฏกรรมแล้ว
อดีตผู้ดูแลของกลุ่มที่สลายตัวไปแล้ว ซึ่งมีชื่อว่า P.U.G. กำลังบรรยายถึงการพบเจอด่าน 11 ครั้งแรกของเขาบนวิทยุสาธารณะ
-ประมาณปี 1966
ความลื่นไหลในด่าน
รถจำนวนหนึ่งและถนนที่ถูกจำลองให้อยู่ระหว่างการปรับปรุง
มุมถนนเดียวกันในปี 1921, 1966, และ 2011
ถนนของด่าน 11 นั้นก็มีความลื่นไหลพอๆกับเสบียงภายในด่าน ยานพาหนะ เมื่อไม่ถูกสังเกตจะขยับไปมาระหว่างลานจอดรถและขอบถนน ป้ายบิลบอร์ดและป้ายโฆษณารอบเสาจะคอยเปลี่ยนสิ่งที่มันโฆษณา และในบางครั้งก็จะหยุดการเปลี่ยนและจางลงหรือขาดออก ถนนและเมืองจะทำการปิดปรับปรุงลงด้วยตนเอง ในลักษณะเดียวกับที่นั่งร้าน กราฟฟิตี้ ถังขยะ และสิ่งอื่นๆจะปรากฏขึ้น ในบางครั้งสิ่งเหล่านี้ก็จะเคลื่อนที่ไปรอบๆด่าน 11 หรือเปลี่ยนรายละเอียดเล็กๆน้อยๆของตน โดยชิ้นส่วนที่ถูกแยกออกมาจากพวกมันก็จะไม่หายหรือขยับไปพร้อมกับสิ่งที่เหลือ แต่สิ่งของที่ถูกเคลื่อนออกจากที่ทั้งชิ้นก็จะยังคงทำเช่นนั้นต่อไป
เนื่องจากที่ผู้มาใหม่ใน 11 มักจะพยายามเข้าใช้ยานพาหนะ จึงควรทราบไว้ว่าพวกมันสามารถที่จะถูกขยับได้ผ่านการปลดเบรกมือ อย่างไรก็ตาม รถทุกๆคันก็จะยังคงปราศจากซึ่งเชื้อเพลิง และเพราะเชื้อเพลิงในด่านอื่นๆก็ไม่สามารถที่จะถูกใช้งานได้เช่นกัน หนทางเดียวในการทำให้ยานพาหนะจากด่าน 11 ทำงาน จึงจะเป็นการเปลี่ยนหัวฉีดและปั๊มเชื้อเพลิงของรถในด่านกับอะไหล่แบบเดียวกันจากด่านอื่น ขึ้นอยู่กับรุ่นของรถ ก็อาจจะต้องมีการเปลี่ยนชิ้นส่วนอื่นๆเช่น ท่อร่วมไอดี ด้วย แต่ก็โชคดีที่ด่านที่มีรถหลายๆด่านจะเชื่อมอยู่กับด่าน 11
แม้จะเป็นที่ทราบกันแล้วว่าด่านจะวิวัฒนาการไปตามกาลเวลา แต่วิวัฒนาการของด่าน 11 ก็จะทำงานในลักษณะเดียวกับความลื่นไหลของมัน ส่งผลให้บางพื้นที่ที่ดูเก่ากว่าพื้นที่อื่น อย่างไรก็ดี พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบในรูปแบบนี้ก็มีอยู่เพียงน้อยนิด โดยเอฟเฟ็กต์วิวัฒนาการนี้จะส่งผลให้ด่าน 11 ไม่สร้างอาคารที่ทันสมัยหรือล้ำยุคมากเกินไป อีกทั้งก็จะกำจัดเขตเก่าแก่ตามธรรมชาติไปด้วย และในบางครั้ง อาคารที่มีสถาปัตยกรรมของทศวรรษก่อนหน้าก็จะถูกทำให้ทันสมัยด้วยหลอดไฟฮาโลเจนสมัยใหม่, เครื่องปรับอากาศ, ฯลฯ
ตามปกติแล้ว ตัวด่านจะเปลี่ยนสิ่งที่อยู่รอบๆที่พักของผู้คน ทำให้บางพื้นที่สามารถที่จะถูกตรึงเอาไว้ให้มีลักษณะผิดยุคได้ ตราบใดที่มีผู้คนอาศัยอยู่อย่างถาวรในพื้นที่นั้นมากพอ แม้ว่ากฎข้อนี้จะพอมียกเว้นอยู่ก็ตาม แต่วิธีหนึ่งที่มีประสิทธิภาพในการค้นหาฐานที่มั่นในด่าน 11 ก็คือการหาพื้นที่ที่ดูผิดสมัยไปจากพื้นที่ที่ไร้ผู้อยู่อาศัยรอบข้าง
"นายรู้มั้ยว่าเขาถามฉันว่าอะไร เขาถามฉันว่าถนนนี้คนสร้างหรือเปล่า! ก็แน่สิว่ามันไม่ใช่ ไอ้ทึ่มปัญญาทึบเอ้ย ถ้าเกิดว่าฉันไม่ต้องคอยพึ่งเขาเรื่องยา ฉันก็คงทิ้งเขาไว้ที่นครหลวงแล้ว"
ตัดตอนมาจากสมุดบันทึกของทูตกลุ่มลีดเดอร์ภายในด่าน 11
-14/09/77
ในฐานะด่านศูนย์รวม
ถนนบนด่าน 11 ที่ถูกบันทึกทางออกเอาไว้บ้างแล้ว บางแห่งก็นำไปสู่ด่านที่ถูกค้นพบแล้ว บ้างก็ใหม่และไร้การบันทึก และก็มีหนึ่งแห่งที่ไม่ได้ถูกเข้าถึงอีกนับตั้งแต่การทำแผนที่ครั้งนี้
สิ่งกีดขวางที่กั้นถนนทั้งสายบนด่าน 11 เอาไว้ ซึ่งตามคำให้การแล้วมีทางออกอยู่เป็นร้อยๆแห่ง
แม้จะมีระบบละเอียดละอ่อนอยู่หลากหลายประเภท แต่ด่าน 11 ก็โด่งดังจากระบบที่เรียบง่ายที่สุดของมัน ซึ่งคือระบบทางเข้าออกที่เชื่อมไปยังแทบทุกด่านที่เป็นที่รู้จักในแบ็กรูมส์
ทางออกไปจากด่าน 11 ถึงแม้ว่าจะมีตำแหน่งที่มั่นคง แต่ก็จะมีความแนบเนียนพอๆกับจำนวนที่มหาศาลของมัน เกือบทั้งหมดจะเป็นตั๋วเที่ยวเดียวที่จะส่งผู้ไม่ระมัดระวังให้ไปหลงอยู่ในด่านที่ไม่มีใครรู้จัก หรืออีกขั้วฝั่งของแบ็กรูมส์ที่ยังไม่ถูกค้นพบ บ่อยครั้งมันจึงเป็นหน้าที่ของผู้ที่อยู่อาศัยอย่างถาวรภายในด่าน 11 ที่จะต้องบันทึกและทำเครื่องหมายว่าจุดที่มีทางออกมากที่สุดอยู่ตรงไหน การที่ผู้คนในด่าน 11 จะหายสาบสูญไปอย่างสุ่มสี่สุ่มห้าและไม่ได้กลับมาอีกนั้นไม่ใช่เรื่องแปลก ไม่ใช่เพราะว่าพวกเขาได้เสียชีวิตลง แต่เป็นเพราะพวกเขาหลงอยู่ในด่านที่คงจะไม่มีใครได้ค้นพบอีกนอกจากพวกเขาเอง
ในพื้นที่เหล่านี้ กลุ่มต่างๆมักจะใช้ยานพาหนะและเฟอร์นิเจอร์ในการสร้างสิ่งกีดขว้าง โดยจะมีสเปรย์พ่นสีคอยนำทางอยู่บนถนนแทบทุกสายที่มีชุมชนอาศัยอยู่ แม้พวกมันจะไม่ได้แม่นยำเสมอไป แต่พวกมันก็เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในการเดินทางอย่างปลอดภัย อีกสิ่งที่พบได้ใกล้กับสิ่งกีดขว้างก็คืออนุสรณ์และสถานที่รำลึกสำหรับผู้คนในพื้นที่นี้ และถนนที่ปลอดภัยซึ่งได้รับการตั้งชื่อตามชื่อของผู้คนที่สูญหายไป
เพราะความหนาแน่นที่สูงของทางออกที่เชื่อมไปสู่ด่านนับร้อยด่าน ด่านเกือบทุกด่านภายในแบ็กรูมส์จึงจะมีจุดเชื่อมอยู่สักแห่งที่จะพาไปยังด่าน 11 โดยจะมีข้อยกเว้นก็คือด่านปิดตาย เช่น ด่าน 790 ซึ่งเป็นที่อื้อฉาว ด่านแทบทุกด่านจะมีทางผ่านมายังด่านนี้ หลายคนได้ตกลงยังด่านๆนี้โดยบังเอิญ และขึ้นอยู่ที่ที่พวกเขาได้มาลงเอย แค่ก้าวไม่กี่ก้าวก็จะส่งให้พวกเขาร่วงไปที่อื่นได้
ด่าน 11 ไม่ใช่แค่เพียงศูนย์รวมสำหรับมนุษย์ แต่ยังรวมไปถึงเอ็นทิตี้หลากหลายประเภทจากทั่วทั้งแบ็กรูมส์ด้วย ถึงกระนั้น ตัวด่านก็ไม่ได้มีเอ็นทิตี้ท้องถิ่นเป็นของตนเอง จึงไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเอ็นทิตี้เหล่านี้มากันจากไหน โดยที่ความสัมพันธ์ระหว่างจุดที่มีเอ็นทิตี้เป็นจำนวนมากและปริมาณของทางเข้าออกที่สูงก็เสนอว่าเอ็นทิตี้ทั้งหมดล้วนมากันจากต่างถิ่น สิ่งมีชีวิตทั่วไปอย่าง บุคคลไร้โฉม และฮาวด์ เป็นเอ็นทิตี้ที่มีอยู่มากที่สุดบนด่าน 11 ส่วนตัวที่หายากกว่าอย่าง กระเรียนซับเคราะห์ ก็จะปรากฏน้อยครั้งกว่า และสำหรับด่านต่างๆที่มีเอ็นทิตี้เฉพาะและเชื่อมอยู่กับด่าน 11 โอกาสที่พวกมันจะมาลงเอยอยู่บน 11 ก็ไม่ได้เป็นศูนย์เสมอไป ตัวอย่างก็เช่น พิซซ่ามีชีวิตของด่าน 458
"แด่เจ้าสตรอเบอร์รี่ตัวน้อยของเรา"
สถานที่รำลึก/อนุสรณ์สำหรับเด็กสาวแปดขวบที่มีชื่อว่าแทมซิน คลาร์ก ตามคำให้การของผู้ปกครอง เธอออกจากบ้านและได้โนคลิปทะลุพื้นลงไป เธอไม่ได้ถูกพบเห็นอีกเลยตั้งแต่นั้น
-สักช่วงหลังจาก 03/03/09
สัมผัสมนุษย์
ภาพประกอบของรูปลักษณ์ด่าน 11 ในช่วง 3000 ปีก่อนสากลศักราช วาดในปี ส.ศ. 1790
ทำไมด่าน 11 จึงกลายมาเป็นศูนย์รวมที่คาดเดาไม่ได้นี้ก็ยังคงเป็นหัวข้อที่ได้รับการโต้แย้งกันต่อไป แม้กระทั่งบันทึกยุคโบราณก็มีการกล่าวถึงมันอยู่ อีกทั้งพวกมันก็ยังอ้างถึงสภาพที่อยู่อาศัยได้ของมันด้วย จึงสันนิษฐานได้ว่าลักษณะของด่านเป็นเหตุผลให้มีการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ขึ้น เป็นผลลัพธ์มาจากการที่มีผู้คนผ่านเข้ามาในด่าน 11 มาตลอดร้อยกว่าปี การบิดและทะลวงความเป็นจริงของมันจึงอาจจะทำให้เกิดความอ่อนตัวลงในโครงสร้างความเป็นยุคลิดของมัน
เนื่องจากที่มันใช้เวลากว่า 7000 ปีในการด่าน 11 จะมาอยู่ในสภาพนี้ จึงสันนิษฐานได้ว่ามันจะต้องใช้เวลาอีก 7000 กว่าปี ในการที่ทางออกในปัจจุบันจะทวีคูณขึ้น และอีกนับล้านปีกว่าด่านจะถูกทำลายลงโดยปรากฏการณ์นี้ ดังนั้นผู้อยู่อาศัยของแบ็กรูมส์หรือด่าน 11 จึงไม่จำเป็นต้องกังวลไปเกี่ยวกับการใช้งานพวกมัน
มีการถกเถียงมากมายรอบๆเอฟเฟ็กต์เชื่อง ซึ่งปัจจุบันถูกเรียกว่า "เอฟเฟ็กต์ด่าน 11" มันเป็นปรากฏการณ์ที่สังเกตได้ แต่ก็ยังไม่เป็นที่เข้าใจ ที่จะทำให้เอ็นทิตี้อันตรายมีแนวโน้มที่จะโจมตีน้อยลง อย่างไรก็ดี มันก็จะไม่ส่งผลครอบคลุมในทุกกรณี เนื่องจากการยั่วยุเอ็นทิตี้เหล่านี้อย่างจงใจจะทำให้ความเชื่องนี้หมดไป และเอ็นทิตี้บางตัวก็จะไม่ได้รับผลใดๆจากมันเลย
แม้จะไม่มีหลักฐานทางโบราณคดีหรือมานุษยวิทยาใดๆที่สามารถใช้พิสูจน์มันได้ แต่ก็มีการสันนิษฐานว่าด่าน 11 ครั้งหนึ่งเคยเป็นเพียงที่ราบแห่งหนึ่ง ที่ปราศจากซึ่งอาคารหรือเอ็นทืตี้ใดๆ ผู้คนที่แห่กันเข้าไปได้ทำให้รูรั่วที่ใหญ่อยู่แล้วขยายขึ้น และนำพาเอ็นทิตี้เข้ามาโดยเผอิญด้วย อย่างไรก็ตาม ผู้คนก็ยังคงอยู่ และการเปลี่ยนไปเป็นเมืองของด่านก็มีแต่จะส่งเสริมข้อเท็จจริงนั้น
"ไม่เคยเห็นฮาวด์เข้ามาใกล้ขนาดนี้เลย… หน้าตามันหนิอุบาทว์ดีจริงๆ"
คำพูดสุดท้ายของฮอย เล่ย นักสำรวจของ M.E.G. ที่กำลังทดลองอยู่กับขอบเขตของเอฟเฟ็กต์ด่าน 11
-22/12/21
ผู้เล่นหลัก
ด้วยความที่ด่าน 11 เป็นสถานที่ที่สำคัญอย่างยิ่งต่อประวัติศาสตร์แบ็กรูมส์ การจะเรียบเรียงรายชื่อของทุกๆกลุ่มจึงไม่สามารถที่จะถูกทำได้ เมื่อรวมทั้งหมดแล้ว ครอบคลุมไปถึงอีกหลายๆคนที่เกิดอยู่ภายในแบ็กรูมส์ด้วย ประชากรของด่าน 11 จะอยู่ที่ประมาณ 129,500 คน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ถูกคำนวณจากการรับอาสารวบรวมสำมะโนประชากรโดยผู้ดูแลของเจเนอรัลพับบลิคดาต้าเบส
อย่างไรก็ตาม ต่อจากนี้ก็จะเป็นกลุ่มหลักๆบางส่วนในปัจจุบัน:
"นครหลวง"
ตลาดที่พลุ่งพล่าน ณ ใจกลางของนครหลวงแห่งด่าน 11
"นครหลวง" เป็นศูนย์รวมที่พักอาศัยหลักของด่าน 11 แม้จะมีชุนชนเฉพาะหลากหลายชุมชนที่ไม่ได้ฝักฝ่ายกับกลุ่มหลักใดๆ นครหลวงแห่งนี้ของด่าน 11 อ้างตนให้เป็นศูนย์กลางหลักที่ไม่ฝักฝ่ายใดๆให้ผู้คนได้เข้ามาพักอาศัย เป็นเหตุมาจากทั้งจำนวนประชากรและขนาดของพื้นที่แห่งนี้ เมืองในส่วนนี้จึงปรับใช้ระบบการปกครองแบบกำกวมและเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยสกุลเงิน ผู้อยู่อาศัยจะสามารถพักอยู่ในบ้านได้ฟรีตราบใดที่พวกเขามีงาน อยู่ในช่วงละเว้นสองเดือนสำหรับสมาชิกใหม่ หรือกำลังอยู่ระหว่างการหางาน โดยวัตถุดิบทำอาหารเบี้องต้นและเสื้อผ้าที่ถูกปลูก, สร้าง, หรือเก็บมาได้จะถูกนำมาแจกจ่ายในรูปแบบของเสบียงฟรี
บริการที่มีค่าตอบแทนนั้นจะมาในรูปแบบของการหาสิ่งของฟุ่มเฟือย เช่น วัตถุผิดปกติ, อาหารหายาก, วัสดุก่อสร้าง, เสื้อผ้าลายประณีต, และสิ่งของนำเข้า รวมไปถึงการหาวัตถุดิบทำอาหารหรือสิ่งของเบี้องต้นในจำนวนที่มากไปกว่าการใช้คนเดียวหรือกับครอบครัวก็จะมีราคาที่ต้องชำระด้วย
เป็นผลมาจากการร่วมมือกับบริษัทต่อเติมแบ็กรูมส์ อาคารทุกหลังภายในนครหลวงจึงไม่เพียงแต่ที่จะสามารถถูกเข้าถึงได้ แต่ก็ยังจะได้รับการตกแต่งตามจุดประสงค์ของมันอย่างครบถ้วนด้วย การเป็นพันธมิตรกันในช่วงปีแรกๆ ทำให้พวกเขาได้ร่วมงานกันอย่างใกล้ชิด ในการขยายและพัฒนานครหลวงให้ทันสมัย ถึงแม้ว่าบันทึกต้นฉบับนั้นจะสูญหายไปในกาลเวลา แต่ก็มีสันนิษฐานว่าผู้นำโดยปริยายคนดั้งเดิมของนครหลวงได้สังเกตเห็นว่าเมื่อเทียบกับส่วนอื่นๆของ 11 แล้ว ตัวนครหลวงจะมีลักษณะที่โบราณกว่ามาก พวกเขาจึงติดต่อบริษัทต่อเติมเพื่อขอความช่วยเหลือ เนื่องมาจากเหตุการณ์ดังกล่าว วิวัฒนาการของนครหลวงจึงจะทำงานอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่ามันจะถูกสังเกตอยู่หรือไม่ เช่นเดียวกับการโนคลิปของวัตถุต่างๆ ซึ่งก็ทำให้นักวิจัยสามารถยืนยันการมีอยู่ของเอฟเฟ็กต์นี้ได้
ตัวนครหลวงนั้นดำรงอยู่ในหลากหลายรูปแบบ แต่มันก็ไม่ใช่ชุมชนหลักชุมชนแรกที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ในด่าน 11 ข้อมูลปากเปล่าเกี่ยวกับมันมีมาก่อนแบบลายลักษณ์อักษรประมาณ 50 ปีได้ โดยจะเริ่มต้นที่ราวๆ 1200 ปีก่อนสากลศักราช สมาชิกดั้งเดิมบางส่วนของมันมีรากฐานมาจากสิ่งที่ภายหลังได้กลายมาเป็นเมืองคาโฮเกีย นครหลวงนั้นเป็นกลางและน่าอยู่อาศัย แม้จะมีช่วงเวลาในประวัติศาสตร์ที่มันเคยดำเนินไปในทิศทางตรงกันข้าม ในปัจจุบัน มันได้ถูกบริหารโดยกลุ่มของประธานาธิบดีที่จะถูกผลัดเปลี่ยนกันไปในทุกๆปี การตัดสินใจทั้งหมดจะถูกตัดสินโดยพวกเขาก่อนจะถูกปฏิบัติตามหรือปฏิเสธไป
"สู่อีกสหัสวรรษหนึ่งในอุตสาหสถานไร้สิ้น!"
คำทักทายบนการ์ดปีใหม่ที่ได้ถูกแจกจ่ายไปรอบๆนครหลวงเพื่อที่จะฉลองการมีอยู่ในปีที่ 3000 ของเมืองแห่งนี้
-ประมาณ 31/12/1799
มอลล์มาร์เทอร์
ของใช้จำนวนมากที่ถูกวางเอาไว้โดยมอลล์มาร์เทอร์ ซึ่งกำลังถูกเลือกใช้โดยประชากรของด่าน 11
มอลล์มาร์เทอร์ได้พัฒนาขึ้นจากสมญานามหลายนามและการเริ่มต้นใหม่หลายครั้ง แต่เป้าหมายของพวกเขาก็ยังคงเส้นคงวาและเรียบง่ายอยู่เช่นเดิม พวกเขาดำเนินงานเหมือนกับกลุ่มการกุศล คอยเคลื่อนย้ายเสบียงจากพื้นที่แยกเดี่ยวที่เข้าถึงได้ยากไปบริจาคให้กับกลุ่มอื่นๆในพื้นที่เฉพาะรอบด่าน 11 พวกเขาจะทิ้งเสบียงที่ได้มาไว้ในเวลาใดเวลาหนึ่ง และก็มักจะทิ้งจดหมายนิรนามที่แจ้งให้ทราบถึงเรื่องนี้ไว้ที่บ้านหรือกลุ่มที่อยู่ใกล้ๆ แม้จะมีบางกลุ่มที่ขอให้พวกเขาย้ายที่หรือหยุดการกระทำนี้ แต่พวกเขาก็ยังคงทำมันต่อไป (ตามคำของสมาชิกกลุ่ม) "เพื่อประโยชน์ของผู้ยากไร้" โดยจะเป็นกลุ่มที่ไม่มีลำดับชั้น, โฆษก, หรือตรรกะใดๆ แทนที่จะเป็นเช่นนั้น พวกเขาเลือกที่จะทำอะไรก็ตามในเวลาใดได้ตามที่ใจสั่ง
เป็นเพราะการเดินทางของพวกเขา มอลล์มาร์เทอร์จึงจะใช้ชีวิตอยู่อย่างเร่ร่อน พวกเขามีแนวทางที่ผ่อนปรนสำหรับสมาชิกใหม่ที่เพิ่งจะมาเข้าร่วม อยากไรก็ตาม ก็เป็นที่ทราบกันดีว่าสมาชิกที่ไม่มีประสบการณ์ของมอลล์มาร์เทอร์มักจะอยู่ในกลุ่มได้ไม่นาน การจะเข้าร่วมกับพวกเขาจำเป็นที่จะต้องใช้ความรู้ด้านทางออกของด่าน 11 ซึ่งหลายๆคนนั้นไม่เข้าใจอย่างถี่ถ้วน การเดินทางค้นเสบียงที่ล้มเหลวนี้มักจะนำไปสู่การค้นพบด่านใหม่ และการบันทึกโดยกลุ่ม G.P.D. ในภายหลัง
กระดาษโน๊ทชิ้นเล็กๆที่ถูกติดมากับช่อดอกไม้ มันได้ถูกมอบให้กับทิลลี่ เวตต์ ซึ่งเธอก็ปฏิเสธดาริลไปอย่างสุภาพ
-ประมาณปี 2021
กลุ่ม M.E.G. - "ฐานเบต้า" และ "ค่ายอำพัน"
ทางเดินยกสูงที่ถูกใช้เพื่อการเข้าถึงฐานเบต้าอย่างง่ายจากค่ายอำพัน เช่นเดียวกับในทางกลับกัน
กลุ่ม M.E.G. นั้นเป็นกลุ่มที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก เห็นได้จากการที่พวกเขาเป็นกลุ่มที่ทำการมอบชื่อในปัจจุบันให้กับด่าน 11 พวกเขาเข้ามาตั้งรกรากบนด่าน 11 ในช่วงต้นปี 2016 โดยได้ร่วมมือกันกับชุมชุนยิบย่อยต่างๆเพื่อก่อตั้งฐานปฏิบัติการขึ้น สิ่งของจำนวนหนึ่งที่พวกเขารื้อค้นมาได้จะถูกส่งออกไปยังด่าน 11 หรือฐานอื่นๆของกลุ่ม ส่วนหนึ่งก็ด้วยความช่วยเหลือจากกลุ่มมอลล์มาร์เทอร์ เป้าหมายโดยรวมของพวกเขาก็คือการบันทึกทุกส่วนที่เป็นไปได้ของแบ็กรูมส์ และสร้างพันธมิตรเพื่อที่จะขยายความสามารถทางเทคโนโลยีของพวกเขาสำหรับการศึกษาวิจัยในอนาคต
เนื่องจากที่พวกเขาเป็นกลุ่มที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในการบันทึกสิ่งเหนือธรรมชาติของศตวรรษที่ 21 ด่าน 11 จึงได้กลายมาเป็นบ้านหลังที่สองให้กับทีมสำรวจของพวกเขา โดยพวกเขาจะใช้คำบอกเล่าและการทดสอบในสถานที่เพื่อที่จะหาด่านใหม่ๆ แม้ว่าจะมีการสูญเสียอยู่หลายครั้งจากวิธีนี้ ผลการบันทึกของพวกเขาก็ส่งผลให้ผู้คนหลายๆคนสามารถกลับไปยังบ้านได้อย่างปลอดภัย เมื่อพวกเขาถูกถีบออกไปนอกด่าน 11
ตั้งแต่ที่ระบบหมายเลขด่านของพวกเขาได้ถูกนับมาปรับใช้โดยกลุ่ม G.P.D. "ด่าน 11" ก็ได้กลายมาเป็นคำเรียกที่ถูกใช้มากที่สุดสำหรับเมืองแห่งนี้ พวกเขามีข้อตกลงร่วมกับกลุ่มแทบจะทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะมีขนาดเท่าใด เว้นแค่กลุ่มใกล้เคียงที่แตกตัวออกมาจากพวกเขา ด้วยความสัมพันธ์เช่นนี้ พวกเขาจึงสามารถที่จะนำพาผู้คนมากมายมาเป็นสมาชิกได้ โดยเฉพาะผู้ที่เกิดในด่าน 11 ซึ่งต้องการที่จะผจญภัยและสำรวจพหุจักรวาลแบ็กรูมส์ที่สังเกตได้
แม้พวกเขาจะไม่มีหนทางในการทำให้อาคารทุกหลังสามารถถูกเข้าถึงได้เหมือนกับนครหลวง แต่ M.E.G. ก็ยังคงจะใช้ด่าน 11 ในการเป็นที่พักให้แก่สมาชิกที่ไม่ค่อยพร้อมจะเอาชีวิตรอด หรือผู้ที่อยากจะอยู่ในด่านกลางแจ้ง ประชากรส่วนใหญ่ที่ไม่ใช่นักสำรวจหรือผู้สรรหาบุคลากรจะเป็นคนหาของ ซึ่งจะคอยบุกค้นทรัพยากรจากโรงงานและร้านค้า ก่อนจะจัดแยกประเภทให้ผู้อื่นมานำไปยังฐาน M.E.G. อื่นๆ
โดยองค์กรในเครือของกลุ่ม M.E.G ที่มีชื่อว่า "ค่ายอำพัน" ก็ได้ตั้งถิ่นฐานอยู่ในด่าน 11 เช่นกัน ห่างไปไม่ไกลมากจากฐานเบต้า ซึ่งก็ทำหน้าที่เป็นสถานศึกษาที่จะสอนความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับแบ็กรูมส์ให้กับผู้ที่เข้ามาใหม่ เพื่อที่จะช่วยให้พวกเขาสามารถเอาชีวิตรอดที่อื่นได้ แต่หลังจากที่ผ่านมาได้ช่วงหนึ่ง โดยเฉพาะหลังช่วงที่มีการก่อตั้งกลุ่ม B.N.T.G. และกลุ่ม U.E.C. ขึ้น ค่ายอำพันก็ได้แยกตัวออกห่างไปจากกลุ่ม M.E.G. ด้วย
เมโลดี้ ปาร์คเกอร์: แล้ว… ทำไมมันถึงถูกเรียกว่าฐานเบต้าล่ะ? ไม่ใช่ว่า มันเป็นฐานหลักที่ 6 ที่เราพยายามตั้งขึ้นมาหรอ และก็เป็นอันที่สี่ที่เราตั้งสำเร็จ
จัสติน ซิมัลส์: ก็เพราะมันเป็นฐานที่สำคัญเป็นอันดับสองของเราไง!
เมโลดี้ ปาร์คเกอร์: หรือนายแค่ไม่รู้ลำดับตัวอักษรกรีก
จัสติน ซิมัลส์: …มันชัดขนาดนั้นเลยหรอ?
การสนทนาที่ได้รับการบันทึกระหว่างโอเวอร์เซียร์คนหลักของกลุ่ม M.E.G. จัสติน ซิมัลส์ และสมาชิกอาวุโส เมโลดี้ ปาร์คเกอร์
-30/07/19
กลุ่ม B.N.T.G. - นิวไทม์สแควร์
สมาชิกระดับสูงสามคนของกลุ่ม B.N.T.G. กำลังโพสท่าสำหรับภาพโฆษณาอยู่บนนิวไทม์สแควร์ ถูกถ่ายอย่างไม่รู้ตัวโดยคนที่ผ่านไปมา
เพราะต้นกำเนิดที่มาจากการแตกกลุ่มออกมาจาก M.E.G. ชุมชนของพวกเขาจึงอยู่ห่างไปไม่กี่บล็อกจากฐานเบต้า ฐานๆนี้ได้ชื่อมาจากสี่แยกที่เมืองหลวงของมัน ซึ่งมีลักษณะเหมือนกับไทม์สแควร์ในนิวยอร์ก
นิวไทม์สแควร์เป็นฐานที่สำคัญเป็นอันดับที่สองของ B.N.T.G. ส่วนอันดับหนึ่งนั้นคือเทรดเดอร์คีฟบนด่าน 1 โดยฐานนี้ก็จะมีแนวปฏิบัติและประเพณีเช่นเดียวกับถิ่นฐานของพวกเขาในที่อื่นๆ ส่วนนอกของชุมชนจะถูกกั้นแยกและจะมีประตูทางเข้าที่มีเจ้าหน้าที่คอยดูแลอยู่สองแห่ง ที่ใจกลางจะมีแผงขายของและร้านค้าปะปนกันไป ซึ่งก็จะขายวัตถุเหนือธรรมชาติและวัสดุที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตต่างๆนานา โดยทุกๆสิ่งนั้นจะถูกแลกผ่าน "เพรส" สกุลเงินเฉพาะของกลุ่ม B.N.T.G.
กลุ่ม B.N.T.G. ดำเนินงานตามโครงสร้างสังคมแบบทุนนิยม โดยเพรสก็เป็นเสาหลักสำคัญต่อวิถีชีวิตรายวันของผู้อยู่อาศัยในนิวไทม์สแควร์ ถึงแม้ว่าเหรียญพลาสติกเหล่านี้จะเป็นหนทางเดียวในการแลกเปลี่ยนใดๆภายในชุมชนต่างๆของ B.N.T.G. นักแลกเปลี่ยนที่เดินทางผ่านไปมา ซึ่งไม่รู้ถึงขนบธรรมเนียมนี้ ก็จะได้รับการยกเว้น ตราบใดที่พวกเขาเข้าไปแลกในร้านเฉพาะกิจดังกล่าว การแลกเปลี่ยนแต่ละครั้งที่นั่นจะมีการมอบเพรสแถมมาด้วย เพื่อที่จะสร้างความคุ้นชินและสนับสนุนให้ผู้คนใช้เพรส
การใช้ชีวิตในนิวไทม์สแควร์จะให้ความรู้สึกที่คละกันไป ในบางครั้งมันก็ดูเหมือนว่าทางกลุ่มนั้นจะให้ความสำคัญกับธุรกิจมากกว่าผู้คนของมันเอง เช่นเดียวกับการอยู่อาศัยภายในกลุ่ม B.N.T.G. ในฐานะคนเกิดภพหลัง ซึ่งได้ถูกบรรยายว่าเป็น "การช็อกวัฒนธรรม" เนื่องจากความประสงค์ที่จะสร้างวัฒนธรรมโลกตะวันตกขึ้นใหม่ของกลุ่ม
"ฉันก็ชอบเงินเหมือนกับคนอื่นๆที่นี่แหละ ฉันแค่… ไม่คิดว่ามันจะเป็นฝาบิงโกพลาสติกพวกนี้"
คำวิจารณ์จากหนึ่งในกลุ่มสนใจของ B.N.T.G. ในระหว่างการพัฒนาเงินเพรส
-ประมาณปี 2016
กลุ่ม U.E.C. - ธีบส์
ถึงจะไม่ได้ก้าวร้าวอย่างไร้เหตุผลตามที่ลือลั่นกันไว้ แต่กลุ่ม U.E.C. ก็จะยังยึดติดอยู่กับแนวคิดของตนเป็นอย่างมาก พวกเขาเป็นองค์กรมนุษยนิยมที่สร้างชุมชนปิดล้อมที่สามารถพึ่งพาตนเองและค้าขายเองได้ พวกเขาให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้คนในกลุ่มเป็นอันดับสูงสุด ส่วนเล็กๆของด่าน 11 ที่พวกเขาถือครองจะถูกปิดกั้นเอาไว้ โดยจะมีทางเข้าทางเดียวที่ถูกตรวจตราอย่างหนัก มีแค่ไม่กี่คนที่จะได้รับอนุญาตให้ผ่าน ส่วนเอ็นทิตี้นั้น (ไม่ว่าจะดุร้ายหรือไม่) จะถูกฆ่าทันทีที่เห็น
สันนิษฐานว่ากลุ่ม U.E.C. จะใช้ธีบส์เป็นบ้านให้กับประชากรแรงงานของพวกเขา ซึ่งก็จะได้รับอาหารและงานที่นี่ นักจดบันทึกของกลุ่มหลายๆคนจะอาศัยอยู่กันที่ด่าน 11 โดยก็จะมีส่วนพิเศษของเซิฟเวอร์ GPD ที่ได้ถูกเก็บเอาไว้อย่างปลอดภัย แม้ว่าด่าน 11 จะผลิตทรัพยากรและรักษาตนเองอยู่ตลอด ถึงอย่างนั้น ประชากรของพวกเขาก็ยังคงที่จะทำงานเพาะปลูกและใช้แรงงานกันอยู่ ความเข้าใจที่น้อยนิดเกี่ยวกับการดำเนินงานของพวกเขานี้ หลักๆแล้วเป็นผลมาจากความเป็นปรปักษ์และการปกปิดข้อมูลของพวกเขา ถึงพวกเขาประกาศศักดาและจุดมุ่งหมายอย่างชัดเจนเมื่อต้องออกมานอกธีบส์ แต่บ่อยครั้งพวกเขาก็ไม่ได้ถูกคอกับผู้คนภายนอกมากนัก
และเนื่องจากที่พวกเขาได้แตกกลุ่มออกมาจาก M.E.G. การพยายามสืบค้นกลไกการทำงานภายในจากกลุ่มดังกล่าวไปจึงจะไม่เป็นที่น่าพอใจเป็นอย่างสูง กระทั่งกลุ่มอื่นๆก็ยังเคยถูกบังคับให้ออกไปจากสถานปฏิบัติงานของพวกเขามาแล้ว
ไดอาน่า สจ๊วตส์: นายยิงตัวที่เป็นเด็กเนี้ยนะ?!
ลุค โลแกน: ก็มันกำลังเข้ามาใกล้หนิ! จะให้ผมทำไงได้
ตัดตอนจากบทถอดความวิทยุสื่อสารระหว่างอดีตหัวหน้ากลุ่ม U.E.C. และยามของฐานธีบส์ ในเรื่องการฆ่าบุคคลไร้โฉมวัยเยาว์
-ก่อนปี 2018
สำนักงานใหญ่ของ "ยูไนเต็ดแบ็กรูมส์ เดลิเวอรี่เซอร์วิส"
ฐานปฏิบัติการของกลุ่ม U.B.D.S. ที่ที่พัสดุส่วนใหญ่ถูกเก็บเอาไว้ ถ่ายในวันที่มันถูกครอบครอง
ก่อตัวขึ้นในปี 2004 ผู้ก่อตั้งของ U.B.D.S. เดิมทีเคยอาศัยอยู่อย่างร่อนเร่ในด่านนี้มาหลายชั่วรุ่น บ้างก็มากันจากมอลล์มาร์เทอร์เพื่อจะใช้ความรู้ด้านโครงสร้างของด่าน 11 และความคล่องตัวของพวกเขา ในการเคลื่อนย้ายพัสดุและจดหมายต่างๆไปให้ทั่วแบ็กรูมส์ โดยจะรับงานจากกลุ่มใดๆก็ตาม ไม่ว่าจะใหญ่แค่ไหน แค่ให้ยินยอมจะทำข้อตกลงกับพวกเขา เนื่องจากที่ด่าน 11 เป็นด่านศูนย์กลาง และเพราะพวกเขาช่ำชองเกี่ยวกับทางเข้าและออกของมัน พวกเขาจึงได้ใช้โลกแห่งนี้เป็นสำนักงานใหญ่
ด้วยความเป็นไปไม่ได้ในการที่จะทราบถึงทางออกทั้งหมดของด่าน 11 และเพราะกลุ่ม U.B.D.S. นั้นมีบุคลากรอยู่จำกัด พวกเขาจึงจะไม่ใช้ด่าน 11 ในการไปยังที่หมายทุกๆแห่ง แต่ก็จะใช้มันเป็นก้าวแรกในการขนส่งทั้งหมดของพวกเขาแทน พวกเขามีความรู้มหาศาลเกี่ยวกับด่านต่างๆ ซึ่งพวกเขาก็เก็บไว้เป็นความลับเพื่อที่จะ "อยู่เหนือคู่แข่งขัน"
แม้ว่ากลุ่มนี้จะรับคนงานใหม่ๆ แต่พวกเขาไม่มีที่พักอาศัยเฉพาะสำหรับคนงานของตัวเอง โดยที่สมาชิกส่วนใหญ่ก็จะอาศัยอยู่ในนครหลวง สำหรับองค์กรที่ขยายออกไปในหลายๆด่าน พวกเขานั้นเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่ขาดไปไม่ได้ แต่ก็ไม่แนะนำไปอยู่กับพวกเขาหากต้องการที่พักอาศัย
"4/10 ดาว
"อย่าเข้าใจฉันผิดไปเลยนะ การขนส่งเนี้ยไวมาก และน้ำโค้กกับขนมเพรทเซลที่แถมมาให้ก็อร่อยดี แต่ฉันแค่อยากจะให้ทะนุถนอมจานแก้วสวยๆของฉันสักหน่อย"
คำวิจารณ์ของผู้ใช้จากส่วนหนึ่งของฐานข้อมูล G.P.D. ที่กลุ่ม U.B.D.S. ใช้ทำงาน เขียนโดยสมาชิกของวงล้อมอาเรียน
-22/12/06
เจเนอรัลพับบลิคดาต้าเบส ทีม-บี
ตึกระฟ้าที่ถูกใช้โดยกลุ่ม G.P.D.
นอกจากที่เจเนอรัลพับบลิคดาต้าเบสจะมีด่านของตัวเองที่ใช้ปฏิบัติงานอยู่แล้ว พวกเขาก็ยังมีสถานประกอบการลำดับที่สองอยู่ในด่าน 11 ด้วย โดยจะมีเป้าหมายในการบันทึกข้อมูลด่านและสรรหาสมาชิกใหม่ที่จะอุทิศตนให้กับจุดมุ่งหมายของกลุ่ม แม้ว่าประวัติศาสตร์ของ G.P.D. จะได้รับการบันทึกอย่างดีและเป็นที่รู้กันทั่วไป แต่ฐานลำดับสองของพวกเขาก็มักที่จะถูกหลงลืม กระทั่งขาดไปจากหลายๆฉบับของบทความนี้
ฐานแห่งนี้ได้ถูกก่อตั้งขึ้นในปี 1974 ด้วยความช่วยเหลือขององค์กรอื่นๆที่ไม่มีอยู่อีกต่อไปแล้ว กลุ่ม G.P.D. ไม่เคยจัดตั้งฐานขึ้นเพื่อการบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับมันโดยเฉพาะมาก่อน แต่เมื่อพิจารณาจากการที่ไม่มีด่านอื่นที่เหมือนด่าน 11 อยู่เลย ก็สามารถที่จะเข้าใจได้ว่าเพราะเหตุใดมันจึงได้ถูกสร้างขึ้น เพื่อที่จะเป็นการป้องกันเซิร์ฟเวอร์ของพวกเขา จึงจะไม่มีการเก็บข้อมูลดิจิทัลใดๆอยู่ภายในทีม-บีของเจเนอรัลพับบลิคดาต้าเบส
กลุ่ม G.P.D. เริ่มปฏิบัติงานในปี 1943 และเป็นสาเหตุให้เกิดกระแสนิยมของการบันทึกแบ็กรูมส์ขึ้น พวกเขาคอยจัดการเซิร์ฟเวอร์ที่โฮสต์เพจนี้อยู่ และที่เก็บข้อมูลอันไร้ที่สิ้นสุดของพวกเขาก็สามารถที่จะเก็บรักษาเพจอื่นไว้ได้เกือบทุกๆเพจ อีกทั้งคลังเก็บแบบกายภาพก็ทำให้ผู้คนสามารถช่วยเก็บบันทึกข้อมูลเชิงอุปมานได้ โดยทางบี-ทีมก็ยินดีที่จะรับและนำกลับไปยังฐานหลัก
"ไม่ต้องใส่ข้อความอะไรทั้งนั้น เดี๋ยวมันจะแปลกๆ เพราะเราเป็นคนที่โฮสต์เพจนี้อยู่"
คำตอบของกลุ่ม G.P.D. เมื่อถามถึงข้อความที่จะนำมาใช้เกี่ยวกับพวกเขาจากคลังข้อมูลของพวกเขาเอง
-22/09/21
กลุ่ม I.M.B.H. - ศูนย์วิจัยชาร์ลดาร์วิน
พื้นที่ภายนอกทั่วๆไปของอาคารวิจัยเฉพาะทางของ I.M.B.H.
ด้วยจุดประสงค์เดียวกันกับของกลุ่ม G.P.D. พิพิธภัณฑ์สากลมิติแห่งประวัติศาสตร์แบ็กรูมส์นั้นมีฐานที่สองของตัวเองอยู่ในด่าน 11 ตามที่ชื่อของมันสื่อ ศูนย์วิจัยนี้จะมุ่งเน้นไปทางด้านการชีววิทยาและมานุษยวิทยา เนื่องมาจากที่ในทางทฤษฎีแล้ว ด่าน 11 สามารถที่จะมีเอ็นทิตี้ทุกๆตัวจากทุกๆด่านได้ และเพราะด่าน 11 ได้ถูกใช้ตั้งถิ่นฐานมาเป็นเวลากว่า 7000 ปีแล้ว จึงไม่เป็นเรื่องแปลกที่ I.M.B.H. จะจัดตั้งสถานประกอบการวิจัยขึ้นที่นี่
ไม่เหมือนกับฐานหลักของพิพิธภัณฑ์ที่ด่าน 216 ศูนย์วิจัยชาร์ลดาร์วินนั้นจะไม่เปิดให้สาธารณชนเข้าชม มันเก็บข้อมูลลับเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และการวิจัยที่กำลังดำเนินอยู่ของกลุ่ม ซึ่งพวกเขาไม่ประสงค์จะเปิดเผยสู่สาธารณะ ผู้เยี่ยมชมคนใดที่ได้เข้าไปโดยเชื่อว่าอาคารแห่งนี้เป็นสถานที่เปิดจะถูกบอกวิธีการไปยังด่าน 216 ซึ่งจะสามารถพบได้ในโปรไฟล์ของฐานข้อมูล
ศูนย์วิจัยชาร์ลดาร์วินนั้นเปิดตัวมานานมากกว่าที่กลุ่มก่อตั้งขึ้นเสียอีก มันได้ถูกจัดตั้งขึ้นเมื่อ ดร.แบรนดอน วิลเลียมส์ ซึ่งเป็นผู้ดูแลแผนกได้เข้าร่วมกับกลุ่ม เขาเป็นหนึ่งในผู้มีอำนาจระดับสูงไม่กี่คนของแผนกที่จะทำการวิจัยภายนอกของด่าน 11 โดยที่เขาก็จะนำทีมของนักวิทยาศาสตร์ นักมานุษยวิทยา และนักโบราณคดีที่มีความเชี่ยวชาญในระดับเดียวกันติดไปกับเขาด้วย
"ห้ามเข้า
"อาคารนี้เป็นสินทรัพย์ส่วนบุคคลของกลุ่ม I.M.B.H.
"หากท่านต้องการจะเข้าชมประวัติศาสตร์ที่สนุกสนานและน่าเรียนรู้ เชิญไปที่ฉาก-02.1"
ข้อความจากป้ายที่ถูกติดไว้ทั่วบริเวณที่ใกล้เคียงกับศูนย์วิจัยชาร์ลดาร์วิน
-ประมาณปี 2006
ศูนย์กลางข้อมูลฐานกักข้อมูลนิรันดร์
ภาพที่ถูกกล่าวอ้างว่ามาจากภายในของศูนย์เก็บข้อมูลของฐานกักข้อมูลนิรันดร์ ซึ่งเริ่มถูกแพร่กระจายในปี 2017 แต่เนื่องจากที่ภาพต้นฉบับนั้นพรินต์ลงบนโพลารอยด์ มันจึงไม่มีข้อมูลอภิพันธุ์ให้สืบค้นที่มาได้
ในฐานะศูนย์กลางฐานข้อมูลหลักๆแห่งสุดท้าย ฐานกักข้อมูลนิรันดร์ได้ตั้งสำนักงานใหญ่อยู่ ณ พื้นที่แห่งใดแห่งหนึ่งภายในด่าน 11 และแม้ตำแหน่งที่แน่ชัดของมันจะถูกเก็บลับเอาไว้โดยเจตนา แต่ก็มีการสันนิษฐานว่าทางกลุ่มนั้นจะอยู่สักแห่งภายในพื้นที่ความแออัดสูง บางคนเชื่อว่ามันถูกฝังลึกไว้หลายชั้นใต้พื้นดิน (เป็นไปได้ว่าจะอยู่ในทางรถไฟใต้ดิน) หรือประกบอยู่กับตึกระฟ้าจำนวนนับไม่ถ้วน เนื่องจากความประสงค์ของวิกเตอร์ วาเลนติน เราจึงจะไม่ตั้งทฤษฎีใดๆเกี่ยวกับสถานที่ตั้งของฐานข้อมูลของฐานกักข้อมูลนิรันดร์
สักช่วงนึงในระหว่างศตวรรษที่ 21 ที่กลุ่มฐานกักข้อมูลนิรันดร์ได้ถูกก่อตั้งขึ้น พวกเขาได้เลือกด่านนี้เป็นเขตบ้านของพวกเขา เพราะจำนวนที่มากของอาคาร, ผู้คน, เอ็นทิตี้ และทางออกต่างๆ การกลืนไปกับด่านจึงง่ายกว่าการไปหาสถานที่สุ่มๆรอบนอกแบ็กรูมส์ ไม่เคยมีข้อมูลใดๆเกี่ยวกับตำแหน่งศูนย์กลางข้อมูลที่ได้รับการยืนยัน และทฤษฎีก่อนหน้าก็เป็นเพียงความเป็นไปได้ ไม่ใช่ข้อเท็จจริง
AAAUAA: คหสต แต่ฉันไม่คิดว่ามันอยู่ในด่าน 11 ด้วยซ้ำ
CptnGrimace: ก็แน่สิ ไอ้ปึกเอ้ย
AAAUAA: สำเนียงนายหลุดล่ะ XD
CptnGrimace: เดี๋ยวกูสิจับถ่วงลำน้ำแม่ม
บันทึกสนทนาบนแบ็กดอร์เกี่ยวกับศูนย์กลางข้อมูล ไม่นานหลังจากที่ภาพต้นฉบับได้ถูกแพร่กระจาย
-2017
กลุ่มผู้สูญหาย - นิวนิวอัมสเตอร์ดัม
พื้นที่รอบนอกของนิวนิวอัมสเตอร์ดัม โดยเฉพาะพื้นที่ที่ได้รับการพัฒนาโดยกลุ่มผู้สูญหายเมื่อปี 1899 มีการปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมเรื่อยๆตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ก่อตั้งขึ้นช่วงหนึ่งในระหว่างหรือหลังจากศตวรรษที่ 14 นิวนิวอัมสเตอร์ดัมนั้นมีลักษณะเหมือนกับเมืองอัมสเตอร์ดัมในยุคนั้น ต่างไปจากนครหลวงที่ฉลองรูปลักษณ์ที่ตรงกับสภาพปัจจุบันของด่าน 11 นิวนิวอัมสเตอร์ดัมจะไม่มีธรรมชาติเช่นนั้น
โดยที่รอบนอกของเมืองก็จะมีรูปแบบลักษณะที่เหมือนกับยุคสมัยที่เก่าแก่ยิ่งไปกว่าใจกลางเสียอีก เดิมทีแล้วเมืองนี้เคยเป็นที่รู้จักในชื่อนิวอัมสเตอร์ดัม จนกระทั่งอาณานิคมที่ภายหลังจะกลายมาเป็นนิวยอร์คจะถูกก่อตั้งขึ้นและได้รับมอบชื่อนั้นไป "นิวนิวอัมสเตอร์ดัม" กลายมาเป็นชื่อชั่วคราวที่ติดปากผู้คน แม้จะหลังจากที่ผู้รับชื่อเดิมบนโลกจะได้รับชื่อใหม่ไปแล้ว เพื่อที่จะป้องกันไม่ให้ประชากรของมันต้องอยู่กันอย่างมอซอ กลุ่มผู้สูญหายจึงต้องปรับแต่งอาคารบ้านของพวกเขาอยู่เป็นประจำ ระบบประปา, ปรับอากาศ, ไฟฟ้า รวมไปถึงถนนที่กว้างและเรียบทั้งหมดถูกใช้ ตัดกันกับลักษณะที่เป็นยุคเก่าของสถานที่
เนื่องจากที่กลุ่มผู้สูญหายอยู่ในสภาพที่ตกต่ำอย่างไม่มีท่าทีว่าจะฟื้นคืน นานตั้งแต่ก่อนนิวนิวอัมสเตอร์ดัมจะถูกก่อตั้งขึ้น การขยายตัวของมันจึงเชื่องช้าเป็นอย่างมาก โดยที่ขนาดของมันก็กระจ้อยร่อยเมื่อนำมาเทียบกับฐานเบต้าของ M.E.G. และแม้นิวนิวอัมสเตอร์ดัมจะสามารถพึ่งพาตนเองได้โดยสมบูรณ์ พวกเขาก็ยังอนุญาตให้พ่อค้าหลากหลายรายเดินทางผ่านไปมาได้ ได้มีการรื้อพื้นที่บางส่วนออกเพื่อทำเป็นทุ่งหญ้าสำหรับการเกษตร และผู้คนหลายคนก็จะทำงานใช้แรงงานทั้งในทุ่งนี้และอาคารอื่นๆ
"ใช่ เมืองของเราดูเก่า แต่ไม่ มันไม่ได้เก่าไปกว่านครหลวง อย่าเอาไปคิดให้หนักหัวเลยดีกว่า!"
ข้อความบนโปสเตอร์หยอกล้อที่ข้างตึงแห่งหนึ่งใกล้กับนิวนิวอัมสเตอร์ดัม
-ก่อน 10/01/01
ทางเข้าและทางออก
ด่าน 11 สามารถที่จะถูกเข้าถึงได้จากทุกๆสถานที่ทุกๆเวลา และบ่อยครั้งโดยบังเอิญ หน้าเพจนี้ไม่ได้มีรายชื่อของทางเข้าและทางออกไปสู่หรือมายังด่าน 11 ทั้งหมด เนื่องจากที่การนั่งนับจำนวนอนันต์นั้นเป็นไปไม่ได้ แทนที่จะเป็นเช่นนั้น มันจะแสดงถึงทางเข้าและทางออกที่สำคัญหรือสังเกตได้ง่ายแทน
ทางเข้า
- การโนคลิปผ่านกระจกหลากแผ่นของด่าน 222 สามารถที่จะนำไปสู่ด่าน 11 ได้ ซึ่งมักถูกใช้เป็นทางออกฉุกเฉินจากด่านดังกล่าว
- ด่าน 600 ก่อนจะถูกทำลายล้างในช่วงชั่วโมงสุดท้ายของศตวรรษที่ 20 มีทางออกไปยังด่าน 11 อยู่ภายในเมืองหลายๆแห่งของมัน เศษซากที่ยังเหลืออยู่ของมัน ด่าน 214, ด่าน 678, ด่าน 813, และด่าน 910 อาจจะยังมีทางออกเหล่านี้อยู่
- อาคารใดๆที่มีสภาพสมบูรณ์ในด่าน 990 มักจะเคลื่อนย้ายผู้คนไปยังด่าน 11 หากถูกสำรวจนานพอ
- ประตูกระจกบานเลื่อนใดๆบนด่าน 6.1 จะพาไปยังร้านอาหารที่ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้า ซึ่งมีประตูที่คล้ายกันในด่าน 11 ทางออกนี้ใช้งานได้จากทั้งสองทาง
- พื้นที่ในด่าน 33 ที่มีลักษณะเหมือนทางออกห้างจะนำไปสู่ภายนอกของห้างในด่าน 11 แต่ในด่าน 11 ห้างทุกห้างจะไม่ได้เชื่อมไปยังด่าน 33 แต่อันที่เชื่อมก็จะไม่สามารถถูกเข้าถึงได้โดยไม่กระตุ้นให้ทางออกทำงาน เช่นเดียวกับด่าน 122 และด่าน 159
- ในลักษณะเดียวกันกับทางออกไปยังด่าน 6.1 และด่าน 33 ประตูหมุนใดๆบนด่าน 40 จะนำไปสู่ประตูหมุนบนด่าน 11
- ตามกระแสที่ติดๆกันมาก่อนหน้า ประตูโลหะในด่าน 44 จะพาไปยังด่าน 11
- ประตูบานหลักบนด่าน 55 จะนำไปสู่ซูเปอร์มาร์เก็ตที่ถูกกำหนดไว้ก่อนแล้วภายในด่านนี้
- ประตูสุ่มๆในด่าน 141 จะพาไปยังด่าน 11 เช่นเดียวกับประตูในด่าน 330
- ร้านโดนัทบนด่าน 159 สามารถที่จะพาไปยังร้านโดนัทที่มีลักษณะเหมือนกันได้ในด่าน 11
- ในด่าน 179 ประตูทางออกหลายๆบานสามารถที่จะนำไปสู่ร้านการกุศลหรือร้านของมือสองของด่าน 11 ได้
- การออกจากด่าน 370 สามารถที่จะนำไปสู่ด่าน 11 ได้ หากออกผ่านประตูที่มีแสงส่องผ่าน
- การเดินตามป้ายจราจรที่มีลูกศรบนด่าน 9 จะพาไปยังด่าน 11 ในท้ายที่สุด เป็นที่เชื่อกันว่าทางไปยังด่าน 11 นั้นจะมีระยะทางอยู่ที่ 150 ถึง 300 กิโลเมตร แต่ในกรณีส่วนใหญ่จะกินเวลาน้อยกว่ามาก ซึ่ง 300 กิโลเมตรนี้ก็ได้ถูกกำหนดขึ้นเพื่อเป็นระยะทางสูงสุดสำหรับการเข้าถึงด่าน 11 แต่ข้อกล่าวอ้างนี้ก็ยังไม่ได้รับการยืนยัน
- ถนนยางมะตอยใดๆในด่าน 10 จะนำไปสู่ด่าน 11 หากเดินตามทางไปนานพอ
- การเดินไปยังสิ่งที่ดูคล้ายเมืองบนด่าน 563 จะ (หลังจากที่เดินมาไกลหลายกิโล) พาไปยังด่าน 11
- ภายในถ้ำต่างๆของด่าน 52 จะมีทางเข้ามาสู่ด่านนี้อยู่
- ต่อกันด้วยทางเข้าแปลกๆ หน้าต่างยานบนด่าน 78 สามารถที่จะถูกใช้โนคลิปผ่านมายังด่าน 11 ได้ หากมันกำลังแสดงทิวทัศน์เมืองอยู่
- รถโดยสารของด่าน 172 และด่าน 957จะพาไปยังด่าน 11 หรือด่านอื่นๆ
- การพยายามที่จะออกจากอาคารร้างหลังจากที่เข้าไปแล้วในด่าน 184 สามารถที่จะนำมาสู่ด่านนี้ได้ เช่นเดียวกับด่านอื่นๆจำนวนไม่มาก
- การออกจากด่าน 213 จะพาออกไปยังด่าน 11 ไม่ก็ศูนย์รวม
- การเดิมตามดอกแดนดิไลออนบนด่าน 414 สามารถที่จะพามายังด่านนี้ได้ หรือด่านอื่นๆเพียงหนึ่งหยิบมือ
- สร้างขึ้นโดยกลุ่มลีดเดอร์ในระหว่างปลายปี 70 และต้นปี 80 ตู้อาร์เคดบางตู้ในด่าน 25 จะนำไปสู่ด่าน 11 หากมีปฏิสัมพันธ์ด้วย
- ขนมอบบางชิ้นบนด่าน 67 สามารถที่จะพามายังด่าน 11 ได้เมื่อบริโภค ซึ่งก็เป็นทางเข้าที่ค่อนข้างฟังดูไร้สาระ
- การวิ่งหนีไปจากเกมซ่อมหากับเอ็นทิตี้ในรูปแบบสวนสาธารณะภายนอกของด่าน 168 มีโอกาสที่จะนำมาสู่ด่านนี้
- การกระโดดลงมาจากหน้าผาของด่าน 169 ไม่ว่าตะด้วยเหตุผลอะไร จะพามายังด่านนี้
- ลิฟต์ที่อยู่ผิดที่ผิดทางมากๆในด่าน 266 จะนำมาสู่ภายในอาคารสุ่มๆของด่าน 11
- การตายหรือเข้าสู่สภาวะโคม่าระหว่างที่หลับอยู่ภายในด่าน 707 จะชุบชีวิต/ปลุกผู้กระทำขึ้นและวางพวกเขาไว้ในร้านขาย CD
ทางออก
- แม้จะค่อนข้างอันตราย แต่กระจกบางบานในด่าน 11 ที่มีลักษณะคล้ายกับเอ็นทิตี้หน้าต่างก็สามารถที่จะพาไปยังด่าน 12 ได้หากโนคลิปผ่านเข้าไป
- ได้มีรายงานที่ไม่ค่อยลงรอยกันอ้างว่าการสะดุดและล้มลงไปยังพุ่มไม้จะนำไปสู่ด่าน 63
- อาคารเรียบๆที่มีขนาดใหญ่จะพาไปสู่ด่าน 164 บ่อยครั้ง ผู้คนจะโนคลิปไปยังด่านดังกล่าวเมื่ออยู่ในระยะของอาคาร โดยที่ไม่จำเป็นต้องพยายามเข้าไปด้านใน
- ถึงแม้ว่าการโนคลิปลงไปยังพื้นมักจะให้ผลสุ่มๆ แต่หลายๆคนก็ได้เข้ามาสู่ด่าน 178 หลังจากที่โนคลิปผ่านพื้นลงมา
- เขตก่อสร้างในด่าน 11 จะมีพื้นที่โนคลิปซุ่มๆหลายแห่งไปยังด่าน 325 และการทิ้งขยะในพื้นที่ในร่มใดๆก็สามารถที่จะกระตุ้นการโนคลิปแบบซุ่มไปยังด่าน 470 ได้
- การโนคลิปภายในโรงไฟฟ้าที่ใช้งานได้จะนำไปสู่ด่าน 740 เสมอ
- ห้างบางแห่ง ดังที่ได้กล่าวไปก่อนหน้า สามารถที่จะพาไปยังด่าน 33, ด่าน 122, และด่าน 159 ได้
- โรงพยาบาลที่ดูผิดรูปและ "กลิตซ์" จะนำไปสู่ด่าน 109 อันที่ไม่กลิตซ์มีโอกาสต่ำกว่าที่จะพาผู้ใช้ไปยังด่าน 511 หากถูกสำรวจนานพอ
- อาคารอาร์เคดจะเชื่อมไปสู่ด่าน 808 หากถูกเข้า
- ทางเข้าไปยังด่าน 115 นั้นถูกควบคุมโดยกลุ่ม M.E.G. ซึ่งมันก็ได้ถูกทำเครื่องหมายและติดป้ายบอกทางไว้ที่ด้านข้างของฐานเบต้า
- ร้านขายอุปกรณ์ประปาในด่าน 11 จะนำไปสู่ด่าน 119
- ทางออกหนึ่งที่สังเกตได้ง่ายของด่าน 11 ก็คืออาคารที่มีป้าย "นิทรรศการอันยิ่งใหญ่ของนายฮอลโลเวย์" ซึ่งจะพาไปยังด่าน 126 และในลักษณะเดียวกัน ป้ายบนซูเปอร์มาร์เก็ตสามารถที่จะมีข้อความว่า "อาหารแช่แข็งอันเลิศล้ำของแฟรงค์ผู้เหลาะแหละ" และนำไปสู่ด่าน 55 ได้
- ร้านการกุศลหรือร้านของมือสองใดจะพาไปยังด่าน 179 เมื่อถูกเข้าถึง
- อาคารที่ถูกทำเครื่องหมายว่าเป็น "ฟันโซน" จะนำไปสู่ด่าน 20 โดยที่ไม่มีการล้มเหลว อาคารที่ถูกเรียกว่า "ร้านของโบราณแคสเปียน" จะพาไปยังด่าน 232 และอาคารที่มีป้ายว่า "ภัตตาคารพิซซ่าแห่งความรื่นเริงของปาป้าเปโดร" จะนำไปสู่ด่าน 458
- แม้จะหาได้ยาก แต่สนามบินนั้นจะพาไปยังด่าน 212
- อาคารภัตตาคารสุ่มๆจะนำไปสู่ด่าน 213 และในทำนองเดียวกัน ร้านดอกไม้สุ่มๆก็จะพาไปยังด่าน 214 ร้านเบเกอรี่สุ่มๆจะนำไปสู่ด่าน 304 ผับจะพาไปยังด่าน 370 และร้านขายฟูกที่นอนก็จะนำไปสู่ด่าน 900
- ประตูสมัยใหม่ใดๆในอาคารที่มีลักษณะเป็นสมัยเก่าจะเปิดไปยังด่าน 247
- ประตูทุกบานมีโอกาสเล็กน้อยที่จะนำไปสู่ด่าน 402 หากถูกใช้
- โรงงานใดๆที่ดูทรุดโทรมหรือไม่ได้ผลิตวัสดุอยู่มักจะเชื่อมไปยังด่าน 603 ทางเข้าไปยังด่าน 713 ทำงานในลักษณะเดียวกัน แต่จะเป็นกับอาคารร้างแทน แต่หากอาคารร้างนั้นถูกปกคลุมไปด้วยพืชพรรณ มันจะนำผู้สำรวจไปสู่ด่าน 990 แทนที่จะเป็นด่าน 713
- โรงงานที่มีสภาพสมบูรณ์จะเชื่อมไปยังด่าน 901 หากโนคลิปผ่านเครื่องจักร
- ตรอกที่มีไฟนีออนติดอยู่ทั่วและให้ความรู้สึกสกปรกแบบอุตสาหกรรมแนวตะวันออกจะนำไปสู่ด่าน 138 ส่วนตรอกที่สกปรกแต่ไม่มีไฟนีออนนั้นจะพาไปยังด่าน 215 แทน
- อาคารใดๆที่มีหม้อไอน้ำเก่าๆสร้างไว้ภายในสามารถที่จะนำไปสู่ด่าน 141 ได้อย่างสุ่มๆ หากถูกสำรวจนานพอ
- มีโอกาสที่หลังจากที่ได้ขึ้นรถบัสมาจากด่าน 172 เพื่อที่จะมายังด่าน 11 การนั่งรถบัสบางคันบนด่านจะสามารถนำผู้โดยสารคนนั้นกลับไปยังด่าน 147 ได้
- การนั่งรถไฟในสายใต้ดินหรือเหนือดินสามารถที่จะนำไปสู่ด่าน 158 ได้
- เครื่องอาร์เคดในสถานที่ประหลาดๆจะพาไปยังด่าน 25 หากมีปฏิสัมพันธ์ด้วยในทางใดก็ตาม
- หากผู้พเนจรพบห้องที่เต็มไปด้วยทรายหรือนำทรายมาใส่ในห้องและนอนลงในนั้น พวกเขาจะปรากฏขึ้นในด่าน 48 เมื่อตื่น
- ทางเข้าไปสู่ด่าน 201 นั้นไม่ได้ถูกใช้กันอย่างเปิดเผยในด่าน 11 โดยม้วนเทปที่เล่นแล้วจะกระตุ้นทางเข้าไปยังด่านนั้นจะสามารถถูกพบเจอหรือซื้อขายได้ในด่าน 11 ในทำนองเดียวกัน โบรชัวร์ไปยังด่าน 222 จะมีต้นกำเนิดภายในด่าน 11 พวกมันก็ด้วย ที่จะถูกแลกเปลี่ยนกันภายในแบ็กรูมส์ และแม้จะไม่สามารถถูกนำไปแลกเปลี่ยนได้ แต่โปสเตอร์รับสมัครทหารก็จะนำไปสู่ด่าน 49 หากถูกแตะ
- ฝาปิดท่อระบายน้ำ โดยเฉพาะอันที่หลวมหรือเปิดอยู่ ซึ่งสามารถถูกตกลงไปได้ จะพาไปยังด่าน 34 หรือด่าน 218
- วิลล่าใดๆที่มีสระน้ำอยู่ในสวนหลังบ้านภายในพื้นที่ความหนาแน่นต่ำของด่าน 11 จะนำไปสู่ด่าน 353 เมื่อใดก็ตามที่มีผู้คนพยายามจะเข้าไปยังส่วนท้ายของพื้นที่ดังกล่าว
- แม้จะไม่แนะนำใช้พวกมันเป็นอย่างมาก แต่ลิฟต์ในสถานที่สุ่มๆ (เช่นด้านข้างของตึกหรือบนถนน) จะพาไปยังด่าน 998 หากปุ่มของมันถูกกด
"สับสนว่าต้องเริ่มตรงไหนหรอ? ผมก็เหมือนกัน!
"สิ่งที่ควร ไม่ควร และสิ่งที่แตกต่างไปของการอาศัยในเมืองหลวง"
หัวข้อของหนังสือที่ถูกเขียนและตีพิมพ์ขึ้นโดยรัฐบาลนครหลวง เพื่อจะช่วยผู้อาศัยใหม่ในการเป็นพลเมืองดีเด่น ซึ่งมีชื่อว่า "นครเมืองที่ต่างไป"
-21/10/74
ให้อ้างอิงหน้านี้ว่า:
ชื่อไฟล์: 11iconic.jpg
ชื่อ: Wilshire Boulevard at Hope Street, downtown Los Angeles, California
ผู้สร้าง: Downtowngal
ลิขสิทธิ์: CC BY-SA 3.0.
ลิงค์ที่มา: https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Wilshire_Boulevard_at_Hope_Street,_downtown_Los_Angeles,_California.jpg
ชื่อไฟล์: 11transition.jpg
ชื่อ: Empty Detroit from the empty People Mover
ผู้สร้าง: Daviddje
ลิขสิทธิ์: CC BY 2.0.
ลิงค์ที่มา: https://www.flickr.com/photos/48783556@N08/4557161255
ชื่อไฟล์: 11lowdensity.jpg
ชื่อ: Strip Mall Botox Clinic
ผู้สร้าง: Numinosity by Gary J Wood
ลิขสิทธิ์: CC BY-SA 2.0.
ลิงค์ที่มา: https://www.flickr.com/photos/37663331@N00/5304609936
ชื่อไฟล์: 11unfinishedinterior.jpg
ชื่อ: Empty Office Space
ผู้สร้าง: chrstphre
ลิขสิทธิ์: CC BY 2.0.
ลิงค์ที่มา: https://www.flickr.com/photos/12457246@N03/3205180397
ชื่อไฟล์: 11canal.jpg
ชื่อ: Empty Office Space
ผู้สร้าง: chrstphre
ลิขสิทธิ์: CC BY 2.0.
ลิงค์ที่มา: https://www.flickr.com/photos/12457246@N03/3205180397
ชื่อไฟล์: 11scenes.jpg
ชื่อ: Cedar Apartments - West Elevation
ผู้สร้าง: Atomic Taco
ลิขสิทธิ์: CC BY-SA 2.0.
ลิงค์ที่มา: https://www.flickr.com/photos/25443792@N05/6031686260
ชื่อไฟล์: 11evolution.jpg
ชื่อ: Apartment building, Eglinton Avenue West at Everden Road, southwest corner
ผู้สร้าง: Toronto History
ลิขสิทธิ์: CC BY 2.0.
ลิงค์ที่มา: https://www.flickr.com/photos/48096488@N03/5456093597
ชื่อไฟล์: 11evolution.jpg
ชื่อ: Clyde Court Apartment Hotel Downtown Miami
ผู้สร้าง: Phillip Pessar
ลิขสิทธิ์: CC BY 2.0.
ลิงค์ที่มา: https://www.flickr.com/photos/25955895@N03/22195489266
ชื่อไฟล์: 11evolution.jpg
ชื่อ: Apartments at the corner of Endsleigh Place and Gordon Square, London
ผู้สร้าง: John Lord
ลิขสิทธิ์: CC BY-SA 2.0.
ลิงค์ที่มา: https://www.geograph.org.uk/photo/2570423
ชื่อไฟล์: 11exits.jpg
ชื่อ: Empty Bourke Street, Docklands
ผู้สร้าง: philip.mallis
ลิขสิทธิ์: CC BY-SA 2.0.
ลิงค์ที่มา: https://www.flickr.com/photos/122687277@N03/49814649298
ชื่อไฟล์: 11barricade.jpg
ชื่อ: Red House Portland day of barricade removal 13
ผู้สร้าง: Pete Forsyth
ลิขสิทธิ์: 1.0.
ลิงค์ที่มา: https://commons.wikimedia.org/w/index.php?curid=97547452
ชื่อไฟล์: 11olddrawing.jpg
ชื่อ: Tombs of the caliphs Cairo illustration by David Roberts (1796-1864).
ผู้สร้าง: Free Public Domain Illustrations by rawpixel
ลิขสิทธิ์: CC BY 2.0.
ลิงค์ที่มา: https://www.flickr.com/photos/153584064@N07/42875591491
ชื่อไฟล์: 11capitalmarket.jpg
ชื่อ: New York - Market at the Village 1
ผู้สร้าง: EmmaSteph
ลิขสิทธิ์: CC BY 2.0.
ลิงค์ที่มา: https://www.flickr.com/photos/7819319@N05/498295536
ชื่อไฟล์: 11market.jpg
ชื่อ: Green Flea market
ผู้สร้าง: Bex Walton
ลิขสิทธิ์: CC BY 2.0.
ลิงค์ที่มา: https://www.flickr.com/photos/bexwalton/13069143313/
ชื่อไฟล์: 11walkway.jpg
ชื่อ: High Line Park - New York City - July 09
ผู้สร้าง: David Berkowitz
ลิขสิทธิ์: CC BY 2.0.
ลิงค์ที่มา: https://www.flickr.com/photos/25897810@N00/3692427372
ชื่อไฟล์: 11timesquare.jpg
ชื่อ: New Year's Eve 2015-16 Times Square
ผู้สร้าง: Peter T
ลิขสิทธิ์: CC BY 2.0.
ลิงค์ที่มา: https://www.flickr.com/photos/rr5706507/24011180731/
ชื่อไฟล์: 11outside.jpg
ชื่อ: 2013 Taksim Gezi Park protests, Barricades errected by protesters at Gümüşsuyu İnönü Street on 4t June 2013
ผู้สร้าง: VikiPicture
ลิขสิทธิ์: CC BY-SA 3.0.
ลิงค์ที่มา: https://commons.wikimedia.org/w/index.php?curid=26487215
ชื่อไฟล์: 11ubdshq.jpg
ชื่อ: Gorgeous old skyscraper, downtown SF
ผู้สร้าง: agahran
ลิขสิทธิ์: CC BY 2.0.
ลิงค์ที่มา: https://www.flickr.com/photos/78863070@N00/5813773372
ชื่อไฟล์: 11glass.jpg
ชื่อ: Shard looking up
ผู้สร้าง: Matt Brown
ลิขสิทธิ์: CC BY 2.0.
ลิงค์ที่มา: https://www.flickr.com/photos/londonmatt/7992864722/
ชื่อไฟล์: 11cdrc.jpg
ชื่อ: The DC Eagle Gay Leather Bar
ผู้สร้าง: dbking
ลิขสิทธิ์: CC BY 2.0.
ลิงค์ที่มา: https://www.flickr.com/photos/65193799@N00/2948486851
ชื่อไฟล์: 11erdc.jpg
ชื่อ: The New Twitter Desks
ผู้สร้าง: rabble
ลิขสิทธิ์: CC BY-SA 2.0.
ลิงค์ที่มา: https://www.flickr.com/photos/24709029@N00/2380012231
ชื่อไฟล์: 11thelost.jpg
ชื่อ: Beamish 26-11-2006 14-11-01
ผู้สร้าง: Glen Bowman
ลิขสิทธิ์: CC BY-SA 2.0.
ลิงค์ที่มา: https://www.flickr.com/photos/10978503@N00/312405803
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเนื้อหาบนวิกิ โปรดไปที่ Licensing Master List