ด่าน 11 - "นครไร้นิทรา"
คะแนน: +14+x


ข้อมูล

ด่าน 11 เป็นมหานครที่เปล่าเปลี่ยว สถาปัตยกรรมของมันดูจะได้รับแรงบันดาลใจมาจากเมืองใหญ่หลากหลายแห่ง และในทุกๆหนทางที่ไม่สะดวก มันก็ยังเป็นใจกลางอย่างไม่เป็นทางการของแบ็กรูมส์ด้วย


คำบรรยายถึงด่าน 11 ที่ถูกเขียนโดยอาร์เธอร์ เมลลอน อดีตผู้นำกลุ่ม B.N.T.G. ไว้บนฐานข้อมูลกลุ่มของเขา
-ประมาณปี 2017

ความยากในการเอาตัวรอด:

ระดับ 2

  • ปลอดภัย
  • ไม่มั่นคง
  • จำนวนเอ็นทิตี้ต่ำ
11iconic.jpg

ด่าน 11 ในช่วงที่มันถูกค้นพบโดยกลุ่ม M.E.G. เป็นกลุ่มหลักกลุ่มที่ 36 ที่ได้ 'ค้นพบ' มันในปัจจุบัน

11transition.jpg

ช่วงตึกในด่าน 11 ที่ถูกวางไว้ระหว่างพื้นที่ความแออัดต่ำและสูง

11lowdensity.jpg

ห้างแถบภายในหนึ่งในพื้นที่มีความแออัดต่ำของด่าน 11

11canal.png

คลองกว้างที่มีสะพานหลายแห่งทอดข้าม

11unfinishedinterior.jpg

ห้องของสำนักงานแห่งหนึ่งภายในด่าน 11

ด่าน 11 จะมีลักษณะคล้ายเมืองที่พบเจอได้ทั่วไปในแถบตะวันตก ถนนต่างๆจะเรียงกันเป็นบล็อก และบนแต่ละเส้นก็จะมีสิ่งประกอบของในเมืองเพรียบพร้อม พวกมันนั้นมีหลายวัตถุประสงค์ โดยที่ก็จะถูกเชื่อมเข้าด้วยกันผ่านถนนสายรอง, ตรอก, พลาซ่า, และลานจอดรถ นอกไปจากสวนสาธารณะแล้ว ด่าน 11 ก็ไม่มีพื้นที่ใดๆที่เป็นธรรมชาติอีก รวมไปถึงผืนป่าและทุ่งหญ้าราบด้วย

ความแออัดของอาคารจะต่างกันไปตามพื้นที่แต่ละแห่ง บางส่วนของด่าน 11 จะประกอบขึ้นจากตึกระฟ้าล้วนๆ ในขณะที่ส่วนอื่นก็จะมีเพียงตึกสูงสามชั้น อาคารที่มีความแออัดสูงจะจับกลุ่มอยู่ด้วยกันภายในบล็อกหลายบล็อก โดยที่บล็อกดังกล่าวก็จะค่อยๆเปลี่ยนผ่านมาเป็นบล็อกความแออัดต่ำ หรือเปลี่ยนไปในทำนองกลับกัน ซึ่งด้วยความที่ด่าน 11 มีชื่อเสียงที่โด่งดังในการเป็น "ด่านเมือง" หลายๆคนที่มาลงเอยในหย่อมที่มีความเป็นชานเมืองมากกว่าของด่าน จึงได้เชื่อว่าตนเองกำลังอยู่ภายในด่านอื่น โดยเฉพาะด่าน 91

มีสิ่งปลูกสร้างแทบจะทุกประเภทอยู่ภายในด่าน 11 อพาร์ทเมนท์และสำนักงานที่พบเจอได้ง่ายจะมีอยู่ทั่วไป ในขณะที่อาคารเฉพาะทางอย่างโรงเรียน, โรงยิม, ห้าง, สถานีไฟฟ้า, ป้ายขนส่งสาธารณะ และพิพิธภัณฑ์จะมีอยู่น้อยกว่า ส่วนรายการคร่าวๆของอาคารที่พบเจอได้บ่อย รองไปจากอาคารบ้านเรือนทั่วไปแล้ว ก็จะเป็นร้านค้า, สำนักงาน, และโรงงาน ถึงแม้ว่าอาคารเหล่านี้จะมีอยู่เป็นจำนวนมากที่สุด แต่อาคารประเภทใดๆที่มีอยู่ในฟรอนท์รูมส์ก็สามารถที่จะมีอยู่ได้ภายในด่าน 11 ตึกต่างๆจะมีลักษณะสถาปัตยกรรมที่ไร้ซึ่งอารมณ์ ทำให้บล็อกหลายๆแห่งดูคล้ายคลึงกัน หรือแม้กระทั่งเหมือนกันในทุกประการเมื่อมองดูผ่านๆ

แม้ว่าตัวด่านนั้นจะจืดชืด แต่พื้นที่ที่โดดเด่น เช่น รางรถไฟ, รถไฟใต้ดิน, ช่องคลอง, และสะพานต่างๆก็ยังมีอยู่ภายในด่าน 11 ทางรถไฟใต้ดินจะขยายไปอย่างไร้ที่สิ้นสุดในรูปแบบเดียวกันกับถนนด้านบน และจะเชื่อมต่อกันผ่านทางแยก ช่องคลองนั้นจะเป็นไปในทำนองเดียวกัน และถึงแม้พวกมันอาจจะมีต้นน้ำหรือสถานีอยู่ที่โรงงานและประตูน้ำ ช่องคลองเหล่านี้ก็จะไม่ไหลไปเชื่อมกับมหาสมุทร พวกมันสามารถที่จะไหลลงไปยังใต้ดินได้ในบางครั้ง และเชื่อมเข้ากับระบบระบายน้ำ, รถไฟใต้ดิน, หรือโถงซ่อมบำรุงอื่นๆ ในลักษณะที่แปลกไปจากสถาปัตยกรรมของโลกปกติ

จากคำให้การส่วนมาก สิ่งปลูกสร้างทั้งหมดในด่าน 11 นั้นไม่สามารถที่จะถูกทำลายลงได้ และถึงแม้ว่ารูปลักษณ์ผิวเผินของมันจะคล้ายกับตึกรามบ้านช่องทั่วๆไป แต่พวกมันก็จะมีความเหมือนกับเทือกเขาคอนกรีตสูงมากกว่า หน้าต่างของตึกหลายๆหลังจะไม่แสดงให้เห็นถึงทิวทัศน์ภายใน นอกจากนี้ พวกมันก็ยังจะมีคุณสมบัติที่คล้ายกับกระเงาสีหม่นและสีดำอีกด้วย ตามความคาดกรณ์ส่วนใหญ่ ตึกไร้ห้องเหล่านี้จะไม่สามารถถูกเข้าถึงได้เนื่องจากสถาปัตยกรรมที่ไร้เทียมทานและประตูที่ถูกล็อกเอาไว้ของมัน จากการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยในแต่ละบล็อก 1/3 ของอาคารทั้งหมดจะไม่สามารถถูกทำลายหรือเข้าถึงได้

อาคารที่เปิดให้เข้าถึงพื้นที่ภายในจะมีโครงสร้างของห้องที่ตรงกันกับประเภทของอาคารนั้นๆ โดยที่ก็จะมีสิ่งตกแต่งเพียงเล็กน้อยเสมอ เครื่องใช้ต่างๆจะทำงานตามปกติ ซึ่งขั้นต่ำก็จะรวมไปถึง ระบบไฟ, ทำความร้อน, และประปา ด่าน 11 นั้นจะสร้างไฟฟ้า, น้ำ, อาหาร, รีไซเคิลขยะ และอื่นๆด้วยตนเอง โดยใช้อาคารเฉพาะต่างๆของมัน สถานที่ผลิตเหล่านี้จะทำงานอย่างอัตโนมัติ แม้ว่ากระบวนการที่ใช้ในการผลิตวัตถุนั้นๆจะถูกดำเนินโดยมนุษย์ก็ตาม เช่น เครื่องจักรเย็บผ้า และสตูดิโอปั้นรูป

วัสดุที่ไม่ถูกขนส่งโดยการแทรกแซงของมนุษย์ เช่นไฟฟ้าและน้ำจะถูกเคลื่อนย้ายไปรอบๆด่าน 11 อยู่ตลอด ผ่านวิธีปกติของมัน2 และวัสดุอื่นๆส่วนใหญ่ที่ไม่ใช่ไฟฟ้าหรือน้ำก็จะเคลื่อนย้ายในด่าน 11 ผ่านการโนคลิปเมื่อไม่ถูกสังเกตเห็น

ทุกๆพื้นที่ของด่าน 11 จะพึ่งพาตนเองทั้งหมด และถึงแม้ว่าภายนอกของมันนั้นอาจจะดูนิ่งเงียบ แต่ภายในด่านก็มีกระบวนการหลายอย่างที่ดำเนินอยู่เพื่อคอยเติมเต็มเสบียงให้กับตัวมันเอง เพลาเหมืองจะคอยขนหินอยู่ตลอด, สวนป่าขนาดย่อมจะคอยตัดต้นไม้ที่โตด้วยตนเอง, และโรงกลั่นน้ำมันก็จะคอยผลิตวัสดุสังเคราะห์อย่างพลาสติกอยู่เรื่อยๆ วัสดุใดๆที่ถูกผลิตขึ้นนั้นจะถูกโนคลิปไปยังโรงงานหรือโกดังเก็บของเพื่อเปลี่ยนให้เป็นผลิตภัณฑ์ และเมื่อเสร็จกระบวนการ ก็จึงจะถูกโนคลิปไปยังร้านค้าต่างๆ หรือไปที่บ้านเรือนโดยตรง การโนคลิปนี้ไม่สามารถที่จะถูกสังเกตได้ทั้งจากสายตามนุษย์ และการเฝ้าระวังทางดิจิทัล เนื่องจากที่วัตถุใดๆที่จะโนคลิป จะทำเช่นนั้นเมื่อมันไม่ถูกสังเกตอยู่เท่านั้น

คุณสมบัตินี้สามารถที่จะถูกใช้เพื่อกักตุนเสบียงเป็นจำนวนมาก และหยุดการขนส่งพวกมันไปยังปลายทางได้ หากมีชุมชนที่มีขนาดใหญ่มากพออาศัยอยู่ภายในโรงงาน พวกเขาก็สามารถที่จะจำกัดหรือหยุดการส่งออกไปได้โดยสิ้นเชิง แม้วิธีนี้จะจำเป็นให้สถานที่หลายๆแห่งถูกครอบครองในเวลาเดียวกัน เพียงแค่ที่จะให้พื้นที่ใกล้เคียงได้รับผลกระทบ มันก็ยังเป็นไปได้ และก็ยังเคยถูกทำมาแล้วในอดีตอีกด้วย

สตีเฟน อาร์เวลล์: มันน่าเศร้า เพราะ… คือ มันแค่น่าเศร้า ใช่ไหมล่ะ? ผมอยู่ตรงนั้น หลงทางและขาดน้ำ บนโลกในร่มสักแห่งที่ผมจำไม่ได้ แล้วจู่ๆก็ได้โพล่เข้ามายังเมือง 1 ขอบอกไว้เลยว่ามันต่างไปมาก แต่-

มาร์ค ดาร์วิลล์: ช่วยอย่าออกทะเลด้วยครับ

สตีเฟน อาร์เวลล์: เฮ้ย อย่าเพิ่งแทรกสิ! เดี๋ยวก็จะถึงตอนโศกนาฏกรรมแล้ว


อดีตผู้ดูแลของกลุ่มที่สลายตัวไปแล้ว ซึ่งมีชื่อว่า P.U.G.3 กำลังบรรยายถึงการพบเจอด่าน 11 ครั้งแรกของเขาบนวิทยุสาธารณะ
-ประมาณปี 1966


ความลื่นไหลในด่าน

11scenes.jpg

รถจำนวนหนึ่งและถนนที่ถูกจำลองให้อยู่ระหว่างการปรับปรุง

11evolution.jpg

มุมถนนเดียวกันในปี 1921, 1966, และ 2011

ถนนของด่าน 11 นั้นก็มีความลื่นไหลพอๆกับเสบียงภายในด่าน ยานพาหนะ เมื่อไม่ถูกสังเกตจะขยับไปมาระหว่างลานจอดรถและขอบถนน ป้ายบิลบอร์ดและป้ายโฆษณารอบเสาจะคอยเปลี่ยนสิ่งที่มันโฆษณา4 และในบางครั้งก็จะหยุดการเปลี่ยนและจางลงหรือขาดออก ถนนและเมืองจะทำการปิดปรับปรุงลงด้วยตนเอง ในลักษณะเดียวกับที่นั่งร้าน, กราฟฟิตี้, ถังขยะ และสิ่งอื่นๆจะปรากฏขึ้น ในบางครั้งสิ่งเหล่านี้ก็จะเคลื่อนที่ไปรอบๆด่าน 11 หรือเปลี่ยนรายละเอียดเล็กๆน้อยๆของตน โดยชิ้นส่วนที่ถูกแยกออกมาจากพวกมันก็จะไม่หาย/ขยับไปพร้อมกับสิ่งที่เหลือ แต่สิ่งของที่ถูกเคลื่อนออกจากที่ทั้งชิ้นก็จะยังคงทำเช่นนั้นต่อไป

เนื่องจากที่ผู้มาใหม่ใน 11 มักจะพยายามเข้าใช้ยานพาหนะ จึงควรทราบไว้ว่าพวกมันสามารถที่จะถูกขยับได้ผ่านการปลดเบรกมือ อย่างไรก็ตาม รถทุกๆคันก็จะยังคงปราศจากซึ่งเชื้อเพลิง และเพราะเชื้อเพลิงในด่านอื่นๆก็ไม่สามารถที่จะถูกใช้งานได้เช่นกัน หนทางเดียวในการทำให้ยานพาหนะจากด่าน 11 ทำงาน จึงจะเป็นการเปลี่ยนหัวฉีดและปั๊มเชื้อเพลิงของรถในด่านกับอะไหล่แบบเดียวกันจากด่านอื่น ขึ้นอยู่กับรุ่นของรถ ก็อาจจะต้องมีการเปลี่ยนชิ้นส่วนอื่นๆเช่น ท่อร่วมไอดี ด้วย แต่ก็โชคดีที่ด่านที่มีรถหลายๆด่านจะเชื่อมอยู่กับด่าน 11

แม้จะเป็นที่ทราบกันแล้วว่าด่านจะวิวัฒนาการไปตามกาลเวลา แต่วิวัฒนาการของด่าน 11 ก็จะทำงานในลักษณะเดียวกับความลื่นไหลของมัน ส่งผลให้บางพื้นที่ที่ดูเก่ากว่าพื้นที่อื่น อย่างไรก็ดี พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบในรูปแบบนี้ก็มีอยู่เพียงน้อยนิด โดยเอฟเฟ็กต์วิวัฒนาการนี้จะส่งผลให้ด่าน 11 ไม่สร้างอาคารที่ทันสมัยหรือล้ำยุคมากเกินไป อีกทั้งก็จะกำจัดเขตเก่าแก่ตามธรรมชาติไปด้วย และในบางครั้ง อาคารที่มีสถาปัตยกรรมของทศวรรษก่อนหน้าก็จะถูกทำให้ทันสมัยด้วยหลอดไฟฮาโลเจนสมัยใหม่, เครื่องปรับอากาศ, ฯลฯ

ตามปกติแล้ว ตัวด่านจะเปลี่ยนสิ่งที่อยู่รอบๆที่พักของผู้คน5 ทำให้บางพื้นที่สามารถที่จะถูกตรึงเอาไว้ให้มีลักษณะผิดยุคได้ ตราบใดที่มีผู้คนอาศัยอยู่อย่างถาวรในพื้นที่นั้นมากพอ แม้ว่ากฎข้อนี้จะพอมียกเว้นอยู่ก็ตาม แต่วิธีหนึ่งที่มีประสิทธิภาพในการค้นหาฐานที่มั่นในด่าน 11 ก็คือการหาพื้นที่ที่ดูผิดสมัยไปจากพื้นที่ที่ไร้ผู้อยู่อาศัยรอบข้าง

"นายรู้มั้ยว่าเขาถามฉันว่าอะไร เขาถามฉันว่าถนนนี้คนสร้างหรือเปล่า! ก็แน่สิว่ามันไม่ใช่ ไอ้ทึ่มปัญญาทึบเอ้ย ถ้าเกิดว่าฉันไม่ต้องคอยพึ่งเขาเรื่องยา ฉันก็คงทิ้งเขาไว้ที่นครหลวงแล้ว"


ตัดตอนมาจากสมุดบันทึกของทูตกลุ่มลีดเดอร์ภายในด่าน 11
-14/09/77


ในฐานะด่านศูนย์รวม

11exits.jpg

ถนนบนด่าน 11 ที่ถูกบันทึกทางออกเอาไว้บ้างแล้ว บางแห่งก็นำไปสู่ด่านที่ถูกค้นพบแล้ว บ้างก็ใหม่และไร้การบันทึก และก็มีหนึ่งแห่งที่ไม่ได้ถูกเข้าถึงอีกนับตั้งแต่การทำแผนที่ครั้งนี้

11barricade.jpg

สิ่งกีดขวางที่กั้นถนนทั้งสายบนด่าน 11 เอาไว้ ซึ่งตามคำให้การแล้วมีทางออกอยู่เป็นร้อยๆแห่ง

แม้จะมีระบบละเอียดละอออยู่หลากหลายประเภท แต่ด่าน 11 ก็โด่งดังจากระบบที่เรียบง่ายที่สุดของมัน ซึ่งคือระบบทางเข้าออกที่เชื่อมไปยังแทบทุกด่านที่เป็นที่รู้จักในแบ็กรูมส์

ทางออกไปจากด่าน 11 ถึงแม้ว่าจะมีตำแหน่งที่มั่นคง6 แต่ก็จะมีความแนบเนียนพอๆกับจำนวนที่มหาศาลของมัน เกือบทั้งหมดจะเป็นตั๋วเที่ยวเดียวที่จะส่งผู้ไม่ระมัดระวังให้ไปหลงอยู่ในด่านที่ไม่มีใครรู้จัก หรืออีกขั้วฝั่งของแบ็กรูมส์ที่ยังไม่ถูกค้นพบ บ่อยครั้งมันจึงเป็นหน้าที่ของผู้ที่อยู่อาศัยอย่างถาวรภายในด่าน 11 ที่จะต้องบันทึกและทำเครื่องหมายว่าจุดที่มีทางออกมากที่สุดอยู่ตรงไหน การที่ผู้คนในด่าน 11 จะหายสาบสูญไปอย่างสุ่มสี่สุ่มห้าและไม่ได้กลับมาอีกนั้นไม่ใช่เรื่องแปลก ไม่ใช่เพราะว่าพวกเขาได้เสียชีวิตลง แต่เป็นเพราะพวกเขาหลงอยู่ในด่านที่คงจะไม่มีใครได้ค้นพบอีกนอกจากพวกเขาเอง

ในพื้นที่เหล่านี้ กลุ่มต่างๆมักจะใช้ยานพาหนะและเฟอร์นิเจอร์ในการสร้างสิ่งกีดขว้าง โดยจะมีสเปรย์พ่นสีคอยนำทางอยู่บนถนนแทบทุกสายที่มีชุมชนอาศัยอยู่ แม้พวกมันจะไม่ได้แม่นยำเสมอไป7 แต่พวกมันก็เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในการเดินทางอย่างปลอดภัย อีกสิ่งที่พบได้ใกล้กับสิ่งกีดขว้างก็คืออนุสรณ์และสถานที่รำลึกสำหรับผู้คนในพื้นที่นี้ และถนนที่ปลอดภัยซึ่งได้รับการตั้งชื่อตามชื่อของผู้คนที่สูญหายไป

เพราะความหนาแน่นที่สูงของทางออกที่เชื่อมไปสู่ด่านนับร้อยด่าน ด่านเกือบทุกด่านภายในแบ็กรูมส์จึงจะมีจุดเชื่อมอยู่สักแห่งที่จะพาไปยังด่าน 11 โดยจะมีข้อยกเว้นก็คือด่านปิดตาย เช่น ด่าน 790 ซึ่งเป็นที่อื้อฉาว ด่านแทบทุกด่านจะมีทางผ่านมายังด่านนี้ หลายคนได้ตกลงยังด่านๆนี้โดยบังเอิญ และขึ้นอยู่ที่ที่พวกเขาได้มาลงเอย แค่ก้าวไม่กี่ก้าวก็จะส่งให้พวกเขาร่วงไปที่อื่นได้

ด่าน 11 ไม่ใช่แค่เพียงศูนย์รวมสำหรับมนุษย์ แต่ยังรวมไปถึงเอ็นทิตี้หลากหลายประเภทจากทั่วทั้งแบ็กรูมส์ด้วย ถึงกระนั้น ตัวด่านก็ไม่ได้มีเอ็นทิตี้ท้องถิ่นเป็นของตนเอง จึงไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเอ็นทิตี้เหล่านี้มากันจากไหน โดยที่ความสัมพันธ์ระหว่างจุดที่มีเอ็นทิตี้เป็นจำนวนมากและปริมาณของทางเข้าออกที่สูงก็เสนอว่าเอ็นทิตี้ทั้งหมดล้วนมากันจากต่างถิ่น สิ่งมีชีวิตทั่วไปอย่าง บุคคลไร้โฉม และฮาวด์ เป็นเอ็นทิตี้ที่มีอยู่มากที่สุดบนด่าน 11 ส่วนตัวที่หายากกว่าอย่าง กระเรียนซับเคราะห์ ก็จะปรากฏน้อยครั้งกว่า และสำหรับด่านต่างๆที่มีเอ็นทิตี้เฉพาะและเชื่อมอยู่กับด่าน 11 โอกาสที่พวกมันจะมาลงเอยอยู่บน 11 ก็ไม่ได้เป็นศูนย์เสมอไป ตัวอย่างก็เช่น พิซซ่ามีชีวิตของด่าน 458

"แด่เจ้าสตรอเบอร์รี่ตัวน้อยของเรา"


สถานที่รำลึก/อนุสรณ์สำหรับเด็กสาวแปดขวบที่มีชื่อว่าแทมซิน คลาร์ก ตามคำให้การของผู้ปกครอง เธอออกจากบ้านและได้โนคลิปทะลุพื้นลงไป เธอไม่ได้ถูกพบเห็นอีกเลยตั้งแต่นั้น
-สักช่วงหลังจาก 03/03/09


สัมผัสมนุษย์

11olddrawing.jpg

ภาพประกอบของรูปลักษณ์ด่าน 11 ในช่วง 3000 ปีก่อนสากลศักราช วาดในปี ส.ศ. 1790

ทำไมด่าน 11 จึงกลายมาเป็นศูนย์รวมที่คาดเดาไม่ได้นี้ก็ยังคงเป็นหัวข้อที่ได้รับการโต้แย้งกันต่อไป แม้กระทั่งบันทึกยุคโบราณ8ก็มีการกล่าวถึงมันอยู่ อีกทั้งพวกมันก็ยังอ้างถึงสภาพที่อยู่อาศัยได้ของมันด้วย จึงสันนิษฐานได้ว่าลักษณะของด่านเป็นเหตุผลให้มีการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ขึ้น เป็นผลลัพธ์มาจากการที่มีผู้คนผ่านเข้ามาในด่าน 11 มาตลอดร้อยกว่าปี การบิดและทะลวงความเป็นจริงของมันจึงอาจจะทำให้เกิดความอ่อนตัวลงในโครงสร้างความเป็นยุคลิดของมัน

เนื่องจากที่มันใช้เวลากว่า 7000 ปีในการด่าน 11 จะมาอยู่ในสภาพนี้ จึงสันนิษฐานได้ว่ามันจะต้องใช้เวลาอีก 7000 กว่าปี ในการที่ทางออกในปัจจุบันจะทวีคูณขึ้น และอีกนับล้านปีกว่าด่านจะถูกทำลายลงโดยปรากฏการณ์นี้ ดังนั้นผู้อยู่อาศัยของแบ็กรูมส์หรือด่าน 11 จึงไม่จำเป็นต้องกังวลไปเกี่ยวกับการใช้งานพวกมัน

มีการถกเถียงมากมายรอบๆเอฟเฟ็กต์เชื่อง ซึ่งปัจจุบันถูกเรียกว่า "เอฟเฟ็กต์ด่าน 11" มันเป็นปรากฏการณ์ที่สังเกตได้ แต่ก็ยังไม่เป็นที่เข้าใจ ที่จะทำให้เอ็นทิตี้อันตรายมีแนวโน้มที่จะโจมตีน้อยลง อย่างไรก็ดี มันก็จะไม่ส่งผลครอบคลุมในทุกกรณี เนื่องจากการยั่วยุเอ็นทิตี้เหล่านี้อย่างจงใจจะทำให้ความเชื่องนี้หมดไป และเอ็นทิตี้บางตัวก็จะไม่ได้รับผลใดๆจากมันเลย

แม้จะไม่มีหลักฐานทางโบราณคดีหรือมานุษยวิทยาใดๆที่สามารถใช้พิสูจน์มันได้ แต่ก็มีการสันนิษฐานว่าด่าน 11 ครั้งหนึ่งเคยเป็นเพียงที่ราบแห่งหนึ่ง9 ที่ปราศจากซึ่งอาคารหรือเอ็นทืตี้ใดๆ ผู้คนที่แห่กันเข้าไปได้ทำให้รูรั่วที่ใหญ่อยู่แล้วขยายขึ้น และนำพาเอ็นทิตี้เข้ามาโดยเผอิญด้วย อย่างไรก็ตาม ผู้คนก็ยังคงอยู่ และการเปลี่ยนไปเป็นเมืองของด่านก็มีแต่จะส่งเสริมข้อเท็จจริงนั้น10

"ไม่เคยเห็นฮาวด์เข้ามาใกล้ขนาดนี้เลย… หน้าตามันหนิอุบาทว์ดีจริงๆ"


คำพูดสุดท้ายของฮอย เล่ย นักสำรวจของ M.E.G. ที่กำลังทดลองอยู่กับขอบเขตของเอฟเฟ็กต์ด่าน 11
-22/12/21


ผู้เล่นหลัก

ด้วยความที่ด่าน 11 เป็นสถานที่ที่สำคัญอย่างยิ่งต่อประวัติศาสตร์แบ็กรูมส์ การจะเรียบเรียงรายชื่อของทุกๆกลุ่มจึงไม่สามารถที่จะถูกทำได้ เมื่อรวมทั้งหมดแล้ว ครอบคลุมไปถึงอีกหลายๆคนที่เกิดอยู่ภายในแบ็กรูมส์ด้วย ประชากรของด่าน 11 จะอยู่ที่ประมาณ 129,500 คน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ถูกคำนวณจากการรับอาสารวบรวมสำมะโนประชากรโดยผู้ดูแลของเจเนอรัลพับบลิคดาต้าเบส

อย่างไรก็ตาม ต่อจากนี้ก็จะเป็นกลุ่มหลักๆบางส่วนในปัจจุบัน:

"นครหลวง"

11capitalmarket.jpg

ตลาดที่พลุ่งพล่าน ณ ใจกลางของนครหลวงแห่งด่าน 11

"นครหลวง" เป็นศูนย์รวมที่พักอาศัยหลักของด่าน 11 แม้จะมีชุนชนเฉพาะหลากหลายชุมชนที่ไม่ได้ฝักฝ่ายกับกลุ่มหลักใดๆ นครหลวงแห่งนี้ของด่าน 11 อ้างตนให้เป็นศูนย์กลางหลักที่ไม่ฝักฝ่ายใดๆให้ผู้คนได้เข้ามาพักอาศัย เป็นเหตุมาจากทั้งจำนวนประชากรและขนาดของพื้นที่แห่งนี้11 เมืองในส่วนนี้จึงปรับใช้ระบบการปกครองแบบกำกวมและเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยสกุลเงิน ผู้อยู่อาศัยจะสามารถพักอยู่ในบ้านได้ฟรีตราบใดที่พวกเขามีงาน อยู่ในช่วงละเว้นสองเดือนสำหรับสมาชิกใหม่ หรือกำลังอยู่ระหว่างการหางาน โดยวัตถุดิบทำอาหารเบี้องต้นและเสื้อผ้าที่ถูกปลูก, สร้าง, หรือเก็บมาได้จะถูกนำมาแจกจ่ายในรูปแบบของเสบียงฟรี

บริการที่มีค่าตอบแทนนั้นจะมาในรูปแบบของการหาสิ่งของฟุ่มเฟือย เช่น วัตถุผิดปกติ, อาหารหายาก, วัสดุก่อสร้าง, เสื้อผ้าลายประณีต, และสิ่งของนำเข้า รวมไปถึงการหาวัตถุดิบทำอาหารหรือสิ่งของเบี้องต้นในจำนวนที่มากไปกว่าการใช้คนเดียวหรือกับครอบครัวก็จะมีราคาที่ต้องชำระด้วย

เป็นผลมาจากการร่วมมือกับบริษัทต่อเติมแบ็กรูมส์ อาคารทุกหลังภายในนครหลวงจึงไม่เพียงแต่ที่จะสามารถถูกเข้าถึงได้ แต่ก็ยังจะได้รับการตกแต่งตามจุดประสงค์ของมันอย่างครบถ้วนด้วย การเป็นพันธมิตรกันในช่วงปีแรกๆ ทำให้พวกเขาได้ร่วมงานกันอย่างใกล้ชิด ในการขยายและพัฒนานครหลวงให้ทันสมัย ถึงแม้ว่าบันทึกต้นฉบับนั้นจะสูญหายไปในกาลเวลา แต่ก็มีสันนิษฐานว่าผู้นำโดยปริยายคนดั้งเดิมของนครหลวงได้สังเกตเห็นว่าเมื่อเทียบกับส่วนอื่นๆของ 11 แล้ว ตัวนครหลวงจะมีลักษณะที่โบราณกว่ามาก พวกเขาจึงติดต่อบริษัทต่อเติมเพื่อขอความช่วยเหลือ เนื่องมาจากเหตุการณ์ดังกล่าว วิวัฒนาการของนครหลวงจึงจะทำงานอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่ามันจะถูกสังเกตอยู่หรือไม่ เช่นเดียวกับการโนคลิปของวัตถุต่างๆ ซึ่งก็ทำให้นักวิจัยสามารถยืนยันการมีอยู่ของเอฟเฟ็กต์นี้ได้12

ตัวนครหลวงนั้นดำรงอยู่ในหลากหลายรูปแบบ แต่มันก็ไม่ใช่ชุมชนหลักชุมชนแรกที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ในด่าน 11 ข้อมูลปากเปล่าเกี่ยวกับมันมีมาก่อนแบบลายลักษณ์อักษรประมาณ 50 ปีได้ โดยจะเริ่มต้นที่ราวๆ 1200 ปีก่อนสากลศักราช สมาชิกดั้งเดิมบางส่วนของมันมีรากฐานมาจากสิ่งที่ภายหลังได้กลายมาเป็นเมืองคาโฮเกีย นครหลวงนั้นเป็นกลางและน่าอยู่อาศัย แม้จะมีช่วงเวลาในประวัติศาสตร์ที่มันเคยดำเนินไปในทิศทางตรงกันข้าม ในปัจจุบัน มันได้ถูกบริหารโดยกลุ่มของประธานาธิบดีที่จะถูกผลัดเปลี่ยนกันไปในทุกๆปี การตัดสินใจทั้งหมดจะถูกตัดสินโดยพวกเขาก่อนจะถูกปฏิบัติตามหรือปฏิเสธไป

"สู่อีกสหัสวรรษหนึ่งในอุตสาหสถานไร้สิ้น!"13


คำทักทายบนการ์ดปีใหม่ที่ได้ถูกแจกจ่ายไปรอบๆนครหลวงเพื่อที่จะฉลองการมีอยู่ในปีที่ 3000 ของเมืองแห่งนี้
-ประมาณ 31/12/1799

ทางเข้าและทางออก

ด่าน 11 สามารถที่จะถูกเข้าถึงได้จากทุกๆสถานที่ทุกๆเวลา และบ่อยครั้งโดยบังเอิญ หน้าเพจนี้ไม่ได้มีรายชื่อของทางเข้าและทางออกไปสู่หรือมายังด่าน 11 ทั้งหมด เนื่องจากที่การนั่งนับจำนวนอนันต์นั้นเป็นไปไม่ได้ แทนที่จะเป็นเช่นนั้น มันจะแสดงถึงทางเข้าและทางออกที่สำคัญหรือสังเกตได้ง่ายแทน

ทางเข้า

ทางออก

"สับสนว่าต้องเริ่มตรงไหนหรอ? ผมก็เหมือนกัน!

"สิ่งที่ควร ไม่ควร และสิ่งที่แตกต่างไปของการอาศัยในเมืองหลวง"


หัวข้อของหนังสือที่ถูกเขียนและตีพิมพ์ขึ้นโดยรัฐบาลนครหลวง เพื่อจะช่วยผู้อาศัยใหม่ในการเป็นพลเมืองดีเด่น ซึ่งมีชื่อว่า "นครเมืองที่ต่างไป"
-21/10/74


Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License