ด่าน 14-ID - "ผืนธรณี"
คะแนน: +3+x

{$title}ภาษา:


INT-flag.png
flag-saudi-arabia2x.png
china
flag-germany2x.png
uk
spain
france
indonesia
italy
KO
poland
portugal
russia
thai
toki
vietnam

ความยากในการเอาตัวรอด:

ระดับ 2

  • {$one}
  • {$two}
  • {$three}

14-id

ภาพแรกที่ถูกถ่ายภายในด่าน 14-ID

ด่าน 14-ID เป็นด่านที่ 15 ของแบ็กรูมส์อินโดนีเซีย


คำอธิบาย

ด่าน 14-ID ปรากฏเป็นที่ราบสูงที่เปียกชื้นและเขียวชอุ่ม ซึ่งจะอบอุ่นในช่วงกลางวันและหนาวเย็นในช่วงกลางคืน ภูมิทัศน์ของมันจะมีความคล้ายคลึงกับระบบทุ่งนาที่พบได้ในฟรอนท์รูมส์ โดยมันจะกินพื้นที่ส่วนใหญ่ของด่าน 14-ID พื้นผิวทั้งหมดของด่านนั้นจะถูกปกคลุมไปด้วยพืช โอไรซ่า ซาติว่า หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า ข้าวน้ำลึก ข้าวเหล่านี้สามารถที่จะถูกนำไปรับประทานได้ แม้ว่ามันจะมีแก๊สพิษอยู่ในปริมาณเล็กน้อย แต่ก็จะยังปลอดภัยสำหรับมนุษย์ หากถูกบริโภคอย่างพอประมาณ

ตัวด่านจะมีวัฏจักรวันที่ไม่คงที่ โดยช่วงกลางวันนั้นจะนานราวๆ 3–6 ชั่วโมง และกลางคืนก็จะนาน 12–16 ชั่วโมง ซึ่งรายงานบางฉบับก็ได้ระบุว่าด่านนี้สามารถที่จะดำเนินวัฏจักรจนเสร็จได้ภายในเวลาเพียงแค่ 11 ชั่วโมง อุณหภูมิภายในด่านจะผันผวนอยู่ระหว่าง 23°C ถึง 29°C ในช่วงกลางวัน และ -3°C ถึง 12°C ในช่วงกลางคืน

ภูมิประเทศในทุกลักษณะของด่าน 14-ID จะมีหมอกควันปรากฏขึ้นในช่วงกลางคืน หมอกนี้ตามปกติแล้วจะไร้พิษภัยและไม่ส่งผลกระทบระยะยาวใดๆต่อร่างกาย แต่ภายในหมอกเหล่านี้ หุ่นไล่กา ซึ่งเป็นเอ็นทิตี้ที่มีความอันตรายเป็นพิเศษ จะเริ่มทำงาน

ความสามารถที่จะเข้าถึงน้ำเปล่าภายในด่านนี้จะถูกจำกัดอย่างหนัก อย่างไรก็ตาม ก็จะมีน้ำอัลมอนด์ให้พร้อมเข้าถึงที่ฐานผู้รอดชีวิตการ์กา ซึ่งถือว่าเป็นตำแหน่งที่มีทรัพยากรน้ำอัลมอนด์ตามธรรมชาติมากที่สุดหลังฐานผู้รอดชีวิตเนอร์วานา


เอ็นทิตี้

สัตว์ตามธรรมชาตินั้นเป็นเอ็นทิตี้ที่มักจะปรากฏขึ้นอยู่บ่อยครั้งในด่าน 14-ID พวกมันเป็นสรรพสัตว์ที่พบได้ทั่วไปบนฟรอนท์รูมส์ แต่ก็จะด้อยกว่าสัตว์ประจำถิ่นอินโดนีเซียที่มีการกลายพันธุ์ทั้งในเชิงพันธุกรรมและชีววิทยา การกลายพันธุ์ทางกายภาพที่พบได้บ่อยนั้นรวมถึงรูปแบบสรีรวิทยาที่ผิดปกติ ตัวอย่างเช่น มังกรโกโมโดขนาดยักษ์1 หรือเสือโคร่งสุมาตราสองหัว

เอ็นทิตี้จากด่านอื่นๆ รวมถึงสกิน สตีลเลอร์, สไมเลอร์, คลัมป์, เรทช์, และตัวอื่นๆได้ถูกรายงานว่าอาศัยอยู่ภายในด่าน 14-ID เอ็นทิตี้พิเศษตัวหนึ่งที่จะอาศัยอยู่ภายในด่าน 14-ID นั้นก็คือหุ่นไล่กา หุ่นไล่กาเหล่านี้จะมีความก้าวร้าวต่อมนุษย์เป็นอย่างมาก พวกมันจะขยับเฉพาะในช่วงกลางคืนและจะจู่โจมทันทีที่พบเห็น หากไม่มีเสบียงน้ำอัลมอนด์อยู่ ก็ควรที่จะหลีกเลี่ยงทุ่งนาเป็นอย่างสูง ผู้พเนจรควรหยุดพักอยู่ใกล้ๆกับฐานในช่วงกลางคืน จนกว่าที่หมอกควันจะจางไปจากภูมิทัศน์


ปรากฏการณ์

ปาเจอะกลิก

ปาเจอะกลิกเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดอย่างไม่มีระยะแน่ชัด ซึ่งด่าน 14-ID จะประสบกับภัยแล้งอย่างหนัก วัฏจักรกลางวันจะถูกขยายไปเป็น 4–9 ชั่วโมง โดยเมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น พระอาทิตย์จะตั้งอยู่ในตำแหน่งที่ใกล้เคียงกับพื้นผิวด่านมากๆ จนส่งผลให้เกิดภัยแล้งที่จะกินเวลาไปกว่าหนึ่งเดือนเต็ม การตายของพืชพรรณภายในด่านจะปล่อยแก๊สพิษมหาศาลออกมา จนมันมีจำนวนที่สูงอยู่ในชั้นบรรยากาศ ซึ่งก็ทำให้เกิดความเสี่ยงทางสุขภาพที่รุนแรง

จะต้องใช้เวลาประมาณ 1–2 เดือนกว่าที่ด่านนี้จะสามารถฟื้นฟูข้าวทั้งหมดกลับมาบนทุ่งนาได้ และอีกสามเดือนกว่าที่ข้าวเหล่านั้นจะเติบโตจนสามารถนำมาบริโภคได้

ไฟดับ

นี่เป็นปรากฏการณ์ที่ได้ถูกกล่าวอ้างว่าคือสิ่งผิดปกติอันเป็นรากฐานด่าน 14-ID ซึ่งจะส่งผลให้ความสัมพันธ์ทางปริภูมิ-เวลาหยุดลงในสภาวะคงที่ระหว่างช่วงกลางคืน ในระหว่างเหตุการณ์ไฟดับนี้ หมอกควันของด่านจะเปลี่ยนองค์ประกอบจนกลายเป็นแก๊สเย็นคล้ายไฮโดรเจน ส่งผลให้อุณหภูมิอากาศดิ่งลงสู่ -30°C ชีวิตทั้งหมดในด่านจะดับสูญลง และทัศนวิสัยก็จะลดลงอย่างมาก

หนทางในการเอาตัวรอดในช่วงนี้ได้แก่ การหลบภัยในฐานใกล้เคียง (ซึ่งเหมือนจะมีคุณสมบัติพิเศษอยู่) หรือหลีกเลี่ยงการมีปฏิสัมพันธ์กับพื้นที่รอบข้างโดยใช้วิธีใดๆที่สามารถทำได้ ปรากฏการณ์นี้จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งถึงวันที่สิบเอ็ด

หลักฐานเกี่ยวกับปรากฏการณ์นี้ได้ถูกบันทึกไว้ในเอกสารเก่าสองฉบับ ซึ่งจะถูกระบุชื่อว่าบันทึกที่สูญหาย ที่ถูกเขียนในปี 1960 และ 2014 ตามลำดับ เนื้อหาของบันทึกเหล่านี้จะบรรยายถึงเหตุการณ์ไฟดับในภูมิประเทศของด่าน 14-ID ที่ได้ถูกค้นพบโดยสมาชิกของฐานผู้รอดชีวิตเนอร์วานาในปี 2020


ฐาน ด่านหน้า และชุมชน

ฐานผู้รอดชีวิตการ์กา

  • เป็นฐานผู้รอดชีวิตหลัก ซึ่งประกอบขึ้นจากผู้คน 255 คน
  • ได้รับมอบหมายให้ช่วยเหลือและฝึกสอนผู้พเนจรใหม่ให้สามารถรอดชีวิตได้ในแบ็กรูมส์
  • ในขณะนี้กำลังสู้อยู่กับลัทธิมอทิลัส
  • ผู้พเนจรใหม่ควรเข้ามายังฐานนี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
  • ฐานนี้มีอาคารอำนวยความสะดวกและทรัพยากรที่พอจะตรวจสอบและรักษาผู้พเนจรให้ปลอดภัยได้

ฐานผู้รอดชีวิตเนอร์วานา

  • เป็นฐานที่สองของผู้รอดชีวิต
  • มุ่งเป้าไปในการเก็บเกี่ยวข้างภายในด่าน 14-ID.
  • จำนวนของสมาชิกถูกเก็บเป็นความลับ
  • เป็นสถานที่รวมตัวของพ่อค้าทั่วทั้งแบ็กรูมส์
  • มีโครงสร้างชุมชนเบื้องต้น
  • ในขณะนี้กำลังทำสงครามอยู่กับลัทธิมอทิลัส

ลัทธิมอทิลัส

  • ชุมชนกินเนื้อมนุษย์ที่อันตรายมากๆ หลีกเลี่ยงในทุกหนทางที่เป็นไปได้2
  • จำนวนสมาชิกถาวรยังไม่เป็นที่ทราบ แต่ก็ถูกประมาณไว้ว่าอยู่ที่ราวๆ 300 คน
  • บูชาพระเจ้าชื่อ "มอทิลัส"
  • จะแกล้งทำเป็นใจดีใส่ผู้พเนจรหน้าใหม่ แต่หลังจากที่ล่อลวงให้ผู้พเนจรตามมาได้แล้ว ก็จะพาผู้พเนจรไปยังสถานที่ของพวกเขา3
  • การจู่โจมโดยฐานผู้รอดชีวิตการ์กาได้เผยว่าชุมชนนี้ใช้ชีวิตอย่างร่อนเร่
  • มักจะใส่ผ้าคลุมสีแดง หากพบเห็นคนตามคำบรรยายนี้ ให้หลีกเลี่ยงพวกเขาไว้

ทางเข้าและทางออก

ทางเข้า

  • หนึ่งในทางเข้าถึงด่าน 14-ID ก็คือผ่านการโนคลิป ซึ่งจะได้ผลกับคนอินโดนีเซีย 80% เท่านั้น
  • บ่อน้ำบางบ่อใน ด่าร 10-ID จะเชื่อมมายังบ่อน้ำของด่านนี้ ห่างจากฐานผู้รอดชีวิตการ์กาประมาณหนึ่งกิโลเมตร
  • ประตูบานหนึ่งในอาคารของด่าน 11-ID จะนำไปสู่ฐานผู้รอดชีวิตเนอร์วานา

ทางออก

  • การลงกลับไปในบ่อน้ำจะพากลับไปสู่ด่าน 10-ID
  • การโนคลิปเข้าไปยังต้นไทรใกล้กับฐานร้างของลัทธิมอทิลัสจะส่งผู้พเนจรเข้าไปยังด่าน 3-ID


Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License