"อาการของแม่แย่ลงอีกแล้ว"
"แย่ขนาดไหน"
"พ่อคิดจริงๆหรือว่าหนูจะทนสาธยายมันได้ พ่อรู้หรือเปล่าว่าอาการของแม่มันย่ำแย่ลงไปขนาดไหนแล้ว แต่ละวันแม่เริ่มป่วยและป่วยขึ้น แม่เหลือเวลาอยู่อีกไม่มากแล้ว"
"ทำไมลูกไม่มาบอกให้พ่อรู้เร็วกว่านี้"
"หนูจะไปบอกพ่อให้เร็วกว่านี้ได้ยังไง ทุกอย่างมันเกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน พ่อรีบเข้าทางลัดมาที่นี่เถอะ"
"โอเค พ่อกำลังไป พ่อขอบคุณที่ลูกให้เข้าไปนะ"
ความยากในการเอาตัวรอด:
ระดับ 0
- {$one}
- {$two}
- {$three}
คำอธิบาย
ด่าน 185 เป็นสถานีที่ไม่มีที่สิ้นสุดซึ่งเชื่อมต่อโดยตรงเข้ากับด่าน 90 และด่าน 159 มันทำหน้าที่เป็นระบบขนส่งสาธารณะสำหรับผู้ที่พักอาศัยอยู่ในทั้งสองด่านนี้ ทำให้พวกเขาสามารถเดินทางไปยังพื้นที่ต่างๆนานาของแบ็กรูมส์ได้โดยการขึ้นรถไฟให้ถูกขบวนในเวลาที่เหมาะสม
มันเป็นเรื่องง่ายสำหรับเขาที่จะไปยังสถานี แม้เขาจะไม่ได้ใช้มันอีกเลยนับตั้งแต่ที่เขาปลีกตัวมาอยู่สันโดษ แต่เขาก็ไม่ได้กังวลแต่อย่างใด เพราะว่าเขารู้แน่ชัดว่าจะต้องไปที่ไหนและจุดหมายอยู่แห่งใด ด่านทั้งด่านเป็นแค่พื้นที่แปลกๆที่ตั้งอยู่ปลายเส้นทางของบ้านปรับปรุงใหม่
ชายคนนั้นรีบเข้าไปภายใน เขาจะต้องหารถไฟให้เจอ ถึงแม้ว่าอาการของเธอจะถดถอยไปสู่สภาพที่เธอไม่สังเกตเห็นว่าเขาอยู่ที่นั่น แต่ความแตกต่างระหว่างการที่เขาอยู่ที่นั่น และการที่เขาไม่ได้อยู่ตอนที่เธอจากไป ก็กลับเป็นสิ่งที่น่ากลัวสำหรับเขา
เขาต้องไปให้ถึงที่นั่น เขาไม่มีทางเลือกอื่น
ชานชาลาที่ไม่มีที่สิ้นสุดบางส่วนภายในด่าน 185
ปลายด้านหนึ่งของขบวนรถไฟที่มีความยาวอนันต์ซึ่งถูกพบภายในด่าน 185
จำนวนชานชาลาของด่าน 185 และความยาวของมันนั้นเป็นอนันต์ โดยจะมีซุ้มโค้งที่แบ่งพวกมันออกจากกันทุกๆสี่ชานชาลา1 ซึ่งเชื่อมต่อและยึดหลังคาโค้งและช่องรับแสงเข้าไว้ด้วยกัน โดยอย่างหลังก็เป็นแหล่งกำเนิดแสงหลักในด่านนี้ และเป็นแหล่งกำเนิดแสงเพียงแหล่งเดียวสำหรับชานชาลาที่ถูกขยายไกลออกไปจากทางเข้าด่าน
เวลานั้นไม่ได้อยู่ข้างเขา เขาต้องเดินทางระยะไกลในกรอบเวลาสั้นๆ และในขณะเดียวกันก็ต้องสำรวจสถานที่กว้างใหญ่ที่เขาไม่ค่อยได้ไปเยี่ยมชมไปด้วย เขารู้ดีว่าโอกาสนั้นไม่ได้เข้าข้างเขา แต่เขาต้องเจอเธอให้ได้เป็นครั้งสุดท้าย นี่เป็นโอกาสเดียวที่เขาจะทำมันได้อีกครั้ง
ชานชาลาต่างๆเต็มไปด้วยความคึกคัก PA คอยประกาศการหยุดและออกขบวนมาตั้งแต่ก่อนที่เขาจะได้ก้าวเข้าไปข้างในด้วยซ้ำ มันยุ่งเหยิงมาก แต่เขาก็รู้ว่าต้องทำอะไร เขาแค่จะต้องไปให้ถึงที่นั่น
ชายคนนั้นไม่เสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว เขาได้เริ่มสำรวจอย่างรวดเร็วเพื่อค้นหารถไฟที่เขาต้องการ เขารู้ถึงสิ่งที่เขาต้องหา เนื่องจากเขานั้นเคยใช้มันมาแล้ว เพื่อจะไปเยื่ยมเยือนที่นั่นเมื่อหลายปีก่อน สิ่งเดียวที่เขาต้องทำก็คือต้องหากระดานให้เจอ แล้วกระดานก็จะบอกเขาถึงชานชาลาที่เขาต้องไป
"ง่ายๆ" เขาคิดกับตัวเอง
ถ้าเกิดว่ามันง่ายอย่างนั้นล่ะนะ
ด้านหน้าของขบวนรถไฟที่มีที่สิ้นสุดในด่าน 185 ถูกถ่ายไม่กี่นาทีก่อนที่มันจะออกเดินทาง
ชานชาลาของด่าน 185 จะถูกกำกับหมายเลขเอาไว้ จากประตูทางเข้าหลักทางด้านซ้ายของชานชาลา2 มีป้ายกำกับจากน้อยไปหามากตั้งแต่ 1 เป็นต้นไป และด้านขวาของชานชาลามีป้ายกำกับตั้งแต่ลบ 1 เป็นต้นไป รถไฟจะมาถึงชานชาลาเหล่านี้เป็นระยะๆ แม้ว่าจะไม่ทราบตำแหน่งจริงๆที่รถไฟเหล่านี้ใช้ผ่านเข้ามา เนื่องจากรางและชานชาลาของด่าน 185 ทอดยาวไปจากชานชาลาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงที่ว่ารถไฟทวีความเร็วขึ้นเมื่อได้ออกจากชานชาลา ก็นำไปสู่ความเชื่อที่ว่าพวกมันสามารถบรรลุความเร็วที่เพียงพอที่จะก้าวข้ามความยาวอันไม่มีที่สิ้นสุดได้
แต่ละสถานีจะมาพร้อมกับกระดานปลายทางหลายแผ่น ซึ่งแสดงขาเข้าและขาออกของชานชาลา 20 ชานถัดไปตามลำดับทั้งจากน้อยไปมากและมากไปน้อย ขึ้นอยู่กับว่าชานชาลานั้นอยู่บนชานชาลามีเลขบวกหรือเลขลบ กระดานปลายทางจะทำงานด้วยระบบแสดงผลแบบปัด-แยกที่ส่วนใหญ่ถูกเลิกใช้ไปแล้ว3 โดยแต่ละบรรทัดบนป้ายจะแสดงสิ่งต่อไปนี้:
- หมายเลขของชานชาลา
- เวลาของการมาถึง4
- ชื่อของด่านปลายทาง
- เวลาของการออกขบวน
นอกจากนี้ แต่ละกระดานก็จะอ่านวันที่และเวลาปัจจุบัน ซึ่งได้รับการแก้ไขให้สอดคล้องกับระบบที่ใช้อยู่เพื่อความสะดวกของนักเดินทางบนด่าน เมื่อรถไฟออกขบวนไปจากชานชาลา ระบบแสดงผลแบบปัด-แยกสำหรับชานชาลาที่รถไฟออกขบวนไปแล้วจะนำข้อมูลทั้งหมดออกในช่วงสั้นๆ ตามมาด้วยการคำนวนประมาณสิบนาที หลังจากนั้น ส่วนนั้นของกระดานก็จะเปิดใช้งานอีกครั้ง และแสดงข้อมูลใหม่สำหรับรถไฟขบวนถัดไปที่จะมาถึงของชานชาลา วงจรนี้เกิดขึ้นทุกๆ 24 ชั่วโมง ทำให้เกิดรูปแบบที่น่าหลงไหลอยู่บนกระดานปลายทาง เนื่องจากข้อมูลจะถูกแทนที่เป็นระยะๆยิ่งมีรถไฟเข้าและออกจากด่านมากขึ้น
ชายคนนั้นเดินข้ามชานชาลาไปอย่างรวดเร็ว และสำรวจชานชาลาที่มีเลขบวกเพื่อหาชานชาลาที่เขารู้ว่าจะต้องขึ้นไป เขาเดินผ่านผู้คนนับไม่ถ้วน มองดูรถไฟหลายๆขบวนไปยังจุดหมายปลายทาง และเงี่ยหูฟังประกาศของ PA เป็นระยะๆ เผื่อในกรณีที่รถไฟที่เขาต้องการจะมาถึงแล้ว
"รถไฟขบวนถัดไปที่จะออกจากชานชาลา สี่สิบ จะออกขบวนในช่วง สิบ สี่สิบสี่ ไปยังทุ่งข้าวสาลี โดยจะหยุดที่: ช่างเป็นเส้นทางที่น่าคุ้นเคย, 130 ซิงค์โฮล เอสที., โรงหลอมความทรงจำ, เกาะที่กำลังจางหาย, ชายทะเลที่ถูกกอบกู้, และ ทุ่งข้าวสาลี" เขาได้ยินเสียงสะท้อนจาก PA
เขาถอนหายใจด้วยความโล่งอก รถไฟที่ถูกเรียกนั้นไม่ใช่รถไฟที่เขาต้องขึ้น เขายังมีเวลาและอีกเพียงแค่ยี่สิบชานชาลาที่เขาต้องข้ามไปมาเพื่อจะให้เขาไปถึงจุดที่เขาต้องไป
เขาคิดว่ามันยังมีเวลาอยู่ เขารู้สึกได้ว่าเขาจะไปถึงมัน เขาคิดว่าเขาจะทำมันสำเร็จ
ขบวนรถไฟที่ถูกขับเคลื่อนโดยหัวรถจักร ไม่กี่วินาทีหลังจากที่ถูกดึงเข้ามายังหนึ่งในชานชาลา
รถไฟที่เหมือนกันสามขบวนหยุดอยู่บนชานชาลาสามแห่งที่อยู่ติดกัน ถูกถ่ายในสถานะไม่ได้ใช้งานหลังจากที่ได้มาถึงชานชาลาของตน
บนรถไฟจะไม่สามารถเข้าถึงห้องคนขับได้ เนื่องจากประตูที่ถูกล็อคเอาไว้5 ซึ่งด้านในของตู้โดยสารนั้นจะมีที่นั่งทั่วๆไปซึ่งเรียงรายทั้งสองด้านของตู้ พื้นที่เปิดโล่งตรงกลางจะมีที่นั่งอยู่เป็นครั้งคราวสำหรับการนั่งเป็นกลุ่มใหญ่ โดยจะมีชั้นวางสัมภาระเหนือศีรษะ พื้นที่สำหรับเก็บสัมภาระเพิ่มเติม และแม้กระทั่งที่เก็บจักรยานในบริเวณดังกล่าว6
ไม่กี่นาทีหลังจากที่ระบบ PA ประกาศการมาถึงของขบวน ประตูจะเปิดโดยอัตโนมัติเพื่อผู้คนสามารถเข้าไปภายใน7 ตู้โดยสารหนึ่งตู้ภายในขบวนรถไฟที่ยาวอย่างไม่มีที่สิ้นสุด มักจะมีที่นั่งเพียงประมาณยี่สิบที่เท่านั้น เนื่องจากผู้โดยสารจะกระจายตัวไปอย่างหนาแน่นตลอดเส้นขบวน อย่างไรก็ตาม สำหรับรถไฟที่มีจำนวนตู้โดยสารเป็นอนันต์ การค้นหาที่นั่งว่างก็ควรเป็นเรื่องที่ง่ายเป็นอย่างยิ่งและไม่กินเวลาเลยแม้เพียงนิด
ชายคนนั้นรีบมายังกระดานที่เขาต้องการ โดยเขาได้เงยหน้าขึ้นมองเช่นเดียวกับคนอื่นๆอีกนับไม่ถ้วน เขาได้เหลือบมองที่ป้ายหยุด ตาของเขากวาดมองจากรถไฟของชานชาลา 40 ที่ไปยังซับแคเรียร์ ไปจนถึงรถไฟของชานชาลา 60 ที่ไปยังโลกสีแดง อย่างไรก็ตาม ขบวนสำหรับเมืองไร้ขอบเขต ซึ่งเป็นอันที่เขาต้องการนั้น ก็ไม่ได้ปรากฏอยู่บนจอแสดงผล
เขาเฝ้าดูและรอคอยด้วยความหวัง แต่กระดานก็ไม่เคยจะแสดงรถไฟที่เขาต้องการเลย
รถไฟสองขบวนจากด่าน 185 ซึ่งก็ยังคงอยู่ในสถานะขับเคลื่อนหลังจากถูกดึงเข้าสู่ชานชะลาตามลำดับของพวกมัน
รถไฟแต่ละขบวนจะหยุดขบวนที่ชานชาลาเป็นเวลาตั้งแต่สิบห้านาทีจนไปถึงครึ่งชั่วโมง โดยจะมีเพิ่มเผื่อไว้ประมาณ 3 นาทีในกรณีการรอที่นานที่สุด ในขณะที่รถไฟเริ่มจะวิ่งด้วยความเร็วปานกลาง หรือตามความเป็นจริง แต่หลังจากที่ได้เดินทางไปประมาณห้านาที รถไฟก็จะเริ่มเร่งความเร็วขึ้นอย่างทวีคูณ และเร่งต่อไปจนสามารถวิ่งได้ด้วยความเร็วที่สูงพอจะผ่านชานชาลาซึ่งยาวอย่างไม่มีที่สิ้นสุดไป และเคลื่อนย้ายตัวเองไปสู่ด่านบนเส้นทางของมันได้
แม้ว่าความเร็วของรถไฟจะสูงเพียงใด แต่ภายในก็จะไม่ได้รับผลกระทบใดๆจากความเร็วที่เพิ่มขึ้น ทำให้ผู้โดยสารสามารถนั่งพักผ่อนได้พอประมาณในขณะที่รถไฟกำลังเคลื่อนตัวไปยังจุดหมายปลายทาง การมาถึงด่านจุดหมายใช้เวลาตั้งแต่สิบห้านาทีจนถึงหนึ่งชั่วโมงหลังจากได้เริ่มเดินทางออกจากด่าน 185 หรือจุดหยุดขบวนก่อนหน้า
เมื่อถึงเวลาของหยุดขบวน รถไฟจะเริ่มชะลอความเร็วลงก่อนที่จะเข้าไปยังด่านที่ระบุไว้ในกำหนดการ แม้ว่าการขึ้นขบวนเมื่อรถไฟมาถึงจะเป็นไปได้ในทางทฤษฎี แต่พื้นที่สุ่มๆที่รถไฟจะใช้หยุดขบวน การไม่มีอยู่ของชานชาลาและรางรถไฟก็ทำให้การกระทำเช่นนี้ยากอย่างน่าเหลือเชื่อ ด้วยเหตุนี้ จึงมีการสั่งห้ามไม่ให้ทำการขึ้นรถไฟของด่าน 185 จากที่ใดๆที่ไม่ใช่ด่านแม่ของมัน โดยรถไฟเหล่านี้ก็จะถูกใช้เป็นทางออกเท่านั้น
"รถไฟขบวนถัดไปที่จะออกจากชานชาลา ลบสิบเจ็ด จะออกขบวนในช่วง สิบเอ็ด ห้าสิบ ไปยังที่จะอยู่ในทะเล โดยจะหยุดที่: ทะเลทรายเดือดระอุ, เสียงสงัด, และที่จะอยู่ในทะเล"
"รถไฟขบวนถัดไปที่จะออกจากชานชาลา หกสิบ จะออกขบวนในช่วง สิบเอ็ด ยี่สิบแปด ไปยังโลกสีแดง โดยจะหยุดที่: เกาะ, เนินทรายเค็ม, โรงแรมน้ำอุ่น, ออโรร่า ลิมินาลิส, ร้านค้าปลีกที่ถูกกัดเซาะ, ยินดีต้อนรับเข้าสู่ทะเลทราย, และโลกสีแดง"
"รถไฟขบวนถัดไปที่จะออกจากชานชาลา สี่สิบ จะออกขบวนในช่วง สิบเอ็ด ยี่สิบแปด ไปยังซับแคเรียร์ โดยจะหยุดที่: ซับลิมิตี้, ระบบระบายน้ำ, อุโมงค์ระบายน้ำสะอาด, ที่จะอยู่ในทะเล, โรคกลัวทะเล, และซับแคเรียร์"
"รถไฟขบวนถัดไปที่จะออกจากชานชาลา หนึ่ง จะออกขบวนในช่วง สิบเอ็ด สี่สิบเอ็ด ไปยังแคมป์ โดยจะหยุดที่: 130 ซิงค์โฮล เอสที., ชายทะเลที่ถูกกอบกู้, ทางสัญจรของยักษ์, ที่จะอยู่ในทะเล, โรงหลอมความทรงจำ, และแคมป์"
"รถไฟขบวนถัดไปที่จะออกจากชานชาลา สิบเอ็ด สิบแปด จะออกขบวนในช่วง สิบสองนาฬิกา ไปยังชั้นใต้ดินที่วนลูป โดยจะหยุดที่: พื้นไม้ในห้องใต้หลังคา, โดดเดี่ยว, และห้องใต้ดินที่วนลูป"
"รถไฟขบวนถัดไปที่จะออกจากชานชาลา สิบ จะออกขบวนในช่วง สิบเอ็ด ศูนย์เก้า ไปยังความเสื่อมถอยตามลำดับ โดยจะหยุดที่: ชั้นเบี้องใต้, ร้านค้าปลีกที่ถูกกัดเซาะ, ด่านมีชีวิต, สไลด์โคลน, ตึกระอนันต์, ห้างไร้จุดจบ, และความเสื่อมถอยตามลำดับ"
"รถไฟขบวนถัดไปที่จะออกจากชานชาลา หก จะออกขบวนในช่วง สิบเอ็ด ยี่สิบสอง ไปยังโถงล้ำยุค โดยจะหยุดที่: พิพิธภัณฑ์กัสเตลโลส, ความฝันไร้จุดจบ, ปราการหินวายุ, ท่าเรือแห่งความหวาดหวั่น, ซอยเวสต์มินสเตอร์, ช่างเป็นเส้นทางที่น่าคุ้นเคย, จิ8ใจเป็นซ0ฟต์แว9์, และโถงล้ำยุค"
"รถไฟขบวนถัดไปที่จะออกจากชานชาลา สี่ร้อยห้า จะออกขบวนในช่วง สิบเอ็ด ยี่สิบหก ไปยังถ้ำที่ถูกคุ้มครอง โดยจะหยุดที่: โกลเด้นไก, อุโมงค์เพ้อฝัน, เอเทิร์นั่ม, ท่าเรือแห่งความหวาดหวั่น, สุสานถ้ำน้ำ, และถ้ำที่ถูกคุ้มครอง"
"รถไฟขบวนถัดไปที่จะออกจากชานชาลา ลบเก้าร้อย จะออกขบวนในช่วง สิบเอ็ด สามสิบสาม ไปยังดิ่งพสุธา โดยจะหยุดที่: ผนังกระเพาะ, อุโมงค์ระบายน้ำไร้ขอบเขต, เดอะ แบ็กเวย์, ร้านอาหารกลางเมือง, เสียงเรียกหาของความว่างเปล่า, จุดสุดยอด, ความสงบสุข, และดิ่งพสุธา"
"รถไฟขบวนถัดไปที่จะออกจากชานชาลา ลบสิบ จะออกขบวนในช่วง สิบเอ็ด สี่สิบเก้า ไปยังทางตัน โดยจะหยุดที่: หุบเขาอนันต์, อสังหาเทียม, ยินดีต้อนรับสู่ป่า, อุทยานแห่งชาติ #474, ทะเลสาบน้ำแข็ง, เนินเขาแห้งแล้ง, กล่องคอนกรีต, โบราณคดี, ขยะคอนกรีต, ความทรงจำของความทรงจำของความทรงจำ, และทางตัน"
ชายคนนั้นรอแล้วก็รออีก มองดูกระดานบนชานชะลาต่างๆสลับตัวอักษรจากปลายทางหนึ่งไปยังอีกปลายทางหนึ่ง จ้องมองพวกมันในขณะที่เวลาผ่านไป PA ยังคงประกาศอยู่โดยที่ไม่เคยหยุดแม้แต่ครั้งเดียว แต่ก็ยังไม่มีการประกาศเกี่ยวกับรถไฟที่เขาต้องการเลยแม้แต่ครั้งเดียว
ชายคนนั้นรู้สึกถึงเศร้าโศกที่กำลังก่อตัวอยู่ภายในตัวเขา ได้ยอมจำนนต่อความล้มเหลวของตนเอง
หัวรถจักรคันหนึ่งตรงปลายชานชาลาของด่าน 185 ถูกถ่ายที่นี่หลังจากที่หัวรถจักรจากด้านหน้าพาตู้โดยสารไปยังจุดหมายปลายทางของมัน
การเดินทางกลับ
หากสามารถที่จะขึ้นรถไฟได้สำเร็จ ก็จะสามารถนั่งรถไฟนั้นไปตามเส้นทางที่กำหนดไว้ได้จนถึงสถานีปลายทางที่อีกฟากหนึ่งของเส้นทาง ที่ปลายทาง—ไม่เหมือนกับพฤติกรรมที่แสดงที่ด่าน 185—รถไฟจะยังคงเคลื่อนที่ต่อไปหลังจากหยุดลงแล้วที่สถานีสุดท้าย และในที่สุดจะกลับมาที่ด่านนี้ที่ชานชาลาใหม่แบบสุ่ม เมื่อรถไฟถูกดึงเข้ามา หัวรถจักรและตู้โดยสารจะถูกกำหนดจุดหมายปลายทางใหม่ทั้งหมด ทำให้การเดินทางต่อภายในตู้โดยสารเหล่านี้หลังจากออกเดินทางครั้งที่สองเป็นเรื่องที่คาดเดาไม่ได้
เช่นเดียวกับการเดินทางระหว่างด่านอื่นๆ การเดินทางระหว่างจุดหยุดขบวน "สุดท้าย" และด่าน 185 อาจมีระยะเวลาที่แตกต่างกันไป แม้ว่าเวลาจะไม่เกินระยะเวลาที่บันทึกไว้สำหรับช่องว่างในเวลาที่ใช้เดินทางผ่านด่านที่ถูกกำหนดไว้ตามปกติ
ทางเข้าและทางออก
ทางเข้า
สามารถเข้าถึงด่าน 185 ได้จากทั้งด่าน 90 และด่าน 159 การเข้าถึงจากเส้นทางแรกสามารถทำได้โดยเดินตามเส้นทางใดเส้นทางหนึ่งที่นำไปสู่รั้วรอบขอบ โดยเฉพาะเส้นทางที่ไปสู่ประตูหมุนที่ทำมาจากไม้ การใช้งานประตูหมุนนี้และพยายามลงไปตามทางเท้าสาธารณะเล็กๆด้านหลัง จะขนส่งผู้เดินไปยังประตูทางเข้าของด่านนี้ หากต้องการเข้าถึงด่าน 185 จากด่านหลัง สิ่งที่ต้องทำก็คือการค้นหาอาคารสถานีรถไฟร้างที่มีการออกแบบคล้ายกับการออกแบบภายในของชานชาลา การเดินผ่านประตูใดประตูหนึ่งก็จะเคลื่อนย้ายผู้เดินไปยังประตูทางออกของด่านนี้โดยเฉพาะในทันที
ทางออก
เนื่องจากรถไฟของด่าน 185 สามารถที่จะหยุดขบวนที่ด่านใดก็ได้ของแบ็กรูมส์ การแสดงรายการทางออกเป็นรูปธรรมจึงไร้ประโยชน์ จึงควรให้พยายามจดจำชื่อเล่นของด่านต่างๆที่ใช้กันทั่วไปมากกว่าเพื่อที่จะทราบสถานีปลายทางบนกระดานปลายทาง และจุดหยุดขบวนที่ PA ประกาศไว้เพื่อให้สามารถสัญจรโดยใช้รถไฟได้อย่างง่ายดาย
หรือหากไม่ต้องการใช้รถไฟ ก็สามารถออกได้โดยผ่านประตูทางออกขนาดใหญ่หรือช่องเจาะผนังที่ขอบด่านนี้เพื่อกลับไปยังด่าน 90 หรือด่าน 159 ทางเข้าไปสู่ด่านใดด่านหนึ่งจากทั้งสองด่านนั้น—ในขณะที่ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าสำหรับทุกประตู-ไม่ได้ถูกทำเครื่องหมายไว้เพื่อให้ผู้พเนจรรู้ว่าพวกเขาจะได้เข้าสู่ด่านใดในสองด่านนี้
"พ่อไปอยู่ที่ไหนมา"
"มัน… มันไม่มีรถ"
"หมายความว่ายังไง 'มันไม่มีรถ' ?? พ่อแค่ต้องขึ้นรถไฟโง่ๆสายไหนมาก็ได้ และเข้าผ่านด่านอื่นๆมาเอง! พ่อมาที่นี่ได้แค่ในไม่กี่นาที แต่พ่อก็ไม่ได้มา! พ่อแค่เลี่ยงแม่และพวกเราเหมือนกับที่พ่อทำมาตลอด"
"พ่อ… ขอโทษ"
"ไม่ต้องมาโกหกกับหนู"
"พ่อไม่ได้โกหก เอสเธอร์ พ่ออยากจะไปอยู่ที่นั่น พ่ออยากจะไปจริงๆ"
"เหมือนกับที่พ่ออยู่ที่นั่นมาตลอดในตอนที่อาการแม่กำลังทรุดโทรมลงใช่มั้ยล่ะ เออใช่ หนูพนันเลยล่ะ"
"พ่อขอโทษเรื่องนั้นด้วย… พ่อไม่รู้ว่าจะต้องรับมือกับการเปลี่ยนเปลงของแม่หนูยังไง"
"ใช่สิ ช่างมันเหอะ มันก็ไม่ใช่ว่าพ่อสนอยู่แล้ว แต่แม่เสียไปตอนค่ำ พ่ออยู่ใน 90 ต่อไปเถอะ แล้วก็ไม่ต้องมาคุยกับหนูอีก"
"พ่อ… เข้าใจ"
"ดี ลาก่อน"


