ด่าน 196 - "โลกแห่งหมวก"
คะแนน: +2+x

ความยากในการเอาตัวรอด:

ระดับ 2e - สภาพแวดล้อม

  • ไม่ปลอดภัย
  • มั่นคง
  • อันตรายที่ไม่ได้มาจากเอ็นทิตี้
209hall.jpg

ห้องโถงหลักของด่าน 196

คำอธิบาย

พื้นที่หลักของด่าน 196 นั้นเป็นห้องโถงเดี่ยวยาวซึ่งผู้พเนจรทุกคนที่มาถึงจะเริ่มต้นภายใน เหมือนกับด่านอื่นๆในแบ็กรูมส์ ห้องโถงนี้ไม่มีที่สิ้นสุดในทั้งสองทิศทาง โดยผู้พเนจรแต่ละคนจะถูกปล่อยไว้ในที่พื้นที่สุ่มภายในนั้น

ห้องโถงในด่านนี้นั้นแคบเป็นอย่างมาก จนคนสองคนแทบจะเดินสวนทางกันไม่ได้ พรมส่วนใหญ่เป็นสีเบจ มีขอบสีดำตัดกับผนังอันคับแคบซึ่งแทบจะกลืนไปกับบัวพื้นที่ด้านล่างของผนังดังกล่าว จะสามารถพบลวดลายวงรีบนพรมบางๆนี้ได้เป็นระยะๆ การออกแบบของมันนั้นเป็นรูปแบบของรูปหมุนวนที่กลับด้านอย่างสมมาตร โดยจะมีรูปหมุนวนสองอันที่ตัดผ่านส่วนกลางของวงรี และอีกสองอันที่ปลายด้านใดด้านหนึ่งทอดไปตามยาว เช่นเดียวกับส่วนอื่นๆของพรมนี้ที่ยืดออกไปเรื่อยๆ สัญลักษณ์นี้ถูกล้อมรอบด้วยพรมสีดำ เช่นเดียวกับแถบสีแดงเข้มบางๆที่วนอยู่ในขอบหลักสีดำ

ผนังทั้งสองด้านของด่านนี้ได้ถูกออกแบบให้เป็นเหมือนกัน กระเบื้องพีวีซีที่ถูกทาสีขาว โดยปกติแล้วจะมีราวจับลงไปด้านข้างของผนังแต่ละด้านโดยจะมีความยาวที่สุ่มและไม่สม่ำเสมอกัน เพดานนั้นถูกสร้างจากกระเบื้องพีวีซีแบบเดียวกัน แต่จะถูกแทรกเป็นระยะๆด้วยหลอดไฟทรงกลมขนาดเล็กที่ปล่อยตั้งแต่แสงจากที่สลัวเป็นอย่างมากไปจนถึงแสงที่สว่างเป็นอย่างมาก1

จะสามารถพบประตูลามิเนตสะท้อนแสงที่ถูกทำมาจากไม้สีน้ำตาลเข้มได้ภายในจุดสุ่มๆในโถงทางเดิน ซึ่งตัวประตูนั้นเกือบทั้งหมดเป็นแค่ประตูเรียบๆ โดยสิ่งเดียวที่อยู่บนประตูก็มีเพียงแค่ด้ามจับประตูเท่านั้น ด้ามจับเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นจากวัสดุทองเหลืองที่ถูกทาสีทองทับเอาไว้ ซึ่งใช้การออกแบบด้ามจับประตูแบบกดลงที่ทันสมัย ​​โดยด้ามจับนั้นจะมีเครื่องสแกนคีย์การ์ดคล้ายกับด้ามจับของประตูโรงแรม อย่างไรก็ตาม กลไกในการสแกนคีย์การ์ดบนประตูเหล่านี้นั้นจะถูกปิดอยู่หรือไม่ก็ไม่มีอยู่เลย2


เบี้องหลังประตู

209scrap.jpg

ผนังเศษเหล็กธรรมชาติหลังป้ายประตูสีส้มที่มีคำว่า "เศษเหล็ก" พิมพ์อยู่ด้านบน

209bricks.jpg

โลกที่มีสัญลักษณ์สีเหลืองพร้อมภาพอิฐพิมพ์อยู่บนนั้น ซึ่งบรรจุก้อนอิฐเอาไว้

209stools.jpg

โลกที่เต็มไปด้วยเก้าอี้พลาสติกที่เรียงซ้อนกันอย่างประณีต โลกนี้โดยเฉพาะได้ถูกติดป้ายสีเขียวที่มีรูปภาพของบุคคลที่กำลังนั่งอยู่เอาไว้

ด้านหลังประตูทุกบานในด่าน 196 จะมีลักษณะทางภูมิประเทศของพื้นที่กลางแจ้งที่เกือบจะเหมือนของโลกอยู่ โดยโลกเหล่านี้จะมีความคล้ายคลึงทางภูมิศาสตร์กับหุบเขา, เนินเขา, ภูเขา, ริมฝั่งแม่น้ำ, ชายฝั่ง, หุบเขาลึก, มหาสมุทร, และการก่อตัวทางธรรมชาติอื่นๆที่คาดหวังจะพบได้ภายในฟรอนท์รูมส์ อย่างไรก็ตาม ข้อแตกต่างที่สำคัญเพียงอย่างเดียวระหว่างภูมิทัศน์เหล่านี้กับภูมิประเทศที่พวกมันพยายามจะเลียนแบบก็คือ ภูมิประเทศแต่ละอันจะถูกสร้างขึ้นมาจากวัตถุ/ประเภทของวัตถุแค่ชนิดเดียวจำนวนหลายพันล้านต่อหลายพันล้านชิ้น

วัตถุเหล่านี้สามรถจะเป็นวัตถุใดๆก็ได้ ไม่ว่าวัตถุนั้นจะซับซ้อนเพียงใด ตั้งแต่องค์ประกอบใดๆในตารางธาตุไปจนถึงเครื่องจักรที่ถูกสร้างขึ้นอย่างซับซ้อนหรือเข้าใจได้ยากที่สุด ในความเข้าใจของกลุ่ม M.E.G. โลกที่มีวัตถุแต่ละชิ้นนั้นจะปรากฏขึ้นเพียงครั้งเดียวในทั้งโถงทางเดิน ทำให้ทางเข้าประตูทุกบานในด่าน 196 นั้นแตกต่างออกไปจากกันโดยสิ้นเชิง

เชื่อกันว่าดินแดนภายนอกนั้นไม่มีที่สิ้นสุด โดยทางเดียวที่จะกลับเข้าไปในโถงทางเดินได้ก็คือประตูที่นำไปสู่โลกนั้นๆ โถงทางเดินหลักไม่ได้มีตัวตนอยู่ในพื้นที่กลางแจ้งเหล่านี้ อย่างไรก็ตาม จะมีประตูลามิเนตที่ตั้งตรงและไม่ได้พิงกับพื้นผิวใดๆอยู่ จะสามารถมองเห็นโถงทางเดินได้จากภายในประตูเมื่อมันถูกเปิดออก แต่จะมองเห็นได้เฉพาะเมื่อประตูถูกเปิดออกจากด้านทางเข้าเท่านั้น ในด้านตรงข้าม ทางเข้าประตูด้านในจะสูญเสียการเชื่อมต่อที่ไม่ใช่แบบยุคลิดเข้ากับโถงทางเดินเมื่อมันถูกเปิดออก เพื่อป้องกันการเดินทางกลับเข้าไปในโถงทางเดินจนกว่าประตูจะถูกใช้จากด้านที่ถูกต้อง

แต่ละโลกของด่าน 196 แม้จะดูคล้ายกันโดยผิวเผิน แต่ละโลกก็มีภูมิศาสตร์ที่เป็นเอกลักษณ์ซึ่งโดยทั่วไปจะมีลักษณะคล้ายกับพื้นที่จากตอนกลางของยุโรป แม้ว่าแต่ละโลกจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แต่รายชื่อของชีวนิเวศที่เชื่อกันว่ามีอยู่นั้นก็ถูกพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่องในตลอดหลายปีที่ผ่านมา ด้วยเหตุนี้ ในความเข้าใจของกลุ่ม M.E.G. โลกของด่าน 196 นั้นมีลักษณะทางภูมิศาสตร์ดังต่อไปนี้:

เนินเขา

  • ภูมิทัศน์ประเภทนี้เป็นประเภทที่พบได้ทั่วไปในโลกของด่าน 196 สันนิษฐานว่าเป็นเพราะความเรียบง่ายของการเป็นพี้นที่ที่ลาดเอียงขึ้นและลงอย่างนุ่มนวล ประตูทุกบานสู่โลกที่แตกต่างกันจะอยู่ภายในเนินเขาเหล่านี้ มันจะทอดยาวไปประมาณ 150 เมตรในทุกทิศทางก่อนที่ทิวทัศน์จะเปลี่ยนไปเป็นภูมิประเทศแบบใดแบบหนึ่ง เนินเขาเป็น "ชีวนิเวศ" ประเภทที่ง่ายที่สุดในการสำรวจ แม้ว่าสำหรับโลกที่ทำจากวัสดุขนาดเล็กตัวเนินเขาเองยังคงเป็นความท้าทายที่ยากลำบากก็ตาม ความสะดวกในการสัญจรภายในดินแดนเหล่านี้มาจากความจริงที่ว่าหุบเขาตามธรรมชาติที่นุ่มนวลนั้นก่อตัวขึ้นระหว่างเนินเขาเหล่านี้ซึ่งแทบจะไม่ค่อยได้พบกับระดับความสูงที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงเลย
    • หลังจากผ่านไป 150 เมตรในแต่ละทิศทาง เนินเขาจะเริ่มลดขนาดลงและค่อยๆ กลายเป็น "ชีวนิเวศ" อื่นๆ ดังรายการด้านล่าง ถึงอย่างนั้น ก็จะยังมีเนินเขาอื่นๆอยู่ภายในโลกต่างๆของด่าน 196 ซึ่งโลกที่ใกล้ที่สุดนั้นมีระยะเพียงแค่ 400 เมตรไปทางใต้3ของประตูทางเข้าใดๆเท่านั้น

หุบเขาลึก

  • หุบเขาเหล่านี้มีอยู่ทั้งฝั่งตะวันออกและตะวันตกของโลกในด่าน 196 โดยจะสามารถถูกแยกออกจากเนินเขาได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากความลาดเอียงของมันนั้นชันกว่ามาก โดยมันมักจะทำมุม 90 องศาราบเรียบ ในขณะที่พื้นที่ที่ไม่ลาดเอียงนั้นจะราบเรียบอย่างไม่น่าเชื่อ และบ่อยครั้งอาจกลายเป็นพื้นราบสูงด้วยซ้ำ การปีนด้านข้างของหุบเขานั้นสามารถที่จะเป็นสิ่งที่ทำได้อย่างง่ายดายหรือเป็นสิ่งที่อันตรายถึงชีวิตได้ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับวัสดุ สำหรับโลกที่มีโครงสร้างที่แข็งแรงกว่า การปีนเขามักจะทำได้ง่ายกว่าการปีนกำแพงหินจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากวัสดุของโลกนั้นเป็นแบบสมัยใหม่หรือเป็นทรงสี่เหลี่ยม อย่างไรก็ตาม สำหรับโลกที่ทำจากวัสดุขนาดเล็กหรือเดี่ยว การปีนกำแพงเหล่านี้อาจทำให้เกิดเอฟเฟกต์โดมิโนโดยที่พวกมันจะล้มลง ซึ่งส่งผลให้เกิดการถล่มทับและการกดทับร่างในกรณีมีการพยายามปีนพวกมัน

หน้าผาและภูเขา

  • คล้ายกับหุบเขา หน้าผาและภูเขานั้นมีความลาดเอียงที่สูงชันเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีแรก หน้าผามักจะครอบคลุมฐานของภูเขาที่สูงมาก บ่อยครั้งพวกมันจะถูกอัดเข้าด้วยกันอย่างแน่นหนา เสริมโดยน้ำหนักจากยอดเขาที่กดทับอยู่ด้านบน หน้าผาเหล่านี้มักจะมีกำแพงที่เอียงขึ้นไปเกือบ 90 องศา ทำให้การเดินทางภายในภูมิประเทศนี้เป็นเรื่องยาก หากได้บังเอิญเดินเข้าไปในทางตันทั้งสองทางที่ถูกบันทึกเอาไว้ ซึ่งพวกมันก็ถูกบันทึกไว้ที่ภูเขาที่ใกล้ที่สุดกับประตู4
  • ภูเขาเหล่านี้ทอดยาวขึ้นไปจนค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับภูมิศาสตร์ของสภาพแวดล้อมกลางแจ้งอื่นๆ อย่างไรก็ตาม ภูเขาเหล่านี้สามารถทอดขึ้นไปได้สูงสุดเพียงแค่ 500 เมตรเท่านั้น ความสูงนี้แม้จะแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะปีนขึ้นไปเนื่องจากวัสดุที่มักจะถูกใช้สร้างภูเขาเหล่านี้ขึ้นมา แต่ก็ยังถือว่าสูงไม่มากเมื่อเทียบกับภูเขาทั้งในและนอกแบ็กรูมส์
    • ภูเขาส่วนใหญ่จะสามารถถูกพบได้ทางตอนใต้ของภูมิประเทศกลางแจ้ง ซึ่งหมายความว่าผู้พเนจรจะต้องย้อนทิศทางไปจากทิศที่พวกเขาโผล่ออกมาเพื่อจะให้ได้ไปถึงพื้นที่เหล่านี้

ตลิ่ง

  • ภูมิทัศน์นี้นั้นมีพฤติกรรมที่แตกต่างออกไปจาก "ชีวนิเวศ" อื่นๆ ภายในโลกของด่าน 196 ตลิ่งเหล่านี้ไม่ได้ครอบครองพื้นที่สี่เหลี่ยมจัตุรัสหรือวงกลมที่เฉพาะเจาะจง แต่จะมีความสามารถในการตัดผ่านชีวนิเวศแทบทุกแห่งในด่าน 196 จะสามารถระบุตำแหน่งของตลิ่งเหล่านี้ได้โดยการเผชิญหน้ากับรอยตัดรูปทรง-V ที่ตัดกับความต่อเนี่องที่มีอยู่ของชีวนิเวศในพื้นที่นั้นๆ5 นอกจากนี้ ตลิ่งเหล่านี้จะลาดเอียดลงมายังสิ่งที่สามารถอธิบายได้ว่าเป็น "แม่น้ำ" อย่างไรก็ตาม แม่น้ำดังกล่าวนั้นก็เป็นเพียงแค่พื้นที่ระหว่างริมตลิ่งสองฝั่งที่ซึ่งพื้นที่ที่ลาดเอียดนั้นได้สิ้นสุดลง และพื้นที่เป็นที่ราบมากกว่าของภูมิประเทศได้เริ่มเชื่อมพื้นที่ระหว่างตลิ่งทั้งสองฝั่งเข้าด้วยกัน
    • ไม่ทราบว่ามีแม่น้ำอยู่กี่สายภายในโลกเหล่านี้ เนื่องจากมีความเป็นไปได้ที่แม่น้ำแต่ละสายจะเชื่อมต่อกันเป็นเส้นทางที่คดเคี้ยวและทอดยาวไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด อย่างไรก็ตาม ด้วยธรรมชาติอันไร้ที่สิ้นสุดของโลกเหล่านี้ การยืนยันหรือการปฏิเสธทฤษฎีนี้จึงเป็นเรื่องที่ไม่สามารถเป็นไปได้และเป็นสิ่งที่จะให้รางวัลเพียงเล็กน้อย แม้ว่ามันจะได้รับการพิสูจน์ว่าถูกหรือผิดก็ตาม

ชายฝั่งและมหาสมุทร

  • มีอยู่เฉพาะในส่วนที่ไกลออกไปจากประตูทางออก โดยจะมีระยะประมาณ 5-7 กิโลเมตรห่างไปจากมัน ภูมิประเทศมีแนวโน้มที่จะราบเรียบลงและมีความสมจริงในภูมิศาสตร์น้อยลงเป็นอย่างมาก ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้ในตอนแรกพื้นที่ราบเหล่านี้ถูกเชื่อกันว่าเป็นขอบเขตอันไร้ที่สิ้นสุดรอบๆโลกของด่าน 196 ซึ่งก็ทำหน้าที่เป็นพื้นที่ราบคล้ายกับที่ราบเกลือที่ไม่มีจุดสิ้นสุด อย่างไรก็ตาม แม้ว่ามหาสมุทรจะมีความยาวเป็นอย่างมาก6 แต่อีกฝั่งหนึ่งของมหาสมุทรก็ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าแผ่นดินปกติธรรมดาที่มากยิ่งขึ้นไปอีก

ป้ายต่างๆ

209sign.jpg

ตัวอย่างของป้ายต่างๆที่จะสามารถพบได้บริเวณใกล้กับประตูของด่านนี้

ใกล้ๆกับประตูทุกบาน จะสามารถพบป้ายพลาสติกที่ถูกตอกเอาไว้กับผนังได้ ฐานพลาสติกของป้ายเหล่านี้อาจจะมีสีเขียว, แดง, ส้ม, เหลือง, น้ำเงิน รวมถึงสีดำและสีขาว โดยลายพิมพ์บนพลาสติกจะมีสีเฉพาะแค่สีดำหรือสีขาวเท่านั้น7

ภาพพิมพ์บนป้ายเหล่านี้จะประกอบไปด้วยภาพตัดปะ 2 มิติของสิ่งของใดๆก็ได้ หรือคำนามในรูปแบบต่างๆ เนื้อหาของป้ายเหล่านี้ แม้ว่าจะปรากฏบนรูปภาพหรือวิดีโอในลักษณะเดียวกับที่บุคคลที่ถ่ายภาพรับรู้มัน แต่ก็มีองค์ประกอบของการเปลี่ยนแปลงที่ผันผวน ขึ้นอยู่กับภาษาที่ผู้พเนจรคนนั้นๆใช้มากที่สุด ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับสิ่งของต่างๆ และสีที่เชื่อมโยงกับความรู้สึกและการแสดงออกบางอย่าง ป้ายจะแสดงตัวเองแตกต่างออกไปเพื่อให้สอดคล้องกับเงื่อนไขเหล่านั้นมากที่สุด ตัวอย่างเช่น ป้ายอาจปรากฏเป็นสีแดงเพื่อบ่งบอกถึงภูมิทัศน์ที่เป็นอันตรายอีกด้านหนึ่งของประตูสำหรับผู้ที่เติบโตมาในวัฒนธรรมตะวันตก แต่ป้ายเดียวกันนี้อาจปรากฏเป็นสีขาวสำหรับผู้ที่เติบโตมากับวัฒนธรรมจีน

ป้ายบนประตูในขณะที่แสดงสิ่งที่อยู่ด้านหลังประตูอยู่แล้ว ก็ยังบอกเป็นนัยอีกด้วยว่าอีกด้านของทางเข้าประตูอาจมีอันตรายอะไรอยู่ สิ่งนี้จะถูกทำโดยใช้สีของฐานพลาสติก และแม้ว่าจะมีข้อยกเว้นอยู่ แต่สีต่างๆมักจะทำงานในรูปแบบต่อไปนี้:8

สี ความอันตราย สิ่งที่แนะนำให้ทำ ตัวอย่างวัสดุของโลก
เขียว ปลอดภัย ผู้พเนจรสามารถเข้ามาสำรวจโลกได้โดยจะมีความเสี่ยงที่ต่ำ ดิน, ท่อนไม้, หิน, พลาสติก, ผ้าห่ม, คอนกรีต, ไม้ก๊อก, และอัญมณี
แดง อันตรายเป็นอย่างมาก ไม่ควรเข้าไปในประตูเหล่านี้เว้นแต่ถ้าจำเป็นต้องใช้วัสดุภายในจริงๆ ความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตหรือการบาดเจ็บสาหัสนั้นมีสูงมาก ใบไม้,9 สไลม์, และอะไรก็ตามที่ติดไฟได้ วัสดุใดๆที่มีขนาดเล็กมากและ/หรือเดินบนได้ยาก
ส้ม อันตรายปานกลาง ความปลอดภัยนั้นหลากหลาย และการเข้าประตูก็สามารถที่จะเป็นสิ่งที่คุ้มค่าได้ ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับวัสดุ การจะเข้าหรือไม่เข้านั้นควรที่จะถูกพิจารณาเป็นรายกรณีไป ยานพาหนะขนาดเล็ก, น้ำ, น้ำผลไม้, เสื้อผ้า, ผลไม้ที่แข็งและมีขนาดใหญ่, ก้อนหิน, และแก้ว
เหลือง อันตรายเล็กน้อย แม้ว่าโลกเหล่านี้จะมีความเสี่ยงแค่เพียงเล็กน้อย แต่ผู้พเนจรก็ควรจะระวังที่ที่ตนเองยืนเอาไว้เนื่องจากความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บที่อาจจะเกิดขึ้น โซฟา, เบาะรอง, นั่ง, ประตู, ระเบียง, บ้าน, อาคาร
น้ำเงิน คลุมเครือ/เบ็ดเตล็ด โลกเหล่านี้มีวัตถุแปลกๆ ซึ่งมีความอันตรายที่จำแนกได้ยาก ความเสี่ยงจะแตกต่างกันอย่างมากในแต่ละกรณี และให้เตรียมพร้อมตามนั้น ของไหลประเภทนิวตันเนียน, น้ำผึ้ง, เครื่องใช้ภายในบ้าน, และอะไรก็ตามที่ทำมาจากวัสดุเปราะบาง
ดำ ทำให้เสียชีวิตแทบจะในทันที เพียงแค่การเปิดประตูเหล่านี้ก็อาจส่งผลให้เกิดการเสียชีวิตได้ ห้ามเปิดมันเด็ดขาดไม่ว่าจะในกรณีใดๆ อากาศ, สุญญากาศเชิงพื้นที่, ก๊าซมัสตาร์ด, คาร์บอนมอนอกไซด์,10 ดาบ, เลื่อยไฟฟ้า, และใบพัดฟาร์มกังหันลม11

แม้ว่าการปฏิบัติตามสีของป้ายนั้นจะเป็นสิ่งที่สำคัญ แต่ก็ไม่ควรถือมันเป็นเครื่องบ่งชี้อันตรายโดยสมบูรณ์ ยกเว้นสัญลักษณ์สีดำ มันเป็นไปได้ที่จะสามารถรอดชีวิตและสำรวจโลกที่อันตรายอย่างยิ่งได้ ไม่ว่าจะเป็นเพราะมีอุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม การฝึกอบรมก่อนหน้า หรืออะไรก็ตามที่ทำให้ความสามารถในการเอาชีวิตรอดของตนเหนือกว่านักสำรวจทั่วไป


สุดท้ายนี้ คุณสามารถดูรายชื่อโลกที่ผิดปกติ น่าสนใจ หรือมีเอกลักษณ์ได้ที่ด้านล่าง แม้ว่าโอกาสในการค้นพบห้องเหล่านี้จะมีน้อย แต่คำอธิบายเหล่านี้มีไว้เพื่อบ่งบอกถึงอันตรายต่อด้านสิ่งแวดล้อมที่เป็นเอกลักษณ์บางประการที่ควรจะถูกเตรียมพร้อมไว้สำหรับการพบเจอภายในด่านเท่านั้น

"คาร์บอนมอนอกไซด์"

209water.jpg

ประตูห้องในด่าน 196 ที่มีป้ายกำกับง่ายๆว่า "น้ำ" โดยมีฐานเป็นสีเหลือง เชื่อกันว่าโลกนี้เคยมีรูปร่างตามภูมิศาสตร์ปกติของด่าน 196 แต่ก็แบนลงเนื่องจากแรงโน้มถ่วง

ในการเดินทางสำรวจครั้งหนึ่งภายในด่าน 196 นักสำรวจสองคน12กำลังพยายามที่จะค้นหาความสัมพันธ์และรูปแบบระหว่างสัญลักษณ์กับโลกที่มีสัญลักษณ์เหล่านั้นเป็นตัวแทน หลังจากที่ทั้งสองเปิดออกและมองเข้าไปในประตูประมาณ 25 ประตู ทั้งคู่ก็พบป้ายสีดำทางด้านซ้ายของประตูที่ไม่มีข้อความหรือรูปภาพพิมพ์ติดเอาไว้ เชื่อว่านี่คือทางออกไปยังด่าน 197 ทั้งคู่จึงเปิดประตูออก อย่างไรก็ตาม เมื่อประตูถูกเปิดออก นักสำรวจทั้งสองก็พบกับท้องฟ้าและเมฆสีครามตามปกติซึ่งโลกทั้งหมดในด่าน 196 โลกมีเหมือนกัน แทนที่จะเป็นด่านดังกล่าว

ด้วยความคิดที่ว่าการสืบสวนเรื่องโลกนั้นจบลงแล้ว พวกเขาจึงออกจากพื้นที่โดยที่ได้เปิดประตูทิ้งไว้ อย่างไรก็ตาม ภายในไม่กี่นาที ทั้งสองก็หยุดส่งภาพและข้อความกลับไปยังฐานของพวกเขา โดยได้ทราบในภายหลัง - หลังจากที่ร่างกายของพวกเขาถูกค้นพบโดยบังเอิญ - ว่าประตูโลกที่พวกเขาเปิดนั้นเต็มไปด้วยก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ และทำให้ทั้งคู่หายใจไม่ออกขณะเดียวกันก็ทำให้พื้นที่ของโถงทางเดินนั้นปนเปื้อนด้วย

"ด่าน 196"

ในระหว่างการสำรวจด่าน 196 ที่เพิ่งจะเกิดขึ้นเร็วๆนี้ ได้มีการค้นพบประตูที่มีอักษรสีน้ำเงินพิมพ์เอาไว้ซึ่งถูกพิมพ์คำว่า "ด่าน 196" เอาไว้ เมื่อเข้าไปได้ข้างใน นักสำรวจพบส่วนต่างๆมากมายของโถงทางเดินหลักของด่าน 196 ซึ่งถูกดึงและขยายออกไปตามแผนผังทางภูมิศาสตร์ทั่วไปที่โลกต่างๆของด่านนั้นใช้ร่วมกัน13

หลังจากที่นักสำรวจได้สำรวจโลกไปประมาณหนึ่งชั่วโมง พวกเขาก็ได้พบกับภูเขาขนาดใหญ่ที่มีเฉพาะประตูลามิเนตของด่านนี้เมื่อมองจากภายในโถงทางเดิน อย่างไรก็ตาม เมื่อใช้ประตูเหล่านี้ก็เผยให้เห็นว่าประตูเหล่านี้เป็นประตูที่สามารถถูกใช้งานในขั้นพื้นฐานได้

เหตุใดประตูจึงถูกระบุว่าเป็น "ด่าน 196" นั้นไม่เป็นทราบแน่ชัด เนื่องจากชื่อของด่าน 196 นั้นเป็นผลมาจากระบบการตั้งชื่อด่านโดยพลการของ M.E.G.14 อย่างไรก็ตาม มีทฤษฎีว่าแนวโน้มของสัญญาณที่จะเปลี่ยนแปลงเพื่อให้นำเสนอข้อมูลที่ดีขึ้นแก่ผู้พเนจรนั้นได้เข้ามามีผลกับชื่อ และสำหรับผู้ที่ทำงานภายใต้องค์กรที่มีระบบการตั้งชื่อที่แตกต่างออกไป ป้ายจะเปลี่ยนให้ตรงกับชื่อของพวกเขาสำหรับด่าน 196

"เอ็นทิตี้ 8"

กลุ่ม B.N.T.G. ได้เคยค้นพบประตูอยู่ใกล้ๆกับป้ายที่มีคำว่า "เอ็นทิตี้ 8" พิมพ์เอาไว้ด้านบน ในขณะที่กำลังรวบรวมเสบียงต่างๆในการสำรวจ เหตุการณ์นี้ก็ได้ถูกบันทึกไว้ในกล้องที่ติดอยู่กับคนงานที่ได้รับมอบหมายให้รวบรวมเสบียง ซึ่งก็ดูเหมือนจะเป็นมาตรฐานสำหรับกลุ่ม B.N.T.G กล้องนี้ได้ถ่ายทอดกลับไปยังเทรดเดอร์คีฟ หลังจากที่ได้ใช้เวลาเกือบสองวันในการรวบรวมสิ่งของที่มีประโยชน์จากประตูบางบาน ผู้สำรวจก็พบเข้ากับป้ายสีดำที่มีข้อความว่า "เอ็นทิตี้ 8"

เมื่อประตูได้ถูกเปิดออก พนักงานของ B.N.T.G. ก็ได้พบกับภูมิทัศน์ตามปกติ อย่างไรก็ตาม พื้นทั้งหมดของด่านนั้นได้ถูกปกคลุมไปด้วยฮาวด์ที่ยังมีชีวิตอยู่ซึ่งถูกฝังอยู่บนพื้น อัดกันแน่นจนสิ่งเดียวที่พวกมันสามารถทำได้ก็คือการแกว่งแขนขาใดๆที่สามารถขยับได้และเห่าออกมา โดยเสียงที่เล็ดลอดออกมาจากโลกนั้นเป็นเสียงผสมของเสียงหอนและเสียงคำรามที่แตกต่างกันนับล้าน เช่นเดียวกับเสียงเตะ เสียงดิ้น และเสียงของการนองเลือด ผู้พบเจอประตูบานนี้แข็งทื่อด้วยความกลัว แม้ว่าในที่สุดเขาก็สะดุดฟีเธอร์หรือถูกฮาวด์คว้าตัวไป หลังจากนั้น บุคคลนั้นได้ถูกดึงเข้าไปในดงฮาวด์ และสูญหายไปในเวลาต่อมา กล้องยังใช้งานอยู่ได้เพียงชั่วครู่เท่านั้น แต่เสียงกรีดร้องของบุคคลนั้นก็ถูกแทนที่ด้วยเสียงกัดที่กระหายเลือดก่อนที่กล้องจะตัดไป

"แมงกานีสเฮปทอกไซด์"

209car.jpg

โลกที่เต็มไปด้วยสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นซากรถเก่าๆ ป้ายที่เกี่ยวข้องกับโลกคือสีแดง เนื่องจากรถทุกคันมีเครื่องยนต์ที่ยังทำงานอยู่และมีถังเชื้อเพลิงที่สามารถระเบิดได้

ในการเดินทางสำรวจคนละครั้งกับการพบเจอประตูเอ็นทิตี้ 8 แต่ก็เป็นครั้งที่ร้ายแรงพอๆกัน พนักงาน B.N.T.G. อีกคนหนึ่งเพิ่งจะได้เริ่มกะแรกของภารกิจค้นหาทรัพยากรสี่วัน ในขณะนั้น ผู้สำรวจได้เปิดประตูไปจนถึงโลกที่ 15 ของตนก่อนที่จะพบป้ายสีแดงที่มีคำว่า "แมงกานีสเฮปทอกไซด์" อยู่ ด้วยความสับสนว่าสารประกอบนั้นคืออะไร ผู้สำรวจจึงได้วิทยุกลับไปที่ฐานของตนที่ด่าน 40 เพื่อขอข้อมูลเกี่ยวกับสารนั้น แต่เมื่อไม่ได้รับการตอบกลับเนื่องจากปัญหากับระบบวิทยุใหม่ ผู้สำรวจจึงเลือกที่จะเปิดประตูเพื่อที่จะตรวจสอบด้วยตนเอง

ไม่กี่เฟรมสุดท้ายของวิดีโอได้แสดงให้เห็นถึงพื้นที่ราบที่ทำมาจากของเหลวสีเขียวเข้ม ตามคำพูดสุดท้ายของนักสำรวจ อากาศในดินแดนนี้ "หนาว[มาก]" ก่อนที่จะจบประโยค โลกทั้งโลกก็เริ่มปะทุเป็นเปลวไฟและปล่อยสารคล้ายเถ้าจำนวนมากออกมา ภายในชั่วขณะนี้ กล้องก็ได้ถูกปกคลุมไปด้วยเปลวเพลิงและถูกตัดไปในเวลาต่อมา หลังจากที่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นก็ได้มีการค้นพบว่าแมงกานีสเฮปทอกไซด์เป็นสารประกอบระเหยที่สลายตัวอย่างรวดเร็วและระเบิดได้เมื่อถึงอุณหภูมิที่กำหนด เชื่อกันว่าหลังจากที่ประตูได้ถูกเปิดออก มันได้ทำปฏิกิริยากับความชื้นและความร้อนที่มาจากภายในโถงทางเดินหลัก และต่อมาทำให้ของเหลวในนั้นทั้งหมดลุกเป็นไฟ สังหารสมาชิกกลุ่ม B.N.T.G. คนนั้นไปในกระบวนการ

ฐาน ด่านหน้า และชุมชน

การตั้งฐานที่ด่าน 196 อย่างน้อยก็ในความหมายดั้งเดิมของสิ่งที่ฐานได้รับการยอมรับว่าเป็นในระดับสากลเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ความยาวที่ไม่มีที่สิ้นสุดของด่าน 196 ประกอบกับการที่ผู้พเนจรแต่ละคนจะปรากฏตัวขึ้นในพื้นที่ที่ดูเหมือนว่าจะสุ่มภายในความยาวที่ไร้ที่สิ้นสุดของมัน หมายความว่าการสร้างและรักษากลุ่มที่สามารถสื่อสารกับด่านอื่นในนี้นั้นเป็นไปไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ก็ยังคงมี "กลุ่ม" บนด่าน 196 ที่ถูกส่งเข้าไปโดยกลุ่มภายในแบ็กรูมส์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่ม M.E.G. อยู่ อาจจะมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่มาถึงด่าน 196 เพื่อทำฟาร์มเสบียงแบบสุ่มและกลับไปยังฐานของพวกเขา อย่างไรก็ตาม กลุ่มเดียวที่ได้รับการยืนยันว่าทำสิ่งนี้ในปัจจุบันก็คือกลุ่ม B.N.T.G.

B.N.T.G. สินทรัพย์ 0196 นักสะสมทรัพยากร

B.N.T.G. มีบุคคลอย่างน้อยเจ็ดคนในบัญชีเงินเดือนที่ได้รับการจัดสรรเป็นพิเศษเพื่อใช้ชีวิตระยะยาวอยู่ในด่าน 196 พวกเขาจะบรรทุกอาหารเบี้องต้นที่ใช้ได้หลายสัปดาห์ ถุงนอน และอาวุธเบี้องต้นสำหรับการเดินทางกลับ บุคคลเหล่านี้ส่วนใหญ่ทำงานอย่างสันโดษและกิน นอน และหาอาหารในด่าน 196 เป็นเวลาหลายสัปดาห์ติดต่อกัน พวกเขาจะสำรวจโลกที่หลากหลายเพื่อเก็บวัตถุที่สมบูรณ์แบบจากแต่ละประตูที่พวกเขาเข้าถึงกลับมา

พนักงานได้รับคำสั่งให้ออกจากด่าน 196 หลังจากที่กระเป๋าของพวกเขาเต็มไปด้วยสิ่งของที่ร้องขอครบถ้วนแล้วเท่านั้น และได้รับค่าจ้างเบี้องต้นเป็น 309 เครดิตมาตรฐานต่อวันที่พวกเขาอยู่ห่างจากฐานใดก็ตามที่พวกเขามาจาก โดยจะเพิ่มขึ้น 50 เครดิตต่อ วันที่พวกเขาหายไปถ้ากระเป๋าของพวกเขานั้น "จุเต็มทั้งกระเป๋า" ตามความเห็นของบุคคลระดับต่ำที่ทำงานใน B.N.T.G นี่เป็นคำกล่าวโดยพลการ และแทบไม่เคยมีใครที่ทำงานเสร็จสิ้นที่จะได้รับเครดิตเพิ่มเติมนี้

ข้อมูลนี้ไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดจนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ โดยที่กลุ่ม M.E.G. และ B.N.T.G. ได้ทำการเจรจาอย่างเป็นทางการครั้งแรกหลังจากการแยกกลุ่มเมื่อหกปีที่แล้วเพื่อตัดสินว่าใครจะได้รับอนุญาตให้สำรวจพื้นที่ของความผิดปกติใหม่ที่เพิ่งจะทำให้ด่าน 13 ล่มสลายลง การเจรจาสิ้นสุดลงโดยที่กลุ่ม B.N.T.G. จะทำการร่วมมือกับกลุ่ม M.E.G. เป็นการชั่วคราว เพื่อช่วยตรวจสอบความผิดปกติที่เกิดขึ้นในด่านดังกล่าวซึ่งก็ยังไม่ถูกเปิดเผยในปัจจุบัน ซึ่งก็ยังคงถูกตรวจสอบอยู่โดยทั้งสองฝ่ายและกลุ่มอื่นๆในขณะที่เขียนอยู่นี้

ทางเข้าและทางออก

ทางเข้า

ทางออกไปยังด่าน 196 ไม่ว่าจะมีความหลากหลายเพียงใด แต่ก็มักจะทำให้ผู้พเนจรเข้าไปในโถงทางเดินของด่านนี้โดยสุ่มอย่างสิ้นเชิงเสมอ นี่เป็นการตัดสินใจต่อคน ซึ่งหมายความว่ากลุ่มที่เข้าสู่ด่าน 196 จะถูกตัดการเชื่อมต่อจากกันทันที แม้ว่าการกลับมารวมตัวกับกลุ่มของตัวเองจะเป็นไปได้ แต่ก็ไม่น่าจะเป็นไปได้อย่างยิ่งเนื่องจากโถงทางเดินในด่านนั้นมีความยาวที่ไม่มีสิ้นสุด นอกจากนี้ ทางเข้าทั้งหมดนั้นไม่สามารถถูกใช้เป็นทางออกแบบย้อนกลับได้ เนื่องจากทางออกใดก็ตามที่เคยถูกใช้อยู่ก่อนหน้านี้จะหายไปเมื่อมันถูกใช้งาน

  • การเข้าไปยังด่าน 196 สามารถทำได้จากด่าน -1 เนื่องจากประตูบางบานตามโถงทางเดินขาวดำสามารถที่จะมีลวดลายพรมของด่านนี้ที่ถูกทาไว้ด้านบนได้
    • ในทำนองเดียวกันกับทางเข้าของด่าน -1 ประตูภายในด่าน 21 ที่มีสัญลักษณ์เดียวกันทุกประการก็จะนำไปสู่ด่าน 196 เช่นกัน
  • ภายในด่าน 88 ซึ่งเป็นด่านที่ไม่แตกต่างไปจากด่าน 196 มาก รูปแบบพรมแบบสุ่มที่ปรากฏภายในด่านสามารถที่จะแสดงโครงร่างที่จางมากของเครื่องหมายพรมเดียวกันภายในโถงทางเดินของด่าน 196 ได้ หากมีใครได้ก้าวเท้าเหยียบเครื่องหมายนี้ ผู้ที่จะเหยียบโนคลิปเข้าสู่ด่านนี้
  • ประตูใดๆภายในด่าน 109 ที่มีป้ายกำกับอยู่ ไม่ว่าเนื้อหาจะบรรยายถึงอะไรก็ตาม15 จะนำไปสู่ด่าน 196 หากถูกเข้า
  • ทางเข้าสุดท้ายสู่ด่าน 196 ก็คือจากทางเดินในบ้านริมชายหาดของด่าน α โดยที่ช่องว่างภายในของรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มีอยู่ทั่วไปบนเพดานสามารถถูกดันกลับออกไปเพื่อเผยให้เห็นหลุมสีดำขนาดใหญ่บนเพดานได้ ถ้าเกิดว่ามีวิธีในการปีนเข้าไปในช่องว่างเหล่านี้ มันจะนำไปสู่ด่าน 196

ทางออก

แม้ว่าจะมีทางออกมากกว่ารายการด้านล่างอย่างไม่ต้องสงสัย แต่การค้นหาทางออกที่ทราบในปัจจุบันมักเป็นเรื่องง่าย ซึ่งแตกต่างจากทางเข้าประตูปกติภายในด่าน 196 ทางออกสามารถปรากฏได้หลายครั้ง (บางครั้งอาจปรากฏขึ้นข้างๆกันเลยด้วยซ้ำ) ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากต่อนักสำรวจในการทำความเข้าใจว่าสิ่งใดเป็นทางออกจากไปสู่ด่านอื่นและสิ่งใดเป็นทางออกจากโลก

  • ประตูที่มีป้ายที่มีข้อความคล้ายกับ "-> | <- " จะพาเข้าไปในห้องเริ่มต้นภายในด่าน 715 เสมอ
  • ด่าน 7 สามารถถูกเข้าถึงได้ผ่านป้ายสีน้ำเงินใดๆที่มีรูปน้ำนิ่งอยู่ โดยทั่วไปจะถูกแสดงด้วยรูปแบบคลื่นที่คล้ายคลึงกับ "~~~~" การเข้าประตูที่มีลายคลื่นหรือน้ำรูปทรงอื่น16จะไม่นำไปสู่ด่าน 7 แต่จะนำไปสู่โลกของพวกมันแทน
  • ป้ายใดๆที่แสดงตัวหมากที่มีลักษณะคล้ายกับตัวหมากรุก ซึ่งไม่มีความคล้ายคลึงกับตัวหมากรุกปกติที่ใช้ในเกมแบบดั้งเดิมเป็นตัวบ่งชี้ว่าประตูที่ถูกจัดสรรไว้ของมันจะนำไปสู่ด่าน 15717 ป้ายประตูใดๆที่มีลักษณะคล้ายตัวหมากทั่วไปมักจะเปิดออกไปสู่ภูมิประเทศที่สร้างขึ้นจากหมากดังกล่าว แทนที่จะเป็นทางออกจากด่าน
  • ป้ายประตูใดๆที่ไม่มีข้อความหรือภาพจะมีประตูอยู่ใกล้ๆซึ่งจะนำไปสู่ด่าน 197 และพาออกไปสู่โซนที่เกี่ยวข้องซึ่งเป็นสีที่ใกล้กับป้ายมากที่สุด โปรดทราบว่าป้ายที่ไม่มีสีตรงกับสีโซนของด่าน 197 จะไม่นำไปสู่ด่านดังกล่าว และจะนำไปสู่โลกแทน
  • สามารถเข้าไปยังด่าน 202 ได้ทางประตูที่มีป้ายคล้ายแท่งชอล์กที่ใช้เขียนติดอยู่ ป้ายเหล่านี้มักจะมีเส้นกระจายออกมาจากแท่งชอล์กเพื่อเลียนแบบออร่าการเปล่งประกาย ซึ่งทำให้ทางออกของด่าน 202 แตกต่างจากป้ายอื่นๆ ที่มีลายชอล์ก
  • ท้ายที่สุด ป้ายสีขาวใดๆ ที่มีภาพตัดปะของเปลวไฟ ดอกไม้ หยดน้ำ หรือเมฆพิมพ์ลงบนป้ายเหล่านั้น จะนำไปสู่ ​​ด่าน 368, ด่าน 369, ด่าน 37, และด่าน 371 ตามลำดับ

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License