ด่าน 2 - "อุโมงค์ที่ถูกละทิ้ง"
คะแนน: +5+x


Info

"ฉันคิดว่าด่าน 2 ดูดีขึ้นกว่าที่เคยเป็นมา เอาจริงๆ มันก็ทำง่ายนะ คุณเพียงแค่ต้องมองสิ่งต่างๆ อย่างเป็นกลาง มองหาสิ่งที่คุณไม่ต้องการและตัดมันออกไป"

เดิมสร้างโดย u/M654z
ภายหลังเขียนใหม่โดยผู้ใช้ 1000dumplings1000dumplings.
ผู้เขียนปัจจุบันและความเป็นเจ้าของอยู่ภายใต้ Boring Talking X_X
เนื่องจากเขาเป็นเจ้าของด่านย่อยของด่าน 2 RestarttWritesRestarttWrites ได้เขียนส่วนย่อยสำหรับด่าน 2.2.
แปลโดย Guy777Guy777
แก้ไขโดย maicraftmaicraft

Other pages by me
Levels Level 2 | Level 4.4 | Level 11 | Level 13 | Level 19 | Level 22 | Level 25 | Level 38 | Level 41 | Level 74 | Level 82 | Level 100 | Level 106 | Level 108 | Level 111 | Level 120 | Level 134 | Level 145 | Level 174 | Level 179 | Level 185 | Level 196 | Level 206 | Level 208 | Level 320 | Level 368 | Level 369 | Level 370 | Level 371 | Level 409 | Level 421 | Level 427 | Level 445 | Level 511 | Level 557 | Level 587 | Level 600 | Level 602 | Level 603 | Level 605 | Level 606 | Level 607 | Level 608 | Level 609 | Level 669 | Level 713 | Level 790 | Level 812 | Level 910 | Level 948 | Level 998 | Level 999 | Blue Channel | The Middlesorts | The Frontrooms | PA98 |
Entities Entity 1* | Entity 40 | Hypothetical Creator |
Phenomena Phenomenon 31 |
Objects Object 22 |
Tales A Late Letter to a Late Friend | Case Closed | J. Doe and His Night With Your Mom | Permission Overwritten | The War For Scene-01.1 |
The playground Click me! |

ความยากในการเอาตัวรอด:

ระดับ 3

  • {$one}
  • {$two}
  • {$three}
2first.jpg

ภาพปัจจุบันของด่าน 2 ถ่ายโดย ผู้ดูแล-C ที่เพิ่งเสียชีวิตไป แม้ว่าภาพถ่ายของแมคคีน่าจะมีมาก่อนภาพนี้ แต่ภาพนี้ก็เป็นหนึ่งในภาพที่เป็นที่รู้จักมากที่สุด

ด่าน 2 ครั้งหนึ่งเคยถูกมองว่าเป็นหนึ่งในด่านหลักของแบ็กรูมส์ มันมีลักษณะเป็นชุดของอุโมงค์ซ่อมบำรุงที่แม้จะซับซ้อนแต่ก็ยังเป็นแบบยุคลิด ซึ่งในอดีตเคยถูกใช้สำหรับจุดประสงค์ต่างๆ

คำอธิบาย

โครงสร้างทางกายภาพของด่าน 2 ถึงแม้จะซับซ้อน แต่ก็มีลักษณะในการออกแบบบางประการที่คล้ายคลึงกัน ซึ่งทำให้สามารถมีการเขียนแผนที่ขึ้นได้ ตัวอุโมงค์เองแม้จะไม่ได้มีรูปแบบโครงสร้างที่เคร่งครัด แต่ทั้งหมดก็จะหักโค้งที่มุม 45 องศา เสมอ โดยความยาวคร่าวๆของอุโมงค์เหล่านี้มักจะถูกวัดได้เป็นส่วนคูณของ 5 เมื่อทำการวัดในระบบเมตริก

นอกจากนี้ อุโมงค์ต่างๆก็มักจะค่อนข้างคับแคบ เนื่องจากขนาดแรกเริ่มของอุโมงค์ หรือด้วยเครื่องจักร สายไฟ หรืออุปกรณ์อุตสาหกรรมอื่นๆ ที่ถูกติดไว้ตามผนังและเพดาน กำแพงนั้นถูกประกอบขึ้นมาจากคอนกรีตที่สกปรกและเสื่อมสภาพ หรือในบางพื้นที่ก็จะถูกประกอบขึ้นจากอิฐ ซึ่งก็มักจะมีสีน้ำตาลปนโคลนหรือสีดำ พื้นผิวของผนังทั้งหมดนั้นเป็นสีขาวขุ่น และมักจะทิ้งผงแป้งไว้บนนิ้วมือเมื่อสัมผัส ในทางเดินที่แคบมากๆ มันก็จะเปื้อนเสื้อผ้าและผิวหนังของผู้ผ่านอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

2piping.jpg

ทางเดินแคบๆ ของด่าน 2 ซึ่งถูกทำให้แคบขึ้นไปอีกโดยท่ออุตสาหกรรมขนาดใหญ่ทางด้านขวาสุดของภาพ

ในโถงทางเดินส่วนใหญ่ของด่าน ผนังสีลอกเหล่านี้ก็มักจะถูกกีดขวางด้วยเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่นานๆครั้งจะใช้งานได้ ท่อและเครื่องจักรเหล่านี้ แม้ว่าจะได้รับการระบุว่าเป็นเครื่องจักรประเภทต่างๆจริงจากกลุ่ม M.E.G แต่ก็ไม่ได้ทำงานควบคู่กันแต่อย่างใด ในทางกลับกัน เครื่องจักรเหล่านี้แต่ละเครื่องจะถูกวางในตำแหน่งสุ่มๆ ทั่วทั้งด่าน 2 และก็ไม่ได้มีจุดประสงค์ใดไปมากกว่าการเชื่อมต่อเข้าด้วยกันโดยท่อและไฟฟ้าที่ใช้งานได้ ในยุคปัจจุบัน เครื่องจักรเหล่านี้มักจะสร้างเสียงหวืออยู่ภายในเครื่อง ราวกับว่ามันเป็นเครื่องจักรที่มีข้อบกพร่อง นอกจากนี้ เครื่องจักรแต่ละเครื่องก็มักจะถูกเชื่อมต่อกันด้วยท่อที่ยาวและหนาเพื่อถ่ายเทของเหลว ไฟฟ้า ก๊าซ หรือแม้กระทั่งวัตถุที่เป็นของแข็ง

สามารถที่จะพบรถเข็นพื้นเรียบได้ทั่วไป ซึ่งพวกมันก็มักจะมีสิ่งของต่างๆ เช่น ชิ้นส่วนเครื่องจักรเบ็ดเตล็ด, ถังน้ำมัน,1 กล่องโลหะ, กระดาษแข็ง, และไม้ ซึ่งจะเต็มไปด้วยวัสดุที่เหมาะสำหรับการนำไปใช้สร้างที่อยู่อาศัยอยู่ เศษกระดาษ เครื่องมือเก่าๆ และเศษแก้วจากหลอดไฟเก่าๆ กระจายไปทั่วพื้นของด่านในพื้นที่สุ่มๆ จนทำให้เกิดเป็นอันตรายสำหรับผู้พเนจรที่ไม่มีรองเท้าดีๆใส่


2fluorescent2.jpg

ชุดของหลอดฟลูออเรสเซนต์ที่มีสีต่างกัน 2 ดวงซึ่งพบในพื้นที่มืดของด่าน 2

2door.jpg

ประตูทั่วๆไปภายในด่าน 2 พื้นที่ภายในทั้งหมดปราศจากซึ่งเฟอร์นิเจอร์

ในลักษณะเดียวกันกับด่านตั้งแต่ 0 จนถึง 4 พื้นที่ส่วนใหญ่ของด่าน 2 นั้นจะถูกส่องสว่างด้วยหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ทั่วไป โดยมันก็จะส่องแสงในเฉดสีขาวและส้ม บ่อยครั้งที่สายไฟสำหรับไฟเหล่านี้มักจะไม่มีฉนวนหุ้ม2 ซึ่งก็ได้ทำให้มีกลุ่มต่างๆ เข้ามาเก็บเกี่ยวทองแดงของด่าน และในบางครั้งก็ตัวหลอดไฟเองด้วย แสงสว่างในด่าน 2 ไม่ได้ถูกกระจายไปตามด่านอย่างสม่ำเสมอ บางพื้นที่จึงถูกทิ้งเอาไว้ในความมืด

เนื่องจากลักษณะของสายไฟที่เหมือนจะใช้วงจรอนุกรมแทนที่จะเป็นวงจรขนาน3 ทำให้ระบบไฟนั้นสามารถขัดข้องได้ง่าย ซึ่งก็สามารถเกิดขึ้นได้จากสาเหตุหลายประการ ตั้งแต่การกระทำโดยอุบัติเหตุหรือเจตนา หรือแม้แต่การแทรกแซงของเอ็นทิตี้ อย่างไรก็ตาม หากหลอดไฟหรือสายไฟเส้นใดเส้นหนึ่งเสียหายจากสาเหตุใดๆ ก็ตาม ไฟทั้งหมดในพื้นที่นั้นๆก็จะถูกปิดใช้งานทันที ซึ่งจะทำให้พื้นที่ของด่าน 2 ที่ใกล้เคียงตกอยู่ในความมืด พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบนั้นก็มักจะเป็นแบบสุ่ม เนื่องจากที่ไม่มีตัวบ่งชี้ที่สามารถระบุได้อย่างง่าย ว่าส่วนไหนของด่าน 2 จะเชื่อมต่อไปยังส่วนใดของวงจร


ผนังซึ่งไม่ได้ถูกปกคลุมไปด้วยสายไฟและท่อจะมีประตูที่จะมีสี, วัสดุ, ขนาด, และประเภทที่แตกต่างกันไป ลักษณะ "ปกติ" ของประตูเหล่านี้มักจะทำขึ้นจากเหล็ก และทาทับด้วยโทนสีอุตสาหกรรมต่างๆ ประตูเหล่านี้จะมีสิ่งประดับประดาต่างๆติดไว้ด้านบน โดยทั่วไปแล้วจะเป็นลวดลาย, ตัวล็อค, ป้าย, สัญลักษณ์ที่ถูกพ่นเอาไว้, หรือหน้าต่าง ไม่ทราบว่ามีกี่อันที่ถูกสร้างขึ้นโดยตัวด่านเอง หรือกี่อันที่ถูกสร้างขึ้นโดยเจตนา

ปกติแล้วประตูเหล่านี้ส่วนใหญ่จะถูกล็อคเอาไว้ แต่สำหรับประตูที่ไม่ได้ล็อคและไม่ได้นำไปสู่ด่านอื่นๆ มันก็มักจะเปิดเข้าไปสู่ความเป็นไปได้ต่างๆมากมาย ซึ่งบางส่วนได้แก่:

  • โถงทางเดินและห้องขนาดต่างๆ ซึ่งจะมีอุปกรณ์อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ กล่องไม้บรรจุเสบียง เครื่องคอมพิวเตอร์ แต่ที่มักจะพบกันบ่อยๆก็คือห้องเปล่าๆ
    • ห้องเหล่านี้เคยถูกใช้เป็นที่อยู่อาศัย แต่ปัจจุบันนั้นถูกใช้เพื่อเข้าถึงอินเทอร์เน็ตแค่อย่างเดียว มีการสันนิษฐานว่าห้องเหล่านี้ในภายหลังได้ถูกดัดแปลงให้กลายเป็นพื้นที่สำนักงาน EL3A อย่างไรก็ตาม ไม่มีบันทึกที่หลงเหลืออยู่ที่จะสามารถยืนยันหรือปฏิเสธว่ามีการดัดแปลงพื้นที่ใดๆเกิดขึ้นได้
  • โถงทางเดินโถงหนึ่งหรือหลายโถง ที่จะวนกลับไปสู่ประตูบานเดียวกันที่ถูกใช้เข้ามา
  • ห้องเดี่ยวที่มีขนาดแตกต่างกันไป โดยปกติจะเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสหรือสี่เหลี่ยมผืนผ้าทั่วไป มีวัตถุและเฟอร์นิเจอร์เหมือนกับที่ถูกกล่าวถึงไปในหัวข้อย่อยแรก เหมือนกับห้องในรูปแบบแรกพวกมันมักจะไม่ได้การตกแต่งแต่อย่างใด
    • คาดว่าหนึ่งในห้องเหล่านี้ได้ถูกนำไปใช้ในการก่อสร้างพื้นที่สำนักงาน EL3A ในเวลาถัดมา
  • สำหรับประตูส่วนใหญ่ที่ถูกล็อคเอาไว้ และสำหรับประตูนั้นๆที่มีหน้าต่างติดอยู่ด้วย ซึ่งมีจำนวนน้อยลงไปอีก มุมมองอีกด้านของประตูเหล่านี้จะเป็นความว่างเปล่าสีดำสนิท โดยทั่วไปแล้วห้องในรูปแบบนี้จะไม่สามารถเข้าถึงได้เนื่องที่ประตูถูกล็อกเอาไว้ อย่างไรก็ตาม การพัฒนาอย่างหนักหน่วงของด่าน 2 ก็ได้ทำให้ประตูบางบานถูกปลดล็อกออกอย่างไร้เหตุผล
    • พื้นที่ภายในความว่างเปล่าเหล่านี้เป็นพื้นที่กว้างยาวไร้ขอบเขต โดยที่ไม่คำนึงถึงขนาดภายนอกของโถงทางเดิน เป็นเรื่องง่ายที่จะหลงทางและจบชีวิตลงในความว่างเปล่าที่ไม่มีแสงสว่างและไร้ขอบเขตเหล่านี้ ไม่แนะนำให้เข้าไปภายในพื้นที่เหล่านี้

ฐาน ด่านหน้า และชุมชน

เป็นเวลาหลายร้อยปีมาแล้วที่ด่าน 2 ทำหน้าที่เป็นจุดเชื่อมต่อให้กลุ่มต่างๆได้มาบรรจบเข้าในพื้นที่เดียวกัน ภูมิทัศน์ของมันคือพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการพยายามตั้งถิ่นฐานเนื่องจากลักษณะที่เป็นศูนย์กลางให้กับด่านต่างๆหลายๆด่าน ซึ่งในหลายๆด่านนั้นก็มีอาหารและน้ำอยู่ และการที่ผู้คนจำนวนมากเข้าสู่ด่าน 2 โดยตรงจากฟรอนท์รูมท์ ซึ่งก็ได้ทำให้เกิดกลุ่มการกุศลขึ้นหลายๆกลุ่มภายในด่าน 2 ที่จะคอยช่วยขัดเกลาผู้พเนจรคนใหม่ๆให้ปรับตัวเข้ากับวิถีชีวิตใหม่ที่ถาวรของพวกเขาได้

ด่าน 2 เป็นบ้านของกลุ่มต่างๆ มากมายในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มากเกินไปที่จะนับทุกกลุ่มที่ถูกบันทึกไว้ได้ ตั้งแต่กลุ่มเล็กๆ ที่ไม่สำคัญอะไร จนไปถึงกลุ่มเศรษฐศาสตร์อุตสาหกรรมกลุ่มใหญ่ที่สุด ดังนั้นจึงมีรายชื่อเฉพาะของกลุ่มที่สำคัญและน่าจดจำเท่านั้น

แมคคีน่า

macchina.png

ภาพวาดที่ถูกวาดด้วยมือของเหล่าแมคคีน่า คาดว่าหลักฐานภาพถ่ายตัวบุคคลนั้นสูญหายไปตามกาลเวลา

ด้วยข้อยกเว้นของกลุ่มผู้หลงทาง ซึ่งเคยอาศัยอยู่ที่ด่าน 2 เมื่อหลายศตวรรษก่อน แมคคีน่าเป็นหนึ่งในผู้ตั้งถิ่นฐานกลุ่มแรกสุดที่ได้ถูกบันทึกไว้ของด่าน 2 พวกเขาเริ่มต้นจากการเป็นเผ่าพันธุ์ของสัตว์ที่เรียบง่ายในช่วงปลายปี 1,000 ปีก่อนสากลศักราช หลังจากนั้นจึงวิวัฒนาการสติปัญญา และก้าวข้ามสัญชาตญาณอันเรียบง่ายของพวกเขาไป จากจุดนี้แมคคีน่าก็เริ่มแพร่กระจายและอาศัยอยู่ตามด่านต่างๆทั่วแบ็กรูมส์ หากข้อมูลหลักๆเกี่ยวกับพวกเขาสามารถเชื่อถือได้ พวกเขาก็ได้ทำการครอบครองด่านต่างๆมาก่อนกลุ่มผู้สูญหาย และที่สำคัญที่สุดสำหรับบทความนี้ บ้านหลักของพวกเขานั้นอยู่ที่ด่าน 2

ในหลายๆด้าน ที่นี่ก็เป็นฐานหลักที่สมบูรณ์แบบสำหรับแมคคีน่า แมคคีน่าได้เริ่มสร้างการปรับปรุงทางไซเบอร์เนติกส์ซึ่งประกอบขึ้นด้วยชุดเกราะหนาเทอะทะ ที่ก็ได้กลายมาเป็นสิ่งสำคัญต่อวัฒนธรรมของพวกเขา ในการสร้างชุดเกราะเหล่านี้ ซึ่งจะมีรายละเอียดมากกว่านี้ในบทความหลักของแมคคีน่า พวกเขาได้ถอดเครื่องจักรส่วนใหญ่ของด่าน 2 ออกและปรับเปลี่ยนพวกมันตามความต้องการของตนเอง

2macchinahome.jpg

พื้นที่ที่เคยมีแมคคีน่าอยู่อาศัย เครื่องมือและชิ้นส่วนแปลกๆต่างๆ ได้ถูกทิ้งเอาไว้ก่อนที่พวกเขาจะสูญพันธุ์

แม้ว่าแมคคีน่าจะอาศัยอยู่ในด่าน 2 มาหลายศตวรรษ แต่ก็ไม่เคยมีการค้นพบเมืองหลวงใดๆของพวกเขาเลย อย่างไรก็ตาม ก็มีการสันนิษฐานว่ามันอาจจะมีอยู่ในสักแห่งหนึ่ง ได้มีการค้นพบเมืองร้างขนาดใหญ่ที่อยู่ใกล้กับทางออกไปยังด่าน 811 ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา4 แต่ก็ไม่ทราบว่ามันมีความสำคัญมากแค่ไหนต่อพวกเขา

จุดจบของเหล่าแมคคีน่านั้นเกิดจากการที่พวกเขาใช้ทรัพยากรภายในด่าน 2 ไปอย่างสุรุ่ยสุร่าย การลดน้อยลงของทรัพยากรได้ส่งผลกระทบต่อพวกเขาอย่างหนัก การที่พวกเขาไม่สามารถสร้างชุดเกราะใหม่ทำให้จำนวนของพวกเขาลดลงอย่างน่าตกใจ ในช่วงเวลาเพียงแค่สามสิบปี จำนวนประชากรของแมคคีน่าก็ลดลงจนเหลือแค่เลขสองหลักจากฐานทั้งหมดของพวกเขาทั่วแบ็กรูมส์ และจนถึงทุกวันนี้ก็ไม่มีใครพบเห็นแมคคีน่าอีกเลยตั้งแต่ช่วงปี 18505

ในช่วง 200 ปีนับตั้งแต่การล่มสลายของอารยธรรมแมคคีน่า ด่าน 2 ได้ค่อยๆ "สร้าง" เครื่องจักรที่ถูกถอดออกไปขึ้นมาใหม่ แต่กระบวนการฟื้นฟูนี้ก็ได้ก่อให้เกิดความไม่ปะติปะต่อกันในเครื่องจักรต่างๆ

เหตุการณ์ไฟดับ

2dark.jpg

สภาพของด่าน 2 หลังจากการลัดวงจรโดยสมบูรณ์ของมัน

เหตุการณ์ไฟดับนี้หยุดการทำงานทั้งหมดภายในด่าน 2 และก็ตัดเส้นทางไปยัง ด่าน 126 และ ด่าน 81110 ท่อของด่าน 2 เริ่มตันจากสิ่งของที่พวกมันขนส่ง ทำให้ท่อบางส่วนแตก รั่ว และเหม็นฉุนไปด้วยกลิ่นเน่าของสิ่งต่างๆภายในนั้น

แสงไฟที่มีอยู่มากมายภายในด่าน 2 ดับลงในทันที หากไม่หยุดการทำงานก็ระเบิดออก ได้มีการมอบไฟฉายจำนวนมากให้กับกลุ่มคนที่ต้องการจะสำรวจด่าน 2 หลังจากที่ข่าวเกี่ยวกับความเสียหายได้แพร่กระจายออกไป ทางเข้าหลายๆทางถูกปิดกั้น และบางส่วนก็หยุดทำงานเมื่อไม่มีกระแสไฟฟ้า โดยประตูบางบานที่เคยถูกล็อกไว้ของด่าน 2 ก็เปิดออก

เหตุการณ์ไฟดับนี้กินเวลาไปกว่าสองปี โดยที่จู่ๆทุกชีวิตก็หลั่งไหลกลับเข้าสู่ด่าน 2 อีกครั้ง หลอดไฟเริ่มกลับมาส่องสว่าง ท่อเริ่มกลับมาขนส่งวัตถุผิดปกติ และเครื่องจักรก็ค่อยๆเริ่มกลับมาทำงานอีกครั้ง ระบบรถรางที่กลุ่ม B.N.T.G. สร้างขึ้นได้ถูกทิ้งร้าง ส่วนตัวกลุ่มเองก็ได้ย้ายจากฐานชั่วคราวของพวกเขาในด่าน 4 กลับเข้าไปยัง EL3A อย่างเงียบๆ

ยังมีบางส่วนของด่าน 2 ที่ยังคงติดอยู่ภายในสถานะไฟตก ซึ่งพื้นที่นั้นก็มีไฟเพียงไม่กี่ดวงที่ใช้งานได้ เนื่องจากการค้นพบของด่านที่เอื้ออำนวยต่อการอยู่อาศัยมากกว่า เช่น ด่าน 11 หรือด่าน 186 กลุ่มใหญ่และกลุ่มย่อยจำนวนมากจึงเลือกที่จะย้ายไปยังด่านที่มีมาตรฐานการครองชีพและเสบียงอาหารที่ดียิ่งขึ้น ถึงแม้ว่ากลุ่ม B.N.T.G. ยังคงใช้พื้นที่สำนักงาน EL3A เป็นฐานปฏิบัติการหลักอยู่เหมือนเดิม แต่ไม่มีกลุ่มที่โดดเด่นใดๆอาศัยอยู่ภายในด่าน 2 นับตั้งแต่เกิดที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น

เอ็นทิตี้

เนื่องจากที่ด่าน 2 จะได้รับการสำรวจและทำแผนที่อยู่บ่อยครั้ง จึงมีการบันทึกเอ็นทิตี้ทั่วไปและเอ็นทิตี้เฉพาะด่านหลากหลายตัวที่อยู่ภายในด่านนี้ นอกจากนี้ ด้วยความที่ด่าน 2 นั้นครั้งหนึ่งเคยเป็น "ศูนย์กลางทางสังคม" เอ็นทิตี้จำนวนมากที่รู้จักกันดีในยุคปัจจุบัน เดิมทีก็จะถูกค้นพบขึ้นที่นี่

ทางเข้าและทางออก

เนื่องจากที่มีความเข้าใจในด่าน 2 เป็นอย่างดีในช่วงสองสามทศวรรษที่ผ่านมา จึงได้มีการค้นพบทางเข้าและทางออกที่มากมายซึ่งนำไปสู่ด่านปกติ ด่านย่อย และด่านลึกลับอื่นๆ

ทางเข้า

ด่าน 2 จะสามารถถูกเข้าถึงได้ง่ายที่สุดจากด่าน 1 ผ่านทางเดินที่เหมือนจะยาวออกไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด มีผู้พเนจรหลายๆคนที่ได้เข้าสู่ด่าน 2 โดยตรงจากฟรอนท์รูมส์ ข้ามด่าน 0 ที่เทียบได้กับนรกไป

ทางออก

ทางออกจากด่าน 2 ที่เป็นที่รู้จักมากที่สุด ค้นหาง่ายที่สุด และถูกใช้บ่อยที่สุดมาในรูปแบบของทางออกไปยังด่าน 1, ด่าน 3 และบ่อยครั้งแม้กระทั่งด่าน 4 ซึ่งทั้งหมดนี้อยู่ในรูปของประตูที่ไม่ได้ถูกล็อคเอาไว้ ทางออกเหล่านี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงไม่กี่ปีมานี้เป็นจุดสังเกตได้ง่ายเป็นพิเศษ เนื่องจากผู้พเนจรในปีที่ผ่านมามักจะทิ้งป้ายหรือคำจารึกไว้ตามผนังของประตูที่ผิดปกติซึ่งนำไปสู่ด่านที่สูงกว่าเหล่านี้

ถึงแม้จะไม่ได้มีทางออกทั้งหมดของด่าน 2 อยู่ แต่วิธีส่วนใหญ่ในการออกจากด่าน 2 นั้นมาจากประตูผิดปกติต่างๆ ที่สามารถพบเห็นได้กึ่งบ่อยครั้ง เพื่อประโยชน์ในการจัดหมวดหมู่ ส่วนทางออกจึงได้แบ่งออกเป็นหลายส่วน




Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License