ความยากในการเอาตัวรอด:
ระดับ 3
- {$one}
- {$two}
- {$three}
มุมมองที่ชัดเจนของระนาบอาคารที่ไม่มีที่สิ้นสุดจากหน้าต่างของอาคารที่อยู่ใกล้กับศูนย์กลางของด่านนี้
ตัวอย่างเล็กๆของอาคารนับไม่ถ้วนในด่าน 208
คำอธิบาย
ด่าน 208 มีลักษณะคล้ายกับเมืองที่ไม่มีที่สิ้นสุด ซึ่งก็เป็นหนึ่งในเมืองที่มีความหนาแน่นมากกว่าด่านเมืองอื่นๆส่วนใหญ่ ตัวอาคารนั้นค่อนข้างที่จะสูง แต่ละตึกจะมีความสูงที่ไม่ต่ำกว่าเจ็ดชั้น โดยอาคารที่อยู่บริเวณศูนย์กลางของด่านจะมีขนาดใหญ่ที่สุด ตัวอาคารชวนให้นึกถึงอาคารต่างๆจากทิวทัศน์เมืองของสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะบริเวณแมนฮัตตันในนครนิวยอร์ก1 เช่นเดียวกับสิ่งปลูกสร้างอื่นๆที่เป็นตัวแทนของมันในโลกแห่งความเป็นจริง สิ่งปลูกสร้างเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นมาจากคอนกรีต อิฐ และกระจกที่ยึดติดกันอย่างแน่นหนา โดยจะมีพื้นที่ที่ถูกกำหนดไว้อย่างชัดเจนในทุกๆชั้น
แม้ว่าด่าน 208 จะเป็นด่านที่ไม่มีที่สิ้นสุด แต่มันก็มีพื้นที่ "ตรงกลาง" ที่ชัดเจนซึ่งผู้พเนจรที่มาถึงทุกคนจะได้เข้ามายัง ตรงกันข้ามกับทิวทัศน์เมืองที่มีตึกสร้างขึ้นน้อย พื้นที่ส่วนกลางนั้นมีสิ่งปลูกสร้างที่อัดอยู่รวมกันอย่างหนาแน่นซึ่งก็มีความสูงที่เท่ากับตึกระฟ้าแบบดั้งเดิม ถนนซึ่งมีอยู่เพียงเล็กน้อยนั้น จะเริ่มบางลงเมื่อได้เข้าใกล้กับจุดศูนย์กลางของด่าน 208 และค่อยๆลดขนาดลงจนถึงจุดที่ไม่มีอยู่ระหว่างอาคารที่สูงที่สุด ส่งผลให้ตึกระฟ้าต้องดันและแย่งชิงพื้นที่กัน ทำให้เกิดความเสียหายต่อโครงสร้าง
ถึงด่าน 208 จะไม่มีโครงสร้างที่ไม่เป็นยุคลิดและสถานที่สำคัญในโลกจริงที่พบได้ภายในฟรอนท์รูมส์ แต่ภูมิศาสตร์ของด่าน 208 ก็มีความคล้ายคลึงกับด่าน 11 เป็นพิเศษ ความเชื่อนี้ทำให้ในการค้นพบครั้งแรกผู้คนเชื่อว่าด่าน 208 นั้นเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของด่าน 11 เท่านั้น อย่างไรก็ตาม ได้มีการค้นพบความแตกต่างที่สำคัญระหว่างด่าน 208 และด่าน 11 ซึ่งก็ได้ทำให้ M.E.G. รับรู้ถึงความแตกต่างระหว่างทิวทัศน์เมืองทั้งสองแห่ง
อีกรูปหนึ่งของด่าน 208 ซึ่งมีหลังคาเดี่ยวๆอยู่และบันไดทางเข้าเดียวที่นำไปสู่ด้านในของมัน
ภาพมุมกว้างของอาคารนับร้อยหลัง
แม้ว่าในตอนแรกด่าน 208 อาจจะดูเหมือนเมืองที่สามารถถูกสำรวจได้ทั่วทั้งหมด แต่ก็มีพื้นที่ที่เข้าถึงได้อยู่เพียงไม่กี่แห่งภายในด่านนี้ ซึ่งนั้นก็คือหลังคาของอาคารแต่ละหลัง รวมถึงชั้นไม่กี่ชั้นของอาคารดังกล่าว
หลังคานั้น ขึ้นอยู่กับการใช้งานโดยรวมที่ตัวอาคารมักจะถูกใช้ภายในเมืองจริงๆ จะมีส่วนเล็กๆน้อยๆอยู่มากมายและดูเหมือนว่าจะถูกใช้อาศัยมาแล้ว โดยจะมีส่วนเล็กๆน้อยๆ อย่างเช่น ช่องระบายอากาศ, ทางเข้าหลังคาสำหรับลิฟต์และบันได, ท่อ, สายไฟ, ดาวเทียม, เสาอากาศ, ขยะมูลฝอย, และในบางกรณีที่พบได้ไม่บ่อย แม้แต่หอเก็บน้ำขนาดเล็กหรือแผงโซลาร์เซลล์ แม้ว่าสิ่งของเหล่านี้จะไม่แสดงสัญญาณของการถูกละทิ้งโดยสิ้นเชิง แต่สิ่งของต่างๆ เช่น ลิฟต์, ดาวเทียม, และแผงโซลาร์เซลล์ นั้นก็ปิดการใช้งานอยู่อย่างถาวร เว้นแต่จะมีการเชื่อมต่อกับแหล่งพลังงานภายนอก การทดสอบได้แสดงให้เห็นว่าการเชื่อมต่อเครื่องใช้ไฟฟ้าเข้ากับท่อและสายไฟไม่ได้ให้ผลลัพธ์ใดๆ เนื่องจากที่พวกมันนั้นไม่มีของเหลว, ก๊าซ, หรือไฟฟ้าอยู่ อย่างไรก็ตาม มันก็เป็นไปได้ที่จะเชื่อมต่อท่อและสายไฟเข้ากับแหล่งก๊าซหรือแหล่งจ่ายไฟของตนเองได้ หากมีอุปกรณ์เพียงพอที่จะทำได้
เช่นเดียวกับเมืองต่างๆภายในฟรอนท์รูมส์ หลังคาทั้งหมดนั้นมีความสูงที่แตกต่างกันไป ซึ่งบ่อยครั้งหมายความว่าผู้คนจะต้องใช้ทางหนีไฟหรือการปีนขอบหน้าต่างเพื่อทำการสำรวจจากอาคารหนึ่งไปอีกอาคารหนึ่งให้ได้สำเร็จ ซึ่งก็เป็นไปตามที่คนๆหนึ่งจะคาดไว้ ว่าจะต้องใช้ความคล่องตัวในระดับหนึ่งจึงจะสามารถบรรลุผลได้อย่างเหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อจำเป็นต้องข้ามจากอาคารบนถนนสายหนึ่งไปยังอีกอาคารหนึ่ง ซึ่ง ณ จุดนี้จะต้องมีการวางแผนอย่างรอบคอบเมื่อจะต้องพิจารณาว่าจะต้องกระโดดเมื่อใด อย่างไร หรือแม้ว่าจะควรกระโดดตั้งแต่แรกหรือไม่ก็ตาม
เฟอร์นิเจอร์ที่มีอยู่น้อยนิด ซึ่งก็อาจดูเหมือนกับด้านในของอาคารภายในด่าน 208
การแสดงสิ่งตกแต่งที่แทบจะไม่มีอยู่เลยภายในชั้นล่างของด่าน 208
หรือในอีกทางหนึ่ง การเดินทางผ่านด่าน 208 สามารถที่จะถูกทำได้โดยการใช้พื้นที่ภายในอาคารต่างๆที่มีอยู่ภายในอาคารแต่ละหลัง พื้นที่เหล่านี้สามารถเข้าถึงได้ง่ายเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะโดยการใช้บันไดซึ่งพบได้บนหลังคาทุกหลัง หรือผ่านหน้าต่างบนบันไดหนีไฟ
อาคารแต่ละหลังได้รับการตกแต่งอย่างประปราย2 โดยมักจะมีเฟอร์นิเจอร์ขั้นพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับอาคารประเภทนั้นๆ ตัวอย่างเช่น โครงเตียงและโต๊ะเปล่าๆสำหรับห้องนอน, เคาน์เตอร์ครัวที่ไม่ได้มีเครื่องใช้ในครัวจริงๆ, ออฟฟิศแบบคอกที่ไม่มีอุปกรณ์ในการทำงานอยู่ภายใน, และโรงจอดรถหลายชั้นที่ไม่มียานพาหนะใดๆ
ยิ่งได้เดินทางลงไปภายในอาคารมากเท่าไหร่ จำนวนของเฟอร์นิเจอร์ก็จะยิ่งเบาบางลงมากเท่านั้น เฟอร์นิเจอร์ที่จำเป็นนั้นจะเริ่มลดลงเรื่อยๆ โดยจะเริ่มจากชิ้นที่ใหญ่ที่สุดและค่อยๆลดน้อยลงจนไม่มีเฟอร์นิเจอร์ในรูปแบบใดๆเหลืออยู่ การเปลี่ยนแปลงนี้มักจะเกิดขึ้นในสามถึงห้าชั้น ก่อนที่ชั้นต่อๆไปทั้งหมดจะว่างเปล่าและปราศจากซึ่งเฟอร์นิเจอร์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสูงของอาคาร ชั้นที่เหลืออยู่อีกสองสามชั้นนั้นจะว่างเปล่าไปเลยโดยสิ้นเชิง3 และจะเริ่มแสดงสัญญาณของรูปทรงเรขาคณิตที่สามารถโนคลิปผ่านได้ เช่น ความสามารถในการที่จะถูกโนคลิปผ่านผนังและพื้นได้4 เช่นเดียวกับการไม่มีผนังภายใน ในท้ายที่สุด รูปทรงทั้งหมดภายในชั้นไปจนถึงสามชั้นสุดท้ายจะสูญเสียความสามารถในการอ่อนตัวแบบยุคลิดใดๆไป และผู้ที่ได้ลงมายังชั้นล่างสุดจะเคลื่อนผ่านชั้นต่างๆลงไปจนกระทั่งพวกเขาจะถึงด้านล่าง5
อาคารเหล่านี้มักจะถูกเชื่อมต่อกันเอาไว้ด้วยประตู ทำให้มันเป็นทางเลือกที่ง่ายกว่าในการเดินทางผ่านด่านนี้มากกว่าทางหลังคา อย่างไรก็ตาม ประตูเหล่านี้ไม่เพียงแต่จะค่อนข้างที่จะมีอยู่ประปรายและไม่ได้เชื่อมต่อทุกอาคารเข้าถึงกัน แต่ความสูงที่แตกต่างกันของแต่ละอาคารก็หมายความว่าประตูเหล่านี้สามารถเปิดไปยังชั้นที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมของอาคารอื่นๆได้ ซึ่งก็สามารถทำให้และเคยทำให้ผู้คนร่วงลงและโนคลิปผ่านพื้นลงไปทันทีในขณะที่พวกเขากำลังเดินทางจากอาคารหนึ่งไปอีกอาคารหนึ่งอยู่มาแล้ว
ถนนบางๆของด่าน 208
แม้ว่าจะเบาบางกว่าอาคารต่างๆมาก แต่ถนนของด่าน 208 ก็จะมีอยู่เสมอทั่วทั้งด่าน ถนนเหล่านี้ ต่างจากในเมืองจริงๆ จะมีเลนรวมกันไม่เกิน 2 เลน โดยจะอนุญาตให้มีการจราจรได้เพียง 1 เลนในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง อย่างไรก็ตาม การที่ไม่มียานพาหนะอยู่บนถนนเหล่านี้ก็หมายความว่าการไม่มีพื้นที่สำหรับการจราจรนั้นไม่เป็นปัญหาสำหรับการเดินทางตามสมมุติฐานใดๆ
ถนนเหล่านี้นอกจากจะไม่มีรถยนต์แล้ว ยังปราศจากการตกแต่ง, ผู้คน, เครื่องหมาย, หรือแม้กระทั่งสิ่งของเชิงพาณิชย์ตามทางเท้าใดๆอีกด้วย เช่น ตู้โทรศัพท์ โดยจะมีข้อยกเว้นแค่ไม่กี่ประการนั่นก็คือ ตู้ไปรษณีย์,6 สัญญาณไฟจราจร, ป้ายที่มีอยู่เป็นครั้งคราว, กล่องบำรุงรักษาระบบไฟฟ้า, และป้ายรถเมล์ที่มีอยู่เป็นครั้งคราว
อย่างที่ใครๆก็อาจจะคาดไว้ การตกจากด้านข้างของอาคารหรือการตกจากการกระโดดพลาดระหว่างการเดินทาง เป็นเรื่องที่ปกติและน่าสลดใจที่อาจเกิดขึ้นได้ ชั้นล่างสุดของอาคาร เช่นเดียวกันกับถนน รวมถึงสิ่งตกแต่งทั้งหมดของพวกมัน ล้วนถูกสร้างมาจากวัสดุที่โนคลิปผ่านได้ ซึ่งหมายความหากมีใครที่โชคไม่ดีพอที่จะตกลงมาจากอาคาร เขาคนนั้นจะร่วงลงผ่านพื้นไปโดยตรง แทนที่จะชนเข้ากับมัน แม้ว่านี้อาจจะถูกมองว่าเป็นสิ่งที่ช่วยผู้คนรอดให้จากความตาย แต่ก็ไม่มีผู้ใดเลยที่ได้ตกลงไปจากด้านข้างของสิ่งปลูกสร้างเหล่านี้แล้วได้กลับมาอีกเลย ไม่ทราบแน่ชัดว่าบุคคลที่ตกลงไปนั้นเสียชีวิตไปจะเสียชีวิตอยู่ดี ถูกส่งไปอยู่ในพื้นที่อื่นในแบ็กรูมส์ หรือเพียงแค่เข้าไปในส่วนอื่นของด่านนี้โดยสิ้นเชิง ความพยายามทั้งหมดที่จะทำความเข้าใจและยืนยันหรือปฏิเสธทฤษฎีใดๆนั้นไม่ประสบผลสำเร็จ และเราขอแนะนำอย่างยิ่งให้อย่าพยายามค้นหาคำตอบของมัน
ภาพถ่ายของพื้นที่ศูนย์กลางภายในด่าน 208
กลุ่มหลังคาและระเบียงที่สามารถใช้เดินทางผ่านได้ง่ายมากขึ้น ซึ่งเริ่มก่อตัวกันตรงไปยังพื้นที่ส่วนกลางของด่าน 208
ด่าน 208 แม้จะไม่มีจุดสิ้นสุด แต่ก็มีศูนย์กลางซึ่งก็ยาวประมาณอาคาร 20-30 หลังปลายจรดปลาย มันเป็นพื้นที่สี่เหลี่ยมจัตุรัสที่อาคารเริ่มสูงขึ้นและอัดแน่นกันมากขึ้น ความสูงของอาคารยืดยาวขึ้นจากขั้นต่ำเจ็ดชั้นก่อนหน้านี้ไปจนถึงขั้นต่ำใหม่ที่มีอย่างน้อยสิบเจ็ดชั้น อาคารเหล่านี้ส่วนใหญ่มีการออกแบบเดียวกันกับทาวน์เฮาส์ที่สั้นกว่าและสิ่งปลูกสร้างอิฐซึ่งพบได้ทั่วไปในด่านที่เหลือ แต่จะถูกยืดขยายขึ้นไปจนพวกมันมีความสูงที่ไม่สามารถใช้งานได้จริง อย่างไรก็ตาม จะเริ่มพบเห็นตึกระฟ้ากระจกสมัยใหม่ทั่วไปได้และชัดเจนมากขึ้นในบริเวณตรงกลางนี้ อาคารเหล่านี้ไม่เหมือนกับอันที่ถูกสร้างขึ้นจากอิฐและคอนกรีต ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นให้มีความสูงที่ไม่เคยถูกพบเห็นในความเป็นจริง แต่จะมีรูปลักษณ์ที่เป็นมาตรฐานและธรรมดามากกว่า
"บล็อก" มาตรฐานต่อไปนี้จะเริ่มลดน้อยลงยิ่งได้เข้าใกล้ศูนย์กลางมากขึ้น อาคารต่างๆบางครั้งก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าทางเดินเล็กๆเพื่อเชื่อมช่องว่างระหว่างกัน อย่างไรก็ตาม โดยปกติแล้วอาคารต่างๆจะถูกนำมาวางคู่กันโดยตรง อาคารที่อยู่ตรงกลางของด่านนี้ ซึ่งก็ถูกประกอบขึ้นด้วยสิ่งปลูกสร้างเพียงแค่สิบหลังโดยประมาณ ถูกอัดแน่นเข้าด้วยกันจนมีการคาดเดาว่าอาคารต่างๆนั้นดันเข้าหากัน การวัดระดับน้ำภายในอาคารที่อยู่ตรงจุดศูนย์กลางได้แสดงให้เห็นว่าอาคารนี้ไม่สม่ำเสมอกับพื้นเล็กน้อย ซึ่งก็มากกว่าสิ่งปลูกสร้างอื่นๆตามปกติ นอกจากนี้ สิ่งปลูกสร้างเหล่านี้ยังมีสีที่บิ่นที่ด้านนอก หน้าต่างที่แตกร้าว งานอิฐที่แตกออก และสัญญาณการถูกกดอื่นๆเล็กน้อยบนผนังแต่ละด้าน
การควบแน่นของอาคารเหล่านี้ยังทำให้เกิดการควบแน่นของถนนอีกด้วย ซึ่งก็ทำให้พวกมันเริ่มบางลงเป็นถนนเลนเดียว ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นทางลาดยางหรือทางเท้าทั้งหมด การควบแน่นของอาคาร—เช่นเดียวกับการบางลงของถนน—ก็ได้สร้าง อย่างน้อยก็หากมันปราศจากซึ่งเอ็นทิตี้7 วิธีการสำรวจที่ง่ายยิ่งขึ้นมา เนื่องจากที่ไม่จำเป็นต้องข้ามไปมาระหว่างถนนหรือช่องว่างเล็กๆระหว่างอาคาร และเสี่ยงต่อการเสียชีวิตในกระบวนการนี้แล้ว อย่างไรก็ตาม ตามที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น เอ็นทิตี้ในด่าน 208 ก็ได้ทำให้วิธีการสำรวจที่ดูง่ายนี้ยุ่งยากขึ้น
ฐาน ด่านหน้า และชุมชน
แม้ว่าในตอนแรกจะดูอยู่อาศัยได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื่องจากการตกแต่งที่เบาบางในชั้นบนของอาคารที่มีเสบียงยังชีพอยู่ แต่ไม่มีฐาน ด่านหน้า หรือชุมชนในด่านนี้เนื่องจากเอ็นทิตี้ของมัน แม้ว่ากลุ่มต่างๆ เช่น สตรีสวมหน้ากาก, M.E.G, U.E.C และแม้แต่ F.T.B จะเคยพยายามมาแล้วในอดีต แต่ในท้ายที่สุดแล้ว ทุกกลุ่มก็ล้มเหลวในการสร้างที่อยู่อาศัยถาวรเนื่องจากเอ็นทิตี้เฉพาะของด่านนี้
เหล่ารันเนอร์
ในขณะที่ด่านนี้มีเอ็นทิตี้ "ทั่วไป" อยู่เล็กน้อย เช่น คลัมป์, ฮาวด์, บุคคลไร้โฉม, สกิน-สตีลเลอร์, เช่นเดียวกันกับเรทช์ ด่าน 208 ก็ยังเป็นบ้านให่กับเอ็นทิตี้พิเศษที่มีอยู่เฉพาะในด่าน 208 อีกด้วย8 ซึ่งก็เป็นที่รู้จักกันในชื่อ "รันเนอร์"
ดังที่ได้อธิบายไว้ก่อนหน้านี้ พวกรันเนอร์คือเอ็นทิตี้ท้องถิ่นที่อาศัยอยู่ในด่าน 208 เอ็นทิตี้เหล่านี้มีรูปร่างหน้าตาคล้ายมนุษย์ และมีโครงร่างที่เรียบง่ายและไร้เพศซึ่งถูกเคลือบเอาไว้ด้วยสีดำด้านทั้งหมด สิ่งมีชีวิตเหล่านี้โดยส่วนใหญ่แล้วมีความคล้ายคลึงกับเงาเบี้องต้นของมนุษย์ โดยพวกมันจะขาดเสื้อผ้า ผม หรือแม้แต่ลักษณะใบหน้าที่แตกต่างกันไปเมื่อถูกมองจากด้านข้าง
"ผิวหนัง" ของเอ็นทิตี้เหล่านี้หรืออย่างน้อยก็สิ่งที่ถือได้ว่าเป็นผิวหนังนั้นมีความหนาแน่นและมันมากอย่างไม่น่าเชื่อ แม้จะมีความหนาที่มากขนาดนี้ แต่มันก็ยังมีความเปียกเป็นอย่างมาก และง่ายต่อการทิ้งคราบที่มีลักษณะคล้ายจาระบีไว้บนผนัง พื้น หรือพื้นผิวทั่วไปและสิ่งของต่างๆ ที่รันเนอร์สัมผัสด้วย สิ่งนี้ทำให้สามารถติดตามเอ็นทิตี้เหล่านี้ได้ง่าย หรือในสถานการณ์ที่มีแนวโน้มมากกว่า ช่วยให้ผู้พเนจรรู้ว่าเส้นทางใดที่ควรหลีกเลี่ยงหากน้ำมันดูสด ในสถานะ "สด" ดังกล่าว สารที่เป็นน้ำมันจะลื่นและบาง ซึ่งเป็นสภาพตามธรรมชาติเมื่อมันยังเกาะติดอยู่กับรันเนอร์
ไม่ทราบว่าสารที่เป็นน้ำมันนี้เป็นวัสดุเพียงชนิดเดียวที่ประกอบรูปร่างทั้งหมดของพวกมันขึ้นมา หรือเป็นเพียงชั้นผิวของชีววิทยาที่ลึกกว่านี้เท่านั้น เนื่องจากสารนี้บ่อยครั้งมักจะถูกทิ้งไว้ในด่านนี้ กลุ่ม M.E.G.9 แม้ว่าการขาดเครื่องมือและอุปกรณ์ในการวิเคราะห์โดยสิ้นเชิง ก็ได้ปฏิเสธการระบุรูปแบบใดๆก็ตามว่าสารนั้นคืออะไร อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบเพียงไม่กี่ครั้งที่ได้ทำไปแล้ว สารนี้มีลักษณะเป็นสารอินทรีย์ที่เป็นเซลล์ และมีทฤษฎีว่าไม่มีความสามารถในการแบ่งเซลล์ใดๆ เนื่องจากการสลายที่สารประกอบแสดงออกมา ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลาประมาณสี่วันก่อน มันจะระเหยไปในอากาศ
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากพื้นผิวที่มันนี้ รันเนอร์จึงทำการปรับตัวให้เข้ากับการเคลื่อนที่ในด่าน 208 ได้เป็นอย่างดี ร่างกายที่เรียบลื่นของพวกมันช่วยให้พวกมันเคลื่อนตัวไปมาได้อย่างง่ายดาย รวมถึงการผลักวัตถุใดๆบนหลังคาออกไปด้านข้าง การไถลลงไปด้านข้างของอาคาร และโดยรวม ช่วยเพิ่มความคล่องแคล่วในการกระโดด สไลด์ ม้วน และวิธีการขั้นสูงอื่นๆในการเดินทางอย่างรวดเร็วจากหลังคาสู่หลังคา รันเนอร์จะใช้ความสามารถในการยักย้ายที่กล่าวมาข้างต้นเพื่อไล่ล่าหรือซุ่มโจมตีผู้พเนจรเป็นกลุ่มประมาณ 5-6 คน และเนื่องจากความรู้เกี่ยวกับการเดินทางที่ใช้ปาร์กูร์เป็นหลักและความคล่องตัวที่รวดเร็วของมัน จึงแทบจะรับประกันได้ว่าพวกมันจะสามารถตามทันผู้พเนจรใดๆที่พวกมันพบเห็นได้ทัน
เมื่อกลุ่มรันเนอร์ตามทันบุคคลใดบุคคลหนึ่งทัน พวกเขาก็จะดำเนินการอย่างรวดเร็ว โดยปกติพวกมันจะกำจัดผู้พเนจรด้วยการทำให้สะดุด, การต่อย, หรือใช้ด้านข้างของร่างกายพวกเขาเพื่อผลักเหยื่อให้เข้าไปโดนวัตถุแข็ง โดยปกติแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป้าหมายกำลังเคลื่อนที่อยู่ การโจมตีเหล่านี้หลายๆครั้งโดยเอ็นทิตี้ตัวนี้เป็นอันตรายถึงชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเพราะบาดแผลจากแรงกระแทก หรือการกระแทกศีรษะกับของมีคมหรือแข็ง หรือแม้แต่การถูกกระแทกจนตกลงไปจากอาคารไปเลย
จากคำให้การของผู้รอดชีวิต10 การพลักให้ตกจากหลังคาเป็นวิธีการกำจัดที่รันเนอร์ชอบทำมากที่สุด และหากเป้าหมายของพวกเขาไม่ได้ถูกฆ่าในลักษณะนี้ ก็ยังมีการสังเกตุว่าเอ็นทิตี้เหล่านี้ก็มักโยนศพลงมาจากขอบหลังคาอยู่ดี ด้วยเหตุนี้ จึงเชื่อกันว่ารันเนอร์นั้นล่าเพื่อความสนุกเท่านั้น และเพราะฉะนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงพวกมันเป็นพิเศษ มากกว่าเอ็นทิตี้ที่พบได้ทั่วไปในด่าน 208 เนื่องจากข้อเท็จจริงที่ว่าการเบี่ยงเบนความสนใจด้วยอาหารอื่นๆ—หรือสิ่งเบี่ยงเบนความสนใจใดๆ—นั้นถูกพิสูจน์ว่าไร้ผลเนื่องจากแรงจูงใจของเอ็นทิตี้เหล่านี้
หากถูกรันเนอร์ไล่ตาม ทางเลือกที่ดีที่สุดคือการหลบเลี่ยงพวกเขาจนกว่าจะพบทางออกจากด่าน แม้จะมีความพยายามแล้วก็ตาม แต่รันเนอร์ก็ไม่สามารถถูกหยุดยั้ง ฝึกให้เชื่อง หรือฆ่าได้ วิธีที่ดีที่สุดในการหลีกเลี่ยงพวกมันก็คือการใช้เส้นทางที่ซับซ้อนและยุ่งยากในการข้ามหลังคาและพื้นที่ภายในเพื่อสร้างความสับสน หรือแม้แต่จะทำให้กลิ่นของรันเนอร์หายไปได้ ด้วยเหตุนี้ และในทางปฏิบัติด้วยเหตุผลนี้เพียงอย่างเดียวด่าน 208 จึงไม่ปลอดภัยสำหรับการอยู่อาศัยอย่างถาวร และเป็นด่านที่มีความเสี่ยงอย่างไม่น่าเชื่อในการดำเนินการค้นหาทรัพยากร แม้ว่าในอดีตจะมีความพยายามจากกลุ่มที่ไม่ใช่ M.E.G. ก็ตาม
ทางเข้าและทางออก
ทางเข้า
ด่าน 208 สามารถถูกเข้าถึงได้จากหลายด่าน โดยแต่ละทางออกไปสู่มันจะมีจำนวนค่อนข้างมากในทุกด่านที่ถูกแสดงไว้ด้านล่าง
ทางออก
ทางออกของด่าน 208 อย่างน้อยก็สำหรับทางออกที่ถูกค้นพบทั้งหมดนั้นตั้งอยู่ภายในห้องที่ได้รับการออกแบบอย่างผิดปกติบางห้อง ประตูที่กำกวมซึ่งสามารถถูกมองออกได้อย่างชัดเจน หรือห้องที่มีรูปแบบเฉพาะที่สามารถนำไปสู่ด่านอื่นได้ มีการบันทึกรูปแบบบางอย่างไว้ระหว่างห้อง/ประตูใดที่นำไปสู่ด่านต่างๆ ดังรายการด้านล่าง:


