ข้อมูล
บทความนี้ถูกเขียนใหม่โดย Robert Goerman และ
MC_Crafter_24_7
หน้าผู้เขียนของ โรเบิร์ต โกเออร์แมน
วิจารณ์และให้ไฟเขียวโดย BlueSignet
หน้าปาร์ตี้โกเออร์ต้นฉบับโดย 1000dumplings
ธีมสร้างโดย MC_Crafter_24_7
ส่วนแก้ไขข้อบกพร่องของธีมและเอฟเฟกต์มากมายถูกสร้างโดย jdragyn
ขอบคุณ Super-Robot14 สำหรับการสร้างแชทบับเบิ้ล
ขอบคุณ cakelord114514 เพื่อแก้ไขข้อบกพร่องบางประการเกี่ยวกับภาพพื้นหลังของหน้า
แปลโดย Guy777
บันทึกส่วนตัว
ผมจำได้ว่าผมเคยลอบฟังความลับจากพลทหารระดับสูง ระหว่างที่เดินเตร่อยู่ตามอาคารเพนตากอน ที่วอชิงตัน ดี.ซี.
นี่คือบทสนทนาที่ผมได้ยินมา เท่าที่ผมจะพอจำได้…
พลเรือเอกคนแรก: "เธอหายไปแล้ว!"
พลเรือเอกคนที่สอง: "ใครหายไป?"
พลเรือเอกคนแรก: "เรือสำราญแอดแวนเจอร์ เดินเรือเป็นครั้งแรก มีคนงานแค่ให้พอเดิน"
พลเรือเอกคนที่สาม: "จมไปแล้วหรอ"
พลเรือเอกคนแรก: "หายไป! ผมเตือนพวกเขาไปแล้ว"
พลเรือเอกคนที่สาม: "เตือนว่า?"
พลเรือเอกคนที่สอง: "พลเรือเอกงมงายคนนี้ก็แค่หัวเสียเพราะเหล็กที่พวกเขาเอาไปใช้สร้างเธอก็เท่านั้นแหละ เหมือนว่าพวกจะใช้เหล็กรีไซเคิลจากตอนที่ทัพเรือกรีกรื้อซากเรือพิฆาต เลโอน (D-54) ของพวกเขาในปี 1999 น่ะ"
พลเรือเอกคนที่สาม: "เลโอน? นั้นมันเรือเราไม่ใช่หรอ มันคือไอเรือยูเอสเอส…"
พลเรือเอกคนแรก: "เรือยูเอสเอส แอลดริดจ์ (DE-173)"
พลเรือเอกคนที่สาม: "ไม่ใช่ว่ามันก็ลำนั้นหรอกเหรอที่ลือกันลั่นว่ามันเทเลพอร์ต และย้อนเวลากลับไปในปี 1943 นี่นายกำลังจะพูดว่าการทดลองฟิลาเดลเฟียมันเกิดขึ้นจริงอย่างงั้นหรอ
พลเรือเอกคนที่สอง: "มันไม่เคยเกิดขึ้น"
พลเรือเอกคนแรก: "อย่างเป็นทางการ"
ตามคำแนะนำของแอนน์ ดันน์ ผู้มีพลังจิตจากกลุ่ม M.E.G. เราได้จดบันทึกฝันประหลาดๆเอาไว้1 แต่ผมก็ยังไม่เข้าใจว่ามันสำคัญยังไง การมาถึงของฐานปาร์ตี้โกเออร์ที่ด่าน 246 มันคงจะกระตุ้นให้ผมเริ่มเพ้อถึงฝันประหลาดๆที่สมจริงๆ
เจ้าหน้าที่ไมเคิล เดอลูกาเข้ามาขัดด้วยการประกาศว่าเรือสำราญแอดแวนเจอร์ได้โนคลิปหายไปยังส่วนที่เราไม่ทราบถึง ผมเดินออกมานอกเต้นท์เพื่อที่จะยืนยันมัน แต่ก็ได้เห็นแค่ร่องของท้องเรือที่ถูกทิ้งเอาไว้บนพื้นหญ้า เรือลำนั้นหายไปแล้วจริงๆ เครื่องบินและเรือจากฟรอนท์รูมส์จะโนคลิปเข้ามายังที่นี่เป็นครั้งคราว แต่นี่ก็เป็นครั้งแรกเลยที่มีอะไรเทเลพอร์ตออกไป
เท็ด โควาลสกี้
ทีม M.E.G. "วอตช์ด็อกส์"
ความยากในการเอาตัวรอด:
ระดับ 5
- {$one}
- {$two}
- {$three}
หมายเหตุ: ข้อมูลเหล่านี้ส่วนใหญ่จะมาจากเว็บไซต์ของปาร์ตี้โกเออร์ ยืนยันโดยผู้รู้เห็นเหตุการณ์เพียงคนเดียว และการตรวจสอบอย่างละเอียดผ่านเรา
คำอธิบาย
อ้างจากชื่อที่ประดับอยู่บนตัวเรือแล้ว ถ้าหากเรามองข้ามความพยายามลวกๆในการขีดชื่อนั้นออกและแทนที่มันด้วยเอสเอส เริงร่า =) ไป เรือลำนี้ก็คือเรือสำราญแอดแวนเจอร์จากฟรอนท์รูมส์ ซึ่งมีความยาวกว่าหนึ่งร้อยห้าสิบเมตร (หรือห้าร้อยฟุต) และความกว้างที่ประมาณสิบแปดเมตร (หรือหกสิบฟุต) เรือที่ถูกเรียกกันว่า ด่านเริงร่า ลำนี้ดูเหมือนว่าจะเป็นเรือสำราญธรรมดาๆที่ถูกออกแบบไว้สำหรับการพักร้อนอย่างหรูหราเหนือผืนทะเล แต่ถึงอย่างนั้น สิ่งที่ทำให้เรือลำนี้พิเศษจริงๆก็คือวิธีการที่มันใช้เพื่อแล่นไปทั่วทั้งแบ็กรูมส์ วิธีการหลักๆที่เรือไอน้ำลำนี้ใช้เคลื่อนย้ายนั้นไม่ใช่ทั้งการลอยหรือล่อง แต่กลับเป็นการโนคลิปไปมาแทน หมอกสีเขียวนั้นจะเข้ามาปลกคลุมตัวเรือลำนี้อยู่เป็นระยะๆ เหมือนกันกับผ้าคลุมของนักมายากล เมื่อผ้าถูกนำออก เรือลำนี้ก็จะหายไปเช่นกัน และที่วิเศษพอๆกันก็คือไฟฟ้าบนตัวเรือ ซึ่งก็จะแล่นไปให้พลังกับทุกๆวงจรโดยที่ไม่จำเป็นต้องมีเครื่องกำเนิดไฟฟ้า
เราคิดว่ามันเป็นการจำเป็นที่เราจะต้องแบ่งตัวเรือออกเป็นสองส่วน: ภายนอกและภายใน
ภายนอก
ไม่มีอะไรภายในเรือลำนี้เลยที่มีความคล้ายคลึงกับจุดเริ่มต้นที่สง่างามของมัน ทั้งดาดฟ้าบน, ล่าง, และกลางของเรือแอดแวนเจอร์ หรือที่เรียกว่าภายนอกเรือ ทั้งหมดได้เละเทะไปจากปาร์ตี้มั่วสุมปีศาจ ทุกๆอย่างที่พังได้นั้นถูกพังทิ้ง มีคราบเลือดเปื้อนอยู่ทุกหนทุกแห่ง ห้องต่างๆที่ครั้งหนึ่งเคยสวยงาม ตอนนี้ได้กลายมาเป็นที่ทิ้งขยะ อีกทั้งดาดฟ้าบนก็ยังมีสระน้ำสีเลือด (พร้อมเพรียงไปด้วยเหยื่อทั้งที่ตายไปแล้วและก็ที่ยังมีชีวิตอยู่) กลิ่นของความตายฟุ้งโชยไปทั่วประกอบเข้ากับร่องรอยของร้านอาหาร, บาร์, และเลานจ์ ซึ่งก็ล้วนแล้วแต่ก็เคยมีจุดประสงค์ดีๆอยู่
ดาดฟ้าทั้งสามนี้จะเป็นไปตามกฎความเป็นจริงปกติที่เราเข้าใจกันดี
ภาพๆเดียวที่ทราบถึง
ของเรือแอดแวนเจอร์ภายใน
หมอกสีเขียว ก่อนที่มันจะหายไป
ฐานข้อมูล M.E.G.
ภายใน
การเดินลึกเข้าไปภายในตัวเรือนั้นจะเปลี่ยนทุกๆอย่าง พื้นที่ใต้ท้องเรือดูเหมือนว่าจะขยายออกไปอย่างไร้ที่สิ้นสุด เสียงกรีดร้องจะสะเทือนไปทั่วห้องโถงไร้จุดจบและห้องปาร์ตี้ที่นับจำนวนไม่ได้ ห้องส่วนมากจะถูกประดับไปด้วยของตกแต่งในงานปาร์ตี้ทั่วๆไป ส่วนห้องอื่นๆนั้นก็จะมีธีมของมันเอง เช่น ภาพยนตร์หรือวันเทศกาลที่เป็นที่นิยมกัน และก็ยังจะมีกระทั่งห้องที่ติดทั้งกับดักและของตกแต่งแนวปาร์ตี้ไว้อีกด้วย ลิฟต์จะเป็นศูนย์กลางให้กับห้องต่างๆเหล่านี้ โดยมันก็จะเปิดไปยังโถงวงกตที่ก็จะแตกแขนงไปในทุกๆทิศทาง ซึ่งพื้นที่ในส่วนนี้ก็จะมีลักษณะตามนิสัยของลูกเรือปีศาจของมัน ผสมผสานกันไประหว่างความน่าสยดสยองและการใช้งานเดิม
ห้องปาร์ตี้วันเกิด
ภาพๆนี้ของห้องปาร์ตี้
ที่พบได้ภายใน "เอสเอส เริงร่า =)" ได้ถูก
เก็บกู้มาจากเว็บไซต์ของปาร์ตี้โกเออร์
ฐานข้อมูล M.E.G.
คุณสามารถที่จะบอกหลายๆอย่างได้แค่จากสิ่งที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง ขยะของปาร์ตี้โกเออร์นั้นบอกทุกสิ่งด้วยตัวของมันเอง
"เศษอาหาร" ที่ถูกทิ้งเอาไว้
โดยพวกปาร์ตี้โกเออร์
ฐานข้อมูล M.E.G.
ฐาน ด่านหน้า และชุมชน
ไม่มีฐาน ด่านหน้า หรือชุมชนใดๆที่เป็นมิตรอยู่ภายในด่านที่เคลื่อนที่อยู่ตลอดนี้ ปาร์ตี้โกเออร์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ครอบครองด่านนี้เอาไว้ พวกมันทำงานเป็นสังคมที่มีระเบียบ โดยที่ก็จะใช้ด่านนี้เป็นสำนักงานหลักของพวกมัน ไม่เป็นที่ทราบว่าพวกมันมีอาณานิคมอยู่ที่อื่นอีกหรือไม่
[ไว้สำหรับการบันทึก]
การมาถึง
เรามารีบตามข่าวกันให้ทันจะดีกว่า ในช่วงที่กลุ่ม B.N.T.G. ได้เริ่มปฏิบัติการเก็บกู้ลับๆขึ้น ซึ่งถูกเรียกว่า "ไฟน์เดอร์คีพเปอร์" รอบๆด่าน 246 เมเจอร์ เอ็กซ์พลอเรอร์ กรุ๊ปก็ได้สร้างทีม “วอตช์ด็อกส์” ขึ้นเพื่อมาใช้แก้ทางพวกเขา ทีมค้นหาเหล่านี้ของ B.N.T.G. จะคอยงมหาขุมสมบัติที่โนคลิปเข้ามาจากทั้งในอดีต, ปัจจุบัน และอนาคต เนื่องจากที่เทคโนโลยีล้ำสมัย และสัตว์จากยุคก่อนประวัติศาสตร์นั้นจะเป็นที่ต้องการอยู่เสมอ
ในขณะที่เรากำลังสังเกตการณ์กลุ่ม “ไฟน์เดอร์คีพเปอร์” ที่ปฏิบัติงานอยู่ทางทิศตะวันตกของ “วงเวียนแห่งหินผา” นั้น ก็ได้มีเรือสำราญโนคลิปเข้ามาภายในด่านทางทิศเหนือจากตำแหน่งของพวกเขา เรือลำนั้นมีชื่อว่าแอดแวนเจอร์
"วงเวียนแห่งหินผา" หรืออีกชื่อก็คือสโตนเฮนจ์ 2.0 ทำหน้าที่เป็นทางเข้าและทางออกเดียวให้กับผู้พเนจรทั้งหลาย ผู้เยี่ยมชมจะโนคลิปมายังใจกลางของมัน และเมื่อต้องการจะออกก็จะโนคลิปผ่านเสาใหญ่รอบนอกไป คุณจะสามารถโนคลิปผ่านเสาหินเหล่านี้ได้เฉพาะช่วงกลางคืน เพราะการสัมผัสกับหินเหล่านี้ภายใต้ดวงอาทิตย์สีโลหิต มันจะส่งผลให้เกิดกระแสไฟฟ้าช็อตและการหมดสติไปชั่วขณะขึ้น
ภายในช่วงที่เรือลำนั้นมาถึง ปาร์ตี้โกเออร์สามตัวก็ขึ้นฝั่งมาด้วยการโนคลิปไปยังรอบนอกวงเวียน ก่อนจะประดับประดาเศษซากดังกล่าวไปด้วยของตกแต่งปาร์ตี้ โดยที่ก็ไม่ได้รับผลกระทบใดๆจากการแตะต้องเสาหิน พวกมันทำงานทั้งหมดร่วมกันอย่างลงตัว จากนั้นก็โนคลิปหนีไป สมาชิกกลุ่ม B.N.T.G. คนหนึ่งถูกโนคลิปหายไปหลังจากที่เธอหยิบหมวกปาร์ตี้ขึ้นมา เราเชื่อว่าเสียงกรีดร้องจากเรือแอดแวนเจอร์จะเป็นของตัวเธอ
เราเร่งเข้าไปคุมพื้นที่และทำการเผาทำลายของตกแต่งปาร์ตี้ทั้งหมดทิ้ง โดยใช้คบเพลิงจ่อใกล้ๆแต่ก็ไม่ให้เข้าสัมผัสกับวัตถุอันตรายดังกล่าว ไม่จำเป็นต้องมีการรับมือใดๆเพิ่มเติมอีก
เท็ด โควาลสกี้
ทีม M.E.G. "วอตช์ด็อกส์"
"การทดลองฟิลาเดลเฟีย"
โครงการเรนโบว์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ "การทดลองฟิลาเดลเฟีย" เป็นหนึ่งในความลับซึ่งถูกปกปิดได้แย่มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของกองทัพอเมริกา บรรพบุรุษแห่งทฤษฎีสมคบคิดชิ้นนี้ได้กลายมาเป็นที่รักใคร่ของหนังฮอลลีวูดและซีรีส์โทรทัศน์หลายๆเรื่อง ถูกกล่าวถึงในหนังสือเหนือธรรมชาติ (รวมไปถึงของฉันเองก็ด้วย) และบทความในนิตยสารหลายๆเล่ม อีกทั้งก็ยังถูกอ้างอิงถึงภายในวิดีโอเกม พอดแคสต์ และคลิปวิดีโอสารคดีต่างๆบนยูทูป จนได้มีสาวกขึ้นมาเป็นกลุ่มใหญ่โต
ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง นักวิทยาศาสตร์จากทั้งสองฝ่ายต่างก็เร่งเข้าใช้ประโยชน์จากแรงที่มีอานุภาพมากที่สุดในจักรวาล สำหรับฝ่ายอเมริกาแล้ว โครงการแมนแฮตตันก็ได้สร้างระเบิดปรมาณูลูกแรกขึ้นมา แต่สองปีก่อนหน้านั้น ในปี 1943 นักวิทยาศาสตร์ฝ่ายสัมพันธมิตรได้ให้กำเนิดฝันร้ายชิ้นหนึ่งขึ้น
โครงการเรนโบว์เป็นความพยายามในการใช้งานทฤษฎีสนามรวม2 เพื่อที่จะทำให้เรือรบ "ล่องหน" ต่อเรดาร์และแม่เหล็กจุดชนวนในตอปิโดหรือระเบิดใต้น้ำของศัตรู เรือพิฆาตคุ้มกันลำหนึ่งชื่อยูเอสเอส แอลดริดจ์ (DE-173) ที่ถูกติดตั้งเครื่องกำเนิดพลังงานที่จะสร้างสนามแรงฮาร์มอนิกซึ่งจะครอบคลุมและปกปิดตัวเรือเอาไว้ ได้กลืนตัวเข้าไปภายในหมอกสีเขียว และหายไปจากสายตาของผู้ที่รับชมอยู่ในขณะนั้น ก่อนจะทราบอีกครั้งในภายหลังว่ามันได้เทเลพอร์ตไปยังเมืองนอร์ฟอล์ก รัฐเวอร์จิเนีย และจากนั้นจึงกลับมาจากการหายไปที่ไม่อาจคาดเดาได้
หากการทดลองครั้งนี้นับได้ว่าประสบความสำเร็จ มนุษย์ภายในก็ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง หลายๆคนได้ถูกเผาอย่างหนัก ในหมู่ผลกระทบที่รุนแรงมากกว่า ก็มีลูกเรือที่ปรากฎขึ้นแบบกลับในออกนอก คนอื่นๆซึ่งถูกหลอมเข้ากับผนังกั้น และอีกมากที่ก็ไม่ได้กลับมาพร้อมตัวเรือ ผลกระทบต่างๆนั้นยังคงหลงเหลือ ผู้รอดชีวิตต้องประสบอยู่กับความไม่เป็นรูปธรรมและภาวะล่องหน กระทั้งคนหนึ่งเดินผ่านกำแพงไปต่อหน้าครอบครัวและไม่ได้กลับมาเป็นครั้งที่สอง
ภายหลังสงครามจบลง เรือยูเอสเอส แอลดริดจ์ ได้ถูกโอนย้ายไปยังประเทศกรีซ และถูกนำมาใช้ปฏิบัติงานในเดือนมกราคม ปี 1951 ด้วยชื่อ เลโอน (D-54) มันได้ถูกปลดประจำการในปี 1992 และถูกขายเป็นเศษเหล็กในปี 1999 แต่สัญชาตญาณก็บอกฉันว่าเหล็กนั่นได้ถูกใช้ในการต่อเรือสำราญแอดแวนเจอร์
ในระหว่างช่วงฤดูหนาวของปี 1983 หนึ่งในนักวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวพันกับโครงการเรนโบว์อย่างลึกซึ้ง ได้ถูกวินิจฉัยว่าเขามีชีวิตได้อีกเพียงหกเดือน เพราะมะเร็ง เขาใช้เวลาบั้นปลายชีวิตนี้ไปกับการ "สารภาพก่อนตาย" ให้แก่ลูกชายคนเดียวของเขา นักวิทยาศาสตร์คนนี้เป็นพ่อม่าย และลูกชายก็ยังไม่เคยแต่งงาน การสารภาพบาปของพ่อนั้นผูกมัดทั้งสองไว้ด้วยกัน
หลายปีหลังจากที่พ่อของเขาเสียชีวิตลง ลูกชายคนนั้นและฉันก็ได้ร่วมมือกันในการเขียนหนังสือเล่มสุดท้ายของฉันอย่างลับๆ ฉันเป็นวิทยากรหลักสำหรับเรือสำราญธีมเหนือธรรมชาติที่กำลังแล่นผ่านสามเหลี่ยมเบอร์มิวดา การพูดปราศรัยครั้งนี้ได้รับชื่อว่า "ทฤษฎีสนามรวมแห่งอภิปรัชญาศาสตร์" โดยมันมีจุดประสงค์ในการประกาศเปิดตัวหนังสือของผม กลับได้กลายมาเป็นตั๋วเดินทางไปสู่ด่าน 365
"จะเกิดอะไรขึ้นหากคุณให้คุณสมบัติในการสร้างแรงดึงดูดกับเข็มเหล็ก มันจะกลายสภาพเป็นแม่เหล็ก คราวนี้ มันจะเกิดอะไรขึ้นหากคุณเพิ่มพลังงานฮาร์มอนิกมากพอที่จะทำให้เหล็กนี้ล่องหนได้ แล้วเคลื่อนย้ายมันออกไปกว่าร้อยกิโลเมตรภายในชั่วพริบตา จะเกิดอะไรขึ้นกับมนุษย์ที่ต้องอาบพลังงานเดียวกันนี้"
ฉันยังจำคำสารภาพนั้นได้ในหัวไม่มีลืม
"เราเคยพูดกันว่าทั้งลูกเรือและตัวเรือเองนั้นได้ถูกกลายสภาพ" นักวิทยาศาสตร์กล่าวต่อ "ไม่ใช่ว่าพวกเขานั้นได้กลายเป็นสิ่งอื่น แต่พวกเขาได้ถูกเปลี่ยนสภาพ ในรูปแบบเดียวกับโลหะและเหล็กจะเปลี่ยนไปเมื่อได้รับคุณสมบัติสร้างแรงดึงดูด ได้มีการสร้างคุณลักษณะใหม่ขึ้นในโมเลกุล ความสามารถที่แฝงอยู่สำหรับการล่องหนและเคลื่อนย้ายชั่วอึดใจ เสมือนคุณสมบัติที่ดึงดูดความเป็นอภิปรัชญา"
ลูกเรือที่เดินทะลุฝาผนังก็ไม่ต่างอะไรไปจากผู้พเนจรที่โนคลิปผ่านพวกมัน พวกเราถูกได้ถูกกลายสภาพภายในแบ็กรูมส์ นี่คือความปกติใหม่ของเรา เรานั้นได้ถูกเปลี่ยนไปอย่างถาวร
จะมีพวกเรากี่คนกันที่สักวันจะโนคลิปไปสู่ความว่างเปล่า?
แอนน์ ดันน์
ทีม M.E.G. "อิพิฟานี"
กลไกในลิมินอลเอคโค่
ดีคอน ดันแคน ซึ่งได้ถูกระบุไว้อีกแห่งบนฐานข้อมูล M.E.G. ว่าคือปาร์ตี้โกเออร์ซีโร่ได้ขยายความถึงการมีอยู่ของปรากฏการณ์ 7 ลึกลงไปภายในกระเพาะของเรือแอดแวนเจอร์ ในบทความบรรยายที่เขาได้เขียนขึ้นเองบนเว็บไซต์ปาร์ตี้โกเออร์ เขาที่กล่าวถึงตนว่าเป็นอัจฉริยะ ได้แสดงความสับสนจากข้อเท็จจริงที่ว่าด้านในของตัวเรือนั้นมีขนาดที่ใหญ่กว่าภายนอกอย่างไร้จุดสิ้นสุด ประเด็นสำคัญคือ การที่ดีคอน ดันแคนได้ยืนยันถึงการปรากฏของวัตถุ และการที่พื้นที่ใต้ดาดฟ้าจะถูกสร้างขึ้นซ้ำๆ บ่อยครั้งก็ในรูปแบบที่ดูไร้สาระ ห้องปาร์ตี้ห้องหนึ่งได้ถูกลอกแบบติดๆกันกว่าสามสิบแปดครั้งในโถงเดียวกัน มันมีบางสิ่งที่กำลังสร้างและนิยามด่านๆนี้ต่างหากไปจากผู้ยึดครองเรือกลุ่มปัจจุบัน โดยเราก็ได้เรียกสิ่งนี้ว่าลิมินอลเอคโค่
บางทีนี่อาจจะเป็นคำอธิบายให้กับการแพร่ระบาดของเอ็นทิตี้ 110 ในมุมที่มืดมิดที่สุดของเรือแอดแวนเจอร์ บันทึกวิดีโอของปาร์ตี้โกเออร์ได้แสดงถึงการที่พวกมันใช้ฟันแหลมบนแขน "จิ้ม" ลูกโป่งกินเนื้อเหล่านี้ให้แตก เพื่อจะทำการขจัดสิ่งรบกวน เพราะถึงแม้ว่าพวกมันจะไม่เป็นภัยใดๆต่อเหล่าปาร์ตี้โกเออร์เอง แต่พวกมันก็ยังทำการล่าเหยื่อที่ประเภทเดียวกับพวกเขา ซึ่งคือ: มนุษย์
การร่วมกันทำงาน
ลิมินอลเอคโค่ภายในตัวเรือและจิตใจของปาร์ตี้โกเออร์นั้นมีความสัมพันธ์ที่ส่งผลให้พวกมันทำงานร่วมกัน ทั้งสองจะส่งเสริมซึ่งกันและกันให้สร้างความน่าผวาจิตที่รุนแรงมากยิ่งขึ้น ปาร์ตี้โกเออร์นั้นจะจินตนาการถึงวิธีใหม่ๆในการดักจับและทรมานผู้พเนจรโดยใช้แรงบันดาลใจจากจิตสำนึกของเรือ และตัวเรือเองก็จะทำเช่นเดียวกัน
ทางหนี
ห้ามแตะเด็ดขาด!
โปสเตอร์นี้จะโนคลิปคุณ
ไปยัง "เอสเอสเริงร่า =)"
ฐานข้อมูล M.E.G.
ให้แตะอันนี้!
โปสเตอร์นี้จะโนคลิปคุณ
ไปจาก "เอสเอสเริงร่า =)"
(งานเลียนแบบโดยศิลปิน)
ฐานข้อมูล M.E.G.
อัพเดท
การปรากฏของแอดแวนเจอร์
เนื่องจากที่แบ็กรูมส์นั้นกว้างใหญ่ไพศาล แต่รายชื่อนั้นกลับสั้นนิดเดียว มันจึงชัดเจนว่าการปรากฏขึ้นหลายๆครั้งนั้นไม่ได้ถูกพบเห็นหรือรายงานเข้ามา
- บนผืนน้ำ: ด่าน 134 - "เรื่องเล่าแห่งท้องทะเล"; ด่าน 180 - "ทะเลของนักแล่นเรือ"; ด่าน 230 - "ท่าเรืออันน่าหวาดหวั่น"; ด่าน 422 - "เหนือผืนน้ำ"; ด่าน 711 - "แก่งเกาะรกร้าง"
- บนพื้นดิน: ด่าน 10 - "ผลผลิตเอ่อล้น"; ด่าน 121 - "เกาะที่กำลังจายหาย"; ด่าน 169 - "ยินดีต้อนรับเข้าสู่ทะเลทราย"; ด่าน 184 - "ทุ่งแห่งปราการที่ถูกหลงลืม"; ด่าน 246 - "หุบเขาไดโนเสาร์"; ด่าน 710 - "วงแหวนและเศษซาก"; ด่าน 813 - "เกาะแสนเหน็บหนาว"
ภัยต่อการมีอยู่
- กลุ่มเมเจอร์ เอ็กซ์พลอเรอร์ กรุ๊ปเชื่อว่าโดยการลักลอบแฮ็กเว็บไซต์ของปาร์ตี้โกเออร์นั้นพวกเราอาจจะมีข้อได้เปรียบเหนือภัยต่อมนุษยชาติภายในแบ็กรูมส์เหล่านี้ ที่นับวันก็ยิ่งทวีคูณความอันตรายมากขึ้น สิ่งที่เราได้เรียนรู้ก็คือผู้ให้ข้อมูลนิรนามผู้นั้นก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกไปจากปาร์ตี้โกเออร์ชีโร่เอง เขาเชื่อมั่นในความเหนือกว่าของเอ็นทิตี้ 67 และการขึ้นมามีอิทธิพลของพวกเขาจนถึงขั้นที่เขาได้โยน "กุญแจสู่ปราสาทของเขา" มาให้เราเอง กลุ่ม M.E.G. จะทำลายปราสาทที่เคลื่อนตัวไปเรื่อยๆและไม่เคยอยู่ที่ใดซ้ำๆได้ยังไงกันนะ
- ดีคอน ดันแคนส่งอีเมลมายังกลุ่ม M.E.G.: "ในช่วงที่พวกแกกำลังเอาชนะพวกเราตัวหนึ่งอยู่ เราก็สร้างตัวเองใหม่ขึ้นเป็นร้อยๆแล้ว"
ทางเข้าและทางออก
ทางเข้า
การจับต้องสิ่งของปาร์ตี้ (ลูกโป่ง, หมวกปาร์ตี้, ของตกแต่ง, และโปสเตอร์) ภายในที่ใดๆของแบ็กรูมส์อาจโนคลิปคุณมาที่นี่ หรือจะขึ้นเรือมาตอนที่มันปรากฏขึ้นก็ได้
ทางออก
แตะโปสเตอร์กลับด้านที่ไม่ชัด แล้วคุณจะโนคลิปไปยังด่านอื่น หรือจะกระโดดลงเรือก็ได้
สงครามแสนสนุกกำลังใกล้เข้ามาแล้ว =)


