ความยากในการเอาตัวรอด:
ระดับ 4
- {$one}
- {$two}
- {$three}
โถงทางเดินในด่าน 3 (ภาพถูกปรับให้สว่างขึ้นเพื่อให้มองเห็นได้ชัดเจน)
โถงทางเดินอีกแห่งหนึ่งที่มีลูกกรงขึ้นสนิม คราวนี้ไม่มีประตูให้เข้าด้านหลัง
ทางเข้าไปยังหนึ่งในห้องไฟฟ้า ส่องสว่างโดยเครื่องกำเนิดไฟฟ้า
ทางเดินมืดๆในด่าน 3 มีเพียงแสงสว่างจากหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์
ด่าน 3 เป็นด่านที่ 4 ของแบ็กรูมส์ ด่านนี้เป็นหนึ่งในด่านแรกๆ ที่ผู้เพนจรจะได้พบเจอ
คำอธิบาย:
ด่าน 3 เป็นโถงทางเดินคดเคี้ยวที่มืดและยาวในรูปแบบที่คล้ายกับด่าน 0 ประกอบขึ้นจากห้องที่ถูกแบ่งออกสุ่มๆอย่างไม่มีรูปแบบตายตัว และเสียงรบกวนที่จะดังกังวาลมาจากเครื่องจักรต่างๆ โถงทางเดินมักจะคับแคบและถูกล้อมปิด โดยขนาดของบางส่วนนั้นก็ทำให้นักเดินทางที่ตัวสูงจำเป็นต้องก้มหัว ก้มตัว ก้มคลาน และเดินในแนวขวางเพื่อจะผ่านพวกมันไป
ผนังต่างๆก่อขึ้นโดยใช้ก้อนอิฐสีน้ำตาลฝุ่นเขรอะ ซึ่งก็มักจะถูกปูทับไปด้วยท่อน้ำทองแดงและชิ้นส่วนเครื่องจักรต่างๆ ส่วนพื้นจะเป็นกระเบื้องสีเทาที่มีฝุ่นเกาะหนายิ่งกว่า โดยเพดานก็จะเป็นโลหะทั้งหมด
ด่าน 3 เป็นหนึ่งในด่านที่มีขนาดใหญ่มากของแบ็กรูมส์ มีพื้นที่ประมาณ 350 ล้านตารางไมล์ (หรือราวๆ 563 ล้านตารางกิโลเมตร) จึงสันนิษฐานได้ว่าด้วยความกว้างในระดับนี้เป็นต้นเหตุที่ทำให้การพบเห็นเพื่อนร่วมเดินทางในระหว่างที่กำลังสำรวจด่าน 3 อยู่เกิดขึ้นได้ยาก แนะนำว่าผู้พเนจรควรเข้ามาในด่าน 3 ก็ต่อเมื่อมีความพร้อมที่จะป้องกันตัวเองจากอะไรก็ตามที่ซุ่มซ่อนอยู่ตามโถงทางเดิน เพราะมีความเป็นไปได้สูงว่าความช่วยเหลือใดๆจะมาไม่ถึงพวกเขาอย่างที่ควรเป็น
ตามที่ได้กล่าวไป ด่าน 0 กับด่าน 3 มีลักษณะบางส่วนที่คล้ายคลึงกัน ห้องต่างๆมีขนาดและแผงผังที่คล้ายกัน และโถงทางเดินของพวกมันก็ทั้งยาวและคดเคี้ยวพอๆกัน แต่ทั้งสองด่านนี้ก็มีบางส่วนที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ตัวอย่างนึงก็คือห้องของด่าน 3 ที่บางครั้งจะมีสิ่งของด้านในที่จะช่วยแยกแยะความแตกต่างจากห้องอื่นๆได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ด่าน 0 ไม่มี หนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนก็คือลูกกรงขึ้นสนิมที่ถูกถ่ายโดย M.E.G. ในการสำรวจช่วงแรกๆของด่านนี้ในปี 2012 (สังเกตตรงรูปภาพที่ถูกแนบอยู่ทางด้านขวาที่เป็นตัวอ้างอิงถึงลักษณะของลูกกรง) จากการทดสอบเพิ่มเติมได้พบว่าลูกกรงจะไม่สามารถถูกทำลายลงหรือเปิดออกได้ไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดๆ รวมไปถึงกำแพงที่อยู่ข้างๆมันด้วย1 สิ่งกีดขวางเหล่านี้ทำให้การจะเข้าไปสำรวจพื้นที่บางส่วนของด่าน 3 เป็นไปไม่ได้ จึงทำให้ไม่สามารถที่จะทำแผนที่ฉบับเต็มของตัวด่านได้ในขณะนี้
นักสำรวจภาคสนามของ M.E.G. ได้รายงานว่ายิ่งในพื้นที่ไหนมีจำนวนลูกกรงมากเท่าไหร่ ผู้พเนจรก็จะมีแนวโน้มที่จะเกิดความหวาดกลัวและอึดอัดมากยิ่งขึ้นเท่านั้น นักเดินทางมักจะรายงานถึงความรู้สึกเหมือนกำลังถูกจับตามอง ถึงกับมีคำบอกเล่าว่ามีการเห็นร่างเงาแปลกๆซ่อนอยู่หลังลูกกรง ทาง M.E.G. ได้สรุปว่าปรากฏการณ์ดังกล่าวอาจเป็นภาพหลอนหรือไม่ก็แค่ข่าวลือ
ด่าน 3 มีส่วนที่คล้ายคลึงกับด่าน 2 อยู่มาก เช่นบนกำแพงที่มีท่อเรียงรายอยู่ ท่อเหล่านี้แม้จะมีจำนวนน้อยกว่าในด่าน 2 มาก แต่ก็ยังถูกพบได้ตามมุมของโถงทางเดินส่วนใหญ่ หนึ่งในแหล่งที่มาของเสียงรบกวนที่อยู่ในด่านนี้ก็คือเสียงของตะกอนสีดำหนืดที่ไหลอยู่ตามท่อดังกล่าว ตะกอนที่ว่ามีความเป็นพิษสูงและจะปล่อยควันที่จะทำลายระบบประสาทของมนุษย์เมื่อสูดดมเข้าไป และเมื่อสัมผัสเข้ากับผิวหนังโดยตรง ก็จะทำให้เกิดแผลไหม้ระดับ 2 ถึง 3 ขึ้น การค้นคว้าทั้งหมดที่พยายามจะวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีของตะกอนนี้ยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ นี่จึงเป็นอุปสรรคต่อการวิจัยเกี่ยวกับคุณสมบัติของสารและรูปแบบการทำงานของมัน
สามารถที่จะพบห้องไฟฟ้าที่อยู่ผิดที่ผิดทางได้ทั่วโถงทางเดินในด่าน 3 ห้องไฟฟ้าเหล่านี้มีความแตกต่างกันอย่างมากในทุกๆด้าน แต่ห้องส่วนใหญ่นั้นมืดสนิท และจะมีเครื่องกำเนิดไฟฟ้าอยู่หนึ่งเครื่อง ซึ่งก็มีรายงานว่าภายในจะมีอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์อย่างตู้เบรกเกอร์ คอมพิวเตอร์ สายไฟ จอภาพจากกล้องวงจรปิด และหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์อยู่ด้วยเช่นกัน
ถึงแม้ว่าด่าน 3 จะค่อนข้างอันตราย แต่มันก็ถูกถือว่าเป็นแหล่งหาของยอดนิยมเช่นกัน นั่นก็เพราะว่าด่าน 3 อุดมไปด้วยทรัพยากรเช่นน้ำอัลมอนด์, เต้ารับปลอม, ลิควิดเพน, เกลือไฟ, รอยัลเรชั่น, ปืนฉีดพ่น และขวดสายฟ้า นอกจากสิ่งของที่กล่าวมาแล้ว สิ่งของอื่นๆที่ไม่ได้มีเฉพาะในแบ็กรูมส์ ก็สามารถถูกพบได้ทั่วทั้งด่านเช่นกัน ได้แก่มีด ไฟแช็ค คีมตัดเหล็กเส้น ไฟฉาย และอาวุธหรือสิ่งของเบ็ดเตล็ดอื่นๆ ที่สำคัญคือด่าน 3 เป็นด่านที่มีวายฟายแรงที่สุดในแบ็กรูมส์ ซึ่งสัญญาณจะอยู่ที่สามหรือสี่ขีดแทนที่จะผันผวนอยู่อย่างสุ่มๆเหมือนในด่านอื่นๆ
เครื่องจักรที่มีอยู่ในด่านจำนวนมากทำให้อุณหภูมิในด่าน 3 อยู่ในระดับที่ร้อนอบอ้าวแต่ก็ยังพอทนได้ ซึ่งอุณหภูมิจะอยู่ระหว่าง 60 ถึง 93°F (ราวๆ 18 ถึง 33°C) การเดินทางในด่าน 3 เป็นระยะไกลนั้นทำได้ยากเนื่องจากอุณหภูมิบางพื้นที่อาจจะสูงถึงขั้นไม่สามารถอาศัยอยู่ได้ โดยที่อุณหภูมิสูงสุดที่เคยบันทึกมาอยู่ที่ 135 °F (ราวๆ 57°C)2 และยังมีรายงานเกี่ยวกับพื้นที่ที่มีอากาศหนาแน่นและชื้น ทำให้การหายใจในบริเวณนั้นทำได้ลำบาก
ภายในด่าน 3 เครื่องจักรนั้นจะเป็นสิ่งที่อันตรายที่สุดในบรรดาสิ่งแวดล้อมโดยรอบ เครื่องจักรที่ถูกพบทั่วทั้งด่านนี้จะทำงานได้ด้วยตัวมันเองโดยที่ไม่ต้องมีคนนอกมายุ่งเกี่ยว ผู้พเนจรสามารถที่จะใช้งานเครื่องจักรที่มีประโยชน์ หรือใช้ประโยชน์จากแหล่งพลังงานไฟฟ้าที่ไม่มีที่สิ้นสุดได้ แต่การที่พวกมันทำงานได้ด้วยตัวมันเองก็อาจจะทำให้เกิดอันตรายได้เช่นกัน เครื่องจักรเหล่านี้มักจะชำรุดอยู่บ่อยๆ จึงจำเป็นต้องมีการซ่อมบำรุงอยู่อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งก็เป็นอันตราย เนื่องจากที่แหล่งกำเนิดไฟฟ้าจะไม่สามารถถูกปิดลงได้ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดๆก็ตาม นอกจากนี้ ก็ยังเป็นที่ทราบกันว่าเครื่องจักรเหล่านี้จะติดไฟและระเบิดขึ้นเองอยู่หลายๆครั้ง เป็นอันตรายร้ายแรงต่อนักเดินทางโชคร้ายที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง ถึงอย่างนั้นความอันตรายของเครื่องจักรก็สามารถหลีกเลี่ยงได้ง่ายถ้าหากผู้พเนจรไม่ไปทำอะไรหุนหันพลันแล่นขณะที่เดินทางอยู่ในด่านนี้ และออกค้นหาเส้นทางที่ปลอดภัยแทน
เอ็นทิตี้
ด่าน 3 มีเอ็นทิตี้ที่เป็นอันตรายอยู่จำนวนมาก จึงแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเดินทางระยะไกลโดยที่ไม่ได้พบพวกมันแม้แต่ครั้งเดียว ทั้งฮาวด์, บุลคลไร้หน้า, เรทช์, มอธยักษ์ทั้งเพศผู้และเมีย, สกิน-สติลเลอร์, ดูลเลอร์, ยิ้มวิปลาส, คลัมป์ และบรัสเตอร์ดูเหมือนจะอาศัยอยู่ในด่านนี้ และจะออกล่าคนที่โชคร้ายพอที่จะถูกพวกมันฆ่าได้ พบว่าเชื้อราครอลเลอร์จะเติบโตอยู่ที่นี่ และด้วยความชื้นที่สูงก็ทำให้เชื้อดิชีสแพร่กระจายได้ง่ายเช่นกัน จึงแนะนำให้คุณดูแลสุขอนามัยให้เหมาะสมเมื่อจำเป็นต้องเดินผ่านอุโมงค์
ในขณะที่เอ็นทิตี้เหล่านี้จะไม่ได้ปรากฏอยู่ในทุกซอกทุกมุม กลุ่มเอ็นทิตี้ขนาดใหญ่ก็มักจะทำให้เกิดผู้ได้รับบาดเจ็บนับไม่ถ้วนในหมู่ผู้พเนจรและเจ้าหน้าที่ M.E.G. ได้มีการรายงานว่าเอ็นทิตี้เหล่านี้จะออกค้นหาศูนย์รวมการทำกิจกรรมของมนุษย์ — โดยเฉพาะฐานเล็กๆ — ด้วยความหวังที่จะบุกเข้าไปและกินมนุษย์ด้านในเป็นอาหาร จะมีการโจมตีขึ้นที่ฐานแกมม่าของ M.E.G. อยู่เป็นประจำ แต่ความพยายามเหล่านี้ก็มักจะเป็นอันตรายเพียงเล็กน้อยหรือไม่เลยเนื่องจากขนาดและความสามารถในการป้องกันของฐานดังกล่าว กลุ่มเล็กๆอย่างเช่นกลุ่มสาวกของเจอร์รี่ ได้รายงานถึงความยากในการป้องกันด่านหน้าของพวกเขาไม่ให้ถูกทำลาย พวกเขาหลายคนเคยเจอกับเหตุการณ์ที่ด่านหน้าของพวกเขาเกือบจะพังหรือพังไปเลยซึ่งเป็นผลมาจากการถูกบุกโจมตีหลายครั้ง และต้องใช้ชีวิตด้วยความหวาดกลัวมาตลอดเพื่อความปลอดภัยของตนเอง
ฐาน ด่านหน้า และชุมชน3
ได้มีความพยายามอย่างต่อเนื่องจากหลายๆกลุ่มที่จะตั้งฐานภายในด่าน 3 เพื่อที่จะใช้ประโยชน์จากวัตถุต่างๆที่มีจำนวนมาก ส่วนใหญ่นั้นจะล้มเหลวลงเพียงไม่กี่วันหลังจากที่ฐานถูกก่อตั้งขึ้น เพราะเอ็นทิตี้จะโจมตีฐานที่อ่อนแอและไม่ได้เตรียมพร้อมที่จะรับมือกับการจู่โจม อัตราความล้มเหลวที่เกิดขึ้นสูงควรจะถือว่าเป็นคำเตือนไว้ — อย่าพยายามที่จะปักหลักอยู่ใน 3 เว้นแต่ว่าคุณจะมีทรัพยากร กำลังคน และความมุ่งมั่งที่จะทำเช่นนั้น
M.E.G. - ฐานแกมม่า
- เป็นฐาน M.E.G. ที่สำคัญเป็นอันดับสาม
- มีเจ้าหน้าที่ที่ประจำการอยู่ที่นี่ถาวรประมาณ 300 คน และมีคนอื่นๆอีกหลายคนที่มาพักที่นี่ ซึ่งบ่อยครั้งก็จะมาหาที่หลบภัยจากเอ็นทิตี้ที่อยู่ในด่านนี้
- เดิมทีถูกสร้างขึ้นโดยเจ้าหน้าที่ของ M.E.G. ด้วยการใช้อิฐชั่วคราวที่ทำมาจากขนแปรงสีฟัน เชือกผูกรองเท้า ของเล่นเกือกม้าพลาสติก และขวดกาว ของทั้งหมดนี้หาได้ในด่าน 3 คนที่อาศัยอยู่ในฐานมีอาวุธเป็นหนังสติ๊กชั่วคราวที่ทำมาจากสายเคเบิลและยางรัดที่มัดกับกระดูกของเอ็นทิตี้ที่พวกเขาเคยสังหารไปก่อนหน้านั้น พวกเขาใช้แคปซูลลิควิดเพนเป็นกระสุนของหนังสติ๊ก
- เปิดรับการแลกเปลี่ยนของ
- มักจะถูกโจมตีโดยกลุ่มเอ็นทิตี้
- เป็นฐานที่มีกำลังมากที่สุดในแบ็กรูมส์ และยังเป็นจุดมุ่งหมายของมนุษย์ด้วยเหตุผลนี้เช่นกัน
- เป็นฐานที่ถูกบันทึกว่าใหญ่ที่สุดในด่าน 3
B.N.T.G. - โกดังเก็บของ
- ถูกใช้เป็นโกดังเก็บของหลักๆของ B.N.T.G.
- ทรัพยากรหลายอย่างที่เป็นของ B.N.T.G. ถูกเก็บเอาไว้ที่นี่ ทั้งหมดถูกเตรียมไว้สำหรับการแลกเปลี่ยนของในด่านอื่นๆ
- เปิดรับการแลกเปลี่ยนของ แต่การแลกเปลี่ยนของพวกเขานั้นเป็นที่รู้กันว่ามีราคาสูงเกินควร
- มีสมาชิกถาวรอยู่ประมาณ 150 คน และผู้มาเยือนส่วนใหญ่ที่เข้ามาอยู่ได้ไม่ถึงชั่วโมงเนื่องจากความรวดเร็วที่ B.N.T.G. ทำการเคลื่อนย้ายทรัพยากรระหว่างด่านต่างๆ
- เป็นฐานที่ถูกบันทึกว่าใหญ่เป็นอันดับ 2 ในด่าน 3
สาวกของเจอร์รี่ - บลูซัลเวชั่น
- มีสมาชิกถาวรแค่ 15 คน
- ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อจุดประสงค์ในการรวบรวมทรัพยากร
- มีขนาดเล็กมาก และถูกโจมตีอย่างหนักและเกือบจะถูกทำลายอยู่หลายครั้ง
- ไม่เป็นมิตรต่อคนที่ไม่เต็มใจที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับเจอร์รี่
- ระดับความเป็นภัยคาดเดาไม่ได้
สตรีสวมหน้ากาก - ไม่ทราบชื่อ
- ฐานที่ไม่ได้รับการยืนยัน
- ลือกันว่ามีอยู่จริงหลังจากที่มีการโจมตีหลายครั้งที่ฐานแกมมาจากเหล่าสตรี
- ถ้าเจอ ให้หลีกเลี่ยงทุกกรณี
U.E.C. - ฐานสคิลลา
- ไม่ทราบจำนวนสมาชิก
- น่าจะถูกสร้างขึ้นเพื่อรวบรวมทรัพยากร
- ไม่เปิดรับการแลกเปลี่ยนของ
- ไม่ควรเข้าไปใกล้
ทางเข้าและทางออก4
ทางเข้า
- ประตูที่ไม่ได้ถูกล็อกในด่าน 2 มักจะพามายังด่าน 3
- ลิฟต์จากด่าน 4 และด่าน 5 สามารถพากลับมายังด่าน 3 ได้
- การเข้าไปในบังเกอร์บนด่าน 10 จะพามายังด่าน 3 ในบางครั้ง
- ตึกในด่าน 11 ที่ภายในมีหน้าตาคล้ายกับด่าน 3 จะเทเลพอร์ตคุณมาที่นี่ในบางครั้ง
- ท่อขึ้นสนิมที่พบได้ในด่าน 13 อาจจะพามายังด่าน 3 หากคุณสัมผัสมัน
- ด่านเมโทรเป็นวิธีที่ง่ายในการจะเข้าถึงด่าน 3
ทางออก
- ลิฟต์ในด่าน 3 สามารถพาไปยังด่าน 4 และด่าน 5 ได้5
- ประตูไม้จะพาไปยังด่าน 31
- การนั่งลงบนเบาะหน้าของรถที่พบได้ในห้องไฟฟ้าจะทำให้คุณหมดสติ และเมื่อตื่นขึ้นมาอีกทีคุณก็จะอยู่ในด่าน 69


