ด่าน 300 - "พฤกษาแห่งชีวิต"
คะแนน: +4+x

{$title}ภาษา:


INT-flag.png
flag-saudi-arabia2x.png
china
flag-germany2x.png
uk
spain
france
indonesia
italy
KO
poland
portugal
russia
thai
toki
vietnam




grassspalocal_floristgrass ธรรมชาติกำเนิดทุกสิ่ง grasslocal_floristspagrass












tree.jpg








ด่าน 300 - "พฤกษาแห่งชีวิต"


คำอธิบาย

ด่าน 300 หรือที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อ พฤกษาแห่งชีวิต เป็นต้นไม้ขนาดมโหฬารที่ขยายกว้างออกไปนับร้อยกิโลเมตรบนท้องฟ้า มันเป็นที่อาศัยให้แก่สิ่งมีชีวิตจากหลากหลายนิเวศบนกิ่งก้านที่มากมายของมัน หมวดหมู่ทางชีววิทยาของต้นไม้ต้นนี้ดูเหมือนว่าจะเป็น ซีควอยอาเดนดรอน การ์แกนเทียม ไม่ควรถูกสับสนกับพันธุ์ที่ชื่อคล้ายกันอย่าง ซีควอยอาเดนดรอน ไจแกนเทียม ซึ่งเป็นสายพันธุ์ต้นไม้ที่ใหญ่ที่สุดของโลก หลักฐานต่างๆได้ชี้ว่า พฤกษาแห่งชีวิต ตามความหมายที่ชื่อสื่อ จะเป็นแหล่งที่มาของพืชที่เกิดตามธรรมชาติแทบทั้งหมด หากไม่ใช่ทั้งหมดเลย ภายในแบ็กรูมส์ รวมไปถึงเอ็นทิตี้คล้ายพืชด้วย

เนื่องจากขนาดที่ไพศาลของด่าน เช่นเดียวกับภูมิทัศน์ที่ลาดชันของมัน พื้นที่ส่วนใหญ่จึงยังไม่ได้การสำรวจ ยิ่งสูงขึ้นไปก็ยิ่งมีการบันทึกที่น้อยลง จนถึงขั้นที่ความรู้ทั้งหมดเกี่ยวกับส่วนบนของต้นไม้จะมาจากข่าวลือและการคาดเดาโดยไม่มีหลักฐานใดๆที่ได้รับการบันทึกเอาไว้ กระนั้น สิ่งที่เป็นที่ทราบเกี่ยวกับพฤกษาแห่งชีวิตก็คือการที่มันเป็นสิ่งสำคัญต่อการมีอยู่ของทุกสรรพชีวิตภายในแบ็กรูมส์

ส่วนราก

เริ่มกันจากใต้สุดขึ้นไป รากของด่าน 300 เป็นแหล่งอาหารให้กับทุกชีวิตพืช แต่ละรากจะมีขนาดเส้นรอบวงที่ตั้งแต่ไม่กี่ร้อยเมตรจนไปถึงสองสามกิโลเมตร พวกมันเจาะลึกลงไปในพื้นเกินกว่าจะขุดขึ้นได้ตามปกติ แค่การสังเคราะห์ด้วยแสงอย่างต่อเนื่องของพฤกษาแห่งชีวิตที่มอบคุณสมบัติฟื้นฟูตัวเองให้กับมัน และความหยั่งลึกของรากในดินของแต่ละด่านก็เป็นเหตุผลที่เพียงพอจะหยุดยั้งความพยายามใดๆแล้ว ทุกสิ่งอย่างที่เป็นอินทรีย์ซึ่งไม่ได้ถูกปลูกขึ้นโดยมนุษย์จะงอกขึ้นจากการเชื่อมต่อกับด่านนี้ การขุดลงในดินให้ลึกพอ ก่อนจะถึงชั้นที่มันค่อยๆเปิดสู่หิน จะเป็นที่ที่พบรากได้ ซึ่งถูกทดสอบและยืนยันแล้วว่าเป็นของพฤกษาแห่งชีวิต

นอกจากส่วนที่สำคัญอย่างการมอบชีวิตให้แก่แบ็กรูมส์แล้ว รากเหล่านี้ก็ยังมีความหนาและทนทานอย่างเป็นไปไม่ได้ แค่การจะสร้างรอยขีดข่วนด้านบนมัน (แน่นอนว่าเพื่อจุดประสงค์ในการวิจัย) ก็จำเป็นต้องใช้วัตถุระเบิดผสมไพรอยด์ ถึงกระนั้นแล้ว มันก็ได้ฟื้นฟูขึ้นแทบจะในทันที นี่เป็นกรณีที่เกิดกับส่วนใหญ่ของต้น แต่ยิ่งส่วนๆนั้นอยู่ห่างก้านไปมากความทนทานก็จะยิ่งลดลงไปตาม

ส่วนรากนั้นจะแผ่ขยายออกไปเป็นพื้นที่ราวๆสองสามร้อยกิโลเมตร พื้นที่รอบนอกของพวกมันจะถูกปกคลุมด้วยพุ่มไม้หนาแน่นและลุ่มน้ำจากฝนที่ก่อตัวขึ้น บ่อน้ำที่ค่อนข้างสะอาดจะถูกกระจายไปตามรากต่างๆ เช่นเดียวกับสัตว์น้ำมาตรฐานที่มีอยู่ทั่วไปตามนิเวศที่คล้ายกันของโลก เช่น บีเวอร์ จระเข้ จระเข้ตีนเป็ด และปลาอีกหลากหลายชนิด กระทั่งฉลาม ขึ้นอยู่กับขนาดของแอ่งน้ำ สามารถที่จะพบพุ่มไม้ที่มีเบอร์รี่ธารา1งอกขึ้นรอบๆแอ่งน้ำเหล่านี้ได้ เช่นเดียวกับไม้ออกผลทั่วๆไปและพืชผักต่างๆของโลก ได้มีด่านหน้าขนาดใหญ่ล้อมรอบฐานทั้งหมดของต้นถูกดำเนินอยู่โดยผู้อาศัยระยะยาวของด่าน ซึ่งจะคอยรับผู้พักอาศัยใหม่และนำทางนักเดินทางที่หลงทิศ

ทางออกทั้งหมดของด่านจะอยู่ในระหว่างรากของพฤกษาแห่งชีวิต เข้าถึงได้ผ่านก้อนสสารอินทรีย์ที่หนาเป็นพิเศษตามที่จะมีอยู่ในด่านที่เชื่อม แทบทุกๆด่านที่มีชีวิตพืชเกิดตามธรรมชาติจะสามารถถูกเข้าถึงได้ผ่านวิธีนี้

ใกล้ๆกับฐานของพฤกษาแห่งชีวิตที่ต้นและรากประกบเข้าด้วยกันก็จะมีฐานไรโซของ M.E.G. อยู่ รายละเอียดจะได้รับการบรรยายต่อในข้างหน้า สิ่งสำคัญเกี่ยวกับฐานนี้ก็คือมันเป็นจุดเริ่มต้นของปล่องบันไดวนที่จะพาขึ้นผ่านส่วนใหญ่ของต้นไป โดยมันก็กว้างพอจะให้คนสองคนเดินชิดไหล่กันไปได้

ส่วนโคน

ในขณะที่กำลังปีนขึ้นพฤกษาแห่งชีวิตผ่านปล่องบันได้โอ๊คที่สร้างจากหลายช่วงชีวิตผู้คน ผู้เดินก็จะพบตัวเองว่ากำลังเดินวิบากอยู่อย่างที่จินตนาการไม่ถึงเพื่อจะขึ้นสู่ด้านบน ส่วนล่างของด่าน 300 ระหว่างกิ่งก้านใหญ่และรากนั้นค่อนข้างที่จะน่าเบื่อหน่าย หากทุระของคุณไม่จำเป็นให้ต้องมีการปีนขึ้น ความเสี่ยงในการร่วงลง (แม้ว่าจะมีราวกั้นอยู่แล้วก็ตาม) และความพยายามทางกายภาพก็ไม่คุ้มค่า

ด้วยความลึกช่องว่างภายในเปลือกไม้ จึงได้ทำให้มีบ้านที่ถูกตั้งอยู่อย่างประปรายภายในพื้นที่ดังกล่าว บ่อยครั้งก็จะมีสวนผลไม้ของเจ้าบ้านคอยประกอบ ซึ่งความต้องการจะแบ่งปันมันก็จะขึ้นอยู่กับตัวเจ้าของเอง นอกจากพวกเขาแล้ว ผู้อยู่อาศัยชนิดเดียวที่ผู้เดินจะพบก็คือคางค้าวอรุณ แม้จะมีขนาดที่น่าหวาดหวั่น แต่มันก็เป็นมิตร และเป็นเพื่อมร่วมทางที่มีประโยชน์ที่ควรนำพาไปด้วยเมื่อคำนึงถึงนิสัยชอบจับผู้คนที่ร่วงลงไปของพวกมันแล้ว

ส่วนก้านล่าง

หากไม่นับส่วนราก ส่วนก้านล่างก็จะเป็นส่วนที่มีประชากรมากที่สุดภายในพฤกษาแห่งชีวิต มันไม่เพียงจะเป็นที่ตั้งให้แก่ถิ่นฐานของมนุษย์ แต่ก็ยังเป็นที่อาศัยของชนพื้นเมืองด่าน ซีควอยอาเดนดรอน เซเปียนส์ อีกด้วย แม้ว่าโครงสร้างกล่องเสียงจะส่งผลให้พวกเขาไม่สามารถสื่อสารด้วยคำพูดได้ พวกเขาก็เป็นชุมชนทางจิตวิญญาณที่มีความรอบรู้เป็นอย่างมาก ซึ่งมีความภาคภูมิในความสัมพันธ์กับธรรมชาติที่ตนมี พวกเขาปฏิเสธที่จะสื่อสารบนกระดาษ (เนื่องจากที่มันทำมาจากต้นไม้) แต่ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเมื่อไม่นานมานี้ การสื่อสารก็เป็นไปได้ในรูปแบบดิจิตอล ความรู้ที่สั่งสมมานานนับทศวรรษมีประโยชน์ในการบันทึกและความเข้าใจประเภทของพืชท้องถิ่นแบ็กรูมส์ในปัจจุบันเป็นอย่างมาก

ในหมู่ก้านส่วนล่างของพฤกษาแห่งชีวิต ใกล้ๆกับใจกลางเมืองบาว2 จะเป็นที่ที่มีการตั้งด่านหน้าแทมนอสของ M.E.G. เอาไว้ จากทุกๆด่านหน้าภายในด่านนี้ มันก็เป็นแห่งเดียวที่สามารถจะถูกใช้ในการขยายบันไดขึ้นสู่พฤกษาแห่งชีวิตได้ อย่างไรก็ตาม วัสดุที่ถูกเก็บสะสมไว้และผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์เอ็นทิตี้ของ M.E.G. ก็เป็นเสาหลักไม่กี่เสาของด่านหน้านี้ ผู้อยู่อาศัยของมันอุทิศคนเพื่อการเข้าใจด่านและผู้คนของมันให้ได้ดียิ่งขึ้น ด้วยจุดประสงค์ที่จะเค้นหาความลับบางอย่างในการหนีออกไปจากแบ็กรูมส์ ไม่ว่ามันจะฟังดูสิ้นหวังมากเท่าไหร่

ในขณะที่ส่วนก้านล่างจะมีจำนวนประชากรที่สูงที่สุด และกระจุกกันอยู่อย่างใกล้ชิดกันกว่าพื้นที่ใดๆภายในด่านนอกไปจากส่วนฐาน มันก็ยังมีความหลากหลายในระบบนิเวศที่ต่ำที่สุดกว่าพื้นที่ไหนๆอีกด้วย ซึ่งประกอบเพียง มนุษย์ต้นไม้ มนุษย์ และค้างคาวอรุณที่เคลื่อนไหวไปมาในพื้นที่นั้น โดยจะมีถั่วน้ำค้างเป็นแหล่งอาหารเดียวของสองกลุ่มหลัง ถึงกระนั้น พวกมันก็จะยังคงมีสารอาหารที่เพียงพอ ไม่แนะนำให้คนส่วนใหญ่ปีนขึ้นไปสูงกว่านี้บนลำต้น เนื่องจากที่มันจะการเดินทางอย่างไร้ความหวัง หากไม่ได้มีการนำอุปกรณ์ เสบียง และพรรคพวกที่ถูกรูปแบบไปด้วย

ส่วนก้านกลาง

ถึงแม้ส่วนก้านกลางจะอ้างว้างในด้านของอารยธรรม แต่ทรัพยากรที่พบได้ด้านบนก็มีความอุดมสมบูรณ์ จนได้ดึงดูดฝูงของค้างคาวอรุณมารอบๆพื้นที่ที่พฤกษาแห่งชีวิตหลั่งน้ำเลี้ยง สารที่มอบผลกระทบคล้ายยาเสพติด ออกมา ด้วยเหตุผลใดเหตุผลหนึ่ง น้ำเลี้ยงนี้จะหลั่งออกมาเฉพาะจากจุดเฉพาะจุดเดียว ค้างคาวอรุณที่อยู่ภายใต้ฤทธิ์น้ำนี้อาจมีพฤติกรรมที่แปรปรวน ไม่แนะนำเป็นอย่างสูงให้ทำการบริโภคน้ำเลี้ยงนี้ เนื่องจากที่กระทั่งชาวท้องถิ่นของด่านก็ยังไม่ทราบผลกระทบที่แน่ชัดของมัน

ณ จุดๆหนึ่งเมื่อผู้ปีนเริ่มใกล้เข้ากับส่วนก้านบน บันไดขึ้นลำต้นจะเริ่มมีความปลอดภัยลดน้อยลง รั้วกั้นจะเริ่มจำนวนน้อยลงพอๆกับก้านพัก และผลไม้ที่ได้รับมอบชื่อว่า "แอปเปิ้ลของอีฟ" ก็จะเริ่มงอกขึ้น ผู้ปีนควรจะเลี่ยงการบริโภคแอปเปิ้ลเหล่านี้ในทุกหนทาง ไม่ว่าความเย้ายวนของมันจะมากเพียงใด จุดตัดที่ผู้ปีนจะทราบได้ว่าตนได้มาถึงส่วนก้านบนก็คือเมื่อปล่องบันจะเริ่มเปลี่ยนไปเป็นบันไดลิง โดยจะทอดไปในแนวทแยงจากก้านสู่ก้าน

ส่วนก้านบน

จากข้อมูลอันน้อยนิดเกี่ยวกับก้านส่วนบนที่ทราบถึง เรารู้ว่ามันมีสายพันธุ์ท้องถิ่นอยู่สองชนิดในพื้นที่ คือ หมีมอสส์ และแรสเบอร์รี่น้ำเงิน หมีมอสส์เป็นสัตว์ไร้พิษภัยโดยสิ้นเชิง หากอิงความรู้ที่เชื่อถือได้ทั้งหมด และแรสเบอร์รี่น้ำเงินก็จะเป็นเหยื่อประเภทเดียวที่พวกมันเลือกจะล่า นอกจากนี้แล้ว ก็ได้มีข่าวลือของกลุ่มต่างๆนานาที่ถูกเรียกรวมๆกันว่า "เหล่านักปีน" ที่อาศัยอยู่บนส่วนนี้ของด่านด้วยความหวังที่จะไปสู่ยอดไม้ ตามตำนานที่บรรยายถึงผลไม้แห่งชีวิตอมตะ หากใครก็ตามต้องการที่จะปีนขึ้นให้สูงจนถึงจุดนี้ การเป็นเพื่อนกับค้างคาวอรุณและหลีกเลี่ยงกลุ่มเหล่านี้ก็คงจะเป็นหนทางที่ปลอดภัยที่สุด เนื่องผู้ปีนบางคนก็ได้อ้างว่าพวกเขาเคยเกือบทุกผลักตก หากแต่ตนก็ได้จับรั้วกั้นไว้ทัน ได้มีการสันนิษฐานไว้ว่ากลุ่มเหล่านี้จะทำสิ่งใดก็ตามที่ทำได้เพื่อจะให้ได้มายังทรัพยากรที่จำเป็นในการปีนขึ้นให้ถึงยอด

ส่วนยอดไม้ (?)

ไม่เคยมีใครที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าตนได้ปีนขึ้นไปจนสุดยอดไม้ เพราะกระทั่งบันไดของต้นก็ยังสิ้นสุดลงก่อนจะสังเกตได้ถึงยอดใดๆ อย่างไรก็ตามก็ได้มีเรื่องเล่าว่าเคยมีผู้คนที่พยายามจะเร่งปีนให้ถึงจุดยอดมาก่อน โดยใช้อุปกรณ์การปีนมากมาย แม้ว่าจะไม่มีหลักฐานของเรื่องนี้แต่อย่างใด เพราะพวกเขานั้นไม่เคยกลับลงมา ได้เคยมีการพบเห็นร่างคล้ายเทวดาเรืองแสงสว่างอยู่ผ่านกล้องส่องทางไกล ซึ่งกำลังสำรวจจุดสูงที่สุดของต้นอยู่ แม้ว่าการจะสังเกตพวกเขาดีๆจะไม่สามารถทำได้ เนื่องจากระยะอันห่างไกล ซึ่งการสังเกตเหล่านี้ได้นำความน่าเชื่อถือมายังทฤษฎีที่อย่างน้อยก็จะมีสักสิ่งที่อาศัยอยู่บนยอดไม้ของพฤกษาแห่งชีวิต

สภาพแวดล้อมและอากาศ

ด่าน 300 มีสภาพแวดล้อมที่สมบูรณ์แบบสำหรับการเจริญเติบโตของชีวิตพืช ซึ่งด่านจะมีอุณหภูมิอยู่ในระหว่าง 15⁰C ถึง 35⁰C เฉลี่ยแล้วอยู่ที่ 21⁰C ในวันต่อวัน ระดับความชื้นที่สูงเป็นอย่างมากส่งผลให้อากาศมีความหนาแน่น และการกระทำทางกายภาพลำบากขึ้นในระหว่างที่กำลังปีน จะมีฝนฟ้าคะนองเกิดอยู่บ่อยครั้ง และเมื่อมันเกิด ก็จะเกิดในระดับที่ค่อนข้างรุนแรง จนเกิดน้ำท่วมชั่วคราวบนชั้นล่างๆของรากหลายครั้ง ซึ่งพืชพรรณในด่านหลังการท่วมนี้มีความสดและหลากหลายมากที่สุด 'ฝน' นี้จริงๆแล้วเป็นน้ำหล่อเลี้ยงที่ถูกผลิตขึ้นจากส่วนบนของต้น คาดเดาจากการที่ไม่มีเมฆใดๆที่ก่อตัวอยู่ในชั้นบรรยากาศของด่าน ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของผู้ปีนบนต้น ผู้ปีนจะสามารถพยเจอสายพันธุ์ต่างๆนานของต้นไม้ พุ่มไม้ หรือพืชใดๆจากที่บ้าน ตัวอย่างเช่น ก้านที่ได้รับฝนน้อยที่สุดก็จะก่อตัวเป็นทะเลทราย และนิเวศอื่นๆก็จะปรากฏตามสภาพแวดล้อมและอากาศของก้านที่มันตั้งอยู่ ดวงอาทิตย์แทบจะไม่มีวันหยุดพักที่นี่เลย โดยกลางคืนก็จะกินเวลาเพียงสี่ชั่วโมงสั้นๆก่อนที่จะขึ้นรุ่งสาง

พืชพรรณ สรรพสัตว์ และสายพันธุ์พิเศษ

พืชพรรณ

แอปเปิ้ลของอีฟเป็นส่วนแยกของพฤกษาแห่งชีวิตที่อันตรายและเป็นสิ่งเสพติด โดยจะงอกขึ้นเฉพาะใกล้ๆส่วนบนของต้น พวกมันเป็นผลไม้ลูกเท่าแตงโมที่มีรูปคล้ายแอปเปิ้ลซึ่งมีสีแดงชาดเข้ม ในขณะที่รสชาติและผิวสัมผัสรวมไปถึงความชุ่มช่ำของมันจะน่าเริงรมณ์ แต่ผลข้างเคียงที่มันมีก็โหดร้ายไร้ความปรานี ใครก็ตามเกิดพบมันเข้าจะรู้สึกถึงแรงกระตุ้นประหลาดให้ทานมันเข้าไป และเผชิญกับผลที่ตามมาอย่างสาหัส จึงเป็นผลให้มันได้รับชื่อดังกล่าวมา ไม่ว่าผู้กินจะทานมันเข้าไปมากเท่าไหร่ พวกเขาก็จะไม่มีวันพึงพอใจ และรู้สึกราวกับว่าท้องของตนยังไม่อิ่ม ผลไม้นี้จะมีฤทธิ์ชาภายในกระเพาะ ซึ่งก็ได้นำไปสู่การเสียชีวิตจากบาดแผลภายในเพราะการกินจนกระเพาะแตก มันเป็นวิธีการตายที่เลวร้าย จึงได้มีคำแนะนำจึงให้หลีกเลี่ยงพวกมัน

สรรพสัตว์

หรือที่รู้จักกันในชื่อมนุษย์ต้นไม้ สปีชีส์ที่มีสติปัญญานี้ได้อยู่มาตั้งแต่จุดเริ่มต้นของเวลาภายในแบ็กรูมส์แล้ว ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงมีความรอบรู้เหนือช่วงกาล หลายๆตนก็ได้ทำหน้าที่เป็นผู้นำทางจิตวัญญาณให้แก่กลุ่มมนุษย์ในท้องถิ่น ชีววิทยาของพวกเขาค่อนข้างที่จะเรียบง่าย พวกเขามีสองแขนและสองขา ซึ่งมีส่วนประกอบคล้ายกับโคนของต้นเซควอยา นิ้วมือ นิ้วเท้า และรยางค์อื่นๆของพวกเขาจะมีความคล้ายกับกับกิ่งก้าน พวกเขาจะมีความหลากหลายในขนาดคล้ายกันกับมนุษย์ แต่ก็จะไม่ค่อยมีความหลากหลายในด้านความหนาและรูปร่าง พวกเขาจะไม่มีระบบย่อยอาหารหรือระบบสืบพันธุ์อยู่ ตามธรรมชาติของพืช อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็จะไม่ผลิตเมล็ดเช่นกัน พวกเขาจะสืบพันธุ์ผ่านการงอกออกมาจากส่วนก้านล่างของต้นเท่านั้น ในระหว่างที่กำลังเกิดผ่านการงอกออกจากกิ่งและเริ่มได้รับสติปัญญา พวกเขานั้นก็สามารถที่จะถูกสับสันกับกิ่งไม้ทั่วไปได้

นอกจากที่พวกเขาจะไม่มีกระเพาะอาหารแล้ว มนุษย์ต้นไม้ก็ยังไม่กล่องเสียง หรือช่องปากและจมูกใดๆ แต่พวกเขาก็จะมีดวงตาคล้ายลูกปัดสามดวงที่ถูกจัดเรียงเป็นรูปสามเหลี่ยมอยู่บนใบหน้า พวกเขาเหมือนจะไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดจากการที่ไม่มีเส้นประสาท และก็ไม่มีวิธีการในการรับเสียงใดๆเลยเช่นกัน ทำให้การมองเห็น เป็นสัมผัสปกติชนิดเดียวของพวกเขา อย่างไรก็ตาม พวกเขาเคยได้พยายามที่จะอธิบายว่าพวกตนสามารถรู้สึกถึง อีกสัมผัสที่เกี่ยวข้องกับชีวิตพืชอื่นๆ เหมือนสัมผัสที่หกในบางประเภท ที่ทำให้พวกเขาสามารถสื่อสารกันเอง และกับพืชพรรณอื่นๆได้ รวมไปถึงพฤกษาแห่งชีวิตด้วย

ในทางสังคมแล้ว มนุษย์ต้นไม้จะค่อนข้างมีความต่างไปจากมนุษย์ตามที่จะสามารถคาดเดาได้ พวกเขาไม่มีการพัฒนาในช่วงวัยเด็กหรือวัยรุ่นเหมือนที่สิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่จะมี หรือความสัมพันธ์เชิงครอบครัวใดๆ แทนที่จะเป็นเช่นนั้น พวกเขาเหมือนจะมองตนเองว่าเป็นครอบครัวใหญ่ครอบครัวหนึ่ง พืชในสายพันธุ์อื่นๆจะเป็นพี่น้องและเครือญาติ โดยจะมีพฤกษาแห่งชีวิตเป็นผู้ให้กำเนิด

กลุ่มและถิ่นฐาน

ฐานไรโซของกลุ่ม M.E.G. เป็นศูนย์รวมที่สำคัญสำหรับการปฏิบัติทางพฤกษศาสตร์ทั้งหมด และเป็นสถานที่เก็บเกี่ยวเสบียงอาหารส่วนใหญ่ของ M.E.G. เนื่องจากสภาพที่สมบูรณ์แบบของด่าน จึงได้มีการตั้งเรือนกระจกและแปลงพืชหลายๆแปลงรอบรัศมีของพฤกษาแห่งชีวิต ข้างเคียงกับเกษตรกรหลายชั่วรุ่นที่อาศัยอยู่อย่างถาวร ได้มีการจัดตั้งห่วงโซ่อุปทานขึ้นหลายห่วงเพื่อขนส่งสินค้าจากด่านไปยังด่านหน้าต่างๆนานาของ M.E.G. และถิ่นฐานทั่วทั้งแบ็กรูมส์เพื่อทำการดูแลผู้คนนับร้อยนับพัน ด้วยเหตุนี้กลุ่ม M.E.G. จึงได้ทำการลงทุนพอสมควรลงในความมั่นคงในการเก็บเกี่ยวของพวกเขา และเสริมกำลังคนสำหรับการไล่กลุ่มอื่นๆที่จะพยายามเข้ามาก่อกวนระบบของพวกเขา เช่น อะมอร์ อินเทรเมนทูมา

ฐานนี้ยินดีต้อนรับผู้มาใหม่ และก็เป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การพักอาศัย โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ "เรื่อยเปื่อย" มาได้เป็นเวลาหนึ่งแล้ว


ทางเข้าและทางออก

ทางเข้า

ดังที่ได้กล่าวไปก่อนหน้า หย่อมพุ่มไม้หนาๆจะสามารถปรากฏขึ้นได้บนทุกๆด่าน พร้อมการมีอยู่ของพืชที่แน่นหนา การเข้าไปยังพุ่มเหล่านี้อันใดอันหนึ่งจะนำไปอันที่เหมือนกันทักประการบนด่าน 300

อีกทางพบได้น้อยกว่าก็คือผ่านแอ่งน้ำในหมู่รากต้นไม้ บางคนที่พบว่าตนเองกำลังจมน้ำอยู่บนตะเกียกตะกายขึ้นมาจากบ่อน้ำเหล่านี้ โดยจะไม่มีทางกลับไปยังสถานที่เดิม

ทางออก

การออกจากด่านนั้นเป็นไปด่านผ่านหนทางเดียวกันกับทางเข้า ทำให้ด่านถูกพบเจอได้ง่าย


















เว้นแต่จะกล่าวไว้เป็นอย่างอื่น หน้าเพจนี้ได้รับอนุญาตภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License