ความยากในการเอาตัวรอด:
ระดับ 3
- ความปลอดภัยหลากหลาย
- มีชุมชนที่พึ่งพาตนเองได้
- เอ็นทิตี้ปรากฏขึ้นเป็นครั้งคราว
ป่าสองหน้า
คำอธิบาย
ป่าสองหน้าเป็นพื้นที่ป่าดิบชื้นไม่ทราบขนาด ซึ่งจะอัดแน่นไปด้วยธรรมชาติ - พืชพันธุ์และสรรพสัตว์รวมถึงป่าไม้ที่มีความหนาแน่นพอประมาณ - โดยจะสามารถพบพื้นที่เปิดโล่งได้นานๆครั้ง อุณหภูมิภายในจะมีความเย็นและชื้นเป็นอย่างมาก จึงแนะนำให้ทำการสวมใส่เสื้อผ้ากันฝนก่อนเข้ามาเพราะความเปียกในป่า ผืนดินนั้นจะมีสภาพที่อุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมาก โดยมันจะมีภูมิภาคเป็นที่ราบลุ่มต่ำ
ภายในป่าจะสามารถพบแม่น้ำและลำธารเล็กๆได้ ซึ่งผู้พเนจรจะใช้เป็นแหล่งดับกระหาย - แต่ก็จะต้องถูกต้มก่อน - อีกทั้งมันก็ยังเต็มไปด้วยพืชและสัตว์หลายชนิดที่สามารถถูกใช้เป็นแหล่งอาหารและวัสดุเอาตัวรอดได้ ผู้พเนจรนั้นควรเตรียมพร้อมในเรื่องของหมอกและเข็มทิศที่จะไม่ทำงานที่นี่ เพราะฉะนั้นจึงควรหยุดใช้สิ่งนำทางตามปกติ ไม่เช่นนั้นผู้พเนจรก็จะยิ่งหลงลึกเข้าไปในป่าทึบ
ด่านนี้จะมีวัฏจักรเวลาอยู่ ถึงแม้มันจะไม่มีระยะที่คงที่ก็ตาม ผู้พเนจรที่ไม่เคยมายังด่านนี้มาก่อนจึงอาจจะมีปัญหากับสิ่งนี้ ท้องฟ้าของด่านนั้นไม่ได้มีความแตกต่างไปจากท้องฟ้าบนโลกมากนัก โดยจะยังมีวัตถุทางดาราศาสตร์อยู่ รวมถึงสภาพอากาศที่จะเปลี่ยนไปอย่างสุ่มๆ การเปลี่ยนจากกลางวันเป็นกลางคืนจะเกิดในชั่วพริบตาโดยจะไม่มีกระบวนการเปลี่ยนผ่านใดๆ ผู้พเนจรควรที่จะสร้างที่หลบภัยให้เร็วที่สุดก่อนจะถึงกลางคืน
เมื่อตกกลางคืน เอ็นทิตี้ดุร้ายจะเริ่มปรากฏให้เห็นบ่อยมากขึ้น และพวกมันก็อาจทำร้ายผู้พเนจรที่ไม่ซ่อนให้มิดชิด ดังนั้นผู้พเนจรจึงควรสร้างที่หลบซ่อนให้เร็วและรวบรวมเสบียงอาหารก่อนจะตกค่ำ ป่าแห่งนี้จะเต็มไปด้วยเอ็นทิตี้ผิดธรรมชาติเมื่อแสงอาทิตย์หายไป เช่น ฮาวด์, คลัมป์, สกิน-สติลเลอร์, มนุษย์โคลน, ปากใหญ่, และอื่นๆอีกมากมาย เอ็นทิตี้เหล่านี้ทั้งหมดจะหายไปเมื่อแสงอาทิตย์กลับมา และจะถูกแทนที่ด้วยเอ็นทิตี้ที่เป็นมิตรและสัตว์ทั่วไป
เรือที่ถูกพบในช่วงกลางคืน
สภาพแวดล้อมของด่านที่ปราศจากการรบกวนของพื้นที่นอกแบบยุคลิดทำให้การสำรวจด่านเป็นไปได้อย่างปลอดภัย และเป็นไปได้ที่จะทำการบันทึกแผนที่ อย่างไรก็ตาม การลงไปลึกเกินไปก็อาจทำให้ผู้พเนจรเสียทิศทางได้เนื่องจากความหนาทึบที่เพิ่มขึ้นของพืชพันธุ์ อีกทั้งตัวด่านเองก็จะไม่ได้เป็นอยู่เพียงป่าไม้ทั่วไป ยิ่งผู้พเนจรได้ลงลึกเข้าไปในป่าสิ่งประหลาดก็จะยิ่งปรากฏเพิ่มมากขึ้น ผู้พเนจรมีโอกาสสูงที่จะได้พบเศษซากของอารยธรรมบนโลก เช่น ซากตึก, ยานพาหนะที่พังชำรุด, และวัตถุอื่นๆที่จะถูกสร้างเฉพาะโดยมนุษย์ แหล่งที่มาของวัตถุเหล่านี้ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด เนื่องจากที่พวกมันจะปรากฏขึ้นในชั่วพริบตา โดยที่ไม่มีอะไรอยู่ก่อนในตำแหน่งของมัน พวกมันนั้นจะปรากฏขึ้นเฉพาะในช่วงกลางคืน และก็จะมีความสัมพันธ์กับชีวิตส่วนตัวของผู้ที่ค้นพบเสมอ
ปรากฏการณ์อีกอย่างที่สามารถถูกพบเจอได้โดยผู้พเนจรนั้นคืออาการภาพหลอนหรือเสียงแว่วจากหมอก โดยปรากฏการณ์นี้จะทำให้ผู้พเนจรเห็นร่างคนหรือได้ยินเสียงในระยะไกล เสียงเหล่านี้มักจะมาในรูปแบบเสียงเรียกหาหรือเพลงเบาๆที่ส่งเสียงสะท้อนไปมา ปรากฏการณ์นี้จะไม่มีพิษภัยใดๆหากผู้พเนจรไม่เดินตามหาพวกมัน เพราะมันมักจะนำไปสู่ความตาย เนื่องจากจำนวนเอ็นทิตี้ที่สูงภายในป่า
ฐาน ด่านหน้า และชุมชน
ชุมชนซิลวาเนีย
มีชุมชนของผู้รอดชีวิตอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีชื่อว่า “ซิลวาเนีย” ซึ่งอยู่ภายใต้ต้มไม้ยักษ์ที่สูงทะลุฟ้า พื้นที่แห่งนี้จะเป็นถิ่นฐานที่ขยายไปตั้งแต่รากต้นไม้ไปจนถึงลุ่มน้ำรอบต้น ชุมชนนี้ทำทั้งการเกษตรและล่าสัตว์ พวกเขาจะต้อนรับผู้เยี่ยมชมอย่างดี อีกทั้งก็จะรับแลกเปลี่ยนสิ่งของ, คำขอช่วยหาทรัพยากร, และการขอเป็นผู้พักอาศัยในพื้นที่ของพวกเขาด้วย การมาที่นี่เป็นสิ่งแรกที่ควรทำ หากผู้พเนจรต้องการจะรอดชีวิตให้นานยิ่งขึ้นภายในป่า อย่างไรก็ตาม เมื่อได้มาอยู่กับพวกเขาแล้วผู้พเนจรก็จำเป็นที่จะต้องทำตามขนบธรรมเนียมของพวกเขาด้วย การฝ่าฝืนมักจะนำไปสู่การถูกขับไล่ออกไปภายนอก แต่ผู้พเนจรก็ยังสามารถกลับเข้ามาได้ตราบใดที่พวกเขาทำตามเงื่อนไขบางข้อ
ธรรมเนียมเหล่านี้รวมถึง:
- ป่าสองหน้ามีกฎธรรมชาติของมันเอง หากคุณเริ่มไม่เชื่อในธรรมชาติของป่าสองหน้า ก็ให้ออกไปจากป่าสองหน้า (กล่าวถึงสิ่งประหลาดต่างๆภายในป่า)
- อย่าให้ศีรษะอยู่ด้านใต้ในขณะที่เท้าอยู่ด้านบน หากคุณจะทำเช่นนั้น ก็ให้ออกไปจากป่าสองหน้า (ไม่ทราบความหมาย)
- อย่าให้เพื่อนติดตามคุณมา แต่หากจำเป็น ให้คุณเว้นระยะห่างที่ 5 ดีป้า (5 ฟาทอม ±10 เมตร) หากคุณหรืออีกคนรู้สึกหวาดกลัว ก็ให้ออกไปจากป่าสองหน้า (กล่าวแนะนำว่าให้สร้างที่ซ่อนเล็กๆให้ช่วงกลางคืน เพราะที่ซ่อนใหญ่จะดึงดูดความสนใจเอ็นทิตี้)
- หากคุณพบเข้ากับคนที่สามารถพูดได้ พวกเขานั้นสามารถถูกเชื่อใจได้ แต่หากคุณพบคนที่เงียบครึมหรือเงาที่พูดได้ ก็ให้ออกไปจากป่าสองหน้า (กล่าวถึงปรากฏการณ์ของภาพและเสียงหลอนในช่วงกลางคืน)
[อีก 33 บรรทัดได้ถูกนำออก]
- หากคุณจำคำเตือนเหล่านี้ได้ ก็ให้ปฏิบัติตามพวกมัน คุณจะรู้ตัวเองเมื่อได้ทำตามพวกมัน แต่หากไม่ ก็ให้ออกไปจากป่าสองหน้า (กล่าวถึงสัญชาตญาณที่จะปรากฏขึ้นเอง)
- ป่าสองหน้าจะไม่ช่วยเหลือคุณหากคุณแหกกฎทั้งหมดของมัน หากคุณแหกกฎเหล่านั้น คุณก็จะไม่ได้อยู่ในป่าสองหน้าอีกต่อไป (กล่าวถึงบทลงโทษในการขับไล่)
- ตามที่ชื่อของมันกล่าว ป่าสองหน้าจะมีหน้าสองหน้า หากคุณได้เห็นทั้งสองหน้า คุณก็จะไม่ได้อยู่ในป่าสองหน้าอีกต่อไป (ไม่ทราบความหมาย)
ทางเข้าและทางออก
ทางเข้า
- แม้จะมีโอกาสเกิดเพียงเล็กน้อย การเข้าไปภายในพุ่มไม้หนาระหว่างต้นไม้สามารถจะนำผู้พเนจรมาสู่ด่านนี้ได้ อย่างไรก็ดี พุ่มไม้ภายในพื้นที่วงล้อมแห่งความตาย, แผ่นดินของโลก, และเมฆมหึมาก็มีโอกาสสูงกว่าที่จะนำผู้พเนจรมาสู่ด่านนี้
- ด่านจะสามารถถูกเข้าถึงได้อย่างมั่นคงผ่านด่านที่สามารถเชื่อมไปได้ยังหลายๆด่าน เช่น การแสดงไร้สติ (โทรทัศน์ที่ฉายภาพพื้นที่ป่า) และทางลัด (ประตูที่มีพุ่มไม้โตรอบข้าง)
ทางออก
- ขอคนในซิลวาเนียให้พาไปหาทางออกไปยังด่านปลอดภันด่านอื่น
- การเข้าไปภายในซากตึกต่างๆสามารถที่จะนำไปสู่ด่านเช่น ตลาดที่ถูกปิด, ด่านที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง, หรือปาการิยาได้
- ไม่แนะนำให้ทำการเดินไปในถ้ำเปิด เนื่องจากที่มันมักจะพาผู้พเนจรไปยังภูมิภาคถ้ำรูพรุน
- การเดินต่อไปในหมอกที่มีลมแรงจะนำผู้พเนจรไปสู่ภูมิภาคอภิมหาพายุยักษ์ แต่หากหมอกนั้นจู่ๆก็มีอากาศที่น้อยลง ผู้พเนจรจะถูกส่งมายังภูมิภาคเถ้าถ่านที่ทับถมในทันที หากพวกเขายังเดินต่อไป



