ด่าน 371

คะแนน: +2+x



ลมหายใจแห่งความโล่งอกได้ถูกปล่อยออกมาจากปอด



SURVIVAL DIFFICULTY:

Class 0

  • ปลอดภัย
  • อยู่อาศัยได้
  • ปราศจากซึ่งความกลัว
sky1

ห้องว่างและรูขนาดใหญ่ที่นำไปสู่ความว่างเปล่าในด่าน 371

คำอธิบาย:

“อนาคตถึงแม้จะเป็นสิ่งที่ทุกสิ่งอย่างประสบ แต่ก็เป็นสิ่งที่แทบไม่มีใครสามารถควบคุมมันได้อย่างเต็มที่ ในขณะที่มวลมนุษย์อาจจะสามารถเปลี่ยนช่วงนาทีเล็กๆน้อยๆ อนาคตอันสั้น โลกกว้าง หรือแม้กระทั่งโลกเบี้องหลังนั้นได้ อนาคตก็ยังเป็นสิ่งที่ประชากรโดยเฉลี่ยไม่สามารถควบคุมได้ ตั้งแต่สิ่งเล็กๆน้อยๆที่อยู่เหนือการควบคุมของพวกเขา เช่น ความเจ็บป่วยหรือภาษี ไปจนถึงองค์ประกอบที่ใหญ่กว่า เช่น สงครามและความแห้งแล้ง อนาคตเป็นสิ่งที่โหดร้ายสำหรับทุกคน สำหรับหลายๆคน ธรรมชาติที่มิอาจเข้าใจได้ของสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นเป็นแนวคิดที่เลวร้ายและน่าสะพรึงกลัวอย่างแปลกประหลาด ซึ่งก็ทำให้ผู้คนส่วนใหญ่ตั้งใจที่จะไม่คิดถึงมัน หรือไม่ก็ตั้งจิตมุ่งคิดแต่เรื่องของมันไปเลย ถึงแม้ว่าด้านสุดโต่งทั้งสองด้านจะดูไม่น่าเข้าหา แต่มันก็เป็นสองทางเลือกที่ผู้คนพยายามดิ้นรนเพื่อให้ได้มามากที่สุด เพื่อผลประโยชน์ของตนเอง"

ด่าน 371 เป็นชุดสำนักงานว่างเปล่าที่กว้างใหญ่และไร้ซึ่งขอบเขต พวกมันมีรูปทรงที่ซับซ้อนและอยู่ในสีโทนเดียว ทั้งหมดบ่อยครั้งจะมีรูขนาดใหญ่ที่เปิดกว้างกระจายอยู่ตามพื้น ซึ่งก็จะนำลงไปสู่ความว่างเปล่าที่กว้างใหญ่และมีเมฆอยู่มากมาย ห้องต่างๆที่ถูกเรียงกันเอาไว้อย่างไม่เป็นระเบียบ พวกมันสามารถมีรูปทรงใดๆก็ได้ ไม่ว่าจะเรียบง่ายหรือซับซ้อนเพียงใด ตราบเท่าที่รูปร่างนั้นยังมีรูปทรงแบบยุคลิดอยู่ โครงสร้างของผนังนั้นทำมาจากปูนปลาสเตอร์ทั่วๆไป ซึ่งมีพื้นผิวที่ทั้งเรียบและทนทานจนไม่สามารถทำลายได้ ห้องต่างๆมักจะถูกทาด้วยสีขาว, ฟ้าเทา, และเหลืองเทา สลับกับสีขาวที่ซ้ำซากจำเจ อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ห้องบางห้องจะมีสีแบบสุ่ม, ภาพจิตรกรรมฝาผนัง, งานศิลปะ, หรือสิ่งติดตั้งผิดปกติต่างๆอยู่บนผนัง ของตกแต่งที่ผิดปกติรูปแบบเดียวภายในด่าน 371 ที่ดูเหมือนจะไม่ปรากฏให้เห็นคือเฟอร์นิเจอร์รูปแบบใดๆก็ตาม ซึ่งไม่เคยได้รับการบันทึกไว้หรือพิสูจน์เลยสักครั้ง

WalkwayReplacement

ทางเดินที่ทอดผ่านความว่างเปล่าไปโดยที่มีโถงทางเดินยาวอยู่ด้านหลังของมัน

ภายใต้ความกว้างใหญ่ไพศาลของห้องสีขาวนวลที่ว่างเปล่านั้น ยังมีท้องฟ้าสีครามและเมฆสีเทาเย็นตาที่กว้างใหญ่ไร้ขอบเขตเช่นเดียวกันอยู่ แม้ว่าจะถูกรู้จักและมองโดยผู้พเนจรว่าเป็นความว่างเปล่า แต่ความไม่มีที่สิ้นสุดอันไร้ขอบเขตที่อยู่ต่ำกว่าห้องที่จับต้องได้ในด่านนี้นั้น ก็ยังให้บรรยากาศที่คล้ายกับโลก สีของท้องฟ้ารวมถึงการมีอยู่ของเมฆที่อยู่ภายใน บ่งบอกว่าพื้นที่ในอากาศมีองค์ประกอบของอากาศซึ่งสามารถถูกนำมาใช้สำหรับการหายใจได้

ช่องสู่ความว่างเปล่าเหล่านี้ไม่เคยที่จะกินพื้นที่ของพื้นทั่วทั้งห้อง และ—ในกรณีที่หาได้ยาก—จะไม่ปรากฏเลยในบางพื้นที่ แทนที่จะเป็นอย่างนั้น รูที่อ้าเปิดไปยังเบี้องล่างมักจะปรากฏอยู่ตรงกลางของพื้นที่เหล่านี้ โดยจะมีพรมหรือพื้นหินอ่อนเพียงพอที่จะพันรอบกลางหลุมเอาไว้ ช่องเปิดเหล่านี้ไม่มีราวจับหรือเครื่องป้องกันใดๆเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้คนตกลงไป พื้นที่สามารถเดินข้างบนได้มักจะกว้างพอที่จะป้องกันการตกลงไปภายในรูที่เปิดกว้างเหล่านี้ อย่างไรก็ตาม ก็ควรที่จะสังเกตไว้ว่าในบางครั้งช่องเปิดภายในห้องเหล่านี้ก็อาจจะแหกกฎเหล่านี้ได้ บางห้องอาจไม่มีพื้น แต่จะมีทางเดินเล็กๆที่ทอดผ่านกลางห้อง หรือห้องอื่นๆอาจแบ่งพื้นที่เดินข้างบนได้ออกเป็นสองส่วนด้วยคูน้ำแห่งความว่างเปล่าที่ไม่อาจข้ามได้

จากคำพูดของผู้พเนจรทุกคนที่ได้ก้าวเท้าเข้ามาภายในด่าน 371 ช่องที่เปิดกว้างไปยังห้วงเหวที่แสนคุ้นเคยเบี้องใต้เหล่านี้ก่อให้เกิดความรู้สึกกลัวแปลกๆสำหรับผู้ที่ได้มองลงไปภายใต้ นักเดินทางส่วนใหญ่ที่มาถึงด่านนี้มักจะหลีกเลี่ยงช่องเปิดต่างๆไม่ว่าช่องนั้นจะมีขนาดเท่าใดก็ตาม เนื่องจากความกลัวที่จะตกลงไปสู่ความไร้ที่สิ้นสุดนั้นเป็นความเสี่ยงที่สูงเกินกว่าจะแลกเพื่อให้ได้เข้าไปมองดูพวกมัน หากมีผู้ใดได้ตกลงไปในหนึ่งในหลุมเหล่านี้ ไม่ว่าจะโดยเจตนาหรือไม่ เขาผู้นั้นจะได้เห็นด้านใต้ของห้องต่างๆ เช่นเดียวกับอากาศสีฟ้าใสและเมฆหมอกสีเทาของท้องฟ้า

หลายๆคน โดยเฉพาะคนที่ได้ร่วงหล่นลงไปภายใต้หลายนาที ได้รายงานถึงความรู้สึกกังวล, วิตก, หรือแม้แต่ความรู้สึกกลัวความตายในหมู่คนขึ้กังวลเพียงไม่กี่คน ไม่ว่าใครก็ตามหรืออะไรก็ตามที่ได้ตกลงไปในช่องเปิด พวกมันจะถูกส่งกลับขึ้นมาอย่างรวดเร็ว และจะถูกวางไว้ในระยะที่ปลอดภัยและห่างออกไปจากหลุมที่มันตกลงไปภายใน เพื่อป้องกันไม่ให้กระบวนการที่เพิ่งเกิดขึ้นได้เกิดขึ้นซ้ำอีก การเดินทางกลับนี้ ซึ่งโดยปกติจะเกิดขึ้นสักพักหลังจากการร่วงหล่น สามารถถูกทำซ้ำได้อย่างไม่จำกัด และภายในหลุมที่นำไปสู่ความว่างเปล่าใดๆก็ได้ที่เราเลือกจะใช้

VoidReplacement

ขอบของช่องความว่างเปล่าที่เปิดอยู่ภายในห้องว่างขนาดใหญ่

เอ็นทิตี้:

ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดๆอยู่อาศัยอยู่ภายในด่าน 371 เนื่องด้วยที่ด่านนี้ไม่มีอาหาร น้ำที่ดื่มได้ และข้อเท็จจริงที่ว่าสิ่งมีชีวิตสองสิ่งมิอาจพบกันได้ภายในพื้นที่เดียวกัน เนื่องจากที่ไม่เคยมีห้องสองห้องที่ดูเหมือนกันถูกบันทึกมาก่อน จึงคาดว่าขนาดที่ไร้ที่สิ้นสุดของภูมิประเทศนี้เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ผู้คนไม่สามารถมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นได้ ด้วยเหตุนี้ เอ็นทิตี้ตัวเดียวที่มีอยู่ในด่าน 371 ก็คือตัวคุณเอง เนื่องจากสิ่งมีชีวิตอื่นๆนั้นจะอยู่ห่างไปจากคุณอย่างไร้ที่สิ้นสุด ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ใดก็ตาม

ฐาน ด่านหน้า และชุมชน:

ด้วยเหตุผลที่ได้กล่าวไปก่อนหน้านี้ ไม่มีชุมชนใดๆสามารถที่จะเข้ามาพยายามตั้งตัวภายในห้องจำนวนนับไม่ถ้วนนี้ได้ด้วยซ้ำ ในความเป็นจริง การอยู่ในด่านนี้นานกว่าสองสามวันโดยที่ไม่ได้เตรียมอาหารและน้ำไว้ในจำนวนที่เหมาะสมอาจทำให้บางคนอ่อนแอเนื่องจากความอดอยาก หรือ—ที่มีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นมากกว่า—ภาวะขาดน้ำ

ข้อมูลที่แนบมา:

แม้ว่าจะไม่มีหลักฐานแน่ชัด แต่ข่าวลือในกลุ่มต่างๆระบุว่าผู้พเนจรที่ไม่เปิดเผยชื่อได้พบกับกองอาหารและน้ำที่ค่อนข้างใหญ่อยู่ภายในด่าน มันถูกกองไว้อย่างมั่วซั่วบนทางเดินที่ตัดกันอยู่เหนือความว่างเปล่า มีการระบุว่าได้พบโน๊ตถูกฝังลึกอยู่ในกองทรัพยากร ในขณะที่เนื้อหาที่แท้จริงของโน๊ตนี้ได้รับการเรียบเรียงและแปลใหม่หลายครั้ง แต่ก็เชื่อกันว่าโน๊ตต้นฉบับมีข้อความต่อไปนี้อยู่บนมัน:

โน๊ตดังกล่าว:
ถึงใครก็ตามที่กระดาษใบนี้อาจจะได้ไปพบเจอ:

ฉันไม่แน่ใจว่าจะมีใครหาโน๊ตนี้เจอมั้ย ฉันไม่เคยพบใครเลยในการมาเยื่ยมเยือนภูมิประเทศนี้หลากหลายครั้งของฉัน และฉันก็ไม่เคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับทีมหรือกลุ่มคนที่เคยได้อยู่เป็นกลุ่มเดียวกันเมื่อได้เข้าสู่ฉากนี้ แต่ถึงอย่างนั้น ฉันได้ตัดสินใจที่จะทิ้งภูเขาเสบียงนี้ไว้ที่นี่ ถ้าอย่างน้อยจะมีคนที่สามารถค้นพบมันได้ ถ้าเกิดว่าสถานที่แห่งนี้มีขนาดใหญ่จนเป็นไปไม่ได้ แทนที่จะแยกผู้คนออกจากกันได้อย่างเหนือธรรมชาติ ฉันหวังว่าสักวันหนึ่งโน๊ตนี้จะไปถึงใครบางคน

เหมือนกับคนส่วนใหญ่จากบ้าน ฉันเป็นนักพเนจรตัวยง ฉันชอบผจญภัยจากจักรวาลแปลกประหลาดไปยังอีกจักรวาลแปลกประหลาด เนื่องจากแต่ละฉากที่ฉันได้เห็นมักจะเปิดตาของฉันให้กว้างขึ้นกว่าเดิม ทำให้ฉันมองเห็นสิ่งที่ฉันไม่เคยคิดว่าจะเป็นไปได้ แม้แต่ในโลกหลายแห่งที่เชื่อมต่อกันเช่นนี้ เพื่อนที่มีจิตใจคับแคบและไร้ความลึกตื้นของฉันหลายคนมองดูด่านนี้ (ซึ่งฉันชอบเรียกว่าแอร์รูมส์) และโยนมันทิ้งไป มองมันด้วยมุมมองที่ใช้มองด่านอื่นๆที่มีความว่างเปล่าและรูปร่างคล้ายกัน อย่างไรก็ตาม ฉันเห็นข้อความที่แวววาวและเป็นชั้นมากขึ้นซึ่งระบายทับความน่าเบื่อของมันไปด้วยความสิ้นเปลือง มันอาจจะเป็นสิ่งที่มีเพียงฉันและฉันคนเดียวเท่านั้นที่เคยอนุมานได้ และมันอาจจะยังห่างไกลจากความถูกต้อง แต่มันก็เป็นสิ่งที่ทำให้ฉันรักห้องเหล่านี้อย่างสุดซึ้ง

สำหรับฉันแล้ว สเคปนี้มันเหมือนกับเครื่องมือในการทำสมาธิที่ฉันชื่นชอบ ซึ่งฉันก็มักจะไปเยื่ยมชมอยู่เป็นประจำ สถานที่ขนาดใหญ่ ว่างเปล่า และโดดเดี่ยว ถูกสร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมที่ฉันคุ้นเคย แต่ก็ยังได้รับการออกแบบในลักษณะที่ให้ความรู้สึกแปลกตาเป็นอย่างมาก ตั้งแต่รูโหว่บนพื้น ไปจนถึงรอยแยกแปลกๆตามผนังและพื้น หรือแม้กระทั่งเสียงแปลกๆภายในด่านที่ฉันได้ยินเป็นอยู่ครั้งคราว คุณสมบัติเหล่านี้เพียงแค่อย่างเดียวก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ภูมิทัศน์ของสำนักงานที่กว้างใหญ่และไร้ซึ่งที่สิ้นสุดให้ความรู้สึกเซนมากขึ้น แม้ว่าลักษณะทั้งหมดนี้จะดึงดูดสายตาของฉันและทำให้ฉันรู้สึกสงบ แต่—ไม่ต้องสงสัยเลยว่า—มันเป็นความว่างเปล่าและคุณสมบัติของมันนี่แหละที่ผนึกภูมิทัศน์นี้เอาไว้เป็นสถานที่พักผ่อนส่วนตัวของฉัน

มันเป็นเพียงแค่ในกระดาษแผ่นเดียวนี้เท่านั้นที่ฉันจะสามารถเริ่มระบายปัญหาที่หยั่งรากลึกในชีวิตของฉันได้ เพราะฉันรู้สึกว่าการพูดออกมานั้นเป็นก้าวที่ไกลเกินกว่าที่ฉันจะสามารถทำได้ในสภาพจิตใจปัจจุบันของฉัน อย่างไรก็ตาม เพื่อที่จะเต้นไปรอบๆเนื้อหาในขณะที่ยังคงพยายามจะพูดถึงมัน อนาคตก็คือปีศาจที่โหดร้ายที่เข้ามาใกล้เข้ามาเรื่อยๆ และเป็นสิ่งที่ทำให้ฉันเลือดเย็น หลายคนยอมรับสิ่งที่กำลังก้าวเข้ามา หรือเพียงแค่ยักไหล่หรือแบกรับความโชคร้ายใดๆ ที่วันพรุ่งนี้และวันต่อๆ ไปจะตกเป็นมรดกให้พวกเขา น่าเสียดายที่นั่นไม่ใช่พลังพิเศษที่ฉันเคยได้รับ ฉันมักจะกังวลถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะในโลกที่เราทุกคนอาศัยอยู่นี้ ความเป็นไปได้ที่จะเกิดการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแก่ตนเองหรือผู้อื่น ความเป็นไปได้ที่จะต้องย้าย อาหารหมด การติดอยู่ในฉากที่ไม่มีใครเคยเห็นหรือถูกสิ่งมีชีวิตที่ไม่มีใครรู้จักตะปบจนตาย ความเป็นไปได้เหล่านั้น ซึ่งบางส่วนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในภูมิทัศน์แปลกประหลาดของเรา เป็นสิ่งที่ทำให้ฉันตกตะลึงจนถึงแก่นแท้ และทำให้ฉันหวาดกลัวกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในวันข้างหน้า

อย่างไรก็ตาม ช่องสู่ความว่างเปล่าเหล่านี้ก็คอยเตือนฉันอยู่เสมอให้ลุกขึ้นมาและต่อสู้ต่อไปไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในอนาคต ถึงแม้ว่าสิ่งที่อยู่ของความว่างเปล่านั้นจะไม่ได้มีความสงบหรือความเซนอยู่ภายใน แต่ในทางกลับกัน ความจริงที่ว่าทุกครั้งที่บุคคลหนึ่งจะถูกส่งกลับมาเมื่อได้ตกลงไปภายในพวกมัน เป็นแรงกำลังหลักสำหรับสายจูงใหม่ของฉันที่เอาไว้ใช้กับอนาคตและสิ่งจะมาพร้อมกับมัน ห่วงโซ่ของเหตุการณ์ตั้งแต่การตกลงไปในความว่างเปล่าไปจนถึงการกลับมาอีกครั้งในจุดที่พวกเขาเริ่มต้นนั้นเป็นวงจรที่น่าหลงใหลซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงสิ่งที่ฉันปรารถนาที่จะได้ทำเมื่อได้เผชิญกับอนาคต หากจู่ๆฉันได้จมดิ่งลงสู่สถานการณ์ที่น่ากลัวซึ่งทำให้ฉันต้องคุกเข่าลง ฉันจะได้สามารถกลับไปสู่เส้นทางที่ฉันเคยอยู่ได้ในที่สุด โดยได้เรียนรู้สิ่งใหม่อย่างน้อยอย่างนึงไม่ก็สองอย่าง มันเป็นความเชื่อมโยงเชิงเปรียบเทียบที่มีแต่ฉันเองเท่านั้นที่เสกสรรมันขึ้นมา มันอาจจะดูแปลกไปสำหรับหลายๆคน แต่มันเป็นวิธีของฉันเองใช้ในการรับรู้ความงามและเซนจากภูมิทัศน์นี้ และมันก็เป็นวิธีที่ฉันแยกพื้นที่ในอาคารนี้ออกจากพื้นที่อื่นๆทั้งหมดที่มีลักษณะคล้ายกันในการออกแบบ

ทางเข้าและทางออก:

371

หลุมเล็กๆที่เรียงกันเป็นเส้นตรง ซึ่งจะนำไปสู่สิ่งที่ไม่อาจทราบได้

ทางเข้า:

  • การกระโดดข้ามราวบันไดของด่าน 54 และตกลงไปตรงกลางเป็นเวลานานพอสมควร ในที่สุดก็จะนำผู้ที่ตกลงไปมาสู่ด่านนี้
  • การโนคลิปผ่านสะพานใดๆก็ตามที่ทำมาจากพรมในด่าน 63 จะส่งผู้ที่โนคลิปเข้าไปด่าน 371;
  • การร่วงหล่นนานพอภายในด่าน 198 จะนำคุณมาที่นี่ในที่สุด

ทางออก:

  • การเข้าไปในท่ออากาศที่มองเห็นได้ตามแนวผนังจะนำไปสู่ด่าน 96
  • บันไดใดๆที่มุ่งขึ้นไปจะนำไปสู่ด่าน 280
  • การหาเกาะหญ้าตรงกลางความว่างเปล่าที่ถูกเชื่อมไว้กับพื้นด้วยสะพานจะนำไปสู่ด่าน 149 หรือด่าน 756

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License