"โลกนี้เปี่ยมไปด้วยความโกลาหล พลังงาน และเสียงรบกวน มากพอจะกลบเกลื่อนตัวตนของคุณ บดบังการมีอยู่ของคุณในทุกอณู แต่ในช่วงที่มันยากจะทานทน ทันใดนั้น ทุกๆสิ่งก็เงียบลง พร้อมกับแสงไฟที่ส่องจ้าขึ้น"
คำอธิบาย
ด่าน 55 หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ร้านข้างทาง” เป็นชุดของห้องจำนวนอนันต์ที่ถูกแบ่งเป็นส่วนๆ ลักษณะคล้ายร้านอาหารสไตล์บ้านนอกที่ถูกทิ้งร้าง ร้านข้างทางถือเป็นโอเอซิสอันแสนปลอดภัย และแม้ว่ามันจะเป็นที่ชื่นชอบด้วยเหตุดังกล่าว ตัวด่านก็ไม่ได้เหมาะสำหรับอยู่อาศัยระยะยาวเลย
ด่านนี้เป็นคอมเพล็กซ์ของพื้นที่ห้องในร้านอาหารที่เชื่อมหากันผ่านโถงทางเดินต่างๆ แม้แต่ละห้องจะถูกจัดอย่างสุ่มๆ แต่พวกมันก็มักจะมีโต๊ะสั่งอาหาร ห้องครัว และแถวเก้าอี้อยู่ ห้องอื่นๆ เช่น ห้องน้ำที่นานๆจะปรากฏขึ้น ด่าน 55 อยู่ในสภาพคร่ำคร่า ผนังอิฐแตกๆ วอลเปเปอร์ขาดยุ้ย พื้นไม้ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด และฝุ่นผงที่เกาะติดทุกพื้นผิว แม้ว่าจะยังไม่มีการบันทึกถึงการถล่มใดๆในโครงสร้าง แต่ผู้พเนจรก็ควรระมัดระวังไว้
เมื่อเข้ามาสู่ด่าน ผู้พเนจรจะพบตัวเองอยู่ในห้องปลอดภัย ห้องนี้จะเป็นจุดๆเดียวในการเข้าถึงด่าน และเป็นสิ่งบ่งบอกหลักถึงการเข้ามายังด่าน 55 แนะนำให้ผู้พเนจรตั้งที่พักชั่วคราวขึ้นภายในห้องปลอดภัย
แม้ว่าส่วนใหญ่ของด่านจะว่างเปล่า มันก็มีแหล่งอาหารที่คงที่ โดยจะมีมื้ออาหารหลากประเภทจากโลกฟรอนท์รูมส์ อาหารทั่วๆไปภายในแบ็กรูมส์จะไม่มีอยู่ในด่าน 55 รวมถึงน้ำอัลมอนด์ ซึ่งได้ถูกใช้แทนน้ำเปล่าปกติ
หากผู้พเนจรเลือกจะออกไปจากห้องปลอดภัยและสำรวจส่วนที่เหลือของด่าน 55 พวกเขาจะได้เข้าไปสู่ส่วนนอก ซึ่งจะมีรูปลักษณ์เหมือนกับห้องปลอดภัยเพียงแต่จะมีความต่างเล็กๆน้อยๆ
ฉันแทบจะมองไปหาสิ่งที่ตาเห็นไม่ได้
ในตอนที่ฉันมาที่นี่ครั้งแรก ในโลกใหม่อันแสนประหลาด ฉันคิดไปว่ามันจะเป็นทางออกให้ฉัน บางทีมันอาจจะมอบอิสระที่ฉันเสาะหา บางทีเมื่อฉันไปถึงจุดจบของเส้นทาง ฉันจะได้ยืนตระหง่านอยู่บนยอดเขาแห่งการตื่นรู้
แต่ในตอนนี้ความจริงที่โหดร้ายและขมขื่นของสถานการณ์ก็กำลังตีกลับมาหาฉัน ในระหว่างที่ฉันกลับมาได้สติหลังนอนอยู่บนพื้นอิฐเย็นเฉียบ ในตอนที่กำลังลุกขึ้นยืน ความเจ็บที่คมชัดก็แล่นเข้าหัว นี่แหละชีวิตฉันในตอนนี้
แสงไฟที่สาดส่องเข้าตา ทำให้ฉันต้องถอยกลับ และนำหัวกลับไปซุกซอกแขน มันเป็นผู้บุกรุกที่สุดจะเลวร้ายซึ่งคอยทำลายทิวทัศน์…
ประสาทสัมผัสของฉันเริ่มปรับตัวได้ ฉันชำเลืองมองไปยังสิ่งรอบข้าง
ไม่มีอะไรเลย ยังไม่มีอะไรเลย…
คุณสมบัติอื่นๆของด่าน 55
ต่างจากด่านอื่นๆ ด่าน 55 นั้นจะเงียบจนน่าขนลุกอยู่เสมอ หลอดไฟจะไม่ส่งเสียงจี่ ไม่มีเสียงเอี๊ยดและฟู่ของเครื่องจักรอุตสาหกรรม อีกทั้งก็ปราศจากสัญญาของชีวิตใดๆ
ประกอบกับเสียงเหล่านี้แล้ว อากาศในด่านก็ยังมีความชื้นที่สูง โดยจะมีอุณหภูมิห้องอยู่ที่ 21°C ห้องส่วนใหญ่จึงมักจะให้ความรู้สึกหนาวชื้น
เนื่องด้วยปัจจัยเหล่านี้ การอยู่ภายในด่าน 55 จึงอาจนำไปสู่การเห็นภาพหลอนและได้ยินเสียงแว่วได้
ฉันไม่รู้ว่าควรต้องทำอะไร เป็นครั้งแรกเลยที่ฉันรู้สึกไร้ทิศทางจะไป ฉันไม่ได้ตกอยู่ในอันตราย ไม่มีสัตว์ร้ายจากเงามืดมาบงการทิศทางในชีวิตฉันอีกต่อไป
ฉันกลอกตาไปทั่วทุกที่ ใบหน้าเกร็งขึ้น ขาของฉันก้าวเดินไปด้วยตัวเอง มันพาฉันไปที่โต๊ะตัวหนึ่ง
ไม่ใช่ว่าฉันควรมีความสุขหรอ?
แต่ฉันก็ถอดใจออกมาแล้ว และกำลังหาสิ่งอื่นมาจดจ่อแทน
เมื่อไร้ซึ่งสัญญาณการมีอยู่ของผู้พเนจรภายในด่าน โครงสร้างของส่วนนอกก็อาจผันแปรไปได้
ในระหว่างกระบวนการนี้ ด่านจะไม่สร้างห้องใหม่ๆขึ้น แทนที่จะเป็นเช่นนั้น ห้องที่มีอยู่แล้วจะถูกเคลื่อนย้ายไปแทน โดยจะเชื่อมเข้าด้วยกันใหม่ในรูปแบบที่เปลี่ยนไป ห้องที่บุคคลหนึ่งพบในเวลาหนึ่งอาจจะไม่ถูกพบโดยผู้พเนจรอีกคนในอีกเวลาหนึ่ง
เป็นผลมาจากสิ่งนี้ การเดินทางแต่ละครั้งในด่าน 55 จึงแตกต่างกันไป
ฉันหลุดออกมาแล้ว
ที่นี่เป็นร้านอาหาร ในที่สุดฉันก็ได้ตื่นขึ้นมาจริงๆ และได้รับรู้สภาพแวดล้อมอย่างมีสมาธิ
ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ จิตใจฉันไม่อยู่กับตัวเลย มันแทบไม่รู้สึกจริงด้วยซ้ำ เหมือนกับว่าทุกสิ่งที่ประสบมาเป็นฝันอันแสนเลวร้าย ฉันจินตนาการว่าตัวเองเป็นบุคคลที่สาม เฝ้ามองอยู่ผ่านเบ้าตาของผู้อื่น…
และในตอนนี้ บางสิ่งก็กำลังดึงจิตใจของฉันอยู่ จนมันหลุดออกมาไม่เป็นชิ้น
ห้องทุกห้องจะมีแสงอาทิตย์ไม่ทราบแหล่งกำเนิดฉายอยู่ภายใน การวิจัยได้สรุปว่าลำแสงที่ส่องเข้ามาจากมุมต่างๆในห้องของด่าน 55 นั้นจะมาจากแหล่งกำเนิดที่ไม่สามารถถูกสังเกตได้
นักวิจัยระบุไว้ว่าผู้ที่ได้อยู่ภายในด่าน 55 จะมีแนวคิดเชิงบวกต่อแสงอาทิตย์นี้ ในรายงานหนึ่ง ผู้ให้สัมภาษณ์ได้กล่าวว่า “[แสงอาทิตย์] ให้สัมผัสเหมือนกับของจริง ราวกับว่าฉันได้อยู่ข้างนอกจริงๆอีกครั้ง ในตอนนั้นฉันรู้สึกเพลียมากๆ”
เป็นที่ทราบกันว่าแสงอาทิตย์ในร้านข้างทางจะกระตุ้นความเหนื่อยล้าและง่วงงุนในหมู่ผู้พเนจรที่ได้ใช้งานร่างกายจนเกินกำลัง โดยจะยิ่งส่งผลหากเป็นผู้ที่ได้อยู่ในแบ็กรูมส์มาเป็นเวลายาวนาน ซึ่งแสงอาทิตย์ก็จะยิ่งมีผลเข้มข้นขึ้น
ในห้วงความคิดที่กำลังหมุนวน ฉันจะวนกลับมาอยู่สภาพนี้เป็นครั้งคราว
และจากนั้นฉันก็เห็นแสงที่ฉายภายในห้อง
และแต่ละครั้งที่ฉันเห็นมัน มันก็ทำหน้าที่เป็นแรงบันดาลใจใหม่ให้ฉันได้เริ่มเปิดดูความทรงจำใหม่ๆ
ในตอนแรก มันก็นำพาฉันไปหาช่วงวัยเด็ก… วันสุดท้ายของโรงเรียน เมื่อได้เห็นแสงแดดยามเย็นส่องผ่านบานหน้าต่าง และจากนั้นระฆังก็จะดังเพื่อปล่อยเรากลับบ้าน วันวานที่ฉันและเพื่อนไม่กี่คนจะใช้เวลาช่วงบ่ายเล่นสนุกรอบๆเมืองเล็กๆคร่ำครึของเรา
แต่จากนั้นเราก็โตขึ้น… ฉันรู้สึกแค่ว่ามันห่างเหิน
ทำไมกันล่ะ?
…
มันพาฉันผ่านความทรงจำมากมายที่คลับคล้ายกัน แต่ละอันคอยย้ำเตือนว่าฉันเป็นใคร และมาอยู่ที่นี่ทำไม
และในท้ายที่สุด มันก็พาฉันมายังประกายนั้น เหตุผลที่ทำให้ฉันมาอยู่ที่นี่
ฉันไถลลงเก้าอี้ไปยิ่งกว่าเดิม และสุดท้ายก็ปิดตาลง
หนึ่งในห้องร้านอาหารหลายๆห้องในด่าน 55
ฐานในอดีต
นอกเหนือไปจากความพยายามยิบย่อยในปี 2018 ปฏิบัติร่วมกันโดยกลุ่ม B.N.T.G. และกลุ่ม M.E.G. ซึ่งได้รับความสำเร็จเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ก็ไม่มีฐานใดๆที่ถูกจัดตั้งขึ้นในด่าน 55
แม้จะอ้างได้ว่าด่านหน้าภายในด่าน 55 สามารถที่จะถูกจัดตั้งขึ้นได้ในระยะยาว การทำเช่นนั้นก็จำเป็นจะต้องใช้โชคสูง เนื่องจากความฉับพลันและไม่อาจคาดเดาได้ของการออกจากด่าน 55 อย่างไรก็ตามการจะทำให้ได้จริงๆก็แทบเป็นไปไม่ได้เพราะความยากในการเข้าถึงตัวด่านเอง
แทนการตั้งด่านหน้า กลุ่ม M.E.G. จะกลับมายังด่านเป็นครั้งคราวและทิ้งเสบียงและเครื่องใช้สำคัญ เช่น โทรศัพท์ อาวุธ แผ่นพับซึ่งให้ข้อมูลเกี่ยวกับด่าน และข้อมูลของหนทางในการติดต่อกับกลุ่ม M.E.G.
อีกทั้งก็ยังมีฟอรั่มบนแบ็กเน็ตที่สามารถถูกใช้ในการรายงานและบันทึกการเดินทางภายในด่าน 55 ซึ่งถูกสร้างขึ้นโดยทีมวิจัย ฟอรั่มดังกล่าวเป็นเครื่องมือสำคัญในการเข้าใจและบันทึกผลกระทบของด่านให้ได้ดียิ่งขึ้น
บางทีมันอาจเป็นแค่ในหัวฉัน แต่ตอนนี้ฉันกำลังได้ยินเสียงร่ำร้องอันบริสุทธิ์กำลังกึกก้องอยู่ในหู แสงสว่างจ้าขึ้น และฉันก็รู้สึกราวกับโลกรอบๆตัวกำลังสลายลง
ฉันกลับมาที่คาเฟ่นั่น ในวันๆนั้น วันแรกและวันเดียวที่ฉันเคยได้พูดเปิดใจจริงๆ ก่อนฉันจะออกมาจากเมือง ฉันไปนั่งที่โต๊ะๆหนึ่งกับพ่อ ฉันบอกความรู้สึกที่ฉันมีต่อชีวิต และตอนนี้ ฉันก็กำลังมองตัวเองที่กำลังอยู่ในวันนั้นอีกรอบ ฝนชนเข้ากับกระจกและทิ้งหยดน้ำเล็กๆไว้ ในขณะที่ฉันกำลังมองลงไปยังปากแก้วน้ำ
"หนูแค่… หนูไม่รู้ว่าตัวเองอยากทำอะไร หนูรู้พ่อ… รู้ว่าแม่อยากให้หนูประสบความสำเร็จแค่ไหน หนูขอโทษ หนูแค่ไม่คิดว่าจะทำตามมันไปได้อีกต่อไปแล้ว"
ฉันรู้ว่าพ่อแม่รักฉัน ตาของพ่อพูดทุกอย่างที่เขาอยากจะพูด แต่ในตอนนั้น ฉันยังไม่มีความกล้าพอจะมองหน้าเขา
"_… แม่หนูและพ่อก็แค่อยากให้หนูมีความสุขแค่นั้นแหละ… เชื่อพวกเราและอดทนสักหน่อย"
ฝนยังคงเทลงมา ฉันค่อนข้างแน่ใจเลยว่าที่ที่ฉันอยู่ในตอนนี้ก็มีฝนตกอยู่ด้วย
"โอเค _… หนูสัญญากับพวกเราได้ไหม? ไม่ว่าหนูจะทำอะไร… แค่สัญญากับเราว่าหนูจะหาความสุขและอิสระ"
ฉันกัดลิ้น ฝนมันตกลงมาหนักกว่าเดิม
…
โลกกลับมารอบๆตัวฉัน มันคือวันนั้น วันนั้นที่ฉันเริ่มการเดินทางครั้งนี้ ความคาดหวัง ความสับสน และความกดดันของฉันเอง… นั่นเป็นสิ่งที่ฉันอยากหาหนทางแก้ เพื่อจะหาความาำเร็จในความล้มเหลวของตัวฉันเอง
หลังจากนั้น… มันก็ผ่านมาได้เป็นเดือนๆแล้วที่ฉันได้มาเดินย่ำอยู่ภพภูมิรกร้างพวกนี้
ฉันลืมไปแล้วว่าทำไมถึงเลือกแบบนี้
ทางเข้าและทางออก
ทางเข้า
การเข้ามายังด่าน 55 เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ยาก อย่างไรก็ดี ก็ได้มีการสังเกตถึงความเหมือนกันของผู้ที่ได้เข้าไปยังด่าน 55 แม้จะยังไม่ได้รับการพิสูจน์ แต่ก็เชื่อกันว่าความง่ายในการเข้าถึงด่าน 55 จะเพิ่มมากขึ้นจากการบรรลุปัจจัยเหล่านี้:
- อยู่ภายในแบ็กรูมส์มานานกว่าสองปี
- ขนวัตถุอยู่ไม่กี่ชิ้น
- กำลังวิ่งหนีจากภัยอันตราย
- วิ่งหรือชนผ่านประตู
การกระทำและบรรลุปัจจัยเหล่านี้จะเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงด่าน
ในช่วงปี 2015 — 2025 มีกรณีการเข้าถึงด่าน 55 อยู่เพียง 404 กรณีที่ได้รับการบันทึกไว้ ทางเข้าที่ปรากฏนั้นได้แก่ ด่าน 1, ด่าน 2, ด่าน 3, ด่าน 4, ด่าน 5, ด่าน 11, และด่าน 54 จากการวิ่งชนประตูในระหว่างที่กำลังถูกไล่ล่าโดยเอ็นทิตี้หรือสถานการณ์ลำบากอย่างใดอย่างหนึ่ง
ที่น่าสังเกตคือการที่ด่าน 5 ได้กลายมาเป็นด่านที่มักได้รับการบันทึกถึงการเข้าถึงด่าน 55 ในหมู่ 404 กรณีก็ได้มี 64 กรณีในการเข้าถึงด่าน 55 จากโรงแรมแห่งนี้
ในสองกรณีที่ไม่เกี่ยวข้องกัน ก็ได้มีบุคคลสองคนที่ได้โนคลิปเข้าไปยังด่าน 55 จากด่าน 56 ในระหว่างที่กำลังอยู่ในสถานการณ์เลวร้าย
ทางออก
ด่าน 55 ไม่มีทางออกในรูปแบบทั่วๆไป แทนที่จะเป็นทางออกแบบมาตรฐาน ก็ได้มีการสังเกตว่าด่าน 55 จะโนคลิปผู้พเนจรออกไปจากด่านหลังจากที่ผ่านระยะเวลาสุ่มๆไป กลับไปยังด่านดั้งเดิมที่ใช้เข้ามา
ระยะเวลานี้จะแตกต่างกันไปตามปัจเจกบุคคล ระยะการอยู่ที่สั้นที่สุดในรายงานจะอยู่ที่ห้าสิบสามนาที ส่วนระยะการอยู่ที่ยาวที่สุดในรายงานก็จะอยู่ที่สี่เดือนสิบห้าวัน โดยระยะการอยู่โดยเฉลี่ยก็จะอยู่ที่สามวันเจ็ดชั่วโมง
ในการเรียบเรียงการเดินทางภายในด่าน 55 ต่างๆ ได้มีผู้เข้าถึงมากมายที่รายงานว่าตนรู้ตัวว่าเวลาภายในด่านมีอยู่อย่างจำกัด
ยังไม่เคยมีกรณีใดๆของการเข้าไปยังด่าน 55 ซ้ำ
เวลากำลังเดินอยู่ ดังนั้นก็ขอให้เพลิดเพลินไปกับแสงตะวัน
ฝนเริ่มซาลง มันร่วงลงบนอากาศราวกับหิมะรอบๆตัวฉัน ความทรงจำจบลงไปแล้ว เหลือเพียงแค่ร่องรอยของมัน ในตอนนี้ อากาศหนาวเย็นให้ความรู้สึกต่างไป
ฉันไม่เคยสังเกตมาก่อน แต่ที่นี่มันมีความสวยงามที่เหนือปกติ
บางที ตอนได้ออกไปแล้ว ฉันอาจจะตื่นรู้เพราะความประหลาดนี้
ลมกำลังพัด
มันมีอีกคนที่กำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะนี้กับฉัน ฉันรู้ตัวแล้วว่าตัวเองกำลังเพี้ยน…
เพราะมันคือเขา
"หนูขอโทษ หนูรู้ว่ามันผ่านมาเป็นเดือนๆแล้วที่พ่อได้คุยกับหนู"
"แต่หนูขอโทษจริงๆ หนูไม่ควรจะไปจากเมืองในวันนั้นเลย หนูสาบานเลยว่าหนูแค่กำลังตามหาคำตอบ…"
"พ่ออาจจะกำลังถามอยู่ว่าหนูหนีไปที่ไหน"
"หนูไม่รู้จริงๆ แต่หนูบอกได้เลยว่าค่ำคืนที่ไม่ได้นอนดีก็เพราะหนูนึกถึงพ่อ หนูขวัญเสีย หนูแค่อยากกลับไปหาพ่อแม่ บางทีหนูอาจจะพยายามไปเข้ามหาลัยและเรียนเก่งๆเหมือนที่พ่อแม่อยากก็ได้…"
"แต่ตอนนี้หนูไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองจะได้อยู่ถึงวันพรุ่งนี้หรือเปล่า"
เขาเงียบกริบ ใบหน้าเขาถูกแสงแดดที่ส่องทะลุสายฝนมาบดบังไว้
"สิ่งที่หนูพยายามจะพูดคือ… หนูสัญญา หนูไม่รู้ว่าตัวเองมีเวลาอยู่อีกเท่าไหร่ แต่หนูอยากจะหาแสงสว่างของหนูเอง"
เขาเหมือนจะรับรู้ถึงสิ่งที่ฉันพูด ฝนชะลอลง และก่อนที่ฉันจะรู้ตัว ฉันก็กำลังนั่งมองเพดานร้านอาหารอยู่อีกแล้ว
ฉันหายใจจนเต็มปอด มันยังมีหยดน้ำฝนเปื้อนอยู่บนใบหน้าฉัน
ด้วยเจตจำนงใหม่ ขาของฉันได้ลุกขึ้นจากเก้าอี้
ฉันพบตัวเองอยู่ในห้องครัวพื้นกระเบื้องขาว หลอดไฟของมันกำลังกระพริบ และฉันก็คิดว่ามันเป็นความอบอุ่นเดียวที่ยังหลงเหลืออยู่ มือฉันเริ่มขยับด้วยเช่นกัน มันกำลังเอื้อมไปหาแอปเปิ้ลสีทองสว่างบนเคาน์เตอร์สีขาว
ตอนที่ฉันมาที่นี่เป็นครั้งแรก ฉันเชื่อว่าตัวเองจะได้เดินออกมาอย่างตื่นรู้ เชื่อว่าจะมีเทวดามาประทานพร และฉันจะได้กลับไปหาชีวิตเก่า
ภาพจำนั้นมอดไหม้ไปจากหัวฉันแล้ว
ฉันต้องก้าวต่อไป
ครั้งนี้ ฉันมีเป้าหมาย ฉันต้องทำตามสัญญานั่น สัญญาที่ฉันไม่มีความกล้าจะรับไว้ในตอนนั้น และเริ่มหาทางออกไปจากที่นี่
เพราะฉะนั้น ฉันขอขอบคุณร้านข้างทางเล็กๆนี้