ความยากในการเอาตัวรอด:
ระดับ 2
- {$one}
- {$two}
- {$three}
คำอธิบาย:
ด่าน 58 เป็นสวนน้ำในร่มที่ไม่มีที่สิ้นสุดชื่อ วอเตอร์ วันเดอร์ สวนน้ำนี้สามารถถูกแยกออกได้เป็นห้องสี่ประเภท: สวนน้ำ, โถงทางเดิน, คาเฟ่ และห้องเก็บของ.
รูปของด่าน 58 ในจุดเริ่มต้นของตัวด่าน
สวนน้ำ:
สวนน้ำเป็นพื้นที่แรกที่ผู้พเนจรจะได้เข้ามาสู่ ผู้พเนจรทุกคนดูเหมือนจะโนคลิปเข้ามาในห้องเริ่มต้นเดียวกัน ซึ่งก็เป็นที่รู้จักกันในฐานะสวนน้ำหลัก เมื่อได้ชำเลืองดูเป็นครั้งแรก ก็ได้จะพบเข้ากับสไลด์พลาสติกที่ถูกรองรับไว้ด้วยคานซึ่งก็ถูกเคลือบไว้ด้วยสีขาวบิ่นๆ หลังชั้นสีที่เคลือบเอาไว้นั้นมีแค่โลหะรองรับที่ขึ้นสนิม ทำให้คานเหล่านี้เปราะบางและเสี่ยงต่อการพังทลาย ตัวสไลด์เองก็ไม่ได้อยู่ในสภาพที่ดีไปกว่ากัน สีของพวกมันนั้นจางและจืด เมื่อถูกเหยียบ ตัวท่อจะส่งเสียงโอดครวญออกมา เป็นคำเตือนให้กับเหล่าผู้พเนจรว่าอย่าใช้มัน สไลด์พวกนี้ทั้งหมดจะนำไปสู่สระน้ำสกปรกที่ไร้ซึ่งของเหลว
สระน้ำเหล่านี้นั้นตื้น ลึกไม่มากไปกว่า 0.5 เมตร รอบขอบสระจะมีกระเบื้องสีน้ำเงินเรียงกันอยู่เป็นแถว ผนังและพื้นของสระถูกสร้างขึ้นด้วยคอนกรีตสีเบจ ภายในสระนั้นเต็มไปด้วยใบไม้แห้งสีแดง ไม่ทราบที่มาของพวกมันเนื่องจากที่ว่าด่านนี้ดูเหมือนจะไม่มีพื้นที่ภายนอก อย่างไรก็ตาม ก็ยังสามารถพบหน้าต่างได้ แต่พวกมันนั้นแสดงแค่ความว่างเปล่าสีขาวสว่าง จะสามารถพบเอ็นทิตี้หน้าต่างได้ในหน้าต่างเหล่านี้ ดังนั้นจึงควรเว้นระยะห่างเอาไว้
ตัวสระนั้นมีสภาพแวดล้อมตกแต่งอยู่รอบๆ ซึ่งประกอบไปด้วยภูมิทัศน์, ต้นไม้, และก้อนหินพลาสติก หญ้าที่เรียงทับภูมิประเทศอยู่นั้นเป็นสีฟ้า และใบของต้นไม้ก็มีเฉดสีที่คล้ายกัน ลำต้นของพวกมันมีสีน้ำตาลเข้มหลายเฉด แต่ละต้นถูกทาสีไว้อย่างมีลักษณะเฉพาะ โดยปัจจุบันก็ยังไม่พบต้นไม้สองต้นที่มีลวดลายเดียวกัน
ใกล้ๆกับต้นไม้ของเล่นเหล่านี้ ได้มีการค้นพบผลไม้ประหลาดอยู่บนพื้น ซึ่งก็ไม่ถูกพบที่อื่นภายในแบ็กรูมส์เลย ดูหัวข้อ 'ผลเทแกน' สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม
ทางเดินระหว่างพื้นที่ภูมิประเทศเหล่านี้ถูกปูด้วยคอนกรีตเรียบ ทางเดินเหล่านี้จะนำไปสู่สไลเดอร์ทั้งหมด ไปยังพื้นที่ผู้ชมขนาดเล็ก และไปยังโถงทางเดิน พื้นที่ผู้ชมเหล่านี้ไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจนัก มันประกอบไปด้วยม้านั่งปิกนิกบนแผ่นพลาสติกสีน้ำเงินแบน ซึ่งถูกพิสูจน์แล้วว่าเป็นแบบเดียวกับที่ใช้ทำหญ้า พื้นที่ผู้ชมนั้นถูกแยกออกจากสระน้ำและสไลเดอร์ด้วยกระจกกั้นหนา: กระจกเหล่านี้นั้นสกปรกและในบางกรณีก็แตกร้าว
ภาพของเอ็นทิตี้ ‘หน้าต่าง’ ในโถงทางเดิน
โถงทางเดิน
โถงทางเดิน ตามความหมายของชื่อ เป็นชุดของทางเดินระหว่างห้องอีกสามประเภท พวกมันมักจะมืด สกปรก และหม่นหมอง เนื่องจากแหล่งกำเนิดแสงที่มีอยู่น้อย แหล่งกำเนิดแสงที่มีอยู่ก็ประกอบไปด้วยไฟเพดานที่หาได้ยาก, โคมไฟที่มีอยู่เป็นครั้งคราว, และหน้าต่างสีขาวที่ส่องสว่าง การมีผนังคอนกรีตสีเทาหยาบก็ไม่ได้ช่วยอะไร เพราะพวกมันคอยดูดซับแสงเล็กๆน้อยๆที่ส่องเข้ามาได้
ฝ้าเพดานถูกปูด้วยกระเบื้อง MDF1 สีขาว โดยจะมีพลาสติกรองรับเอาไว้ ค่อนข้างที่จะคล้ายกับเพดานของห้องเรียนในไฮสกูล พื้นของห้องโถงเหล่านี้นั้นทำมาจากแผ่นโลหะ ทำให้เกิดเสียงดังทุกครั้งที่ต้องเดินไปมาในโถงทางเดิน เสียงทั้งหมดนี้สามารถที่จะดึงดูดเอ็นทิตี้หลายชนิดที่อาศัยอยู่ในด่าน 58 ได้ (ดูส่วน 'เอ็นทิตี้' สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม)
ของตกแต่งภายในโถงทางเดินนั้นได้แก่ ลังเปล่า - บางครั้งก็อยู่บนรถเข็นหรือวางซ้อนกันอยู่ โคมไฟที่วางอยู่บนโต๊ะ - โดยปกติแล้วจะเสียบปลั๊กและมีไฟฟ้าอยู่ ขอแนะนำให้คุณเปิดโคมไฟใดๆที่อาจพบ นอกจากนี้ก็ยังมีบันไดแบบเดียวกับที่คุณอาจพบในคลังสินค้าหรือห้องเก็บของ เช่นเดียวกับกระดาน พาเลท และท่อโลหะประเภทต่างๆ
แผนที่แถบสีดิจิทัลของฐาน B.N.T.G.
ฐาน B.N.T.G. ‘เทแกน ฟรุต แฟร์เทรด’ ได้ทำการป้องกันส่วนหนึ่งของโถงทางเดินเอาไว้ โดย B.N.T.G. นั้นได้สร้างสิ่งกีดขวางขึ้นเพื่อป้องกันเอ็นทิตี้ในโถงบางโถง สิ่งปลูกสร้างเหล่านี้ถูกประกอบขึ้นด้วยไม้กระดาน, พาเลท, และท่อรวมกันตามที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น ส่วนที่ปลอดภัยนี้จะถูกแสดงอยู่ในแผนที่ดิจิทัลทางด้านขวา
แถบสีต่างๆของแผนที่เป็นไปตามนี้:
| แถบสี | เป็นตัวแทนของ |
|---|---|
| เส้นสีดำ | กำแพง |
| เส้นสีน้ำตาล | สิ่งกีดขวางที่ถูกตั้งขึ้นโดย B.N.T.G. |
| พื้นที่สีเทาเข้ม | โถงทางเดินที่ไม่ปลอดภัย |
| พื้นที่สีเทาอ่อน | โถงทางเดินที่ปลอดภัย |
| พื้นที่สีเขียว | ห้องเก็บของ |
| พื้นที่สีเหลือง | คาเฟ่ |
| พื้นที่สีน้ำเงิน | สวนน้ำ |
คาเฟ่แรกที่ถูกค้นพบบนด่าน 58
คาเฟ่:
คาเฟ่มีบทบาทสำคัญในการดำรงชีวิตบนด่าน 58 มันมีทั้งอาหาร, น้ำอัลมอนด์, และทรัพยากรอื่นๆอยู่ ห้องเหล่านี้มักจะทรุดโทรม สลัวและชื้น จำเป็นต้องใช้ไฟฉายเพื่อส่องดูภายใน ในการที่จะเข้าสู่คาเฟ่ ให้มองหาประตูไม้สีน้ำตาลเข้มที่มีแผงกระจกสกปรกสองบาน และมีระฆังสีซีดจางอยู่ด้านบน
พื้นที่ภายในของคาเฟ่นั้น ถูกประกอบไปด้วยโต๊ะและเก้าอี้พังๆ โดยจะมีเคาน์เตอร์ที่ไหนสักแห่งภายในห้อง แถวๆเคาน์เตอร์นั้นจะมีลิ้นชักเก็บเงินที่เสียหาย ล็อกถูกปลดเอาไว้ ภายในลิ้นชักเก็บเงินปกติแล้วจะมีเหรียญและธนบัตรหลากชนิดอยู่ ทั้งหมดมีต้นกำเนิดมาจากส่วนต่างๆของฟรอนท์รูมส์
ด้านหลังเคาน์เตอร์จะมีตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติหนึ่งหรือสองเครื่องอยู่เสมอ มันมีหน้าจอสัมผัสแบบดิจิทัลแทนที่จะเป็นแผงกระจกธรรมดา ในทำนองเดียวกันกับสิ่งต่างๆในด่าน 58 หน้าจอสัมผัสนั้นไม่ทำงานและก็มักจะแตกร้าว ปุ่มกดด้านข้างยังสามารถถูกใช้พิมพ์หมายเลขสิ่งของได้ ทำให้ผู้พเนจรยังสามารถใช้เครื่องเหล่านี้ได้ สินค้าที่ถูกเก็บไว้ในตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติแต่ละเครื่องจะเหมือนกันทุกประการ ไม่เคยที่จะแตกต่างออกไปจากรายการต่อไปนี้: น้ำอัลมอนด์, มันฝรั่งอบกรอบที่ไม่มีแบรนด์2, มาร์ชแมลโลว์เยิ้ม และวาร์ปเบอร์รี่ ตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ แต่ตู้จำหน่ายสินค้าจะเก็บสินค้าได้ครั้งละ 10 ชิ้นเท่านั้น และมีจะถูกเติมอย่างไม่สม่ำเสมอ โดยมันอาจใช้เวลาตั้งแต่ไม่กี่ชั่วโมงถึงหนึ่งสัปดาห์ นักวิทยาศาสตร์ของ B.N.T.G. ได้พยายามที่จะแยกชิ้นส่วนหนึ่งในตู้จำหน่ายสินค้าเหล่านี้ เพื่อพยายามดูการทำงานภายในของมัน พวกเขาพบว่าชิ้นส่วนภายใน กลไก หรือสต๊อกภายในนั้นขาดหายไป โดยพื้นฐานแล้วตัวเครื่องนั้นเป็นเพียงเปลือกโลหะเปล่าๆ อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เครื่องถูกเปิดออกแล้ว มันก็ไม่เคยเติมสต็อกอีกเลย
ผนังภายในคาเฟ่มักจะถูกสร้างขึ้นจากคอนกรีต คล้ายกับโถงทางเดิน ในคาเฟ่บางแห่ง ผนังเหล่านี้ก็จะถูกเคลือบไว้ด้วยวอลเปเปอร์ลายทางแนวตั้งสีน้ำเงินชนวนและสีเทาอ่อน ในทำนองเดียวกัน คาเฟ่ส่วนใหญ่จะมีพื้นเป็นคอนกรีต แต่บางร้านก็มีพื้นกระเบื้องสีดำและสีขาวหรือกระดานไม้ขัดเงาเป็นพื้น ในบางครั้ง เถาวัลย์จะโตเต็มพื้นของคาเฟ่ ทำให้เกิดอันตรายในสะดุดล้มขึ้น อย่างไรก็ตาม ปรากฏการณ์นี้ก็ค่อนข้างหาได้ยาก โดยมีรายงานเพียงสามกรณีเท่านั้น ได้มีความพยายามในการบูรณะหนึ่งในคาเฟ่โดย B.N.T.G. ดูฐาน B.N.T.G. 'เทแกน ฟรุต แฟร์เทรด' สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม
ห้องเก็บของเล็กๆที่ถูกเก็บกวาดของออกไปแล้ว
ห้องเก็บของ:
ห้องเก็บของเป็นส่วนที่พบได้บ่อยมากที่สุดจากทั้งสามพื้นที่ โดยเฉลี่ยแล้วพบได้บ่อยกว่าสวนน้ำถึงสามเท่า ปกติแล้วจะเป็นห้องคอนกรีตสีเทาขนาดใหญ่ ถูกส่องให้สว่างโดยหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์เสียงดัง ในบางครั้ง ไฟเหล่านี้จะดับลงเป็นช่วงเวลาต่างกันไป ทิ้งผู้อยู่อาศัยให้อยู่ในความมืดสนิท เหตุการณ์ไฟดับที่ยาวนานที่สุดนั้นกินเวลาไปประมาณ 5 ชั่วโมง 20 นาที ส่วนสั้นที่สุดกินเวลาไปประมาณ 4 วินาที
ภายในห้องกว้างเหล่านี้จะมีชั้นวางขนาดใหญ่ที่บรรจุวัสดุและผลิตภัณฑ์หลากหลายชนิดไว้อยู่ ที่พบบ่อยและโดดเด่นที่สุดนั้นก็คือลังเสบียง คล้ายกับลังในด่าน 1 ลังเหล่านี้สามารถถูกเปิดได้ง่ายเนื่องจากที่ฝาไม่ได้ถูกปิดไว้แน่น สิ่งของภายในนั้นประกอบไปด้วยเสบียงพื้นฐาน เช่น น้ำอัลมอนด์, ลัคกี้ โอ มิลค์, มาร์ชแมลโลว์เยิ้ม, รวมถึงอาหารและเครื่องดื่มแบรนด์ทั่วไปอื่นๆ นักสำรวจของ B.N.T.G. คนหนึ่งได้พบเข้ากับกุญแจด่านของด่าน 58 ซึ่งก็เป็นกุญแจเล็กๆที่มีรูปสลักเหล็กขนาดใหญ่เป็นหัวกุญแจ ที่ดูเหมือนจะไว้ใช้กับประตูหน้าบ้านของใครบางคน
ในครั้งหนึ่งเคยมีการพบกล่องที่มีหมายเลข “1” ทาไว้ด้วยสีแดง เมื่อกลุ่มสมาชิกของ B.N.T.G. พยายามที่จะเปิดมันออกและถูกดูดเข้าไปด้านใน เหมือนกับว่ามันเป็นหลุมดำ สมาชิกที่หายไปได้ถูกพบในภายหลังโดยเจ้าหน้าที่ที่ทำงานให้กับฐานอัลฟ่าของ M.E.G. โดยที่พวกเขานั้นไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ
นอกเหนือจากลังเหล่านี้แล้ว ก็ยังมีสิ่งของอื่นๆแบบสุ่ม ซึ่งก็รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ถังคลอรีน, โถชักโครก, ที่นอน, เก้าอี้และโต๊ะสำรอง, ตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติที่ไร้ซึ่งไฟฟ้า, กระเป๋าเดินทาง, ยางรถ, และแม้แต่ชุดฟุตบอลที่ถูกพับเก็บไว้อย่างเรียบร้อย ชนเผ่าเทแกนได้ใช้วัตถุเหล่านี้จำนวนมากเพื่อสร้างฐานภายในด่าน โปรดดูที่ “ชนเผ่าเทแกน” สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม
ผลเทแกน:
การค้นพบ
สวัสดีทุกคน นี่ผมเอง เกียน บุญเร่ ผมและทีมได้ถูกส่งไปค้นคว้าคุณสมบัติประหลาดของด่าน 58 ที่เพิ่งถูกค้นพบเมื่อไม่นานมานี้ ทีมวิจัยนิวพอร์ทอล นำโดยตัวผมเอง กำลังสำรวจทางเดินเขาวงกตนี้อยู่ ป้องกันตัวเองจากพวกศัตรูหน้าเดิมๆ แต่แล้วเราก็ได้ยินเสียงกรีดร้องมาแต่ไกล เราที่ไม่ทันได้ตั้งตัวก็ประหลาดใจ เสียงพวกนี้คล้ายกับมนุษย์แปลกๆ แต่ก็ฟังดูเหมือนเสียงของบันทึกที่ถูกเล่นผ่านลำโพงออกมา
เซนและดันแคน(ผู้พิทักษ์ที่ไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์ในทีมของเรา) ชักดาบออกมาเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ เราเดินผ่านห้องโถงอันมืดมิดของ วอเตอร์ วันเดอร์ อย่างระมัดระวัง จนกระทั่งเราได้เห็นแสงที่คุ้นเคย คนอื่นๆและตัวผมเองคิดว่าเราได้กลับมาที่สวนน้ำเริ่มต้นแล้ว เราผลักประตูโลหะหนักออก และเราก็เข้าไป
ทันใดนั้น เราก็เห็นกลุ่มของสิ่งที่เรียกได้ว่าเป็นตุ๊กตาขนาดเท่าคน พวกเขาไม่ได้เป็นศัตรูและก็สับสนพอๆกับพวกเรา จากด้านหลังได้มีตุ๊กตาก้าวออกมา เขาทักทายเราด้วยน้ำเสียงของบันทึกที่ถูกอัดไว้ล่วงหน้า บอกเราว่าด่านนี้คือบ้านของพวกเขา ผมตกใจกับการเคลื่อนไหวที่เหมือนมนุษย์ของมัน เมื่อพิจารณาจากตัวมันที่ถูกเคลือบไปด้วยพลาสติก
ผมแนะนำกลุ่มของเราอย่างสุภาพในฐานะทีมนักวิจัยที่ B.N.T.G. ส่งมาบันทึกข้อมูลของด่านนี้ แม้ว่าดวงตาของพวกเขาจะเป็นพลาสติก แต่ผมก็สามารถเห็นแววตาที่สับสน ซึ่งกำลังจ้องมองกลับมาที่ผมได้ ผู้นำของพวกเขากล่าวว่าพวกเขาไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับ B.N.T.G. ผมเลยตัดสินใจที่จะเสี่ยงดูและขอให้พวกเขาเข้าสัมภาษณ์ พวกเขาให้ความร่วมมือ
พวกเขาบอกให้ผมเดินตามมา ผมเริ่มเดินอย่างประหม่าโดยที่มีเซนอยู่ข้างๆ ผมรู้ว่าถ้าพวกเขาคนไหนพยายามที่จะทำอะไร เซนจะสับพวกเขาทิ้ง ดันแคนยังคงอยู่กับทีมที่เหลือของผม รออยู่ใกล้กับทางเข้าสวนน้ำ
เราเดินทางผ่านสวนน้ำที่ถูกสร้างและปรับปรุงขึ้นใหม่ กระท่อมขนาดใหญ่ทอดยาวไปทั่วห้อง สระว่ายน้ำนั้นสะอาดและเต็ม สไลด์ถูกนำออกเพื่อให้มีพื้นที่สำหรับการปลูกต้นไม้ของเล่น? แม้ว่ามันจะดูแปลก แต่ผมก็ตัดสินใจว่าผมจะถามเกี่ยวกับมันในการสัมภาษณ์
ตัวผมและเซนเข้าไปในอาคารขนาดใหญ่ มีห้องหลายห้องรวมทั้งห้องครัว, ห้องนั่งเล่น, ห้องรับประทานอาหาร, และห้องริมสระน้ำ ผมมองไปรอบๆ ประหลาดใจกับสถาปัตยกรรมที่สร้างสรรค์ของตุ๊กตาเหล่านี้ เราเดินเข้าไปในห้องเล็กๆ มีเก้าอี้สองตัวและโต๊ะตัวหนึ่ง ตัวผมและตุ๊กตานั่งลง ผมดึงเครื่องบันทึกเสียงออกมา และอธิบายว่าจะบันทึกเทปการสัมภาษณ์ไว้เพื่อการวิจัย
ควรทราบไว้ว่าบทสัมภาษณ์นี้แปลมาจากภาษาเวลส์
เกียนวางเครื่องบันทึกเทปลงบนโต๊ะไม้ชั่วคราว เมื่อกดปุ่มเปิด แล้วก็เริ่ม
เทปเริ่ม
สวัสดีตอนบ่าย คุณช่วยแนะนำตัวเองหน่อยได้ไหม?
ข้าชื่อรีส มอร์ริส
ยินดีที่ได้รู้จักริส
ผมมาที่นี่เพื่อถามคำถามสองสามข้อเกี่ยวกับตัวคุณและชุมชนของคุณ
คุณคิดว่านั่นโอเคหรือเปล่า?
เกียนหยิบสมุดบันทึกสีเหลืองเล็กๆออกมาและก็เริ่มจด
อะไรคือ “โอเค”?
โอ้ อืม มันแปลว่าสบายดี
เกียนรู้สึกตกใจกับการที่พวกเขาไม่รู้ จึงรีบจดบางประเด็นลงในสมุดบันทึกของเขา
ผมได้รับอนุญาตให้ถามเกี่ยวกับคุณและชุมชนของคุณไหม?
ได้ คำถามเจ้าคืออะไร?
คุณเรียกตัวเองว่าอะไร และมีคนอาศัยอยู่ที่นี่กี่คน?
เราคือ เผ่าแห่งเทแกน เรามีกันอยู่ 47 คน แต่ครั้งหนึ่งเคยมี 50 คน
คุณอาศัยอยู่ที่นี่มานานแค่ไหนแล้ว?
เผ่าของเราอาศัยอยู่ที่นี่มาหลายรอบเก็บเกี่ยวแล้ว เพราะท้องฟ้าไม่ดำมืดอีกต่อไป
คุณหมายความว่ายังไงตอนที่พูดว่า “เพราะท้องฟ้าไม่ดำมืดอีกต่อไป”
ก่อนที่เทแกนจะส่งเรามาที่นี่ ท้องฟ้าจะเปลี่ยนจากสีน้ำเงินเป็นสีดำมืด เมื่อเราได้มาถึงที่นี่ เราก็ทำได้แค่นับการเก็บเกี่ยวเท่านั้น
ช่วยอธิบายเพิ่มเกี่ยวกับ “เทแกน” หน่อยได้ไหม?
เทแกนคือท่านผู้ที่ช่วยชีวิต พระองค์คือผู้ที่ปกป้อง ผู้ที่ทรงประทานพรให้แก่แผ่นดินของเรา
เราไม่ควรทำสิ่งอื่นใด นอกจากรับใช้ท่านในฐานะเจ้าเหนือหัวของเรา เราจะคอยเตรียมเครื่องบูชาให้กับท่าน
ด้วยเหตุนี้พระองค์จะทรงช่วยเรา อวยพรให้เรา และปกป้องเราจากปีศาจ
เกียนดูเหมือนว่าจะรู้สึกกังวล
คุณรับใช้เขายังไง และ "ปีศาจ" นี้หมายถึงอะไร?
เราเกรงกลัวสิ่งนั้นที่ยิ้ม เราต่อสู้กับสิ่งนั้นที่มีแขนยาว
เราถวายผลเทแกนให้กับเจ้านายของเรา พระองค์จะทรงช่วยเราไว้สำหรับการกระทำนี้
อะไรคือ “ผลเทแกน”?
ผลไม้ของพระองค์
รีสยื่นกระดาษสีม่วงที่ตัดเป็นรูปเบอร์รี่บางชนิดไปให้ เกียนจ้องไปที่รีส กังวลว่าเขาอาจจะทำอะไรบางอย่าง
น่าสนใจดีนะ แล้วคุณจะหาผลเทแกนมาได้ยังไง?
ผลไม้จากต้นไม้ที่ทำมาจากสีน้ำเงิน มันให้ผลออกมา
ต้นไม้วิเศษเหล่านี้อัญเชิญผลไม้ของพระองค์มา
เมื่อมันสุกแล้วเราเอามันมาและทำพิธีเก็บเกี่ยว
อะไรนะ มันแค่โพล่มาเองเลยหรอ?
พระองค์ทรงให้เรามา
น่าสนใจ…
เกียนพลิกมาอีกหน้าหนึ่งและจดโน้ตต่อไป
คำถามสุดท้าย พวกคุณมาที่นี่ได้ยังไง?
พระองค์ได้ทรงทดสอบเรา
โลกสีเหลืองได้แสดง ทางสีแดงและทางสีน้ำเงิน
เราตามทางสีแดงไป และจบลงในโลกสีเทาของเรา
แปลก…
ขอบคุณที่ช่วยสละเวลาให้ผมในวันนี้ ผมขอผลเทแกนสักลูกมาให้ตัวเองได้ไหม
รีสพยักหน้า เกียนรีบเก็บข้าวของแล้วตามหลังเขาไป
เทปจบ
ผลเทแกนบางส่วนบนโต๊ะแล็บของ B.N.T.G.
ผลเทแกนดูเหมือนจะเป็นเบอร์รี่แปลกๆประเภทหนึ่ง มีลักษณะคล้ายแบล็คเคอร์แรนท์ขนาดใหญ่ มันมีเนื้อสัมผัสคล้ายกับพลาสติกและมีขนาดประมาณลูกมะนาว พวกมันมีภายนอกสีม่วง แต่เมื่อผ่าออกก็จะเผยเห็นเนื้อในสีเหลืองหม่น
แม้จะถูกทำมาจากพลาสติก ผลเทแกนก็สามารถถูกกัดและเคี้ยวได้ง่าย โดยจะมีความอ่อนนุ่มเหมือนกับกล้วย รสชาติของผลเบอร์รี่เหล่านี้มักบรรยายว่าเป็นเป็นมินต์ที่มีรสเปรี้ยวเล็กน้อย
ต้นเทแกนนั้นถูกใช้ในการปลูกผลเทแกน โดยมันจะปรากฏแค่ในสวนน้ำของด่าน 58 ต้นเทแกนไม่มีกระบวนการเติบโต แต่พวกมันพุ่งออกมาแบบสุ่มๆจากพื้นที่ราบเรียบของภูมิประเทศพลาสติก ในที่ที่ว่างและไม่มีสิ่งกีดขวางอยู่ ชนเผ่าเทแกนได้ใช้ประโยชน์จากสิ่งนี้เพื่อสร้างสวนเทแกน โดยพวกเขาได้ทำให้พื้นที่ต่างๆราบเรียบลง เพื่อให้ต้นเทแกนปรากฏมากขึ้น
ผลไม้ที่ประหลาดนี้มีคุณสมบัติพิเศษ เมื่อรับประทานเข้าไป มันจะทำให้ร่างกายได้รับแร่ธาตุหลายชนิด แร่ธาตุหลักๆนั้นได้แก่ เหล็ก วิตามินดี วิตามินซี แมกนีเซียม และแคลเซียม อย่างไรก็ตาม ผลไม้ชนิดนี้ดูเหมือนว่าจะลดระดับสังกะสีในกระแสเลือด ซึ่งก็ส่งผลเสียต่อระบบสืบพันธุ์
ผลไม้นี้ดูเหมือนจะทำให้ผิวหนังกลายเป็นพลาสติกคล้ายกับตุ๊กตา โดยผู้บริโภคจะดูเรียบเนียนและเงางามหากพวกเขาบริโภคมันมากเกินไป เอฟเฟกต์นี้ไม่ส่งผลเสียต่อการเคลื่อนไหวหรือความคล่องตัว แต่จะมอบชั้นการป้องกันที่สามารถใช้เพื่อความได้เปรียบได้ เอฟเฟกต์คล้ายตุ๊กตานี้ดูเหมือนจะป้องกันความชราราวกับว่าผู้บริโภคเป็นพลาสติกจริงๆ เพื่อจุดประสงค์นี้ B.N.T.G จึงได้ให้ความสนใจในผลไม้ผิดปกตินี้ โดยอ้างว่ามันเป็นของพวกเขาเอง และแลกเปลี่ยนมันกับทรัพยากรอื่นๆกับพันธมิตรของพวกเขา
ผลเทแกน มีระยะการเจริญเติบโต 4 อยู่ระยะ ซึ่งก็ดูเหมือนว่าพวกมันจะเปลี่ยนจากระยะหนึ่งไปอีกระยะหนึ่งโดยไม่มีกระบวนการเติบโตใดๆ
ระยะแรก: แตกใบ:
ระยะแรกในชีวิตของผลเทแกนก็คือการแตกใบ ในช่วงระยะนี้ (กินเวลาประมาณหกวัน) ผลจะปรากฏเป็นใบสีเขียวเล็กๆที่ห้อยลงมาจากใบสีน้ำเงินของต้นเทแกน ในระยะนี้เบอร์รี่จะกินไม่ได้ หากรับประทานก่อนระยะที่ 3 มันอาจจะก่อให้เกิดอาการเจ็บป่วยได้
ระยะสอง: เบอร์รี่ชมพู:
ระยะที่ 2 นั้นนำรูปลักษณ์ใหม่มาสู่ใบไม้ที่เคยเป็นสีเขียว ในระยะที่สอง ผลเทแกนจะอยู่ในรูปร่างของแบล็คเคอร์แรนท์สีชมพู โดยจะมีใบสีน้ำเงินและก้านสีน้ำตาลเชื่อมต่ออยู่กับลำต้น ระยะนี้จะกินเวลาสิบเอ็ดวัน
ระยะสาม: เบอร์รี่สุก:
ภายในระยะที่ 3 ผลเบอร์รี่จะมีสีม่วง เมื่อถึงจุดนี้ พืชจะโตเต็มที่และชุ่มฉ่ำ ระยะนี้คือช่วงที่ผลกระทบที่กล่าวไว้ก่อนหน้านี้เริ่มทำงาน เช่น มีการมอบผิวหนังคล้ายพลาสติกให้กับผู้บริโภค และนี่ก็ยังเป็นเวลาที่การเก็บเกี่ยวจะเริ่มขึ้นอีกด้วย โดยทั่วไประยะนี้จะกินเวลาเจ็ดวัน
ระยะสี่: เบอร์รี่ชรา:
ระยะที่สี่ซึ่งเป็นระยะสุดท้าย จะนำการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติมาสู่ผลไม้ที่มีประโยชน์นี้ เอฟเฟกต์จะกลับตาลปัตร ทำให้ผู้บริโภคดูชราลงและมีรอยย่น ผลเบอร์รี่ในระยะนี้จะทำให้เกิดอาการป่วยและทำให้โครงสร้างกระดูกอ่อนแอลง อย่างไรก็ตาม ในปริมาณที่น้อย พวกเขาสามารถย้อนกลับผลกระทบของผลเบอร์รี่ระยะที่สามได้ ระยะนี้จะคงอยู่จนกว่าผลเบอร์รี่จะถูกเก็บ
เอ็นทิตี้:
ณ ปัจจุบันนี้ มีเพียงแค่เอ็นทิตี้สามชนิดที่ถูกค้นพบภายในด่าน 58 เอ็นทิตี้เหล่านี้ก็คือยิ้มวิปลาส, ดูลเลอร์ และหน้าต่าง ถึงมันจะหาได้ยากก็ตาม เป็นที่รู้กันว่าเอ็นทิตี้เหล่านี้จะเดินแตร่อยู่แต่ในโถงทางเดิน เว้นแค่เรทช์เพียงตัวเดียวที่เกิดขึ้นภายในสวนน้ำ.
เรื่องราวเบื้องหลังเรทช์ตัวนี้ก็คือสมาชิกคนหนึ่งของเผ่ามีอาการแพ้อัลมอนด์ และเนื่องจากผลกระทบของแบ็กรูมส์ เขาจึงค่อยๆเสียสติและกลายเป็นเรทช์ไป เผ่าเทแกนได้รีบกำจัดตัวเอ็นทิตี้ออกไปอย่างรวดเร็ว โดยกล่าวหาว่าผู้โชคร้ายนั้นเป็นปีศาจร้าย
ฐาน ด่านหน้า และชุมชน:
ฐาน B.N.T.G. เทแกน ฟรุต แฟร์เทรด:
เทแกน ฟรุต แฟร์เทรด เป็นฐานของ B.N.T.G. ซึ่งเดิมทีถูกตั้งขึ้นหลังจากที่ทีมวิจัยนิวพอร์ทอลได้พิจารณาด่านนี้เป็นฟาร์มทรัพยากรที่ดี หลังจากการสำรวจของเกียนนั้น เหล่าผู้นำระดับสูงก็ได้ส่งทีมหลายทีมเพื่อเข้ามาเริ่มบูรณะด่าน 58 แผนที่ซึ่งถูกแสดงไว้ก่อนหน้านี้ได้แสดงความคืบหน้าโดยทีมเอาไว้
ในช่วงที่ด่าน 58 สามารถรองรับการสำรวจได้ ประชากรคนงานของ B.N.T.G. ประมาณ 50 คน นั้นได้ย้ายเข้ามา พวกเขาทั้งอาศัยและทำงานในด่านนี้ และก็ยังได้กลายมาเป็นเพื่อนบ้านที่ดีของชนเผ่าเทแกนอีกด้วย
ทางเดินที่ถูกรักษาความปลอดภัยไว้โดย B.N.T.G. นำไปสู่ ROI3 หลายห้องรอบๆด่าน 58 ซึ่งก็รวมถึงเส้นทางที่ปลอดภัยไปยังฐานของเผ่าเทแกน, สวนน้ำเริ่มต้น, และก็รวมถึงสถานที่ต่อไปนี้ด้วย:
คาเฟ่เทแกน:
ปัจจุบันนี้มีคาเฟ่อยู่เพียงแห่งเดียวภายในฐาน B.N.T.G. มันได้ถูกบูรณะอย่างสมบูรณ์ ฝาผนังถูกปิดไว้ด้วยไม้และแผ่นไม้สดถูกปูไว้เป็นพื้น
ROI เล็กๆนี้ให้ความรู้สึกแบบตะวันตกโบราณ รูปลักษณ์ภายนอกของมันคล้ายกับซาลูนมากกว่าคาเฟ่ ถึงอย่างนี้ แต่มันก็อาจเป็นหนึ่งในร้านที่เป็นมิตรที่สุดในแบ็กรูมส์ก็ได้
เนื่องจากอาหารและเครื่องดื่มที่มีอยู่เกือบจะไม่มีที่สิ้นสุดจากตู้จำหน่ายสินค้า และเสบียงอีกมากมายที่ถูกขนส่งมาจากคาเฟ่แห่งอื่นๆมายังคาเฟ่เทแกน จึงทำให้เป็นที่นี่สถานที่ที่น่าอยู่โดยไม่ต้องมีคนเสิร์ฟหรือพ่อครัว
อาคารเก็บของ 058-1:
อาคารเก็บของ 058-1 เป็นห้องเก็บของที่ถูกบูรณะแล้ว อุทิศให้กับการเก็บผลเทแกนซึ่งถูกปลูกโดยเหล่า B.N.T.G. แม้ว่าพวกเขาจะมีสินค้าแลกเปลี่ยนอื่นๆที่ถูกเก็บไว้ที่นี่ แต่ปริมาณของพวกมันก็เทียบไม่ได้กับผลไม้ประหลาดนี้
ตัวอาคารนั้นถูกเก็บกวาดไปอย่างรวดเร็วโดยทีมงานของ B.N.T.G. เศษซากเก่าๆของมันนั้นได้ถูกปล่อยออกสู่ตลาด เมื่อของเกะกะทั้งหมดได้หมดไป ก็ได้มีชั้นวางใหม่ก็ได้เข้ามาแทนที่ชั้นวางเก่าที่มีสนิมเขรอะ และลังใส่ของก็ได้ถูกนำมาใช้ใหม่สำหรับใส่สินค้าใหม่
พื้นถูกปูด้วยแผ่นไวนิลบาเลนเซีย คล้ายกับพื้นภายในห้องทดลองวิทยาศาสตร์ของโรงเรียน ผนังนั้นได้รับการทำความสะอาด แต่นอกเหนือไปจากนั้นไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆอีก
สวนเทแกน:
สวนเทแกนเป็นห้องเก็บของที่ถูกปรับปรุงใหม่เป็นแปลงเกษตรกรรม เพื่อเก็บต้นเทแกนเอาไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ บริเวณนี้ได้รับการคุ้มกันอย่างแน่นหนาโดยกลุ่ม B.N.T.G พวกเขาไม่อนุญาตให้ใครก็ตามที่ไม่ได้ทำงานที่สวนนี้เข้าไปภายใน
เนื่องจากความเร้นลับของมัน จึงมีข้อมูลเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับวิธีการทำงานภายในฟาร์ม หรือแม้แต่จำนวนคนที่ทำงานที่นั่น สันนิษฐานว่าในการเก็บเกี่ยวทุกครั้ง B.N.T.G. สามารถผลิตผลเบอร์รี่ได้มากกว่า 4,500 ผลผ่านพื้นที่ราบขนาดใหญ่บนหญ้าพลาสติกสีน้ำเงิน ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะถูกซื้อไปแทบจะในทันทีโดยชุมชนบางชุมชุน และมันก็ยังได้กลายเป็นขนมยอดนิยมที่ถูกขายโดยทอมไดเนอร์บนด่าน 1 อีกด้วย
บ้านคนงาน:
เป็นห้องเก็บของอีกห้องหนึ่งที่ถูกนำมาใช้ในวัตถุประสงค์อื่น มันถูกใช้เป็นค่ายพัก โดยภายในนั้นมีเตียงสองชั้นบุนวมสีเขียวจำนวนมากอยู่ภายใน ซึ่งประชากรภายในฐานใช้อาศัยอยู่
ห้องเก็บของนี้ถูกตกแต่งอย่างประณีตด้วยวอลเปเปอร์ลายตัดสีหินชนวนฟ้าและสีฟ้าอ่อน พร้อมพื้นปูพรมสีเทาอ่อนที่นุ่มสบาย เช่นเดียวกันกับอาคารเก็บของ 058-1 ทรัพยากรเดิมทั้งหมดที่อยู่ในคลังสินค้านี้ได้ถูกนำออกสู่ตลาดและขายออกไป
พนักงานแต่ละคนมีตู้เก็บของส่วนตัวอยู่ที่โถงทางเดินด้านนอกห้อง ตู้เก็บของเหล่านี้ถูกเรียงต่อกันไปตามโถงทางเดินคล้ายกับโรงเรียนมัธยมต้น มีกล้องวงจรปิดคอยเฝ้าดูล็อคเกอร์เหล่านี้ โจรจะถูกจับกุมและดำเนินคดี สถานที่ที่พวกเขาถูกพาไปนั้นไม่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะเนื่องด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย
ชนเผ่าเทแกน:
ชนเผ่าเทแกนเป็นชุมชนที่มีสมาชิกประมาณ 50 คน ซึ่งอาศัยอยู่ในด่าน 58 พวกเขาได้สร้างเมืองเล็กๆขึ้นมาภายในสวนน้ำร้างซึ่งก็มีกระท่อม, ฟาร์ม, และแหล่งน้ำที่ไม่มีที่สิ้นสุด ชุมชนนี้เติบโตขึ้นมาจากผลเทแกนและน้ำอัลมอนด์
ผู้ที่เป็นส่วนหนึ่งของชนเผ่านี้ดูเหมือนจะเป็นคนดึกดำบรรพ์ ราวกับว่าทั้งกลุ่มเป็นนีแอนเดอร์ทัลที่ได้โนคลิปเข้ามาในคราวเดียว พวกเขาไม่มีความรู้เกี่ยวกับ GOI ใดๆในปัจจุบัน เช่น M.E.G. หรือ B.N.T.G. ในทำนองเดียวกัน พวกเขาก็ไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับเทคโนโลยีหรือวิทยาศาสตร์มาก่อน โดยกล่าวโทษเทคโนโลยีที่พวกเขาได้เห็นว่าเป็นสิ่งที่เกี่ยวกับเวทมนตร์และเทแกน ในทางกลับกัน ตรงกันข้ามกับพฤติกรรมดึกดําบรรพ์ของพวกเขาอย่างสิ้นเชิง พวกเขามีรูปลักษณ์ที่คล้ายกับพลาสติกเทียบได้กับตุ๊กตา เสียงของพวกเขาดังก้องเหมือนพวกเขากำลังพูดผ่านไมโครโฟน พวกเขาสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษแบบเก่าและไม่เข้าใจคำศัพท์สมัยใหม่ส่วนใหญ่
ดูเหมือนว่าผู้อยู่อาศัยในชนเผ่าจะได้พัฒนาวัฒนธรรม, ความเชื่อพื้นเมือง, นิทาน, และเทพเจ้าของตนเอง ความเชื่อหลักของพวกเขาคือพระเจ้าที่ชื่อเทแกนได้นำพวกเขามาที่นี่ เทแกน เป็นชื่อที่มีต้นกำเนิดจากเวลส์ โดยมีรากศัพท์ที่มีความหมายว่า “ผู้เป็นที่รัก” แต่ในภาษาเวลส์สมัยใหม่ คำว่า "เทแกน" นั้นมีความหมายว่า "ของเล่น" กลุ่มนี้เชื่อว่าสวนน้ำที่พวกเขาอาศัยอยู่เป็นสวรรค์ที่ปลอดภัยจาก “เกวน ฟอว์” (แปลได้เป็น “ยิ้มใหญ่”) และ “บราช เฮีย” (แปลได้เป็น “แขนยาว”4)
วัฒนธรรม:
ตลอดหลายปีที่ผ่านมาที่ได้ติดอยู่ภายในด่าน 58 ชนเผ่าเทแกนได้พัฒนาเทศกาล พิธีกรรมและการสวดภาวนารายวันของตนเองที่พวกเขายึดถือ โดยที่ได้ยึดระยะเวลาของเหตุการณ์เหล่านี้ตามเวลาการเติบโตของผลเทแกน
การเก็บเกี่ยว:
การเก็บเกี่ยวเป็นกิจกรรมพิเศษที่จะถูกจัดขึ้นทุกๆ 30 วัน ในช่วงเทศกาลนี้ผลเทแกนจะเริ่มสุก ผู้ชายทุกคนในเผ่าจะเก็บเกี่ยวผลไม้ให้ได้มากที่สุดเพื่อที่ชุดต่อไปจะได้เริ่มเติบโต เมื่อพวกเขาทำการเก็บผลเสร็จเรียบร้อยแล้ว พวกเขาก็จะพากันกลับไปที่ใจกลางเมืองเพื่อเริ่มล้างและเตรียมพวกมัน
ในขณะที่สมาชิกชายกำลังทำเช่นนี้อยู่ เหล่าผู้หญิงและเด็กก็จะเริ่มไปตกแต่งเมืองของพวกเขา โดยใช้ของตกแต่งสีชมพูและม่วงที่ถูกทำขึ้นทำจากมือ ซึ่งก็ทำขึ้นมาด้วยกระดาษสีและกระดาษแข็งที่พบได้ภายในห้องเก็บของ ของตกแต่งที่เตรียมไว้สำหรับงานนี้ก็ได้แก่ โมเดลกระดาษแข็งขนาดเท่าของจริงของต้นเทแกน, รูปตัดของผลเทแกนที่มีขนาดเทียบได้กับแตงโม ซึ่งก็มักจะถูกติดไว้ตามอาคาร รอบๆประตูและหน้าต่าง ของตกแต่งอีกอย่างหนึ่งคือแถบกระดาษสีชมพูและสีม่วงที่ถูกผูกห้อยลงมาจากเชือกที่ถูกพาดไว้ตามผ่านถนน, กำแพง, และรั้ว คล้ายกับธงปาร์ตี้จากในฟรอนท์รูมส์
เมื่อผลทั้งหมดถูกเตรียมและการตกแต่งนั้นเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทุกคนในเผ่าจะมาพบกันที่โต๊ะด้านนอกศาลากลาง หัวหน้าเมืองจะนำผลเทแกนมาวางไว้บนโต๊ะ จากนั้นจึงจะขอพรก่อนที่จะสวดภาวนาต่อไป สมาชิกในทีมของเกียนได้บันทึกคำอธิษฐานระหว่างงานเอาไว้ ข้อความด้านล่างได้รับการแปลมาจากภาษาเวลส์:
แด่เทแกน เจ้าเหนือหัวของเรา
เราขอถวายตัวเราให้กับท่าน
เราขอถวายกายเราให้กับท่าน
เราขอถวายจิตเราให้กับท่าน
ขอทรงโปรดประทานพรผลไม้นี้ให้เราได้กิน
ขอทรงโปรดประทานพรตัวเรานี้ให้เราได้อยู่รอด
ขอทรงโปรดประทานพรแผ่นดินนี้ให้ได้หาเลี้ยงเรา
ในนามของท่าน เราซาบซึ้ง
ในนามของท่าน เราสรรค์เสริญ
ในนามของท่าน เรารักใคร่
ในนามของท่าน เราช่วยเหลือ
เราขอขอบคุณพระองค์สำหรับน้ำของเรา
เราขอขอบคุณพระองค์สำหรับอาหารของเรา
เราขอขอบคุณพระองค์สำหรับที่อยู่ของเรา
เป็นเกียรติของเราที่จะได้รับใช้
ดิเวสส
เมื่อกลุ่มสวดภาวนาเสร็จแล้ว สมาชิกแต่ละคนจะเข้ามาที่โต๊ะซึ่งผู้นำจะทำการทักทาย, ให้พร, และให้ผลไม้กับพวกเขา ผลเทแกนที่เหลืออยู่จะถูกนำไปไว้ในที่เก็บอาหารของชุมชน (ดูข้อมูลเพิ่มเติมใน “สถาปัตยกรรม”)
ในช่วงที่เหลือของวัน พวกเขาจะเฉลิมฉลองและเต้นรำแทนที่จะทำงานบ้านตามปกติ พวกเขาเล่นเพลงโดยใช้เครื่องเพอร์คัชชันที่ถูกทำขึ้นด้วยมือ ซึ่งจะถูกเล่นโดยสมาชิกห้าคนของชุมชนที่อุทิศตนในการเล่นดนตรี ในวันรุ่งขึ้นหลังจากเทศกาล ชนเผ่าเทแกนจะเริ่มรื้อของตกแต่งออก เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว พวกเขาก็จะดำเนินชีวิตต่อไป โดยกลับมาทำงานบ้านตามปกติ
ผู้ร่วงหล่น:
ในกรณีที่สมาชิกของชุมชนเสียชีวิตหรือสูญหายไป จะมีการจัดพิธีศพขนาดใหญ่เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้ที่จากไป กิจกรรมนี้จะไม่สามารถถูกจัดขึ้นในวันเดียวกับพิธีเก็บเกี่ยวได้ หากมีคนเสียชีวิตระหว่างพิธีเก็บเกี่ยว พิธีผู้ร่วงหล่นจะถูกจัดขึ้นในวันรุ่งขึ้น
ในกรณีที่สามารถนำศพกลับมาได้ผู้เสียชีวิต สมาชิกเผ่ากลุ่มหนึ่งจะเริ่มเตรียมศพ พวกเขาจะล้างมันด้วยน้ำอัลมอนด์ จากนั้นก็จะฉีดสเปรย์ศพด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและน้ำหอมปรับอากาศต่างๆที่มักพบในห้องเก็บของ
เมื่อศพพร้อมแล้ว พวกเขาก็จะนำมันไปยังโถงทางเดิน พวกเขาจะปิดไฟทั้งหมดและเริ่มท่องคาถาเพื่อให้สัตว์ร้ายมา โดยพวกเขาเชื่อว่าเมื่อเอ็นทิตี้ได้กลืนกินศพเข้าไปแล้ว วิญญาณของผู้ล่วงลับจะมีชีวิตอยู่ต่อไปภายในตัวพวกเขา
เมื่อเอ็นทิตี้มาถึงที่เกิดเหตุ เผ่าเทแกนจะไม่เฝ้าดูศพถูกเอ็นทิตี้กลืนกิน แต่พวกเขาจะเดินจากไป โดยจะร้องเพลงแสดงความขอบคุณและการขออภัยต่อเทแกน ในกรณีที่ศพไม่สามารถถูกนำกลับมาได้ พวกเขาจะนำผลเทแกนจำนวน 10 ชิ้นไปให้กับเอ็นทิตี้แทน
สถาปัตยกรรม:
อาคารที่ก่อสร้างขึ้นโดยชนเผ่านี้นั้นค่อนข้างที่จะตระการตา มันแสดงให้เห็นถึงวิธีการทอและผสมชิ้นส่วนแปลกๆเข้าด้วยกันเพื่อสร้างสิ่งปลูกสร้างขึ้นมา สันนิษฐานว่าเหตุผลเบื้องหลังสถาปัตยกรรมแปลกๆนี้มีต้นเหตุมาจากที่ชนเผ่าเทแกนไม่เข้าใจวิธีใช้ค้อนและตะปู หรือแค่ไม่มีพวกมันอยู่ เป็นเหตุให้พวกเขาต้องใช้การทำรอยต่อที่โบราณมากกว่าภายในสิ่งปลูกสร้างปัจจุบันทั้ง 5 หลัง ได้แก่ รอยต่อท่อ - รอยต่อที่ใช้ไว้ต่อมุมของอาคาร รอยต่อผนัง - รอยต่อใช้ยึดผนังเข้าด้วยกัน และรอยต่อหลังคา - ซึ่งถูกใช้สร้างและรองรับหลังคาเรียบ
บ้าน:
บ้านเป็นสิ่งปลูกสร้างที่พบได้บ่อยที่สุด โดยมีจำนวน 10 หลังอยู่ในหมู่บ้าน โดยบ้านเหล่านี้จะสามารถจุคนได้ระหว่าง 4 ถึง 6 คนต่อหนึ่งหลัง
เป็นกระท่อมเล็กๆที่ทำมาจากพาเลท, ท่อ, แผ่น MDF, และแผ่นพลาสติกธรรมดารอบๆด่าน พวกมันทั้งหมดมีหลังคาเรียบและมีโครงสร้างที่ค่อนข้างยุ่งเหยิง คล้ายกับเพิงเก่าๆที่กำลังทรุดโทรม สิ่งปลูกสร้างเหล่านี้มีความทนทานอย่างน่าประหลาดสำหรับสิ่งที่มันสร้างขึ้นจาก เนื่องจากที่ไม่เคยมีการพังทลายเกิดขึ้น
ภายในอาคารนั้นมีห้องอยู่สี่ห้อง ได้แก่ ห้องครัว, ห้องนั่งเล่น, ห้องนอน, และห้องเตรียมอาหาร ห้องนอนเป็นห้องที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาห้องและถูกตั้งอยู่ด้านหลังบ้าน ประกอบด้วยที่นอนเก่าๆหลายแผ่นวางอยู่บนพื้น (น่าจะถูกขโมยมาจากห้องเก็บของ) และมีคานค้ำตั้งอยู่ตรงกลางเพื่อยึดเพดานให้อยู่กับที่
ห้องนั่งเล่นมีขนาดเล็กกว่าห้องนอนเล็กน้อยและเป็นห้องแรกที่คุณจะได้เดินผ่าน ประกอบด้วยที่นั่งไม่กี่ที่นั่ง (น่าจะมาจากคาเฟ่) และมีลัง 2 อันตรงกลางที่ถูกใช้เป็นโต๊ะ ห้องนั่งเล่นเปรียบเสมือนศูนย์กลางที่เชื่อมต่อห้องต่างๆที่กล่าวมาข้างต้นทั้งหมดเข้าด้วยกัน
ห้องครัวของบ้านเป็นห้องเล็กๆที่มีตู้เก็บของซึ่งมักถูกใช้สำหรับการเก็บน้ำอัลมอนด์และล้างจาน เฟอร์นิเจอร์ภายในห้องนี้ได้ถูกลักพามาจากห้องเก็บของ ซึ่งก็สามารถสรุปได้จากตู้กับข้าวที่มีโครงสร้างอย่างดี และอ่างล้างจานที่ทำมาจากโถชักโครกเปล่าใหม่เอี่ยม ห้องเตรียมอาหารเป็นห้องเล็กๆ ทำหน้าที่แค่เพียงเป็นห้องเก็บผลเทแกนซึ่งไว้ใช้ในครัวเรือนเท่านั้น
นาพืชผล:
นาพืชผลมีอยู่สองรูปแบบ โดยแบบแรกได้ถูกสร้างไว้อยู่แค่อันเดียวเท่านั้น รูปแบบที่ 1 คือพื้นที่ผู้ชมที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ โดยม้านั่งและขอบกระจกได้ถูกถอดออก ซึ่งช่วยให้ต้นเทแกนงอกออกมาจากแผ่นพลาสติกสีน้ำเงินที่เป็นพื้นอยู่ได้
การออกแบบที่สองประกอบไปด้วยภูมิประเทศที่เป็นพลาสติกและท่อจากสไลเดอร์น้ำที่ถูกถอดออก รูปแบบนี้พบได้บ่อยกว่ามาก มีอยู่ถึงสี่อันในหมู่บ้าน ภูมิทัศน์พลาสติกได้ถูกปรับระดับใหม่ (นี่เป็นขั้นตอนที่จำเป็นสำหรับการสร้างทั้งหมู่บ้าน) มีการใช้สไลด์ครึ่งวงกลมรอบๆบางพื้นที่เป็นขอบนา โดยพื้นที่ทั้งหมดได้ถูกอุทิศให้กับการปลูกต้นเทแกนและต้นเทแกนเท่านั้น
ที่เก็บอาหาร:
ที่เก็บอาหาร โดยพื้นฐานแล้วถูกถือเป็นคลังอาหารของชุมชนทั้งหมด มันเป็นอาคารขนาดเล็ก ไม่ใหญ่ไปกว่าห้องเก็บอุปกรณ์ทำสวนทั่วไป ไม่มีการตกแต่งภายในใดๆ สร้างขึ้นโดยใช้พาเลทซ้อนสองชั้นเป็นผนัง เชื่อมต่อกันด้วยรอยต่อผนังและมุม เช่นเดียวกับอาคารอื่นๆทั้งหมด หลังคานั้นเรียบและอาศัยการรองรับจากรอยต่อหลังคา
เมื่อชนเผ่ากลับมาหลังจากการค้นหาเสบียง อาหารทั้งหมดที่พวกเขารวบรวมไว้จะถูกเก็บไว้ที่นี่ ในทางกลับกัน น้ำอัลมอนด์จะถูกเทลงในสระของสวนน้ำ สร้างแหล่งน้ำที่ไม่มีที่สิ้นสุดให้พวกเขาได้ดื่ม สมาชิกในชุมชนสามารถนำอาหารจากห้องเตรียมอาหารหรือสระน้ำไปใช้ได้อย่างอิสระเมื่อใดก็ได้
ใจกลางเมือง:
ใจกลางเมืองเป็นอาคารพิเศษซึ่งสร้างขึ้นเพียงอันเดียวเท่านั้น มันถูกสร้างขึ้นคล้ายกับบ้านของชนเผ่า เว้นแต่ว่ามันมีขนาดใหญ่เป็นสองเท่า ใจกลางเมืองถูกประกอบไปด้วยแปดห้อง
ห้องนั่งเล่นเป็นห้องขนาดใหญ่ เนื่องจากขนาดของมัน มันจึงมีเสาอยู่ 4 เสาเพื่อรองรับเพดาน สิ่งของภายในห้องนั้นประกอบไปด้วยโต๊ะปิกนิกหลายตัว นำมาจากพื้นที่ผู้ชม จัดในลักษณะที่เป็นพื้นที่คล้ายโรงอาหาร เมื่อสมาชิกในชุมชนไม่ได้ทำงานบ้านตามปกติ พวกเขามักจะมาพักผ่อนภายในห้องนี้ และก็ใช้มันเป็นสถานที่ประชุมส่วนกลาง
ห้องครัวเชื่อมต่อโดยตรงกับห้องครัว, ถังขยะ, และห้องนั่งเล่น ห้องครัวนี้ไม่มีความแตกต่างจากบ้านทั่วไปมากนัก ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวคือขนาดและมีอ่างล้างจานสี่อ่างแทนที่จะเป็นอ่างเดียว ตู้กับข้าวก็เหมือนกับที่อยู่ในบ้านทั่วไปทุกประการ
ห้องสักการะเป็นพื้นที่ที่อยู่ด้านหน้าผู้พเนจรโดยตรง เมื่อพวกเขาเริ่มเข้าสู่ใจกลางเมือง มันดูเหมือนจะเป็นห้องที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างไม่ดีนักซึ่งก็มีโต๊ะพูลอยู่ตรงกลาง บนโต๊ะนี้ไม่ใช่ลูกบอล แต่เป็นผลเทแกนมากมายที่ถูกรายล้อมไปด้วยเทียน สมาชิกของเผ่าเทแกนมาที่นี่ตลอดทั้งวันเพื่อสวดภาวนาต่อเทแกน
ห้องนอนเป็นห้องเล็กๆภายในบรรจุกล่องข้าวของของผู้นำพร้อมที่นอนเดี่ยวอยู่ด้านหลังห้อง นอกจากนี้แล้ว ห้องนี้ก็ไม่มีอะไรให้สังเกตมากนัก
ห้องแห่งความยุติธรรมเป็นที่ซึ่งผู้ที่ทำผิดต่อชนเผ่าจะถูกสอบปากคำโดยผู้นำชนเผ่า รีส มอร์ริส หากบุคคลนั้นไม่มีเหตุผลในการกระทำของพวกเขา พวกเขาจะถูกขังอยู่ในห้องขังจนกว่าริสจะเห็นสมควร ภายในห้องมีไฟสลัวๆ และโต๊ะกับเก้าอี้สองตัวที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกันเท่านั้น ที่ด้านหลังของห้องนั้นมีห้องขังอยู่ เพื่อที่จะเข้ามาในห้อง ให้ใช้ประตูแรกทางขวาหลังจากเข้าสู่ใจกลางเมืองมาแล้ว
ห้องขังเป็นห้องเล็กๆที่นักโทษจะถูกขังเอาไว้ ในแต่ละวันมีคนเข้าไปที่นั่น พวกเขาจะได้รับมันฝรั่งทอดกรอบไม่มีแบรนด์และน้ำอัลมอนด์ บุคคลภายในห้องขังนั้นถูกถือว่าไม่คู่ควรกับการรับประทานผลไม้ศักดิ์สิทธิ์ ห้องขังนี้เคยถูกใช้เพียงครั้งเดียว นั่นคือเมื่อรีสกักขังสมาชิกเผ่าสองคนไว้เป็นเวลาสามการเก็บเกี่ยว เพราะพวกเขาได้ไปจบชีวิตเด็กหนุ่มคนหนึ่งไป
ถังขยะถูกซ่อนไว้ด้านหลังห้องครัว ทรัพยากรเหลือใดๆนั้นจะถูกโยนลงไป และก็ดูเหมือนว่าพวกมันจะหายไป ในทางเทคนิคแล้วถังขยะไม่ใช่ห้อง แต่เป็นสไลเดอร์น้ำสีดำที่ถูกสร้างไว้ด้านหลังห้องครัว วันหนึ่งสมาชิกสองคนได้ผลักเด็กคนหนึ่งของเผ่าลงไปในสไลด์ และเด็กหนุ่มก็ไม่เคยถูกพบเห็นอีกเลย
ทางเข้าและออก:
ทางเข้า:
- การโนคลิปเข้าไปในท่อพลาสติกสีแดงบนด่าน 37 จะนำคุณไปสู่ด่าน 58 ทางเข้านี้หาได้ยากและจะแสดงตัวต่อกลุ่มผู้พเนจรที่มีสมาชิกอยู่อย่างน้อย 3 คนเท่านั้น
- การปลดล็อคประตูใดๆโดยใช้กุญแจด่านของด่าน 58 จะนำคุณมาที่นี่ กุญแจนี้มีรูปร่างเป็นสไลด์เหล็กขึ้นสนิมขนาดใหญ่ โดยมีหมายเลข “58” ออกมาจากด้านล่างของท่อ ด้านล่างบันไดเป็นส่วนสำคัญที่แท้จริง ซึ่งมีขนาดค่อนข้างเล็กเมื่อเทียบกับรูปสลักขนาดใหญ่ของมัน ส่วนเล็กๆนี้จะใส่ได้พอดีกับตัวล็อคส่วนใหญ่อย่างง่ายดาย
- การหาใบปลิวโฆษณาเก่าๆของ 'วอเตอร์ วันเดอร์' บนด่าน 9 แล้วฉีกมันออกจะนำมาสู่ที่นี่ สามารถพบใบปลิวเหล่านี้ติดอยู่บนเสาไฟ บนโต๊ะภายในบ้าน หรือถูกยัดไว้ในถังขยะรอบๆด่านได้
- มีข่าวลือว่าสามารถเข้าไปยังด่าน 58 ได้ด้วยสไลด์หลากสีภายในด่าน 0 อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้ก็ยังไม่ได้รับการยืนยัน
ทางออก:
- การโนคลิปเข้าไปในสไลด์น้ำสีดำจะนำไปสู่ด่าน 58.1 ไม่แนะนำให้ใช้วิธีนี้เนื่องจากด่าน 58.1 เป็นด่านที่มีความยากระดับ 5
- การเปิดกล่องเสบียงที่ถูกทาหมายเลขหนึ่งสีแดงไว้ด้านบน จะทำให้คุณถูกส่งไปที่ด่าน 1
- การโนคลิปเข้าไปในท่อที่ไม่ถูกปิดเอาไว้ในโถงทางเดินจะนำไปสู่พื้นที่สำนักงาน EL3A


