ด่าน 603 - "สายเบ็ด"
คะแนน: +3+x






ก่อนหน้านี้ คุณอาจจะได้เข้าไปยังโรงงานเก่าๆใน 11 เดินผ่านประตูประหลาดใน 20 หรือโนคลิปผ่านเสาไฟที่ลอยอยู่ใน 61 ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหน ในตอนนี้ คุณก็ได้พบภูมิทัศน์ใหม่อยู่ภายหน้า ซึ่งเต็มไปด้วยหุบเขา ทุ่งราบ แม่น้ำ ถนน เมือง และที่โดดเด่นที่สุด ก็คือสายไฟนับร้อยนับพันสายที่เรียงรายกันอยู่

มีด่านมากมายที่เป็นพื้นที่กลางแจ้งซึ่งมีองค์ประกอบมนุษย์ประสม แต่ก็ไม่มีที่ไหนจะจำเจได้เท่าที่นี่ สายไฟทั้งหมดเหมือนจะโยงไปในทิศเดียวกัน และเมื่อมองไปทิศอื่น สิ่งที่มีก็เพียงหุบเขาที่ยุบลงและเข้าในตัวเอง ประจบด้วยช่องว่างสีท้องฟ้า สายไฟต่างๆเปล่งเสียงจี่อ่อนๆที่ฟังรื่นหู ดึงความสนใจคุณจากแสงอาทิตย์ที่กำลังแผดเผา เพราะไม่มีที่ให้ไป ประกอบกับความสงสัยใคร่รู้ คุณจึงเดินไปในทิศเดียวที่เหลืออยู่ ตามสายไป





ความยากในการเอาตัวรอด:

ระดับ 2e - สภาพแวดล้อม

  • ไม่ปลอดภัย
  • มั่นคง
  • มีอันตรายที่ไม่ใช่เอ็นทิตี้

คำอธิบาย

ขาดข้อความบรรยายแทนภาพ

สายไฟคู่หนึ่งที่กำลังทอดผ่านทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์

ขาดข้อความบรรยายแทนภาพ

ภาพที่เก่ากว่าพอประมาณของด่าน 603 ณ ใจกลางของย่านเล็กๆ

ด่าน 603 เป็นภูมิทัศน์ขนาดใหญ่ที่มีลักษณะเชิงภูมิศาสตร์และมนุษย์ซึ่งพบได้ตามประเทศโลกตะวันตกหลายแห่ง ชนบทของด่านจะมีภูเขา หุบเขา และทุ่งราบ ประกอบด้วยทุ่งหญ้าปศุสัตว์ ป่าไม้ ทุ่งแพรรี่ที่มีแม่น้ำทอดทับ และพื้นที่โล่งที่ตัดผ่านส่วนต่างๆ ตัวด่านที่มักขาดความหลากหลายในลักษณะจะให้ความรู้สึกจำเจ โดยจุดสังเกตทางภูมิศาสตร์เช่น ภูเขา หุบเขา แม่น้ำ และสวนผลไม้ก็จะปรากฏเฉพาะในรัศมีของสายไฟนับร้อยของด่าน เสาไฟของพวกมันจะมีถนนทางหลวงและถนนลูกรังทอดขนาบ แต่ก็ไม่เคยจะเปลี่ยนไปจากการอยู่ใต้หรือใกล้เคียงกับพวกมันแต่อย่างใด

สายไฟทุกสายจะโยงไปสู่ใจกลางของด่าน ซึ่งเนื่องจากที่ภูมิทัศน์รอบนอกนั้นน่าสับสน ผู้คนส่วนใหญ่จึงจะใช้เส้นทางใต้สายเพื่อเดินทางผ่าน สายไฟเส้นใหม่จะเชื่อมมาหาสายไฟมัดใหญ่กว่า ก่อนจะค่อยๆเปลี่ยนรูปลักษณ์ให้ดูเจริญมากยิ่งขึ้น เสาไฟต่างๆ ซึ่งก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่สูงที่สุดภายในด่าน 603 บางครั้งก็ใหญ่ยิ่งกว่าเสาไฟบนฟรอนท์รูมส์เสียอีก ด้วยเหตุนี้ พวกมันจึงถูกสังเกตเห็นได้ไม่ว่าจากพื้นที่แห่งไหนในด่าน 603 เสริมเข้าด้วยเสียงจี่ฟังสบายหูจากกระแสไฟฟ้าที่กำลังไหลผ่านสายด้านบน





หลังอยู่ในด่านมาได้สักพักใหญ่ คุณก็เริ่มเข้าใจถึงวิธีที่มันทำงาน มันไม่ใช่แค่ถนนที่จะตามสายที่โยงอยู่เหนือหัว แต่ภูมิทัศน์ของด่านทั้งด่านก็ดูเหมือนจะทำอย่างนั่นเช่นกัน ยิ่งคุณออกห่างจากเสาไฟที่เหมือนจะมีอยู่แค่ไม่กี่เสา ด่านก็จะยิ่งเรียบง่ายและน่าสับสนมากขึ้นเท่านั้น ราวกับว่ามันเป็นกลลวงหรือกับดัก แต่มันก็ดูจะเป็นทางไปข้างหน้าที่ชัดเจนที่สุดเช่นกัน แม้พื้นหลังนั้นจะร้องขอให้คุณพิจารณาดูใหม่ แต่คุณก็ยังตามมันต่อไป





ขาดข้อความบรรยายแทนภาพ

อาคารชุดหย่อมๆภายในด่าน 603

ขาดข้อความบรรยายแทนภาพ

ฝั่งหนึ่งของถนนในบล็อกๆหนึ่งของด่าน 603 ซึ่งดูราบเรียบและซ้ำซ้อน

แม้จะเป็นเพียงสิ่งเลียนแบบ ก็จะมีสิ่งปลูกสร้างทั้งที่ปรากฏเป็นแห่งเดี่ยวๆและรูปแบบกลุ่ม ซึ่งเหมือนจะพยายามลอกเลียนถิ่นฐานมนุษย์ อาคารเหล่านี้จะมีอยู่ใกล้ๆกับเสาไฟ โดยจะสามารถพบพวกมันได้ตามถนนของถิ่นฐาน แม้จะอยู่ใกล้เคียงกับสายไฟ แต่อาคารที่จับกลุ่มกันเป็นหมู่บ้านเหล่านี้ก็กลับไม่มีสิ่งโดดเด่นใดๆ ถนนของพวกมันจะเป็นไปตามการจัดเรียงแบบบล็อกที่เรียบง่าย อาคารหลายๆแห่งอาจปรากฏขึ้นซ้ำหลายครั้ง บ่อยครั้งก็กระทั่งภายในหมู่บ้านเดิม

ความซ้ำซากในตัวเมืองสามารถจะทำให้มีการสับสนทิศได้ โดยจะบรรเทาลงเมื่อใช้เสาไฟเห็นได้จากระยะไกลเพื่อจับทิศจับทาง การจัดเรียงแบบบล็อกของเมืองจะมีรายละเอียดและข้อตำหนิที่เหมือนกันทุกประการ ในระดับที่มีการลอกแบบกระทั่งหลุมบ่อบนถนนและรอยแตกบนทางเท้า แต่ก็แทบไร้ซึ่งรายละเอียดใดๆพ้นแถวต้นไม้หรือไฟถนนไป ความจำเจอันจืดซืดนี้ยังมีผลกับภายในบ้านด้วยเช่นกัน บ้านทุกหลังจะไม่ถูกตกแต่งด้านใน โดยในอาคารก็จะมีเพียงพื้นที่เป็นไม้ กระเบื้อง หรือพรม และก็สีเรียบๆบนผนัง





ในช่วงแรก เมืองก็น่าตื่นตาตื่นใจ อย่างน้อยมันก็แปลกใหม่ไปจากยุ้งฉางและบ้านไร่ที่ปรากฏอยู่เป็นครั้งคราว ถนนสายแรกมันก็ดูปกติดี สายสอง สายสาม สายสี่ และสายห้าก็เหมือนกัน แต่พวกมันก็ค่อยๆปะปนเข้าด้วยกัน จนแทบแยกไม่ออกว่าสายไหนที่คุณยังไม่เคยผ่านมาก่อน ซึ่งก็ยิ่งหนักขึ้นเมื่อได้เห็นว่าในอาคารหลายสิบหลังที่ตั้งอยู่ ก็มีเพียงแค่ภายในที่ว่างเปล่า ทุกอย่างดูน่าสับสน จำเจ ราบเรียบ และถนนทุกสายก็ดูเหมือนกันไปหมด จนกระทั่งเมื่อคุณมองไปยังสายไฟที่อยู่ห่างออกไป

เสาไฟพวกนี้ยืนเด่นอยู่ตลอด ราวกับเข็มทิศที่ชี้ไปในทิศทางที่ด่านอยากพาคุณไป ในเมือง มันไม่มีอาหาร อาวุธ หรืออุปกรณ์ใดๆ การอยู่ระยะยาวนั้นเป็นไปไม่ได้ การตามสายไฟไปเลยเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ แม้คุณจะมีความลังเลในดวงใจ แต่ความสั่นไหวในกระเพาะก็กลบเลื่อนมันลง คุณจำยอมและกลับไปเดินตามเสาไฟ





ขาดข้อความบรรยายแทนภาพ

พื้นที่แห้งแล้งในส่วนลึกของด่าน 603

ขาดข้อความบรรยายแทนภาพ

ภูมิทัศน์ที่แร้นแค้นเกือบสมบูรณ์ของใจกลางด่าน 603 ซึ่งมีเสาไฟปกคลุม

ยิ่งผู้พเนจรเดินทางลึกเข้าไปในด่าน 603 ด่านก็จะยิ่งแร้นแค้นและราบเรียบมากเท่านั้น ภูมิทัศน์และเอกลักษณ์ที่หลากหลายจะค่อยๆถูกแทนที่โดยทะเลทรายที่เรียบง่ายและแบนราบ ซึ่งมีพุ่มไม้ตายและใกล้ตายคอยแทรกซ้อนอยู่เป็นครั้งคราว สายไฟจะเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างมาก เนื่องจากที่เสาไฟจากส่วนอื่นๆจะเริ่มประสานเข้าด้วยกัน ณ จุดศูนย์กลาง ส่งผลให้มีเสียงจี่ไฟฟ้าดังสนั่น และความเป็นอุตสาหกรรมหนักจัดแจ้งขึ้นมา

เมื่อถึงช่วงที่ผู้พเนจรไปถึงจุดศูนย์กลาง ตามปกติแล้วมักจะกินเวลาไปสองสามวันหรือกระทั่งสัปดาห์ พวกเขาก็อาจรู้สึกกระหายอาหารและน้ำเป็นอย่างมาก ความร้อนชิ้นที่เพิ่มขึ้นระหว่างที่ตามทางสายไฟจึงจะทุกข์ทรมาน ซึ่งที่ทำเช่นนั้นก็เพราะไม่มีหนทางอื่นให้ผ่าน เมื่อเข้าไปลึกพอ ก็อาจรู้สึกได้ว่าการไปให้ถึงจุดรวบสายนั้นเป็นไปไม่ได้ แต่เมื่อได้ไปถึงอย่างไม่อาจเลี่ยงได้ ผู้พเนจรก็จะพบเข้ากับวงแหวนเสาไฟขนาดใหญ่ที่เรียงรายกันอย่างแน่นหนา ล้อมรอบโรงงานขนาดมโหฬาร สายไฟต่างๆจะค่อยๆโยงลงมายังโครงสร้างยักษ์นี้ เสียงจี่ที่ส่งออกมาจากสายไฟจะดังยิ่งขึ้นเมื่อได้ลงมาจากเสา เสมือนคำเชื้อเชิญให้ผู้พเนจรที่กำลังเหน็ดเหนื่อยเข้าไปหา





ในตอนนี้ หลังการเดินราววันคืนภายใต้ตะวันเหนือหัวที่ไม่อาจเคลื่อน ภูมิทัศน์ก็เริ่มเปลี่ยน แต่ก็ไม่ใช่ในทางที่คุณคาดไว้ ภูมิประเทศอันเขียวขจีที่เหมือนจะสวยงามและหลากหลาย ซึ่งเคยประกอบรอบข้างเสาไฟได้ตายลงด้านหลัง และถูกแทนที่โดยสภาพแวดล้อมซอมซ่อไร้ชีวิต ใต้เท้าคุณนั้นมีดินและทราบประสมกัน เดาได้ว่าคงเป็นเศษซากที่หลงเหลือของชีวภูมิก่อนหน้า ที่ประหลาดกว่าคือการที่ภูมิทัศน์แห่งนี้เหมือนกันในทุกๆจุด ไม่ใช่แค่เพียงในรัศมีเสาไฟ

มันรู้สึกเหมือนด่านกำลังละทิ้งกฎของตัวเอง และทำให้เหล่าเสาไฟพิเศษและสำคัญน้อยลง อย่างน้อยนั่นก็เป็นสิ่งที่ควรเกิด แต่ในความเป็นจริง ขาคุณนั้นอ่อนแรง ท้องคุณว่างเปล่า และคุณก็รู้ว่าสิ่งที่อยู่ด้านหลังก็ไม่ได้ช่วยอะไร บางทีมันอาจเป็นการจงใจ บางทีคุณอาจจะอยู่ลึกไปเกินกว่าสนใจความต้องการใดๅ หรือบางทีไม่ว่าจะเป็นอย่างไหนมันก็อาจไม่สำคัญ คุณต้องรอดออกไป และการตามเสาไฟไปก็เป็นโอกาสในการทำเช่นนั้น





ขาดข้อความบรรยายแทนภาพ

ทางเข้าสู่โรงงานที่ให้ความรู้สึกเป็นอุตสาหกรรม

ขาดข้อความบรรยายแทนภาพ

ลึกลงไป ณ ใจกลางโรงงาน

หลังรั้วกั้นตะข่ายเหล็กไปจะมีโรงงานที่สลับซับซ้อนเป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างโรงกลั่นน้ำมัน โรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์ และสถานที่อุตสาหกรรมทั่วไปอื่นๆที่จะผลิตก๊าซเรือนกระจก เสียงหวือของเครื่องจักรจะเข้ามาแทนที่เสียงจี่ของสายไฟ เสมือนเสียงดนตรีที่จะนำพาผู้พเนจรผ่านกำแพงท่อและถังเก็บวัสดุย่อยสลายได้ต่างๆนานา องค์ประกอบใหญ่ยักษ์เหล่านี้ทั้งหมดจะเชื่อมไปหาอาคารไม่กี่หลังที่ใจกลางโรงงาน ซึ่งสร้างขึ้นจากเหล็กและวัสดุสำเร็จรูป

ด้านในนั้นจะมีความซับซ้อนไม่แพ้ด้านนอก อัดแน่นไปด้วยโถงคับแคบ ระเบียงเหนือเครื่องจักร และลานกลางอาคารที่คับคั่งไปด้วยจักรกลและสิ่งอุตสาหกรรมอื่นๆที่ไม่อาจบรรยายได้ แม้ภายในจะรกรุงรังเช่นนี้ ผู้พเนจรก็จะเดินตามเส้นทางที่ถูกกำหนดไว้ให้ก่อน และเตร่ไปในผังชั้นที่น่าสับสนเป็นวันๆหรือสัปดาห์ แม้โครงสร้างเหล่านี้จะผิดธรรมชาติเพียงใด แต่โถงทางเดินของมันก็จะทอดไปหาความสงบประการหนึ่ง ซึ่งจะถูกสื่อถึงผู้พเนจร โดยเสียงบรรเลงที่ไพเราะ แต่ก็ยังเป็นจักรกลอยู่





หลังเดินตามชะตาลึกเข้ามาในโรงงานได้ระยะหนึ่ง คุณก็รู้สึกถึงความเจ็บอย่างฉับพลันที่แล่นไปทั่วร่างกาย จิตสำนึกของคุณไม่ทราบถึงจุดหมายกระทั่งในวาระสุดท้าย มันยังอยู่ภายในโหมดอัตโนมัติอันไร้ซึ่งความคิด สิ่งสุดท้ายคุณเห็นก่อนสายตาจะมืดดับไปก็คือเครื่องจักรทรงกระบอกที่ส่งเสียงโทนลึกแหลมมากยิ่งกว่าเครื่องอื่นใด กระดูกถูกบด เนื้อเยื่อถูกฉีก และจิตสำนึกก็จางหายไป ในขณะที่คุณถูกป้อนให้แก่โรงงาน คุณสามารถจะหนีไปยัง 62, 80, หรือแม้กระทั่ง 113 ได้ แต่คุณก็ไม่ทำ ด่านจับคุณติดตั้งแต่แรกเริ่ม และก็ได้ดึงคุณมาหาตั้งแต่ที่คุณเห็นเสาไฟต้นแรกแล้ว






เว้นแต่จะกล่าวไว้เป็นอย่างอื่น หน้าเพจนี้ได้รับอนุญาตภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License