ด่าน 614 - "ดินแดนกีย์เซอร์"

คะแนน: +4+x
คะแนน: +4+x


ข้อมูล

เขียนโดย neptunium153neptunium153 และ Wondrous ExpanseWondrous Expanse
ขอขอบคุณ knaffladknafflad, BlueSkiesAboveBlueSkiesAbove, SkullDoggerySkullDoggery, และ DrAkimotoDrAkimoto สำหรับการวิจารณ์การเขียน

ขอขอบคุณ DivineAtlasDivineAtlas สำหรับการเคลียร์

แปลโดย ImetImet
ไฟเขียวโดย Guy777Guy777


ด่าน
614

ความยากในการเอาตัวรอด
ระดับ 1

ทางออก: 3/5
ออกได้ยาก

สภาพแวดล้อม: 1/5
สภาพแวดล้อมมีความเสี่ยงต่ำ

เอ็นทิตี้: 0/5
ไม่มีเอ็นทิตี้ที่ไม่เป็นมิตร

ด่าน 614 แสดงลักษณะเป็นการผสมผสานระหว่างป่าและทุ่งหญ้าที่มีภูมิลักษณ์ที่หลากหลาย ขนาดของด่าน 614 ไม่เป็นที่ทราบ ลักษณะที่เด่นชัดของด่านคือน้ำพุร้อนแบบกีย์เซอร์ปรากฏอยู่บ่อยครั้ง

คำอธิบาย

ขอเดาว่านี่คงเป็นสาเหตุที่พวกเขาบอกผมว่าอย่าออกสำรวจหากไม่มีเหตุผลดี ๆ จริง ๆ สินะ ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ตอนแรกผมก็เดินเตร่ไปในทุ่งหญ้า แล้วตอนนี้ก็มาโผล่ในที่ที่ไม่ใช่ด่านสิบแน่ ๆ แล้ว แต่ว่าลมที่นี่มันก็ช่าง — ละมุนละม่อมซะจริง ผมอาจลองอยู่ที่ด่านนี้สักพัก ถ้ามันปลอดภัยละก็นะ ส่วนอยู่เรื่องนี้ทำแน่นอน ยังไงก็คงจะดีกว่าไปเข้ากลุ่มอื่นแน่ ๆ จากที่ M.E.G. ขับไล่ไสส่งผมออกจากกลุ่มหลังจากเข้าไปได้แค่เดือนเดียวแล้ว ผมคิดว่ากลุ่มอื่น ๆ ก็คงจะไม่ค่อยชอบผมไม่ต่างกัน

ทุ่งที่มีเนินเขาเล็ก ๆ พร้อมต้นไม้เติบโต
ทุ่งหญ้าและผืนป่าที่ใจกลางของด่าน 614

พื้นที่หลักของด่าน 614 เป็นทุ่งหญ้าขนาดใหญ่ที่มีผืนป่าขนาดเล็กประปรายทั่วพื้นผิว บริเวณ "ใจกลาง"1 ของด่าน ซึ่งเป็นจุดที่ผู้พเนจรทั้งหมดจะมาถึงเมื่อเข้าสู่ด่านนี้ เป็นพื้นที่เนินเขาหญ้าที่มีอนุสาวรีย์หินอยู่ด้านบน ซึ่งก่อให้เกิดความหวาดกลัวกับผู้ที่เข้าใกล้ สายลมอ่อนสบายพัดผ่านด่านอย่างต่อเนื่อง โดยมีรายงานว่าช่วยส่งผลให้เกิดความสงบและสร้างกำลังใจให้กับเหล่าผู้พเนจร ในบางครั้งจะมีลมกรรโชกพัดผ่านท้องทุ่งให้ต้นไม้ไหวเอนไปมา จึงทำให้เกิดเสียงใบไม้เสียดสีเติมเต็มภายในด่าน พื้นที่นี้ของด่านมีสภาพอากาศแจ่มใสตลอดเวลา พร้อมก้อนเมฆกระจายทั่วท้องฟ้า ลอยผ่านท้องฟ้าสีครามอย่างเชื่องช้า แม้ว่าจะพบได้ยาก แต่ในบางครั้งอาจจะมีนกขนาดเล็กบินผ่านทุ่งระหว่างป่า รวมไปถึงสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่หลายชนิดอาจออกมากินหญ้าด้วยเช่นกัน

ผืนป่า

สมมุติฐานเป็นจริง! ที่นี่คือด่านใหม่ขนานแท้ คงถือเป็นความสำเร็จแรกในชีวิตของผมเลยใช่ไหมเนี่ย? ผมไปเจอกระท่อมแสนสะดวกสบายอยู่ในป่า แล้วก็ได้ตัดสินใจที่จะอยู่ภายในนั้น เท่าที่รู้ในตอนนี้ ด่านนี้ปลอดภัยดี หรือบางทีอาจแค่ตบตากันก็ได้ โอเค พูดตามตรงแล้ว ผมชอบด่านนี้มากกว่าทุกด่านที่เคยไปมาก่อนเสียอีก เพราะงั้นที่นี่อาจจะเป็นบ้านของผมไปชั่วชีวิตก็ได้… ดูจืดชืดก็จริง แต่… เอาเถอะ ที่นี่ก็ถือว่าดีอยู่พอควรเลย ถ้าคิดจากที่ว่าตอนนี้เราอยู่ในแบ็กรูมส์น่ะนะ แล้วผมก็เจอว่ากระท่อมที่อยู่มีคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานได้และเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตติดด้วย เดี๋ยวเอาไว้ผมจะมาเขียนหน้าเพจของด่านทีหลัง

ผืนป่าภายในด่าน 614 มีลักษณะเหมือนกับป่าที่พบได้ทั่วไปภายในฟรอนท์รูมส์ อุดมไปด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ ผืนป่าเป็นสถานที่ที่ดีเยี่ยมสำหรับการพักผ่อนและโต้ตอบกับสัตว์ป่าภายในด่าน พื้นที่นี้ยังมีทะเลสาบและธารน้ำซึ่งเป็นแหล่งน้ำอัลมอนด์ที่สามารถดื่มได้อีกด้วย อีกทั้งยังสามารถพบกระท่อมที่ได้รับการตกแต่งอย่างดีซึ่งภายในมีอาหาร น้ำอัลมอนด์ และเสบียงที่จะถูกเติมเป็นระยะ ๆ กระท่อมเหล่านี้จึงเป็นสถานที่ที่เหมาะสมกับการอยู่อาศัยในระยะยาวอย่างยิ่ง และกลุ่มเซลัสมักจะเรียกกระท่อมเหล่านี้ว่าเป็นบ้าน นอกเหนือจากกระท่อมแล้ว ภายในป่ายังมีศาลาซึ่งเป็นสถานที่ที่เหมาะสมสำหรับการทำสมาธิและผ่อนคลายอีกด้วย

กีย์เซอร์

ผ่านมานับเดือนแล้ว และผมก็เพิ่งที่จะยืนยันภยันตรายแรกภายในด่านได้ ปรากฏว่ามันคือน้ำพุร้อนกีย์เซอร์ที่พ่นน้ำที่ร้อนจัดออกมา แต่ก็ไม่ได้อันตรายมากขนาดนั้นถ้ารู้ว่าแล้วจะต้องเข้าใกล้มันมาก ๆ ถึงจะตายได้ ซึ่งผมก็เกือบไปแล้ว ตอนนั้นผมก็กำลังเดินเล่นไปทั่ว แล้วก็มาเจอแอ่งน้ำร้อนเล็ก ๆ แอ่งหนึ่ง แล้วพอไม่ทันไรมันก็พ่นสายน้ำสูงเกือบ 50 เมตรออกมา แต่นอกจากที่จะทำผมกลัวแทบแย่แล้ว มันก็เป็นภาพที่สวยงามมาก วิดีโอที่เคยเห็นที่โลกก็แสดงว่ามันใหญ่ แต่มันไม่ได้แสดงว่าจริง ๆ แล้วมันใหญ่มากแค่ไหน

ภาพมุมใกล้ปากกีย์เซอร์ สามารถมองเห็นสีฟ้ารอบปล่องได้
กีย์เซอร์แห่งหนึ่ง สามารถมองเห็นได้ว่ามีเศษบลูเพสต์อยู่รอบปล่อง

ด่าน 614 มีน้ำพุร้อนแบบกีย์เซอร์กระจายอยู่ทั่วด่าน มีตั้งแต่ขนาดเพียงไม่กี่เซนติเมตรจนถึงหลายสิบเมตร โดยกีย์เซอร์ภายในด่าน 614 ถือเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์อันโดดเด่นของด่าน มีรายงานว่าการชมน้ำพุร้อนพุ่งขึ้นจะก่อให้เกิดความรู้สึกอัศจรรย์และน่าตกตะลึง แต่ไม่แนะนำให้เข้าใกล้กีย์เซอร์เนื่องจากมันมีน้ำร้อนจัด ภายหลังจากที่สิ้นสุดลงแล้ว ผู้พเนจรที่พบเห็นมันจะรู้สึกมีความสุขต่อไปเป็นระยะเวลานาน2

เหตุผลที่ทำให้กีย์เซอร์เหล่านี้ถือเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นของด่าน 614 นั้นมาจากส่วนประกอบภายในน้ำที่พุ่งออกมาจากพวกมัน3 ภายในน้ำมีสารผิดปกติที่มีชื่อว่าบลูเพสต์อยู่ โดยสามารถสกัดและนำไปใช้ทำเป็นบลูเจล ซึ่งเป็นสารที่ถูกใช้งานในการสร้างแบตเตอรี่คุณภาพสูง โซลาร์เซลล์ และโรงไฟฟ้าได้

กระทรวงจำแนกระดับแห่งสาธารณรัฐโบวีตากำหนดหมายเลขให้กับกีย์เซอร์ทุกแห่งที่ควรค่าแก่การบันทึก และกีย์เซอร์บางแห่งยังอาจได้รับชื่ออีกด้วย4 แม้ว่าจะเป็นในจำนวนน้อยมากก็ตาม โดยชาวโบวีตายังได้ก่อตั้งเมืองซึ่งต่อมากลายเป็นศูนย์กลางการผลิตและการพัฒนาบลูเจลขึ้น5

ในตอนที่กำลังกลับไปยังกระท่อม ผมก็บังเอิญเจอเข้ากับทะเลสาบแห่งหนึ่ง เพราะว่ายังเหลือเวลาอีกสักชั่วโมงก่อนจะตกค่ำ (แต่ให้พูดตามตรง ด่านนี้ตอนกลางคืนก็ไม่ได้มืดเท่าไรหรอก) ผมก็เลยตัดสินใจจะพักผ่อนที่ริมทะเลสาบสักหน่อย แต่ว่าเพราะอะไรสักอย่าง ผมกลับเอาแต่ครุ่นคิดเรื่องกีย์เซอร์ที่เห็นมาวันนี้ แม้ว่ามันจะสวยงามก็จริง ผมก็เริ่มรู้ตัวว่านาน ๆ ครั้งจะมีสิ่งใหญ่โตเริ่มปรากฏขึ้น ที่บ้านนั้น เราก็สร้างตึกระฟ้าและจรวดที่ใหญ่กว่ากีย์เซอร์เหล่านั้นมาก พวกเราควบคุมโลกได้อิสระดังใจนึก น่าเศร้าไม่น้อยที่ในมิตินี้พวกเราไร้อำนาจมากเพียงใด มีอะไรที่ทำให้แบ็กรูมส์ต่างจากบ้านเดิมที่ทุก ๆ คนก็ต้องทนทุกข์ไม่ต่างกันนักล่ะ? ทำไมมนุษยชาติถึงรุ่งโรจน์นักที่โลกแต่ไม่ใช่ที่นี่? ผมต้องการคำตอบ

สรรพสัตว์

นี่นะ ผมไปเจอเข้ากับทางกลับไปยังทุ่งข้าวที่ผมผ่านเข้ามาที่ด่านนี้ในครั้งแรกแล้ว ผมไปเห็นอนุสาวรีย์หินบนยอดเนินเขาที่ก็ไม่รู้ว่าพลาดไปได้ยังไงตอนที่มาถึง แน่นอนว่าผมต้องตัดสินใจตรวจสอบอนุสาวรีย์สุดเตะใจนี่ แต่มันมีอะไรที่ผิดแปลกไปหน่อย ตอนที่ไปถึง ผมก็รู้สึกได้ว่ามันไม่ใช่แค่อนุสาวรีย์ธรรมดา ๆ มันดูโอ่อ่า แม้ว่าเมื่อมองจากไกล ๆ แล้วจะไม่น่าอภิรมย์เท่าไร และผมก็กลับรู้สึกได้ถึงอันตรายเมื่อเข้าใกล้ กระทั่งเข้าใกล้กว่าเดิม ผมจึงได้เห็นป้ายที่เขียนว่า "สุดอนุสาวรีย์นี้ไปคือจุดสิ้นสุดของดินแดนกีย์เซอร์ เมื่อออกก็ยอมรับความเสี่ยงด้วยตนเอง" สังหรณ์ของผมจึงถูกต้อง และผมไม่ควรเข้าใกล้อนุสาวรีย์นั้น ยกเว้นก็แต่ว่าผมจะมีเหตุผลสักประการให้อยากกลับไปยังด่าน 11

ผมใช้เวลานับชั่วโมงอยู่บนภูเขาใกล้ ๆ เพื่อที่จะหาทางออก มีบางอย่างที่มันแปลก ๆ กับการที่จะอยู่ที่นี่แบบนี้ไปชั่วชีวิต ก็ใช่ ผมอาจจะหาความบันเทิงได้จากการสำรวจด่าน แต่ก็แค่นั้น ผมจึงได้เกิดความคิดประหลาดขึ้น: แล้วถ้าเกิดว่าผมออกจากด่านไปล่ะ วันแล้ววันเล่า ผมก็หมดกิจกรรมให้ทำในด่านนี้ไปเรื่อย ๆ ผมลงโพสต์หน้าของด่านนี้แล้วเรียกมันว่าด่าน 614 แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เห็นใครจะเข้ามาเลย และการอยู่ลำพังก็ไม่ดีกับตัวผมเองแน่นอน

ความหลากหลายทางชีวภาพของด่าน 614 สูงที่สุดในด่านทั้งหมดของแบ็กรูมส์ สัตว์ป่าที่พบได้ทั่วไปภายในด่านนี้ ได้แก่ หมี ความไบซัน กวางเอลก์ นกยูง นกขนาดเล็ก และแมลงต่าง ๆ แม้ว่าสัตว์ทุกสายพันธุ์ที่พบได้ภายในด่านนี้จะมีความคล้ายคลึงกับในฟรอนท์รูมส์ แต่ทั้งหมดก็แสดงให้เห็นถึงสติปัญญาที่สูงกว่า โดยมีพฤติกรรมทางสังคมมากขึ้น และมีพฤติกรรมที่เชื่องกว่า นอกเหนือจากนี้ สัตว์ที่โดยทั่วไปแล้วจะดุร้ายอย่างเช่นหมีกลับเชื่องเป็นอย่างมากในด่านนี้ สัตว์ป่าทุกตัวภายในด่านนี้มีท่าทีเป็นมิตรต่อมนุษย์ โดยมักจะแสดงอาการดีใจเมื่อมีปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์และยินยอมที่จะเรียนรู้จากมนุษย์โดยสมัครใจ จากการตรวจพันธุกรรม พบว่า DNA ของพวกมันแตกต่างจากจำพวกที่อยู่ภายในฟรอนท์รูมส์ จึงทำให้คนบางกลุ่มตั้งสมมติฐานว่าสัตว์เหล่านี้อาจจะวิวัฒนาการอยู่ภายในด่านนี้ อย่างไรก็ตาม ยังคงไม่มีหลักฐานใด ๆ ว่าเคยเกิดการกดดันทางวิวัฒนาการที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงกับทุกสายพันธุ์ อีกทั้งสัตว์ภายในด่านก็ไม่ได้มีลักษณะทางกายภาพที่แตกต่างจากสายพันธุ์ในฟรอนท์รูมส์อีกด้วย

แถบชายขอบ

นี่แหละก็คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นเมื่อเราอยู่ในด่านด่านเดียวมานานเกินไป: เราจะเริ่มเบื่อ ผมตัดสินใจว่าการเดินเป็นเส้นตรงไปในทิศทางเดียวเป็นระยะเวลานาน ๆ แล้วเมื่อตกกลางคืนก็เข้าพักแรมในกระท่อมดูจะเป็นความคิดที่ดี ขณะที่ผมเดินไปอยู่นั้นเอง ท้องฟ้าก็เริ่มที่จะกลับกลายเป็นสีเทา ลมแผ่วเบาก็กลับแรงขึ้นจนกรรโชกเป็นลมหนาว และพื้นดินก็ขรุขระมากขึ้น และในที่สุดผมก็ยืนอยู่บนเขาที่มองทอดไปยังเขาอื่น ๆ อีกมากมายได้ ในตอนที่ผมเดินต่อนั้นเอง ผมก็กลับมาอยู่ในจุดที่เคยอยู่ก่อนหน้าได้อย่างไรก็ไม่ทราบ ถึงแม้ว่าผมจะเดินไปในทิศเดียวก็ตาม ผมคิดว่าถึงเวลาสมควรแล้วที่จะกลับ แต่ก่อนหน้านั้น ผมได้ตัดสินใจที่จะพักบนสันเขาหนึ่ง ในขณะที่ลมโบกพัดไป ผมก็รู้สึกถึงบางสิ่งที่ทรงพลัง สิ่งที่ไม่อาจอรรถาธิบายได้ ราวกับเป็นนิวตรอนตัวแรกที่เริ่มต้นปฏิกิริยาลูกโซ่นิวเคลียร์ ผมไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่ก่อนที่จะทันได้สังเกต ความคิดหนึ่งก็แวบเข้ามา ถ้าเกิดว่าคำตอบของคำถามที่ผมสงสัยเมื่อหลายเดือนก่อนหน้ามันคือเพราะว่ามนุษยชาติเอาแต่คอยมุ่งเน้นไปที่การเอาตัวรอดล่ะ? ถ้าเกิดว่ากุญแจสู่ความสำเร็จคือผมต้องก้าวข้ามการเอาชีวิตตนให้รอดล่ะ? แบ็กรูมส์ก็ไม่ใช่ว่าจะน่าอยู่ไปน้อยกว่าโลกเมื่อโบราณกาล ด้วยความรู้สมัยใหม่นี้ พวกเราก็สามารถใช้เทคโนโลยีในการสร้างสังคมที่ยิ่งใหญ่เทียบเท่าหรือยิ่งกว่าที่อยู่บ้านเดิมได้อย่างง่ายดาย แต่เหตุผลที่พวกเรายังคงไม่ไปถึงขั้นนั้นก็เพราะว่าคนแบบผมถูกความหวาดกลัวบดบังเสียสนิทยังไงล่ะ

แวดล้อมเชิงเขาที่มีเมฆมาก
แถบชายขอบ

เมื่อบุคคลใดก็ตามเดินทางไปในทิศทางหนึ่งเป็นระยะเวลานาน พวกเขาก็จะพบเข้ากับแถบชายขอบ ซึ่งเป็นทิวเขาขรุขระที่ถูกหมอกสีเทาปกคลุมเอาไว้อยู่ตลอดเวลา แถบชายขอบซึ่งล้อมรอบผืนป่าและทุ่งหญ้ามีอุณหภูมิที่ต่ำกว่าอย่างเห็นได้ชัดและมีลมหนาวพัดแรงอยู่ในพื้นที่นี้อยู่ตลอดเวลา อีกทั้งลักษณะทางเรขาคณิตของภูเขาก็ยังอยู่นอกแบบยุคลิดอย่างมากอีกด้วย โดยบุคคลใดก็ตามที่พยายามจะปีนเขาจะวนเป็นวงกลมและกลับมายังจุดที่เริ่มต้นปีนเสมอ จึงทำให้แถบชายขอบเป็นเสมือนกำแพงที่ขวางกั้นบางสิ่งที่อยู่อีกฟากของภูเขา มีรายงานว่าลมในบริเวณนี้ทำให้ผู้คนเกิดความรู้สึกตึงเครียดและเร่งรีบเป็นอย่างมาก สมาชิกของกลุ่มเซลัสจำนวนมากได้รายงานว่าแถบชายขอบเป็นจุดหมายสุดท้ายของพวกเขาก่อนที่จะออกจากด่าน ยังคงไม่ชัดเจนว่ามีอะไรอยู่เลยแถบชายขอบไปหรือไม่ เนื่องจากว่าหากมีบางสิ่งอยู่เลยแถบชายขอบอยู่จริง มันก็จะอยู่เลยไปกว่าที่มนุษยชาติจะเอื้อมถึงได้เช่นกัน

ฐาน ด่านหน้า และชุมชน

นิวเซเฟอร์

นิวเซเฟอร์เป็นเมืองที่มีประชากรประมาณ 200 คน โดยเมืองแห่งนี้ถูกก่อตั้งขึ้นหลังจากการรวมตัวของด่านหน้าของเซเฟอร์ภายหลังจากสนธิสัญญาบลูเจลในปี ค.ศ. 2023 แม้ว่าในตอนแรกจะมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นศูนย์กลางปฏิบัติการของสนธิสัญญาในการเก็บเกี่ยวบลูเจลก็ตาม แต่เมืองแห่งนี้ก็เติบโตขึ้นและวัตถุประสงค์ก็ขยายขอบเขตออกไป ปัจจุบันมันมีวัตถุประสงค์รองในการเป็นที่อยู่อาศัยอย่างกึ่งถาวรให้กับกลุ่มผู้พเนจรที่ตัดสินใจจะอาศัยอยู่ภายในด่านนี้ และเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของด่าน

ปัจจุบันนิวเซเฟอร์บริหารจัดการโรงสกัดบลูเจลอยู่ 16 แห่ง ซึ่งเป็นของกลุ่ม M.E.G. กลุ่ม B.N.T.G. และสาธารณรัฐโบวีตา อุปสรรคหลักในการเก็บเกี่ยวบลูเจลภายในด่านนี้คือการเคลื่อนย้ายบลูเจลออกจากตัวด่าน เนื่องจากไม่มีทางออกจากด่าน 614 ที่ปลอดภัย การขนส่งเสบียงไปยังด่านหลักจึงจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมาก แม้ว่ากลุ่ม B.N.T.G. จะเคยมีความพยายามมาก่อนหน้า แต่ชาวโบวีตาก็เป็นผู้สร้างเส้นทางหมายเลข 5 ขึ้น ซึ่งได้กลายมาเป็นเส้นทางการค้าสายหลักระหว่างด่าน 614 และด่าน 650

เพื่ออนุรักษ์ระบบนิเวศของด่านและลดการสร้างความรบกวนกับกลุ่มเซลัส นิวเซเฟอร์จึงได้มีนโยบายที่เข้มงวด โดยกำหนดให้โรงสกัดทุกแห่งภายในด่าน 614 จะต้องบำบัดของเสียจากกระบวนการสกัดบลูเจลให้กลายเป็นสารที่ไม่ก่ออันตราย ก่อนที่จะปล่อยสู่สิ่งแวดล้อม นิวเซเฟอร์ยังได้วางแผนที่จะปรับปรุงโรงสกัดที่มีอยู่ให้ใช้กระบวนการผลิตที่ใหม่กว่า มีประสิทธิภาพมากกว่า และก่อให้เกิดมลพิษน้อยกว่าอีกด้วย โดยปัจจุบันโรงสกัดขั้นทดสอบกำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างที่กีย์เซอร์หมายเลข 18

หนึ่งในภารกิจหลักของนิวเซเฟอร์คือการสนับสนุนกลุ่มเซลัสในการออกจาริกแสวงบุญของพวกเขา เนื่องจากว่านโยบายการพัฒนาเมืองของนิวเซเฟอร์มุ่งเน้นไปที่การรักษาระบบนิเวศของด่านเอาไว้ กลุ่มเซลัสและบุคคลอื่นจึงสามารถสัมผัสกับความงดงามของด่านได้โดยปราศจากสิ่งรบกวน ในเดือนมกราคม ค.ศ. 2025 นิวเซเฟอร์ได้ริเริ่มโครงการในการสร้างศาลาจำนวนมากเอาไว้ในป่าเพื่อกลุ่มเซลัส โดยศาลาเหล่านี้ได้รับการออกแบบเพื่อให้กลมกลืนกับป่าแวดล้อม และถูกก่อสร้างในช่วงเวลากลางคืนเพื่อที่จะหลีกเลี่ยงการสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับบุคคลที่อยู่ภายในด่าน

กลุ่มเซลัส

อ้างอิงจากคำให้การของพลเมืองนิวเซเฟอร์แล้ว มีนักบวชผู้ได้รับการบันดาลใจหลายสิบหรือกระทั่งหลายร้อยคนที่ละทิ้งบ้านของตนและออกจาริกแสวงบุญมายังด่าน 614 บ้างก็หลงเข้าไป แต่ส่วนมากจะสมัครใจ บุคคลเหล่านี้ถูกรู้จักในชื่อกลุ่มเซลัส พวกเขาอาศัยอยู่ที่นี่—มักจะอยู่เพียงลำพัง—และกระจายตัวอยู่ทั่วพื้นที่ภายในกระท่อมที่พบได้น้อยซึ่งตั้งอยู่ตามพุ่มไม้ เชิงเขาหมอกหนา และหุบเขาร่มเย็น ไม่ว่าพวกเขาจะมาเรียกว่าเป็นบ้านได้อย่างไร พลเมืองเซเฟอร์กล่าวเอาไว้ว่ากลุ่มเซลัสถูกดึงดูดมาสู่ดินแดนกีย์เซอร์ด้วยแรงบันดาลใจเดียวกัน นั่นคือพวกเขาปลีกวิเวกมาทำสมาธิเพื่อคิดหาวิธีสร้างความเปลี่ยนแปลงให้แก่มนุษยชาติภายในแบ็กรูมส์

ทางเข้าและทางออก

ทางเข้า

  • การเดินเข้าไปยังทุ่งโล่งภายในด่าน 39 จะนำมาสู่ด่านนี้
  • การเดินเข้าไปยังพื้นที่ที่มีลมหนาวพัดภายในด่าน 10 อาจนำมาสู่ด่านนี้
  • การรู้สึกซึมเศร้าเป็นระยะเวลานานไม่ว่าในด่านใดก็ตามมีโอกาสที่จะนำคุณมายังด่านนี้

ทางออก

ผมอยู่ในด่านนี้มานับปีได้แล้ว ในที่สุดก็ถึงเวลาที่จะอำลาเสียที ผมยืนอยู่ข้างอนุสาวรีย์และได้ตัดสินใจที่ออกจากด่านแล้วไปเข้าร่วมโครงการของ B.N.T.G. ที่ดูมีแวว เพื่อสร้างเครื่องมือที่ทรงอำนาจมากเพียงพอที่จะทำให้มนุษยชาติกลับมาควบคุมแบ็กรูมส์ได้อย่างสมบูรณ์ ในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง ผมเชื่อว่าเป็นหน้าที่ของผมที่จะต้องรับใช้เผ่าพันธุ์ของตนเอง ความรุ่งโรจน์ไม่ได้มาเอง แต่ถูกสร้างขึ้นโดยผู้หมั่นเพียรหลายชั่วอายุคน ดังนั้น เพื่อที่ทั้งผมและเผ่าพันธุ์จะรุ่งโรจน์ขึ้นได้ ผมจะต้องอุทิศชีวิตของตนเองเพื่อนำพาความสุขมาให้กับมนุษยชาติ ความคิดที่จะเป็นอันตรายที่สุดคือการเชื่อในการพ่ายแพ้ ก้าวแรกสู่ชัยชนะจึงเป็นการเชื่อมั่นว่ามีวิถีทางที่จะเอาชนะแบ็กรูมส์อยู่นั่นเอง ดังนั้นไม่ว่าจะมีอุปสรรคประการใดมากั้นขวางพวกเรา ผมก็เชื่อว่าจะมีสักวันที่ความหวังจะมีชัยเหนือมันได้

stone%20monument

—วิลสัน พอตทิงเกอร์ เขาเป็นบุคคลแรกที่สามารถออกจากด่าน 614 ได้ในปี ค.ศ. 2014 และหลังจากนั้นเขาจะได้ขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐโบวีตา


  • การเดินเข้าไปยังตรงกลางของอนุสาวรีย์หินที่ตั้งอยู่ตรงกลางของด่านจะนำไปสู่ด่าน 699 โปรดทราบว่าการจะไปยังด่านที่ปลอดภัยหลังจากที่ออกจากด่าน 614 นั้นจำเป็นต้องผ่านด่านที่มีระดับความอันตรายระดับ 5 อยู่ 2-3 ด่าน และมีโอกาสที่ผู้พเนจรจะไปพบกับทางตันในขณะที่ออกจากด่าน 614

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License