ข้อมูล
เขียนโดย neptunium153 และ
Wondrous Expanse
ขอขอบคุณ knafflad,
BlueSkiesAbove,
SkullDoggery, และ
DrAkimoto สำหรับการวิจารณ์การเขียน
ขอขอบคุณ DivineAtlas สำหรับการเคลียร์
ด่าน
614
ความยากในการเอาตัวรอด
ระดับ 1
ทางออก: 3/5
ออกได้ยาก
สภาพแวดล้อม: 1/5
สภาพแวดล้อมมีความเสี่ยงต่ำ
เอ็นทิตี้: 0/5
ไม่มีเอ็นทิตี้ที่ไม่เป็นมิตร
ด่าน 614 แสดงลักษณะเป็นการผสมผสานระหว่างป่าและทุ่งหญ้าที่มีภูมิลักษณ์ที่หลากหลาย ขนาดของด่าน 614 ไม่เป็นที่ทราบ ลักษณะที่เด่นชัดของด่านคือน้ำพุร้อนแบบกีย์เซอร์ปรากฏอยู่บ่อยครั้ง
คำอธิบาย
ทุ่งหญ้าและผืนป่าที่ใจกลางของด่าน 614
พื้นที่หลักของด่าน 614 เป็นทุ่งหญ้าขนาดใหญ่ที่มีผืนป่าขนาดเล็กประปรายทั่วพื้นผิว บริเวณ "ใจกลาง"1 ของด่าน ซึ่งเป็นจุดที่ผู้พเนจรทั้งหมดจะมาถึงเมื่อเข้าสู่ด่านนี้ เป็นพื้นที่เนินเขาหญ้าที่มีอนุสาวรีย์หินอยู่ด้านบน ซึ่งก่อให้เกิดความหวาดกลัวกับผู้ที่เข้าใกล้ สายลมอ่อนสบายพัดผ่านด่านอย่างต่อเนื่อง โดยมีรายงานว่าช่วยส่งผลให้เกิดความสงบและสร้างกำลังใจให้กับเหล่าผู้พเนจร ในบางครั้งจะมีลมกรรโชกพัดผ่านท้องทุ่งให้ต้นไม้ไหวเอนไปมา จึงทำให้เกิดเสียงใบไม้เสียดสีเติมเต็มภายในด่าน พื้นที่นี้ของด่านมีสภาพอากาศแจ่มใสตลอดเวลา พร้อมก้อนเมฆกระจายทั่วท้องฟ้า ลอยผ่านท้องฟ้าสีครามอย่างเชื่องช้า แม้ว่าจะพบได้ยาก แต่ในบางครั้งอาจจะมีนกขนาดเล็กบินผ่านทุ่งระหว่างป่า รวมไปถึงสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่หลายชนิดอาจออกมากินหญ้าด้วยเช่นกัน
ผืนป่า
ผืนป่าภายในด่าน 614 มีลักษณะเหมือนกับป่าที่พบได้ทั่วไปภายในฟรอนท์รูมส์ อุดมไปด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ ผืนป่าเป็นสถานที่ที่ดีเยี่ยมสำหรับการพักผ่อนและโต้ตอบกับสัตว์ป่าภายในด่าน พื้นที่นี้ยังมีทะเลสาบและธารน้ำซึ่งเป็นแหล่งน้ำอัลมอนด์ที่สามารถดื่มได้อีกด้วย อีกทั้งยังสามารถพบกระท่อมที่ได้รับการตกแต่งอย่างดีซึ่งภายในมีอาหาร น้ำอัลมอนด์ และเสบียงที่จะถูกเติมเป็นระยะ ๆ กระท่อมเหล่านี้จึงเป็นสถานที่ที่เหมาะสมกับการอยู่อาศัยในระยะยาวอย่างยิ่ง และกลุ่มเซลัสมักจะเรียกกระท่อมเหล่านี้ว่าเป็นบ้าน นอกเหนือจากกระท่อมแล้ว ภายในป่ายังมีศาลาซึ่งเป็นสถานที่ที่เหมาะสมสำหรับการทำสมาธิและผ่อนคลายอีกด้วย
- กระท่อมข้างในผืนป่า
- น้ำตกข้างในผืนป่า
- ธารน้ำข้างในผืนป่า
- ทะเลสาบที่กลางผืนป่า
- ป่าไม้บนเนินเขา
- ภาพถ่ายของทะเลสาบพร้อมศาลาใกล้เคียงจากโดรน
กีย์เซอร์
กีย์เซอร์แห่งหนึ่ง สามารถมองเห็นได้ว่ามีเศษบลูเพสต์อยู่รอบปล่อง
ด่าน 614 มีน้ำพุร้อนแบบกีย์เซอร์กระจายอยู่ทั่วด่าน มีตั้งแต่ขนาดเพียงไม่กี่เซนติเมตรจนถึงหลายสิบเมตร โดยกีย์เซอร์ภายในด่าน 614 ถือเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์อันโดดเด่นของด่าน มีรายงานว่าการชมน้ำพุร้อนพุ่งขึ้นจะก่อให้เกิดความรู้สึกอัศจรรย์และน่าตกตะลึง แต่ไม่แนะนำให้เข้าใกล้กีย์เซอร์เนื่องจากมันมีน้ำร้อนจัด ภายหลังจากที่สิ้นสุดลงแล้ว ผู้พเนจรที่พบเห็นมันจะรู้สึกมีความสุขต่อไปเป็นระยะเวลานาน2
เหตุผลที่ทำให้กีย์เซอร์เหล่านี้ถือเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นของด่าน 614 นั้นมาจากส่วนประกอบภายในน้ำที่พุ่งออกมาจากพวกมัน3 ภายในน้ำมีสารผิดปกติที่มีชื่อว่าบลูเพสต์อยู่ โดยสามารถสกัดและนำไปใช้ทำเป็นบลูเจล ซึ่งเป็นสารที่ถูกใช้งานในการสร้างแบตเตอรี่คุณภาพสูง โซลาร์เซลล์ และโรงไฟฟ้าได้
กระทรวงจำแนกระดับแห่งสาธารณรัฐโบวีตากำหนดหมายเลขให้กับกีย์เซอร์ทุกแห่งที่ควรค่าแก่การบันทึก และกีย์เซอร์บางแห่งยังอาจได้รับชื่ออีกด้วย4 แม้ว่าจะเป็นในจำนวนน้อยมากก็ตาม โดยชาวโบวีตายังได้ก่อตั้งเมืองซึ่งต่อมากลายเป็นศูนย์กลางการผลิตและการพัฒนาบลูเจลขึ้น5
สรรพสัตว์
ความหลากหลายทางชีวภาพของด่าน 614 สูงที่สุดในด่านทั้งหมดของแบ็กรูมส์ สัตว์ป่าที่พบได้ทั่วไปภายในด่านนี้ ได้แก่ หมี ความไบซัน กวางเอลก์ นกยูง นกขนาดเล็ก และแมลงต่าง ๆ แม้ว่าสัตว์ทุกสายพันธุ์ที่พบได้ภายในด่านนี้จะมีความคล้ายคลึงกับในฟรอนท์รูมส์ แต่ทั้งหมดก็แสดงให้เห็นถึงสติปัญญาที่สูงกว่า โดยมีพฤติกรรมทางสังคมมากขึ้น และมีพฤติกรรมที่เชื่องกว่า นอกเหนือจากนี้ สัตว์ที่โดยทั่วไปแล้วจะดุร้ายอย่างเช่นหมีกลับเชื่องเป็นอย่างมากในด่านนี้ สัตว์ป่าทุกตัวภายในด่านนี้มีท่าทีเป็นมิตรต่อมนุษย์ โดยมักจะแสดงอาการดีใจเมื่อมีปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์และยินยอมที่จะเรียนรู้จากมนุษย์โดยสมัครใจ จากการตรวจพันธุกรรม พบว่า DNA ของพวกมันแตกต่างจากจำพวกที่อยู่ภายในฟรอนท์รูมส์ จึงทำให้คนบางกลุ่มตั้งสมมติฐานว่าสัตว์เหล่านี้อาจจะวิวัฒนาการอยู่ภายในด่านนี้ อย่างไรก็ตาม ยังคงไม่มีหลักฐานใด ๆ ว่าเคยเกิดการกดดันทางวิวัฒนาการที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงกับทุกสายพันธุ์ อีกทั้งสัตว์ภายในด่านก็ไม่ได้มีลักษณะทางกายภาพที่แตกต่างจากสายพันธุ์ในฟรอนท์รูมส์อีกด้วยแถบชายขอบ
แถบชายขอบ
เมื่อบุคคลใดก็ตามเดินทางไปในทิศทางหนึ่งเป็นระยะเวลานาน พวกเขาก็จะพบเข้ากับแถบชายขอบ ซึ่งเป็นทิวเขาขรุขระที่ถูกหมอกสีเทาปกคลุมเอาไว้อยู่ตลอดเวลา แถบชายขอบซึ่งล้อมรอบผืนป่าและทุ่งหญ้ามีอุณหภูมิที่ต่ำกว่าอย่างเห็นได้ชัดและมีลมหนาวพัดแรงอยู่ในพื้นที่นี้อยู่ตลอดเวลา อีกทั้งลักษณะทางเรขาคณิตของภูเขาก็ยังอยู่นอกแบบยุคลิดอย่างมากอีกด้วย โดยบุคคลใดก็ตามที่พยายามจะปีนเขาจะวนเป็นวงกลมและกลับมายังจุดที่เริ่มต้นปีนเสมอ จึงทำให้แถบชายขอบเป็นเสมือนกำแพงที่ขวางกั้นบางสิ่งที่อยู่อีกฟากของภูเขา มีรายงานว่าลมในบริเวณนี้ทำให้ผู้คนเกิดความรู้สึกตึงเครียดและเร่งรีบเป็นอย่างมาก สมาชิกของกลุ่มเซลัสจำนวนมากได้รายงานว่าแถบชายขอบเป็นจุดหมายสุดท้ายของพวกเขาก่อนที่จะออกจากด่าน ยังคงไม่ชัดเจนว่ามีอะไรอยู่เลยแถบชายขอบไปหรือไม่ เนื่องจากว่าหากมีบางสิ่งอยู่เลยแถบชายขอบอยู่จริง มันก็จะอยู่เลยไปกว่าที่มนุษยชาติจะเอื้อมถึงได้เช่นกัน
ฐาน ด่านหน้า และชุมชน
นิวเซเฟอร์
นิวเซเฟอร์เป็นเมืองที่มีประชากรประมาณ 200 คน โดยเมืองแห่งนี้ถูกก่อตั้งขึ้นหลังจากการรวมตัวของด่านหน้าของเซเฟอร์ภายหลังจากสนธิสัญญาบลูเจลในปี ค.ศ. 2023 แม้ว่าในตอนแรกจะมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นศูนย์กลางปฏิบัติการของสนธิสัญญาในการเก็บเกี่ยวบลูเจลก็ตาม แต่เมืองแห่งนี้ก็เติบโตขึ้นและวัตถุประสงค์ก็ขยายขอบเขตออกไป ปัจจุบันมันมีวัตถุประสงค์รองในการเป็นที่อยู่อาศัยอย่างกึ่งถาวรให้กับกลุ่มผู้พเนจรที่ตัดสินใจจะอาศัยอยู่ภายในด่านนี้ และเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของด่าน
ปัจจุบันนิวเซเฟอร์บริหารจัดการโรงสกัดบลูเจลอยู่ 16 แห่ง ซึ่งเป็นของกลุ่ม M.E.G. กลุ่ม B.N.T.G. และสาธารณรัฐโบวีตา อุปสรรคหลักในการเก็บเกี่ยวบลูเจลภายในด่านนี้คือการเคลื่อนย้ายบลูเจลออกจากตัวด่าน เนื่องจากไม่มีทางออกจากด่าน 614 ที่ปลอดภัย การขนส่งเสบียงไปยังด่านหลักจึงจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมาก แม้ว่ากลุ่ม B.N.T.G. จะเคยมีความพยายามมาก่อนหน้า แต่ชาวโบวีตาก็เป็นผู้สร้างเส้นทางหมายเลข 5 ขึ้น ซึ่งได้กลายมาเป็นเส้นทางการค้าสายหลักระหว่างด่าน 614 และด่าน 650
เพื่ออนุรักษ์ระบบนิเวศของด่านและลดการสร้างความรบกวนกับกลุ่มเซลัส นิวเซเฟอร์จึงได้มีนโยบายที่เข้มงวด โดยกำหนดให้โรงสกัดทุกแห่งภายในด่าน 614 จะต้องบำบัดของเสียจากกระบวนการสกัดบลูเจลให้กลายเป็นสารที่ไม่ก่ออันตราย ก่อนที่จะปล่อยสู่สิ่งแวดล้อม นิวเซเฟอร์ยังได้วางแผนที่จะปรับปรุงโรงสกัดที่มีอยู่ให้ใช้กระบวนการผลิตที่ใหม่กว่า มีประสิทธิภาพมากกว่า และก่อให้เกิดมลพิษน้อยกว่าอีกด้วย โดยปัจจุบันโรงสกัดขั้นทดสอบกำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างที่กีย์เซอร์หมายเลข 18
หนึ่งในภารกิจหลักของนิวเซเฟอร์คือการสนับสนุนกลุ่มเซลัสในการออกจาริกแสวงบุญของพวกเขา เนื่องจากว่านโยบายการพัฒนาเมืองของนิวเซเฟอร์มุ่งเน้นไปที่การรักษาระบบนิเวศของด่านเอาไว้ กลุ่มเซลัสและบุคคลอื่นจึงสามารถสัมผัสกับความงดงามของด่านได้โดยปราศจากสิ่งรบกวน ในเดือนมกราคม ค.ศ. 2025 นิวเซเฟอร์ได้ริเริ่มโครงการในการสร้างศาลาจำนวนมากเอาไว้ในป่าเพื่อกลุ่มเซลัส โดยศาลาเหล่านี้ได้รับการออกแบบเพื่อให้กลมกลืนกับป่าแวดล้อม และถูกก่อสร้างในช่วงเวลากลางคืนเพื่อที่จะหลีกเลี่ยงการสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับบุคคลที่อยู่ภายในด่าน
กลุ่มเซลัส
อ้างอิงจากคำให้การของพลเมืองนิวเซเฟอร์แล้ว มีนักบวชผู้ได้รับการบันดาลใจหลายสิบหรือกระทั่งหลายร้อยคนที่ละทิ้งบ้านของตนและออกจาริกแสวงบุญมายังด่าน 614 บ้างก็หลงเข้าไป แต่ส่วนมากจะสมัครใจ บุคคลเหล่านี้ถูกรู้จักในชื่อกลุ่มเซลัส พวกเขาอาศัยอยู่ที่นี่—มักจะอยู่เพียงลำพัง—และกระจายตัวอยู่ทั่วพื้นที่ภายในกระท่อมที่พบได้น้อยซึ่งตั้งอยู่ตามพุ่มไม้ เชิงเขาหมอกหนา และหุบเขาร่มเย็น ไม่ว่าพวกเขาจะมาเรียกว่าเป็นบ้านได้อย่างไร พลเมืองเซเฟอร์กล่าวเอาไว้ว่ากลุ่มเซลัสถูกดึงดูดมาสู่ดินแดนกีย์เซอร์ด้วยแรงบันดาลใจเดียวกัน นั่นคือพวกเขาปลีกวิเวกมาทำสมาธิเพื่อคิดหาวิธีสร้างความเปลี่ยนแปลงให้แก่มนุษยชาติภายในแบ็กรูมส์
ทางเข้าและทางออก
ทางเข้า
- การเดินเข้าไปยังทุ่งโล่งภายในด่าน 39 จะนำมาสู่ด่านนี้
- การเดินเข้าไปยังพื้นที่ที่มีลมหนาวพัดภายในด่าน 10 อาจนำมาสู่ด่านนี้
- การรู้สึกซึมเศร้าเป็นระยะเวลานานไม่ว่าในด่านใดก็ตามมีโอกาสที่จะนำคุณมายังด่านนี้
ทางออก
- การเดินเข้าไปยังตรงกลางของอนุสาวรีย์หินที่ตั้งอยู่ตรงกลางของด่านจะนำไปสู่ด่าน 699 โปรดทราบว่าการจะไปยังด่านที่ปลอดภัยหลังจากที่ออกจากด่าน 614 นั้นจำเป็นต้องผ่านด่านที่มีระดับความอันตรายระดับ 5 อยู่ 2-3 ด่าน และมีโอกาสที่ผู้พเนจรจะไปพบกับทางตันในขณะที่ออกจากด่าน 614


