ด่าน 69 - "ถนนแห่งความทุกข์ยาก"
คะแนน: +4+x


ข้อมูล

เครดิตคอนเซ็ป - Thelastpizzaroll
โดย ~ KaixoKaixo

ความยากในการเอาตัวรอด:

ระดับ unknown

  • {$one}
  • {$two}
  • {$three}

หมายเหตุ: จะไม่มีการผ่อนปรนต่อมุขตลกใดๆเกี่ยวกับหมายเลข 69 ของด่าน ข้อมูลนี้สำคัญเกินว่าจะให้ผู้อ่านมาทำตัวเป็นเด็กสิบสองขวบไปได้ ขอขอบคุณที่สละเวลา

ด่าน 69 เป็นด่านที่ 70 ของแบ็กรูมส์ มันเป็นทางหลวงรกร้างไร้ที่สิ้นสุด ซึ่งถูกปกคลุมไปด้วยหมอกหนาและความมืดมิด ใครก็ตามที่ได้เข้ามายังด่านนี้จะต้องอยู่ภายในรถยนต์ หรือไม่ก็เสียชีวิตลง

คำอธิบาย:

ด่านนี้เป็นทางหลวงไร้ที่สิ้นสุดซึ่งมีกำแพงสูงซอมซ่อตั้งอยู่ด้านข้าง คล้ายกับว่ามันจะถูกทิ้งร้างมาเป็นเวลานานแล้ว ทางหลวงนี้จะปราศจากซึ่งยานพาหนะหรือร่องรอยของอารยธรรมใดๆ หากไม่นับการที่มันเองเป็นทางหลวง ทัศนวิสัยของคุณจะถูกจำกัดอย่างมากเนื่องจากเมฆหมอกที่รอบล้อมคุณอยู่ หากไม่รวมสถานการณ์พิเศษ แสงไฟเดียวที่คุณจะพบเจอก็จะเป็นแสงไฟที่คุณฉายขึ้นเอง

ฐาน ด่านหน้า และชุมชน:

ไม่มีฐาน ด่านหน้า หรือชุมชนใดๆที่รู้จักอยู่ภายในด่านนี้ ยังไม่เคยมีความพยายามในการตั้งด่านหน้าในระยะยาวภายในด่าน เนื่องจากสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมต่อการทำเช่นนั้น

จุดตั้งตัวและการสำรวจด่าน:

จุดเริ่มต้นของด่าน 69 จะเหมือนกันสำหรับทุกๆคน คุณจะตื่นขึ้นในยานพาหนะที่คุณสลบลงด้านในบนด่าน 3 (อ่านส่วนทางเข้าและทางออกเพื่อดูว่าจะไปถึงจุดนั้นได้อย่างไร) สำหรับการเข้าถึงด่าน 69 โดยไม่ได้เข้าไปยังรถยนต์ ซึ่งหาพบได้ยาก คุณจะตื่นขึ้นในรถยนต์คันสุ่มๆ รถของคุณจะจอดอยู่บนตำแหน่งสุ่มๆบนทางหลวง และในบางครั้งก็อาจกำลังพลิกคว่ำหรือพลิกอยู่ด้านข้างได้

ห้ามออกจากยานพาหนะของคุณเป็นอันขาด รถยนต์ของคุณเป็นจุดที่ปลอดภัยที่สุดเท่าที่คุณจะหาได้ภายในด่าน 69 และก็อาจจะเป็นจุดปลอดภัยหนึ่งเดียวภายในด่าน รถยนต์จะเป็นสถานที่เดียวที่คุณจะเป็นอิสระจากเอ็นทิตี้และหมอก การออกไปนั้นสุ่มเสี่ยงและอันตราย หากคุณต้องออกไปจากตัวรถก็ให้อยู่ให้ใกล้กับมันที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

หมอกและเอ็นทิตี้ส่วนใหญ่ภายในด่าน 69 เหมือนจะพยายามหลีกเลี่ยงรถในทุกวิถีทาง สมมุติฐานทั่วไปก็คือเอ็นทิตี้ในด่าน 69 นั้นหวาดกลัวยานพาหนะ โดยพฤติกรรมนี้ของเอ็นทิตี้ก็อาจถูกศึกษาในอนาคตเพื่อเหตุผลหลากหลายประการที่จะไม่มีการเปิดเผย

หากโชคดี คุณก็จะตื่นขึ้นในรถที่มีสภาพที่พอใช้งานได้ อย่างไรก็ตาม เครื่องปรับอากาศ แผงคอนโซลกลาง ไฟ และสิ่งอื่นๆภายในรถก็อาจชำรุดหรือเสียหาย ทั้งหมดล้วนแล้วแต่ขึ้นอยู่กับโชค ขอให้พระเจ้าคุ้มครองหากส่วนสำคัญของรถคุณเสียหายตั้งแต่ก่อนจะเริ่ม เพราะคุณก็จะต้องติดอยู่กับที่

การขับยานพาหนะไม่ควรเป็นเรื่องยาก การควบคุมก็จะเหมือนกับรถยนต์ในฟรอนท์รูมส์ ซึ่งมีความคล้ายคลึงกันในแทบทุกประการ ไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องเชื้อเพลิง เพราะรถภายในด่านนี้ไม่จำเป็นต้องใช้พวกมันแต่อย่างใด เนื่องจากที่พวกมันไม่มีถังเก็บน้ำมัน ส่วนที่เหลือของระบบภายในรถนั้นแปลกประหลาด และกำลังอยู่ระหว่างในกระบวนการสืบค้นการใช้งาน อีกสิ่งที่น่าสนใจคือการขับรถเร็วๆภายในด่านกลับไม่ได้มีความอันตรายมากนัก การพบเจอกับของแข็ง เอ็นทิตี้ หรือผู้คนอื่นๆนั้นเกิดได้ยาก คุณจึงไม่ค่อยต้องกังวลเรื่องการชนสิ่งอื่นๆ คุณจะสามารถขับรถได้นานเป็นชั่วโมง วัน สัปดาห์ หรือนานกว่านั้นโดยที่ไม่ได้ผ่านวัตถุหรือเอ็นทิตี้เดินดินใดๆ แต่ก็น่าเสียดายที่หากคุณพุ่งชนเข้าจริงๆ คุณก็อาจต้องเสียชีวิตลง คุณจึงต้องเลือกระหว่างการขับช้าๆและเสียเวลา กับการขับเร็วๆแต่อันตราย เสบียงมีอยู่น้อยนิดและคุณก็ควรหาทางออกให้เร็วที่สุดเพื่อเลี่ยงการอดตาย หรืออื่นๆ ถึงอย่างนี้การขับเร็วก็ยังมีความเสี่ยงอยู่ดี

เอ็นทิตี้

เอ็นทิตี้ทั่วไป

แม้จะพบเห็นได้ยากเป็นอย่างมาก แต่ผู้พเนจรก็อาจพบได้เข้ากับยิ้มวิปลาสหรือเรทช์ภายในด่าน 69 โดยทั้งสองชนิดจะมีความดุร้ายกว่าปกติ สำหรับยิ้มวิปลาสมันจะเป็นเพราะพวกมันหาเหยื่อได้เพียงน้อยนิดในด่าน 69 ส่วนสำหรับเรทช์ก็จะเป็นเพราะพวกมันได้อยู่ในระดับความอันตรายที่ยิ่งยวดขึ้นจากการไม่สามารถมองเห็นสิ่งใดได้ผ่านความมืดและหมอกเป็นเวลานาน ห้ามจอดรถไว้นานเกินไป ไม่เช่นนั้นพวกมันก็อาจจะหาคุณพบ และพังเข้ามาด้านในรถของคุณ มีโอกาสที่คุณอาจจะชนเข้ากับพวกมันได้ เนื่องจากหมอกหนาที่คอยบดบังเอาไว้ ซึ่งก็เป็นส่วนที่อันตรายมากที่สุดในการเดินทางในด่าน 69

"ตัวตนจากฝากฟ้า"

เป็นเอ็นทิตี้ที่มีความน่าพิศวงและอันตรายมากที่สุด ซึ่งอาศัยอยู่ภายในด่าน 69 พวกมันเป็นเหตุผลหลักที่คุณไม่ควรออกมาจากรถ คำอธิบายถึงพวกมันกล่าวไว้ว่า พวกมันจะมีรยางค์หลายข้างที่คล้ายกับขาของปูและแมงมุม ตามปกติแล้วพวกมันจะไม่สามารถถูกสังเกตได้ แต่หากมีคนออกมาจากรถ พวกมันก็จะลงมาจากความมืดด้านบนอย่างรวดเร็วและเงียบงัน หากเป้าหมายไปถึงรถของตนหรือสถานที่ปลอดภัยได้ไม่เร็วพอ พวกเขาก็จะถูกเอ็นทิตี้เหล่านี้จับไป โดยจะถูกคว้าไว้ไม่ก็แทงทะลุร่าง จากนั้นก็ยกขึ้นไปยังความว่างเปล่าด้านบน ชะตากรรมของผู้ที่ถูกนำตัวไปนั้นไม่เป็นที่ทราบ เพราะแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่หนีจากเงื้อมมือของเอ็นทิตี้เหล่านี้ พวกมันแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก คนเพียงไม่กี่คนรอดออกมาได้ได้บรรยายถึงตัวตนเหล่านี้ว่า “เย็น ลื่น และแข็งสนิท” ความพยายามทั้งหมดในการฆ่าหนึ่งใน “ตัวตนจากฝากฟ้า” ล้มเหลว ราวกับว่าการโจมตีทั้งหมดไม่มีผลต่อพวกมัน ไม่ว่าจะจากปืนหรือระเบิดก็เป็นเช่นเดียวกัน ไม่เคยมีการพบซากศพของพวกมันตัวใดๆที่ตายแล้ว และก็มีข้อมูลเกี่ยวกับพวกมันเพียงเล็กน้อย หากไม่รวมลักษณะและวิธีการจู่โจม ไม่ควรเสี่ยงไปมีปฏิสัมพันธ์กับพวกมันเป็นอันขาด

"เสียงกระซิบ"

แม้จะยังไม่ได้รับการยืนยันว่าเป็นเอ็นทิตี้จริงๆ แต่สิ่งที่มักประสบกันภายในด่าน 69 ก็คือ “เสียงกระซิบ” พวกมันเป็นความคิดแทรกซ้อนเชิงลบที่พยายามจะกัดเซาะสภาพจิตใจผู้คน ได้มีการพิสูจน์แล้วว่าความคิดเหล่านี้ไม่ใช่ของผู้พเนจรเอง คำพูดเดิมๆจะถูกเล่นอยู่ในหัวของทุกคนที่อยู่ในรัศมีในเวลาเดียวกัน ประสบการณ์การพบเจอเสียงกระซิบแสดงให้เห็นถึงความคล้ายคลึงกับม็อกเกอร์ ในบางครั้ง ความคิดที่มาจากเสียงกระซิบก็จะเป็นประโยคเดียวกับที่ม็อกเกอร์มักจะพูด ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างเสียงกระซิบและม็อกเกอร์ก็ยังไม่ได้รับการยืนยัน

ทางเข้าและทางออก

ทางเข้า

ทางเข้าสู่ด่าน 69 ที่พบเจอได้ง่ายที่สุดก็คือผ่านด่าน 3 นานๆครั้ง ผู้พเนจรจะสามารถพบได้กับประตูไร้เครื่องหมาย ซึ่งจะเปิดไปยังห้องแปดเหลี่ยมเล็กๆ ทั้งห้องจะว่างเปล่า โดยจะมีเพียงรถยนต์คันเดียวที่ถูกจอดไว้อย่างน่าสงสัย ที่มาและวิธีการที่รถใช้เข้ามายังห้องๆนี้ยังไม่เป็นที่ทราบ (การจะขับรถคันนั้นผ่านประตูแทบจะเป็นไปไม่ได้ และห้องก็ไม่มีทางเข้าอื่นๆอีก) โมเดลของรถจะแตกต่างกันไป แต่ก็ไม่มีคันใดที่เป็นแบรนด์หรือโมเดลซึ่งเป็นที่รู้จัก เมื่อมีคนเข้าไปภายในรถ คนๆนั้นก็จะเริ่มวิงเวียนศีรษะและหมดสติภายในไม่กี่นาที ตราบใดที่พวกเขายังอยู่ในรถ เมื่อผ่านไปได้ 7 วินาทีหลังจากทุกๆคนได้หมดสติไป ทั้งรถและบุคคลใดภายในก็หายไปจากด่าน 3 อย่างไร้ร่องรอย และเมื่อพวกเขาตื่นขึ้นพวกเขาก็จะไปอยู่ในด่าน 69 ในรถที่พวกเขาเข้าไปนั่งพร้อมสิ่งใดก็ตามที่ติดรถมาด้วย

ทางเข้าอื่นๆจะเกิดขึ้นในด่าน 6, ด่าน 8, ด่าน 23, และด่าน 33 (ในสภาวะทรุดโทรมของด่าน อย่างต่ำ 800 กิโลเมตรขึ้นไป) การเข้าผ่านทางนี้มักเป็นเหตุบังเอิญ ยังไม่มีสาเหตุใดๆที่ทราบสำหรับเหตุการณ์เหล่านี้ ผู้พเนจรแค่จะร่วงผ่านพื้นลงไปราวกับมันไม่มีอยู่ หมดสติไปในทันที แล้วจึงจะตื่นขึ้นในด่าน 69บนรถคันสุ่มๆ

ได้มีรายงานถึง 6 กรณีที่มีคนหายวับไปและโพล่ขึ้นในด่าน 69 ในทันทีที่ได้ดื่มน้ำอัลมอนด์ ซึ่งรายงานเหล่านี้ก็กำลังอยู่ระหว่างการสืบค้น

ทางออก

ทางออกที่พบได้บ่อยที่สุดสามารถที่จะถูกเข้าถึงได้ง่ายๆหากคุณขับรถไปนานพอ แม้ว่ามันจะกินระยะทางไปมากก็ตาม พวกมันหาได้ง่ายตราบใดที่คุณมีสมาธิมองหาอยู่ตลอด โดยทางออกเหล่านี้ก็จะเป็นอุโมงค์ที่ตั้งฉากอยู่กับถนนหลวงอย่างผิดแผก ซึ่งสามารถสังเกตเห็นได้ง่าย เว้นเพียงในกรณีที่คุณขับรถตรงกลางถนน หรือไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้างมากพอ เมื่อคุณได้เข้าไปแล้ว คุณก็จะต้องขับไปในอุโมงค์นี้ประมาณ 17 ชั่วโมง ซึ่งภายในก็จะเป็นถนน 1 เลนที่ปราศจากอันตราย คุณจะสังเกตได้ถึงหมอกที่ค่อยๆจางลงและไฟเพดานที่จะค่อยส่องสว่าง โดยเมื่อคุณมาถึงจุด 17 ชั่วโมงแล้ว รถของคุณก็จะเริ่มพังลงจนไม่สามารถใช้งานได้ และความพยายามใดๆที่จะขับมันต่อไปหลังจากที่มันพังไปนานแล้วก็จะส่งผลให้รถติดไฟและระเบิด คุณจะต้องเดินต่อไปในเส้นทางที่เหลือเพื่อออกจากอุโมงค์ อุโมงค์นี้จะนำไปสู่ด่าน 11 อย่าพยายามเดินกลับไปในอุโมงค์หากคุณได้ออกมาแล้ว ผู้ที่ทำเช่นนั้นไม่เคยได้กลับออกมาอีก อุโมงค์นี้มักจะหายไปหลังจากที่คุณออกมาได้ และเมื่อไม่ได้อยู่ในสายตาใคร

ทางออกอีกทางก็คือการโนคลิปผ่านกำแพงคอนกรีตฝั่งหนึ่งของทางหลวง ซึ่งทำไม่ได้ง่ายๆและจะกินเวลาไปมากกว่าจะพบจุดที่ใช้ได้ หากคุณทำสำเร็จ คุณจะไปโพล่ในด่าน 22 พร้อมรถที่จะตั้งอยู่ในที่จอด รถของคุณจะไม่ทำงานอีกหลังจุดนั้น มีข่าวลือว่ามีผู้ที่ได้โนคลิปผ่านกำแพงนอกตัวรถและได้ไปลงเอยที่ด่าน 4 แต่ในตอนนี้มันก็เป็นเพียงข่าวลือ

ทางออกสุดท้ายซึ่งยังไม่ได้รับการยืนยันคือการที่คุณจะหมดสติไปในระหว่างที่กำลังถูกจับไปโดย “ตัวตนจากฝากฟ้า” และตื่นขึ้นในด่าน 0 ได้มีหลายคนที่กล่าวอ้างว่าได้ออกมาผ่านทางนี้ แต่พวกเขาทุกคนก็กำลังสับสนทิศอยู่ในขณะนั้น และไม่มีหลักฐานใดๆไว้ยืนยัน


เว้นแต่จะกล่าวไว้เป็นอย่างอื่น หน้าเพจนี้ได้รับอนุญาตภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License