ด่าน 713 - "สิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นที่อื่น"
rating: +2+x


ความยากในการเอาตัวรอด:

ระดับ unknown

  • {$one}
  • {$two}
  • เป็นไปได้ว่าจำนวนเอ็นทิตี้เป็นศูนย์

คำอธิบาย

560road.jpg

ถนนเดี่ยวๆในด่าน 713

ด่าน 713 เป็นสภาพแวดล้อมกลางแจ้งขนาดใหญ่ เป็นไปได้ว่าอาจไม่มีที่สิ้นสุด ซึ่งมีถนน ราง คลอง และทางสัญจรประเภทอื่นๆมากมายที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับรูปแบบการขนส่งที่แตกต่างกัน ทางสัญจรเหล่านี้ทั้งหมดถูกสร้างขึ้นภายในป่าหรือที่ราบอันเขียวชอุ่ม ซึ่งก็ดูเหมือนว่าจะถูกทิ้งร้างจนถึงจุดที่ชีวนิเวศเหล่านี้เริ่มเติบโตเหนือพวกมัน ถนนหลายสายเต็มไปด้วยหลุมบ่อและรอยแตก และโดยปกติแล้วก็จะมีหญ้า ดอกไม้ หรือต้นไม้งอกขึ้นมาด้านบน1 เช่นเดียวกับทางรถไฟและลำคลองในด่านนี้ ซึ่งก็ดูรกทึบอย่างน่าเหลือเชื่อ

ทางสัญจรเหล่านี้นานๆครั้งก็จะมีอุโมงค์หรือสะพานอยู่2 เช่นเดียวกับพืชพรรณที่บดบังสีเทาและน้ำตาลของยางมะตอยและรางรถไฟเอาไว้ ด้วยเหตุนี้ หลายๆคนจึงพบว่าตนเองกำลังเดินทางอยู่ภายในด่าน 713 เป็นเวลาหลายชั่วโมงโดยที่ไม่ได้ใช้ทางสัญจรเหล่านี้เลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ไม่ได้มาถึงในด่านนี้บนทางสัญจร

560houses.jpg

แถวเล็กๆของบ้านที่ถูกทิ้งร้าง

560house.jpg

บ้านหลังเดี่ยวๆที่มีสัญญาณของการอยู่อาศัยในอดีตอยู่มากมาย

ถึงแม้ว่าทางสัญจรของด่าน 713 จะไม่โดดเด่น แต่อาคารต่างๆที่กระจายอยู่รอบๆภูมิทัศน์นั้นมักจะถูกสังเกตได้ง่ายยิ่งกว่า อาคารเหล่านี้จะไม่ค่อยรวมกลุ่มกันจนดูเหมือนเมืองใหญ่ และก็มักแยกออกจากกันเหมือนกับหมู่บ้านเล็กๆ ไม่ว่าอาคารจะมีการใช้งานแบบใดก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นบ้าน ร้านค้า สถานที่ราชการ สถานีรถไฟ/รถบัส หรือสวนสาธารณะ อาคารแต่ละแห่งจะอยู่ในสภาพทรุดโทรมอยู่เสมอ แม้ว่าความเสียหายทางกายภาพจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสภาพทางภูมิศาสตร์ แต่อาคารทั้งหมดแสดงให้เห็นถึงการละทิ้งมานานหลายทศวรรษ เช่น ไฟฟ้าและน้ำที่ขาดหายไป ไม้และเฟอร์นิเจอร์ที่เน่าเปื่อย พืชพรรณที่รกทึบ และบางครั้งก็มีการทำลายทางกายภาพหรือกราฟฟิตี้อยู่บนทรัพย์สินอีกด้วย

แม้ว่าบางครั้งจะพบเจอได้ยากเนื่องจากการเสื่อมสภาพ แต่อาคารแต่ละหลังก็มักจะมีสัญญาณของการ "อยู่อาศัย" อยู่บ่อยครั้ง บ้านหลายแห่งมีสมุดบันทึกและปฏิทินที่ถูกเขียนเอาไว้ มรดกที่มีความสำคัญ หรือแม้แต่สิ่งของหรือห้องที่เกี่ยวข้องกับศาสนา สิ่งของเหล่านี้มักจะตรงกับประเภทของอาคารที่พวกมันถูกเก็บเอาไว้ภายใน และก็มีปริมาณเพียงพอที่จะทำให้บ้านดูเหมือนจะมีคนอาศัยอยู่จริงๆ รายละเอียดเล็กๆน้อยๆเหล่านี้มีความเหมือนกันบางอย่างระหว่างสถานที่สองแห่ง เช่น ลายมือที่เหมือนกันบนกระดาษระหว่างอาคารสองแห่งที่อยู่ใกล้กัน

560canalhouse.jpg

อาคารที่ถูกทิ้งร้างริมคลองที่รกชัฎ

560trainline.jpg

หัวรถจักรเก่าและตู้โดยสารที่อยู่ใกล้เคียง

เช่นเดียวกับรูปแบบการขนส่งอื่นๆที่ถูกละทิ้งภายในด่านนี้ เนื่องจากเครือข่ายรางและคลองในด่านนั้นมักจะมีสิ่งปลูกสร้างที่ถูกทิ้งร้างซึ่งก็มีคุณลักษณะเดียวกับที่อาคารต่างๆได้กล่าวไปข้างต้น สำหรับทางรถไฟ ผู้คนมักจะพบกล่องสัญญาณ ลาน สถานี หรือทางรถไฟผ่านถนนเสมอระดับ ผู้ที่เดินทางข้างๆคลองที่รกทึบหรือแห้งน้ำก็อาจจะพบเห็นล็อค โรงงาน โรงสี ท่าเรือ หรือแนวเรือที่ถูกทิ้งร้าง โดยจุดสังเกตเหล่านี้ก็มักจะตัดกับทางสัญจรประเภทอื่นๆ ซึ่งประกอบไปด้วยโรงงาน ท่าเรือ และทางรถไฟผ่านถนนเสมอระดับ

อย่างไรก็ตาม วัตถุขนาดเล็กที่เป็นสิ่งของส่วนตัวทั้งหมดในด่าน 713 มีอิสระที่จะเคลื่อนที่ไปมาเมื่อพวกมันไม่ได้ถูกสังเกตเป็นเวลานาน แม้จะเป็นไปได้ที่วัตถุต่างๆอาจจะถูกเคลื่อนย้ายโดยผู้พเนจรคนก่อนหน้า แต่ก็ดูเหมือนว่าวัตถุใดๆก็ตามจะสามารถเคลื่อนที่ได้ด้วยตัวเองเมื่อไม่ได้ถูกมอง โดยวัตถุที่ดูเหมือนว่าจะเคลื่อนที่ได้ด้วยตัวเองนี้นั้นจะรวมตัวเข้ากับการกัดเซาะรอบๆตัวหลังจากที่มันถูกเคลื่อนย้ายแล้ว3 แม้ว่าผลกระทบนี้จะไม่สามารถถูกมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่การเคลื่อนย้ายวัตถุใดๆและกลับมาอีกครั้งหลายวันต่อมาก็จะทำให้วัตถุถูกเคลือบด้วยการกัดเซาะเช่นกัน

ดูเหมือนว่ามันจะเป็นไปไม่ได้ที่จะพบเจอบุคคลอื่นภายในด่าน 713 ด้วยเหตุนี้ ด่านนี้จึงมีลักษณะพิเศษการแยกผู้คนออกจากกันคล้ายกับด่าน 0 ไม่ก็กว้างใหญ่พอที่จะกระจายประชากรของมันออกไปในระยะที่ห่างไกลกันจนพวกเขาไม่เคยได้พบเจอกัน เนื่องจากการขาดข้อมูลเกี่ยวกับด่าน 713 สมมติฐานทั้งสองจึงมีความถูกต้องพอๆกัน และเนื่องด้วยที่ด่านนั้นไม่มีทั้งสภาพอากาศและวัฏจักรกลางวัน/กลางคืน โดยจะมีเพียงใบไม้ที่ร่วงเป็นครั้งคราวคล้ายฤดูใบไม้ร่วงเท่านั้น ส่งผลให้ด่านทั้งด่านให้ความรู้สึกราวกับว่ามันกำลังหยุดชะงัก และทำให้สถานที่ต่างๆดูซ้ำซากจำเจ


560car.jpg

รถที่รกทึบข้างถนน ถูกพบหลังจากที่ได้ยินเสียงเครื่องยนต์พร้อมกับถนนที่ว่างเปล่า

560distance.jpg

หนึ่งในบ้านของด่าน 713 ที่มีเตาผิงและแสงไฟที่ใช้งานได้ในช่วงสั้นๆ

ในขณะที่กำลังทำการสำรวจด่าน 713 อยู่ ก็จะอาจเกิดเสียงและภาพแบบสุ่มขึ้นภายในตำแหน่งใกล้เคียงได้ มีพยานหลายคนได้รายงานว่าพวกเขาได้ยินเสียงของเครื่องยนต์ เสียงเดิน เสียงการสัญจร หรือเสียงอื่นๆที่มาจากเมืองที่มีชีวิตชีวา และก็คาดว่ายังจะสามารถที่จะเห็นสิ่งต่างๆ เช่น รถที่กำลังเคลื่อนที่ แสงไฟ หรือควันปล่องไฟในระยะที่ไกลออกไปเป็นอย่างมากได้อีกด้วย อย่างไรก็ตาม ความผิดปกติเหล่านี้จะหายไปหากพวกมันถูกเข้าใกล้แม้เพียงเล็กน้อย จึงทำให้เกิดคำถามถึงความถูกต้องของคำกล่าวอ้างเหล่านี้

เสียงต่างๆมักจะมาจากจุดสังเกตที่อยู่ใกล้เคียง ซึ่งปกติจะเกิดขึ้นเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงกับบางสิ่งใกล้เคียงหรือภายในพวกมัน บ่อยครั้งสิ่งเหล่านี้จะมาในรูปแบบของยานพาหนะใหม่ตามถนน โดยจะมีสัญญาณในรูปแบบของเสียงเครื่องยนต์หรือแสงไฟที่ส่องสว่างในอาคารที่อยู่ห่างไกล ซึ่งก็บ่งบอกว่าเฟอร์นิเจอร์ของมันได้ถูกเคลื่อนย้าย อย่างไรก็ตาม การที่จะสามารถมองเห็นและได้ยินเหตุการณ์เหล่านี้จริงๆนั้นเกิดขึ้นได้ยากมาก และก็ไม่ได้หมายความว่าบางสิ่งได้ถูกเปลี่ยนแปลงเสมอไป4 แม้จะมีความพยายามหลายครั้งที่จะมองดู/ได้ยินสัญญาณเหล่านี้อย่างใกล้ชิด แต่ก็ไม่มีครั้งใดๆที่ประสบผลสำเร็จ และด้วยเหตุนั้นจึงทำให้ผู้คนต้องตั้งทฤษฎีเกี่ยวกับสิ่งที่พวกมันอาจจะเป็นขึ้นมา

แม้ว่าสัญญาณเหล่านี้ (ซึ่งก็เชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมภายในด่าน) จะเป็นแบบสุ่มโดยสมบูรณ์ แต่ก็มีทฤษฎีที่เป็นไปได้อื่นๆที่จะให้คำอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการมีอยู่ของพวกมัน สมมติฐานประการหนึ่งก็คือแนวคิดที่ว่าจริงๆแล้วด่านนั้นอาจมีเอ็นทิตี้นับพันอาศัยอยู่ แม้ว่าจะเห็นได้ชัดว่าไม่มีหลักฐานโดยตรง แต่เฟอร์นิเจอร์และเสียงที่เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลาก็เป็นหนึ่งในตัวชี้หลักในการมีอยู่ของพวกมัน และในปัจจุบันก็เป็นเพียงตัวชี้เพียงแค่ตัวเดียว

560wagons.jpg

ด้านท้ายของรถไฟที่ถูกทิ้งร้างภายในด่าน 713 ซึ่งก็ไม่มีอยู่เมื่อรางรถไฟนี้ถูกค้นพบครั้งแรก

560trainstation.jpg

สถานีรถไฟที่รกชัฎซึ่งก็กำลังส่งเสียงเครื่องยนต์ดีเซลอยู่

ทฤษฎีที่เป็นไปได้นี้ประกอบกับแนวคิดที่ว่ารูปลักษณ์ที่เสื่อมโทรมของทั้งด่านนั้นเป็นการอำพรางตามธรรมชาติสำหรับสิ่งใดก็ตามที่อาศัยอยู่ภายในตัวด่าน แนวคิดที่คล้ายคลึงกันกับเอฟเฟกต์ควอนตัมซีโน เป็นไปได้ว่าส่วนใดๆของด่านที่ถูกไม่ได้สังเกตด้วยตาเปล่าจะมีอยู่ในสภาวะปกติและไม่ถูกทำลาย โดยจะเปลี่ยนไปเป็นสภาวะที่ถูกทิ้งร้างเมื่อถูกมองเห็นเท่านั้น ทำไมมันถึงทำเช่นนี้ หรืออะไรจะเกิดขึ้นกับตัวเอ็นทิตี้ ไม่มีทฤษฎีที่เป็นรูปธรรมซึ่งนำมาใช้รองรับได้ สมมติว่าสมมติฐานนี้ถูกต้อง ดูเหมือนว่ามันจะเป็นไปไม่ได้ที่จะ "หลอก" ด่านไม่ให้แสดงผลกระทบใดๆนอกเหนือจากกรณีขอบที่ถูกกล่าวไว้ข้างต้น

เนื่องจากความเป็นไปได้นี้ จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะทำการตรวจสอบสมมติฐานนี้โดยเฉพาะได้อีกต่อไป เพราะหากสิ่งนี้เป็นจริง ก็เป็นไปได้โดยสิ้นเชิงว่าเอ็นทิตี้เหล่านี้อาจจะมีเจตนาที่ไม่เป็นมิตร หรืออาจจะฆ่ามนุษย์เนื่องด้วยเหตุผลใดก็ตามที่พวกเขาเห็นว่าเหมาะสม แม้ว่ามันจะไม่น่าจะเป็นไปได้เนื่องจากสภาพแวดล้อมทั้งหมดอยู่ภายใต้การอำพรางอยู่ตลอดเวลา5 ข้อสันนิษฐานนี้อย่างน้อยก็ยังคงอยู่เพื่อความปลอดภัยของเหล่าผู้คน

ได้มีทฤษฎีต่างๆเข้ามาและผ่านไปเกี่ยวกับสิ่งที่อาจจะอาศัยอยู่ภายในด่าน 713 อย่างไรก็ตาม มีความเป็นไปได้ที่เป็นไปได้พอๆกันที่ว่าอาจไม่มีทฤษฎีใดเลยที่ถูกต้อง และไม่ได้มีเอ็นทิตี้ที่อาศัยอยู่ในด่าน 713 เลย เนื่องจากมีข้อมูลจริงๆเพียงเล็กน้อยเท่านั้นที่ไม่รวมผลกระทบของด่าน จึงเป็นไปได้ที่นักวิจัยจะมองเห็นรูปแบบที่ไม่มีอยู่จริง สมมติฐานอื่นๆระบุว่ามันอาจเป็นลิมินัลเอคโค่ที่กำลังกลิตช์อยู่ วิวัฒนาการด่านอย่างรวดเร็วและลูปมันซ้ำๆ หรือแม้แต่การควบคุมบางประเภทโดยเอ็นทิตี้เพียงตัวเดียวแทนที่จะเป็นทั้งอารยธรรมของพวกมัน

หัวข้อที่ว่าด่าน 713 นั้นมีสิ่งใดอาศัยอยู่หรือไม่ก็ได้แบ่งแยกทีมวิจัยหลายๆกลุ่มออกจากกัน แม้กระทั่งระหว่างกลุ่มที่ได้ไปถึงด่าน 713 ก็ตาม บางคนที่ไปถึงด่าน 713 มั่นใจว่ามีอารยธรรมทั้งอารยธรรมอาศัยอยู่ที่นั่น ในขณะที่คนอื่นๆมีแนวโน้มที่จะสงสัยในทฤษฎีนี้หรือชอบทฤษฎีอื่นมากกว่า หรืแม้แต่คนที่ไม่เชื่อถือทฤษฎีใดๆเลยก็ได้เสนอความเป็นไปได้ที่ว่าทุกทฤษฎีอาจจะเป็นจริง โดยเสนอลักษณะพิเศษของแมวของชเรอดิงเงอร์หรือเอฟเฟกต์การซ้อนทับควอนตัมเกี่ยวข้องกับคุณสมบัติของด่านต่างๆ

ทางเข้าและทางออก

ทางเข้า

560943entrance.jpg

อาคารที่ถูกตอกปิดซึ่งนำไปสู่ด่าน 943

560990entrance.jpg

ตึกระฟ้าเล็กๆเดี่ยวๆซึ่งนำไปสู่ด่าน 990

ด่าน 713 สามารถถูกเข้าถึงได้หลักๆโดยด่าน 11 และด่าน 29 ผ่านการเข้าไปในสิ่งปลูกสร้างที่ถูกทิ้งร้างภายในด่าน 11 ทาวน์เฮาส์ใดๆก็ตามบนถนนสายหลักที่ดูเหมือนถูกทิ้งร้างจะนำไปสู่ด่าน 713 หากถูกเข้าไป เช่นเดียวกับอาคารร้างใดๆที่มีอยู่ภายในสวนสาธารณะขนาดใหญ่ ในทำนองเดียวกัน สิ่งปลูกสร้างที่ถูกทิ้งร้างใดๆที่อยู่นอกแนวกั้นป่าของไฮเปอร์เรียก็สามารถถูกใช้เพื่อเข้าสู่ระดับ 713 ได้เช่นกัน

ในอีกทางหนึ่ง สามารถที่จะใช้ด่าน 32 หรือด่าน 39 ได้ ซึ่งทั้งสองก็มีวิธีการออกที่คล้ายกันมาก ในด่าน 32 เป็นไปได้ที่จะโนคลิปผ่านต้นไม้ใดๆที่ไม่มีโครงกระดูกแขวนอยู่เพื่อเข้าสู่ด่าน 713 และในทำนองเดียวกันภายในด่าน 39 สามารถที่จะทำการโนคลิปผ่านต้นไม้ที่ถูกปกคลุมไปด้วยมอสส์ในขอบเขตของด่าน 39 เพื่อให้ได้ผลลัพธ์เดียวกันได้

ทางออก

การออกจากด่าน 713 นั้นเป็นสิ่งที่ค่อนข้างง่าย แต่กลับทำได้ยากเนื่องด้วยระยะทางที่มากซึ่งจำเป็นต่อการเดินทางไประหว่างทางเข้าและทางออกของด่าน ทางออกที่โดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งคือทางออกไปยังด่าน 901 และด่าน 997 ซึ่งก็สามารถใช้ได้โดยการเข้าไปในอาคารที่มีเฉดสีเทาหรือเดินผ่านต้นซากุระที่บานสะพรั่งตามลำดับ อีกทางหนึ่ง หากเข้าไปในอาคารที่ถูกตอกปิดจะนำไปสู่ด่าน 943 และค้นหาสิ่งปลูกสร้างใดๆที่เข้าข่ายสิ่งปลูกสร้างภายในเมืองเป็นอย่างมาก6จะพาไปยังด่าน 990







Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License