มิดเดิ้ลสอร์ท
คะแนน: +2+x


Info

"(ด่าน)ทั้งหมดมีอยู่[และ]เรื่องราวทั้งหมดก็เป็นความจริง" - รัสเซล ที เดวีส์

ความคิดเห็นทั้งหมดที่ถูกเขียนขึ้นต่อวิกิอื่นหรือการตีความแบ็กรูมส์อื่นๆล้วนถูกจัดทำขึ้นโดยเจตนาดี ทุกเวอร์ชั่นของแบ็กรูมส์ล้วนมีความถูกต้องและสร้างสรรค์ที่เท่าๆกัน!

เขียนโดย Boring Talkings uwu
แปลโดย Guy777Guy777 ด้วยความช่วยเหลือเล็กน้อยจาก Business EyeBusiness Eye และ C_T_DC_T_D

Other pages by me
Levels Level 2 | Level 4.4 | Level 11 | Level 13 | Level 19 | Level 22 | Level 25 | Level 38 | Level 41 | Level 74 | Level 82 | Level 100 | Level 106 | Level 108 | Level 111 | Level 120 | Level 134 | Level 145 | Level 174 | Level 179 | Level 185 | Level 196 | Level 206 | Level 208 | Level 320 | Level 368 | Level 369 | Level 370 | Level 371 | Level 409 | Level 421 | Level 427 | Level 445 | Level 511 | Level 557 | Level 587 | Level 600 | Level 602 | Level 603 | Level 605 | Level 606 | Level 607 | Level 608 | Level 609 | Level 669 | Level 713 | Level 790 | Level 812 | Level 910 | Level 948 | Level 998 | Level 999 | Blue Channel | The Middlesorts | The Frontrooms | PA98 |
Entities Entity 1* | Entity 40 | Hypothetical Creator |
Phenomena Phenomenon 31 |
Objects Object 22 |
Tales A Late Letter to a Late Friend | Case Closed | J. Doe and His Night With Your Mom | Permission Overwritten | The War For Scene-01.1 |
The playground Click me! |

ความยากในการเอาตัวรอด:

ระดับ 0

  • {$one}
  • {$two}
  • มีเอ็นทิตี้ที่ไม่ได้เป็นศัตรู

มิดเดิ้ลสอร์ท เป็นสำนักงานคลินิกทางการแพทย์ทั่วไปที่ตั้งอยู่ที่ศูนย์กลางของแบ็กรูมส์ มันทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางสำหรับทุกๆด่าน

คำอธิบาย

mwaitingroom.jpg

ห้องรอเรียกที่เกี่ยวพันกับมิดเดิ้ลสอร์ต

มิดเดิ้ลสอร์ทดูเหมือนจะเป็นห้องรอเรียกที่ค่อนข้างธรรมดา คล้ายกับที่จะพบได้ในสถานที่ต่างๆ เช่น โรงพยาบาลหรือคลินิกทางการแพทย์ ห้องเล็กๆแห้งๆนี้เป็นที่ที่ผู้ที่ได้เข้ามาในมิดเดิ้ลสอร์ทโดยไม่ได้ตั้งใจจะได้มาลงเอยในเมื่อพวกเขาเข้ามา แม้จะมีทางเข้าประเภทต่างๆอยู่มากมายที่สามารถถูกใช้เข้ามาภายในมิดเดิ้ลสอร์ทได้ แต่ผู้มาเยือนทุกคนก็จะเข้ามาทางประตูหลักสองบานในตอนแรกเสมอ โดยปกติมักจะถูกโนคลิปหรือยิงผ่านประตูเหล่านั้นเข้ามา เมื่อได้เข้าสู่มิดเดิ้ลสอร์ทแล้ว ประตูจะปิดล็อคตัวเองทันที ยับยั้งการใช้งานมันอีกในอนาคต

การออกแบบของด่านนั้นถึงแม้จะดูเป็นทางการและมีเอกลักษณ์ของความเป็นองค์กร แต่ก็ยังสร้างบรรยากาศที่เป็นมิตรและน่าเชิญชวนได้ ห้องหลักมีชุดเก้าอี้ขนาดเล็กสำหรับนั่ง และก็จะถูกตกแต่งโดยของตกแต่งทางศิลปะ เช่น ภาพวาดและภาพถ่าย น้ำพุ ตู้ขายของอัตโนมัติ1 เช่นเดียวกับนิตยสารต่างๆที่มีอยู่อย่างล้นเหลือ หากคุณเลือกที่จะอ่านพวกมัน นิตยสารเหล่านี้ก็ดูเหมือนว่าจะอ้างอิงถึงสถานที่ แบรนด์ และบุคคลต่างๆที่สามารถระบุตัวตนในระดับที่แตกต่างกันไป นักสำรวจบางคนยอมรับว่าบุคคลเหล่านี้มีความสัมพันธ์โดยตรงกับสถานที่หรือคนดังที่พวกเขารู้จักจากชีวิตของพวกเขาเอง หรือมีลักษณะที่คล้ายกัน

ไฟเพดานส่งเสียงจี่เล็กน้อย เช่นเดียวกันกับด่านที่มีไฟเพดานในร่มด่านอื่นๆที่คล้ายคลึงกัน แต่เสียงพวกมันก็เงียบเป็นอย่างมากและแทบที่จะสังเกตไม่ได้สำหรับผู้ที่ไม่ได้รู้ถึงมันในทันที แม้ว่าอาจจะไม่ได้สร้างขึ้นโดยเจตนา แต่เสียงจี่นี้ก็ได้ทำให้คนหลายๆคนสบายใจ และให้ความรู้สึกคุ้นเคยและคล้ายบ้านกับด่านๆนี้ โดยที่ไม่ได้ทำให้รู้สึกว่าเสียงนี้เป็นสิ่งรบกวนหรือแปลกปลอมมากเกินไป


mhallway.jpg

ห้องโถงที่มีจำนวนประตูที่ถูกปลดล็อกมากเป็นพิเศษ

ภายนอกของพื้นที่รอหลัก มิดเดิ้ลสอร์ทนั้นประกอบไปด้วยห้องโถงที่คับแคบและน่าจะขยายออกไปอย่างไร้ที่สิ้นสุดมากมาย ห้องโถงเหล่านี้ถึงแม้จะไม่ค่อยมีการตกแต่ง แต่ก็มีของตกแต่งที่คล้ายคลึงกับพื้นที่หลัก เช่น ภาพวาด, ที่นั่ง, นิตยสาร และตู้ขายของอัตโนมัติ มีประตูที่ไร้ลวดลายอยู่เช่นกัน แต่ส่วนใหญ่พวกมันจะถูกล็อกเอาไว้ ไม่ทราบว่าประตูเหล่านี้นั้นถูกล็อกไว้ตามธรรมชาติเนี่องจากมันเป็นส่วนหนึ่งในการออกแบบของด่าน หรือว่ามันถูกล็อกไว้โดยผู้อยู่อาศัยหลักภายในด่าน อย่างที่จะได้อธิบายไว้ในภายหลัง พฤติกรรมของกลุ่มหลักภายในมิดเดิ้ลสอร์ทจะชี้ไปทางของทฤษฎีหลัง อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้อยู่อาศัยหลักในด่านก็ไม่ได้ให้คำอธิบายใดๆ เกี่ยวกับเรื่องประตูเหล่านี้เมื่อพวกเขาถูกถามเกี่ยวกับมัน

ภายหลังประตูเหล่านี้นั้นเป็นแค่ห้องเปล่าๆ แต่บางครั้งก็จะมี โต๊ะพื้นหิน, ลิ้นชัก, ตู้เก็บของ หรือเก้าอี้สำนักงานทั่วไป อยู่ภายใน เชื่อกันว่าห้องเหล่านี้ครั้งหนึ่งเคยเป็น หรืออย่างน้อยก็ถูกสร้างไว้เลียนแบบ ห้องเก็บยาที่พบได้ในคลินิกเล็กๆ และก็ยังเชื่อกันอีกด้วยว่า ห้องทั้งหมดนั้นได้ถูกนำเฟอร์นิเจอร์ออก ซึ่งก็น่าจะเป็นเพราะเหล่านักเดินทางก่อนหน้านี้มักจะใช้ห้องว่างๆ เหล่านี้เพื่อใช้ในอยู่อาศัยชั่วคราวระหว่างการเดินทางผ่านแบ็กรูมส์ของพวกเขา

เนื่องจากผู้คนมากมายภายในส่วนต่างๆของแบ็กรูมส์ได้เข้ามาอยู่อาศัยที่นี่ พวกเขาก็มักจะแบ่งห้องกันใช้ด้วยเหตุผลต่างๆนาๆ บางครั้งก็จะช่วยผู้อื่นในการหาที่นอนหากผู้นั้นจะมาอยู่ในระยะยาว หรือทำอาหารและพูดคุยกันตามปกติในกลุ่มเพื่อนชั่วคราว บางคนหรือบางทีมจากกลุ่มต่างๆ ก็อยู่อาศัยที่นี่อย่างถาวร ใช้ชีวิตด้วยอาหารที่ซื้อได้จากตู้ขายของอัตโนมัติ หรือจากความใจดีของผู้อยู่อาศัยคนอื่นๆ

ห้องโถงเหล่านี้ไม่มีจุดจบ และมีคุณสมบัติที่ไม่เป็นยุคลิด การเดินผ่านพวกมันไปเป็นเวลานานพอจะนำผู้ที่เดินผ่านกลับมาที่ห้องโถงเดิมที่พวกเขาเริ่มต้นใน2 ซึ่งก็จะนำผู้นั้นกลับเข้าไปยังห้องรอเรียก เช่นเดียวกับคุณสมบัติอื่นๆที่น่าสับสนของห้องโถงเหล่านี้ ไม่ทราบว่าเอฟเฟ็กต์นี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติหรือเป็นสิ่งที่ถูกสร้างขึ้น

โต๊ะ

mdesk.jpg

ภาพที่ถูกถ่ายมาอย่างเร่งรีบของโต๊ะในขณะที่มันยังว่างอยู่

ภายในห้องหลักของมิดเดิ้ลสอร์ท จะมีโต๊ะช่วยเหลือตั้งอยู่ทางด้านซ้ายของประตูหลัก โต๊ะนี้ถูกทำขึ้นจากวัสดุหินอ่อน ฝังอยู่ในส่วนสีเบจของผนังสีขาวเรียบ ตัวโต๊ะได้รับการตกแต่งแบบมินิมอล โดยจะมีแล็ปท็อปเรียบๆรุ่นกลางปี ​​2010 อยู่ แปะติดไปด้วยกระดาษโน๊ตในภาษาที่ไม่รู้จัก ซึ่งจากคำบอกกล่าวของผู้ที่ประจำอยู่ที่โต๊ะช่วยเหลือแล้ว ถูกเขียนขึ้นในภาษาถิ่นเฉพาะเพื่อที่จะสร้างอารมณ์ขันให้กับพนักงานของโต๊ะนี้ ของตกแต่งอื่นๆ ได้แก่ ลวดเย็บกระดาษ กองกระดาษธรรมดาๆ สลิปเช็ค แก้วน้ำ "ไซต์ดีเด่นแห่งปี" ที่ใส่เครื่องใช้สำนักงานต่างๆและสิ่งของมาตรฐานอื่นๆสำหรับสำนักงานภายในฟรอนท์รูมส์เอาไว้

ด้านหลังโต๊ะจะเป็นพื้นที่เล็กๆที่เต็มไปด้วยตู้เก็บเอกสารซึ่งก็จะเต็มไปด้วยแฟ้มกระดาษต่างๆ บ่อยครั้งก็จะยื่นออกมาจากขอบของลิ้นชักแต่ละลิ้นชัก ไม่มีใครรู้ว่าเอกสารเหล่านี้คืออะไร เพราะไม่สามารถที่จะเข้าไปยังหลังโต๊ะได้ เนื่องจากผู้ดูแลจะเข้ามาทำการแทรกแซงหากมีคนพยายามทำเช่นนั้น แต่ก็มีทฤษฎีว่าเอกสารที่เป็นกระดาษเหล่านี้อาจมีข้อมูลเกี่ยวกับด่าน เอ็นทิตี้ ปรากฏการณ์ หรือแม้แต่กลุ่มต่างๆหลายพันกลุ่ม สิ่งที่โดดเด่นอื่นๆด้านหลังโต๊ะก็ยังมีแล็ปท็อป จอ CRT ที่เรียงซ้อนกันอยู่ ตู้ทำน้ำเย็นหลายตู้ โต๊ะรกๆที่ถูกทับไปด้วยกระดาษที่มากขึ้นกว่าเดิม และถังขยะโลหะที่ก็ยังเต็มไปด้วยกระดาษเดิมๆซึ่งก็ถูกขยำเอาไว้

เอฟเฟ็กต์อนันต์

mmultiverse.jpg

แผนภาพของสิ่งที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น "พหุจักรวาลแบ็กรูมส์ที่สังเกตได้"3 จากมุมมองแบบซูมออกในสองมิติ

อย่างที่ได้ถูกกล่าวตอบไปอย่างส่งๆให้กับ M.E.O.D.4 โดยผู้อยู่อาศัยภายในด่านนี้ มิดเดิ้ลสอร์ทแทบจะไม่สามารถถูกเข้าถึงได้จากสิ่งที่เรียกว่า "ส่วนที่ถูกค้นพบในแบ็กรูมส์ที่เรารู้จัก" ได้เลย อย่างไรก็ตาม มิดเดิ้ลสอร์ทนั้นมีอยู่ภายในตำแหน่งทางภูมิศาสตร์พิเศษ ซึ่งก็ช่วยให้มันสามารถถูกเข้าถึงได้ไม่ว่าผู้เข้าจะอยู่ที่จุดใดภายในแบ็กรูมส์ทั้งหมด

ด่านที่ได้รับบันทึกไว้ก่อนหน้านี้ เช่น ด่าน 38, ด่าน 94 และด่าน 237 ในปัจจุบันยังถูกเขียนคำอธิบายไว้ว่ามีทางออกที่ "เป็นอนันต์" หรือ "สุ่ม" สิ่งนี้ จากความรู้ของเรา เป็นปรากฏการณ์จริงๆ เนื่องจากด่านที่กล่าวมาข้างต้นได้นำพาไปสู่ด่านอื่นๆอย่างต่อเนื่องโดยที่ไม่มีเหตุผลใดๆเมื่อมีการใช้ทางออกบางส่วนของพวกมัน พวกมันยังนำไปสู่ด่านที่เข้าถึงได้ยากอย่างด่าน 515 และบางครั้งก็ให้ความช่วยเหลือในการสำรวจด่านเช่นด่าน 8.1 ทางออกที่ไม่มีที่สิ้นสุดเหล่านี้บางส่วนก็ได้นำไปสู่ด่านที่ได้รับการบันทึกไว้เพียงครั้งเดียว เช่น สถานที่อย่างมอร์โอเวอร์ หรือด่านที่ไม่ได้อยู่ในฐานข้อมูลหลักในปัจจุบัน

เป็นที่เข้าใจกันมานานแล้วว่ามีด่านอยู่มากกว่าที่ M.E.O.D. รู้จัก และก็อาจมีกลุ่มอื่นๆจำนวนเป็นพันล้านหากด่านอย่างแดนสุสานถูกนำมาใช้เป็นฐาน ด้วยเหตุนี้ การไปที่ "ด่านใดก็ได้" จากด่านใดก็ตามที่คุณอยู่ ตามทฤษฎีแล้ว ควรนำคุณจากสถานที่หนึ่งไปยังกลุ่มของสถานที่แปลกประหลาดใดๆที่ไม่มีที่สิ้นสุดก็ได้ อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้ก็มักจะไม่เกิดขึ้นเนื่องจากข้อบกพร่องโดยลักษณะของวิธีการคำนวณจุดหมายปลายทางของทางออกเหล่านี้

ตามคำให้การของผู้อยู่อาศัยในมิดเดิ้ลสอร์ท แบ็กรูมส์ไม่สามารถ "เรนเดอร์" และวางทางออกไปยังด่านของแบ็กรูมส์หลายพันล้านด่านที่มีอยู่ได้ ด้วยเหตุนี้ บางครั้งมันจึงใช้พิกัดเริ่มต้นเป็นระบบป้องกันภัยหากมันไม่สามารถนำทางไปยังด่านหนึ่งได้ทันเวลา พิกัดนั้นก็คือพิกัด 0,05 ที่จุดศูนย์กลางที่ตายตัวของช่องว่างสีน้ำเงิน ซึ่งก็ยังบังเอิญเป็นที่ที่มิดเดิ้ลสอร์ทมีอยู่อีกด้วย

ด่านนี้ไม่ได้ถูกเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติจากที่ตั้งของมันภายในช่องว่างสีน้ำเงิน เนื่องจากรายงานในช่วงแรกๆได้ระบุว่ามันเป็นด่านธรรมดาๆเหมือนด่านทั่วไป แม้จะย้อนกลับไปในสมัยโบราณก็ตาม6 อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ความเข้าถึงได้ระดับพหุจักรวาลของมิดเดิ้ลสอร์ทก็ได้หมายความว่ามีกลุ่มจำนวนนับไม่ถ้วนที่พยายามจะยึดครองมัน ซึ่งบางกลุ่มได้ปรับเปลี่ยนด่านไปในทางที่ไม่อาจทราบได้ และก็ค่อยๆส่งผลให้ด่านนี้ได้เป็นอย่างที่มันเป็น องค์กร7จากด่านที่ไม่รู้จักต่างๆ ก็ได้เข้ามาและจากไปพร้อมกับระดับความสำเร็จที่แตกต่างกันไป อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีกลุ่มหนึ่งที่ยังคงเป็นเจ้าของด่านโดยที่ไม่มีใครโต้แย้ง ซึ่งนั่นก็คือ:

คอร์ปัส คอร์

คอร์ปัส คอร์ หรือที่เรียกง่ายๆ ว่าคอร์ เป็นชื่อที่ถูกกำหนดด้วยตนเองให้กับส่วนย่อยเล็กๆของสายพันธุ์ที่ใหญ่กว่าและไม่เคยถูกพบเห็นมาก่อน ซึ่งอาศัยอยู่ที่ไหนสักแห่งภายในขอบเขตที่ใหญ่กว่าของแบ็กรูมส์ ในขณะที่คอร์ภายในมิดเดิ้ลสอร์ทพูดถึงจำนวนประชากรโดยรวมของพวกเขาว่ามีอยู่ภายในหลักหมื่น แต่ M.E.O.D. ก็เคยพบเห็นสมาชิกในสายพันธุ์ของพวกเขาเพียงแค่สี่ตนเท่านั้น ในทางกายภาพ คอร์นั้นมีรูปร่างที่ค่อนข้างคล้ายกับมนุษย์ แม้ว่าลักษณะคล้ายมนุษย์ของพวกเขาจะผันผวนได้อย่างอิสระก็ตาม พวกเขาสามารถมีสีผิวได้เกือบทุกสี และพวกเขาก็ยังมีสัดส่วนที่เกือบจะเหมือนกับการ์ตูน โดยที่ปัจจัยรวมๆก็คือพวกเขาจะผอมหรือสูงไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

แม้จะมีความแตกต่างกันทางกายภาพ แต่คอร์ก็มีลักษณะร่วมซึ่งก็เชื่อมโยงพวกเขาเข้าให้ได้อยู่ภายใต้สายพันธุ์เดียวกัน คอร์ทั้งหมดดูเหมือนจะสวมเสื้อผ้าตั้งแต่แรกเห็น แม้ว่าเสื้อผ้าหลายชิ้นจริงๆแล้วจะเป็นส่วนหนึ่งของผิวหนังพวกเขาก็ตาม จะสามารถเห็นโครงร่างของกระดูกซี่โครง กล้ามเนื้อ หรือลักษณะอื่นๆของร่างกายได้ผ่านสิ่งเหล่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมองผ่านเสื้อผ้าที่บางกว่า เสื้อผ้าที่หนาหรือเด่นชัดกว่า เช่น ชุดเดรส จัมเปอร์ หรือเสื้อกั๊กสำหรับชุดสูทเต็มตัว นั้นมีโอกาสน้อยกว่าที่จะเชื่อมอยู่กับลำตัวของพวกมัน และก็ดูเหมือนว่าพวกมันจะเป็นเสื้อผ้ามาตรฐานแทน ซึ่งก็สามารถนำมาใช้ในการระบุคอร์ออกจากกันได้โดยง่าย8 ไม่ทราบว่าเสื้อผ้าทั้งหมดของพวกเขาถูกหลอมติดกับผิวหนังของพวกเขา หรือเสื้อผ้านั้นคือผิวหนังของพวกเขา รวมถึงเหล่าเสื้อผ้าที่เด่นชัดกว่าด้วย อย่างไรก็ตาม เนื่องจากที่ไม่ค่อยจะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับเสื้อผ้าของพวกเขา จึงมีการคาดการณ์ว่าแบบแรกนั้นเป็นไปได้มากกว่า

สติปัญญาที่คอร์ปัสคอร์มีอยู่ได้ผลักดันพวกเขาให้ก่อตั้งชุมชน บันทึกด่านต่างๆ และทำความเข้าใจฟิสิกส์ของแบ็กรูมส์โดยรวมทั้งหมด ในลักษณะที่ค่อนข้างจะคล้ายกับมนุษย์ ไม่ทราบแน่ชัดว่าคอร์ใช้กระบวนการใดในการทำสิ่งนี้ อย่างไรก็ตาม ก็สามารถสันนิษฐานได้ว่า เนื่องจากชุดทักษะของพวกเขามีความคล้ายคลึงกับมนุษย์ พวกเขาจึงเริ่มทำการสำรวจสิ่งผิดปกติด้วยการไปลงมือปฏิบัติจริง โดยที่อาจจะมีอุปกรณ์มากกว่าที่ M.E.O.D. ปัจจุบันมีอยู่อีก

ตามคำของเหล่าคอร์แล้ว ตัวตนเหล่านี้เป็นแค่กลุ่มเล็กๆภายในประชากรเอเลี่ยนขนาดใหญ่ แม้ว่าชื่อจริงและองค์กรที่สิ่งมีชีวิตเหล่านี้มาจากนั้นจะยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่ก็เป็นที่เชื่อกันอย่างสูงว่าคอร์เป็นหนึ่งในกลุ่มขนาดใหญ่ภายในแบ็กรูมส์ ซึ่งก็มีการคาดการณ์ว่าพวกเขาจะมีรูปแบบของการบันทึกข้อมูลหรือที่อยู่อาศัยในด่านต่างๆนับหมื่น แม้แต่ด่านที่ก่อนหน้านี้จะได้รับการบันทึกโดย M.E.O.D. อย่างทั่วถึงแล้ว ก็คาดว่าน่าจะมีความข้องเกี่ยวในบางประเภทอยู่กับคอร์ การพูดคุยกับเอ็นทิตี้เหล่านี้ได้ถูกทำมานับครั้งไม่ถ้วนโดยกลุ่มต่างๆมาตลอดหลายทศวรรษ เพื่อที่จะพยายามทำความเข้าใจเกี่ยวกับการดำรงอยู่ของพวกเขาให้มากขึ้น ที่สำคัญกว่านั้นก็คือเพื่อความสามารถในการเข้าถึงบทความมากมายที่มีการบันทึกด่าน เอ็นทิตี้ วัตถุ รวมถึงบุคคลและกลุ่มที่มีชื่อเสียงเอาไว้ อย่างไรก็ตาม ความพยายามเหล่านี้ก็ยังไม่เคยสำเร็จผลมาก่อน


ด้านล่างนี้คือบทความเกี่ยวกับสิ่งที่ M.E.O.D. สามารถรวบรวมและอนุมานเกี่ยวกับพนักงานทั้งสี่ตนที่ประจำการอยู่ในมิดเดิ้ลสอร์ทได้สำเร็จ รวมถึงการสัมภาษณ์ใหม่กับสมาชิกแต่ละคนเพื่อให้ผู้คนเข้าใจบุคลิกลักษณะของพวกเขา9 การสัมภาษณ์ทั้งหมดนี้ถูกจัดทำขึ้นอย่างเคร่งครัดภายในระยะเวลา 6 วัน ซึ่งทั้งหมดนั้นถูกดำเนินการโดยโซมาเลีย แฮงค์ส ที่ก็เพิ่งจะเกษียณตัวไป

ไซม่อน

อย่างน้อยก็จากสิ่งที่สามารถสังเกตได้ ไซม่อนคือผู้จัดการหลักของคอร์อีกสามตนที่เหลือ แตกต่างจากตนอื่นๆ ตรงที่เขาเป็นคนที่ถ่อมตัวและใจกว้างมากกว่า แม้ว่าเขาจะไม่ค่อยได้นั่งที่แผนกต้อนรับเพราะ "เขาต้องทำงานอยู่กับงานเอกสารน่าเบื่อๆอยู่ตลอด" ด้วยเหตุนี้ ไซม่อนจึงมักจะอยู่หลังเคาน์เตอร์และคอยตรวจหาเอกสารจำนวนนับไม่ถ้วนภายในตู้เก็บเอกสารต่างๆ คอยพูดความเห็นผ่านๆไปยังคอร์ตนอื่นๆที่บังเอิญได้ไปพูดอะไรเกี่ยวกับเขาเข้า เหมือนว่าโดยปกติแล้วไซม่อนจะทำพฤติกรรมขุ่นเคืองใจและทำตัวขมขื่นแค่กับคอร์ตนอื่นๆ พฤติกรรมการดูหมิ่นเหล่านี้จะถูกแสดงออกมาอย่างชัดเจนยิ่งขึ้นในบุคลิกจริงๆของเขา ซึ่งก็จะเผยออกมาเขาเมื่อไม่ได้พูดอยู่กับคอร์อื่นๆอยู่โดยตรง

ไซม่อนมีรูปร่างผอมเพรียวเป็นอย่างมาก เกือบที่จะเหมือนกับบอลลูน โดยจะมีรูปของกรงซี่โครงที่มองเห็นได้ และมีลำตัวส่วนล่างที่บางและผอมพอที่จะเผยให้เห็นกระดูกเชิงกรานและกระดูกสันหลัง ลักษณะที่โดดเด่นที่สุดของเขาก็คือเสื้อกั๊กแบบเป็นทางการ ซึ่งส่วนมากก็จะเชื่อมเข้ากับผิวหนังบริเวณร่างกายส่วนบนของเขา แต่ก็จะบานออกที่ชายเสื้อจนไปถึงหลังเข่า เสื้อแจ็คเก็ตที่เด่นชัดนี้ถูกใช้เป็นวิธีหลักในการระบุตัวตนไซม่อนจากด้านหลัง ควบคู่ไปกับสีผิวสีเทาอ่อนของเขา นอกเหนือจากเสื้อคลุมแล้ว ไซม่อนก็แทบไม่มีคุณลักษณะที่โดดเด่นอื่นๆเลย นอกจากหัวที่สูงเพรียวและก็ไร้ซึ่งลักษณะ ซึ่งเสียงก็ยังสามารถเล็ดลอดออกมาได้

มอลลี่

ต่างจากไซม่อน มอลลี่จะคอยจัดการแผนกต้อนรับอยู่เป็นประจำ และโดยปกติแล้วก็จะเป็นคอร์ปัสคอร์คนหลักที่ได้พูดคุยกับผู้คนในมิดเดิ้ลสอร์ท เธอชอบทำตัวประชดประชันอย่างไม่น่าเชื่อ คอร์ตนอื่นๆได้บรรยายว่าเธอเป็นคนชอบพูด "ส่อเสียด" และก็จะพูดจาดูถูกใครก็ตามที่เธอคุยด้วยอย่างรวดเร็ว และหากมุมมองทางด้านเศรษฐกิจคอร์ของเธอนั้นเชื่อถือได้ เธอก็ยังมักที่จะคิดโดยการใช้ตนเองเป็นศูนย์กลางอีกด้วย นอกจากนี้ ท่าทางที่ขมขื่นของเธอได้ทำให้หลายคนหลีกเลี่ยงในการพูดกับเธอ ผู้อยู่อาศัยถาวรหลายคนในด่านนี้ได้คอยเตือนผู้มาใหม่ไว้เกี่ยวกับ "ไอ้คนไม่มีมารยาท"

เช่นเดียวกับไซม่อน มอลลี่ค่อนข้างที่จะผอม โดยลักษณะที่โดดเด่นที่สุดนั้นก็คือการที่เธอไม่ได้มีลำตัวจริงๆ จากด้านบนของสะโพกของเธอจะมี "แขน" สองข้างตั้งฉากอยู่กับคอที่ยาวเป็นอย่างมาก ก่อนที่จะก่อรูปเป็นไหล่อีกสองข้าง ซึ่งก็เป็นที่ที่แขนจริงๆที่ขยับได้ของเธอนั้นก่อตัวขึ้น ใบหน้าของเธอไร้ซึ่งลักษณะใดๆ และกะโหลกศีรษะกับผิวหนังของเธอก็มีรูปร่างที่แปลกประหลาด คล้ายคลึงกับผมหยิกสไตล์วินเทจในยุค 50 นอกจากนี้ เสื้อเชิ้ตที่ปกปิดบริเวณ "ร่างกาย" ส่วนใหญ่ของเธอเอาไว้นั้นก็จะคลุมแค่ในส่วนของปลายเอว โดยเสื้อเชิ้ตนี้ก็จะมีสีขาวซีดเช่นเดียวกับสีผิวของเธอ

เบ็น

เบ็น เหมือนกับมอลลี่ หลักๆแล้วเขาจะทำงานอยู่ที่แผนกต้อนรับ แต่ก็เหมือนว่าจะทำน้อยกว่าเธอ คาดว่าน่าจะเป็นเพราะทัศนคติที่เย่อหยิ่งและไม่สนใจใครของเขา ซึ่งทำให้หลายๆคนได้เรียนรู้ข้อมูลเกี่ยวกับแบ็กรูมส์ไปเป็นจำนวนมาก ที่เขาก็สามารถเข้าถึงได้อย่างง่ายดาย แม้ตัวเขาจะมีนิสัยชอบเปิดเผยเรื่องส่วนตัวมากจนเกินไป แต่เบ็นก็เป็นคนที่ใจดีและชอบช่วยเหลือผู้อื่นจนน่าเหลือเชื่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับคอร์ตนอื่นๆแล้ว ส่วนใหญ่แล้วเขาจะมีเจตนาดีในการพยายามเล่นมุขตลกและสร้างอารมณ์ขันให้กับผู้คนที่เขาพูดคุยด้วย และโดยปกติแล้ว เขาก็จะสามารถทำให้ผู้คนกลับไปยังส่วนของพวกเขาในแบ็กรูมส์ได้โดยไม่มีความยุ่งยากใดๆ

ตรงข้ามกันกับคอร์อีกสามตนที่เหลือ เบ็นจะมีความเตี้ยและท้วมมากกว่าตนอื่นๆ ร่างของเขานั้นทำขึ้นจากสี่เหลี่ยมคางหมูซึ่งมีขอบที่มนเป็นอย่างมากพร้อมส่วนคอที่งอกออกมา อีกทั้งจะมีกระดูกไหล่ที่เห็นได้ชัดเจนคอยรองรับส่วนแขนเอาไว้ แขนของเขาแม้จะเรียวยาวพอที่จะเอื้อมถึงสะโพกได้ แต่ในบริเวณไหล่ก็จะค่อนข้างที่จะกว้าง ก่อนจะค่อยๆเรียวเล็กลงจนกลายเป็นแค่มือก้างเล็กๆ สิ่งเดียวกันนี้เกิดขึ้นกับขาของเขา เริ่มต้นด้วยต้นขาที่มีขนาดใหญ่พอประมาณ ก่อนจะค่อยๆเล็กลงจนกลายเป็นเท้าอันจิ๋ว

ต่างจากคอร์สองตนที่ได้ถูกอธิบายไปแล้วก่อนหน้า เบ็นจะมีลักษณะอย่างหนึ่งอยู่บนใบหน้าของเขา นั่นคือริมฝีปากคู่หนึ่งที่จะตั้งอยู่ในที่ของจมูก ซึ่งเขาก็จะใช้ปากนี้ในการเปล่งเสียง ไม่เหมือนกับคอร์ตนอื่นๆ ที่แหล่งเสียงนั้นไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด ส่วนมากแล้วเขาจะใช้ปากนี้ในการแสดงอารมณ์ผ่านการยิ้มเยาะต่างๆ ในบางครั้งปากของเขาก็จะเปิดกว้างขึ้นมากกว่าริมฝีปากเพื่อให้แสดงอารมณ์ได้มากยิ่งขึ้นไปอีก เขานั้นยังเป็นตนที่มีการแต่งกายมากที่สุดในกลุ่ม โดยบนศีรษะก็จะมีส่วนที่นูนขึ้นเป็นรูปหมวกบีนี่ พร้อมเสื้อจัมเปอร์ขนาดใหญ่ที่ถูกเชื่อมติดไว้กับลำตัวบางส่วน และแม้แต่รองเท้าผ้าใบที่มีแบรนด์กีฬาอยู่

และด้วยเหตุผลบางประการ เขาก็ยังมีสำเนียงพูดของชาวกลาสโกว์อีกด้วย

เอวา

เอวาเป็นคอร์ตนสุดท้ายที่จะสามารถพบเจอได้ภายในมิดเดิ้ลสอร์ท และก็ยังเป็นตนที่จะนั่งอยู่ที่โต๊ะต้อนรับน้อยครั้งที่สุด เป็นรองให้แค่กับไซม่อน แม้เธอจะชอบพูดคุยกับผู้คนที่เข้ามาเยี่ยมเยือนมิดเดิ้ลสอร์ท แต่เอวาก็มักจะคอยนั่งดูและปล่อยให้มอลลี่กับเบ็นผลัดกันทำงานที่แผนกต้อนรับไป อย่างไรก็ตาม เมื่อเธอได้มานั่งทำงานที่โต๊ะหน้าแล้ว เธอก็จะมีนิสัยช่างพูดและอยากรู้อยากเห็นเรื่องราวชีวิตของคนอื่นๆ และโดยปกติแล้วเธอก็จะทำไปโดยที่ไม่มีขอบเขตใดๆ ซึ่งก็ได้ทำให้หลายๆคนรู้สึกถูกดูหมิ่นโดยไม่ได้ตั้งใจจากลักษณะนิสัยร่าเริงกึ่งขี้ประชดประชันของเธอ แม้ว่าจริงๆแล้วเธอก็มักจะไม่ได้ตั้งใจจะไปทำให้ใครขุ่นเคืองก็ตาม

ในขณะที่เธอจะมีรูปร่างที่ผอมเพรียวคล้ายกับไซม่อนและมอลลี่ เอวานั้นจะมีความเตี้ยมากกว่า โดยตัวเธอนั้นก็จะมีความสูงอยู่ที่ระหว่างความสูงของคอร์ดังกล่าวทั้งสองตนและเบ็น มวลร่างส่วนใหญ่ของเอวาจะมีสัดส่วนไปอยู่ที่ท่อนขาของเธอ ซึ่งส่วนมากจะถูกปกคลุมไว้ด้วยชุดเดรสหรือผ้าคลุมยาวพลิ้วไหวที่จะเริ่มปรากฏขึ้นตรงส่วนคอและทอดยาวลงไปจนถึงครึ่งน่องของเธอ โดยชุดดังกล่าวนี้ก็ได้ปกปิดพื้นที่ส่วนใหญ่ของร่างกายเธอเอาไว้ ซ้อนเร้นความจริงที่ว่าเอวานั้นไม่มีลำตัวใดๆอยู่เลย คอของเธอนั้นจะงอกขึ้นมาจากส่วนเอว พร้อมกับศีรษะกลมมนที่ก็งอกขึ้นมาจากคอของเธออีกทีนึง เอวานั้นไม่มีท่อนแขน เธอจึงต้องใช้เท้าในการเข้าถึงฐานข้อมูล ซึ่งก็มีลักษณะเป็นมือให้เธอใช้งานได้อย่างสะดวก

ฐาน ด่านหน้า และชุมชน

แม้ว่าจะมีกลุ่มต่างๆมากมายที่เคยได้เข้าครอบครองมิดเดิ้ลสอร์ทมาก่อน แต่อย่างที่ได้กล่าวเปรยไว้ก่อนหน้า เหล่าคอร์ก็ยังคงเป็นผู้อยู่อาศัยหลักๆของมัน อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็ไม่ใช่ผู้อยู่อาศัยเพียงกลุ่มเดียวของมิดเดิ้ลสอร์ท ถึงแม้ผู้คนส่วนใหญ่จะได้เข้ามาที่นี่โดยบังเอิญและก็ได้ออกไปภายในช่วงเวลาสั้นๆหลังจากนั้น แต่ก็มีกลุ่มอื่นๆหลายๆกลุ่มที่ได้ค้นพบเข้ากับเอฟเฟ็กต์อนันต์ และเข้ามาที่นี่โดยเจตนา ส่วนเหตุผลในการมาที่มิดเดิ้ลสอร์ทนั้นก็จะแตกต่างกันไปในแต่ล่ะกลุ่ม แต่ในระหว่างการสัมภาษณ์ครั้งล่าสุดของปี 2026 กลุ่ม M.E.O.D. ก็ได้มีโอกาสพูดคุยกับกลุ่มซึ่งเราให้ความสนใจเป็นอย่างสูง เป็นกลุ่มที่มีความสำคัญมากยิ่งกว่ากองกำลังผสมของนักพเนจรหรือสังคมระหว่างด่านของบุคคลไร้หน้า

ตามคำเรียกร้องของโซมาเลีย แฮงค์ส ถึงคำขอสุดท้ายก่อนการเกษียณอายุ จึงได้มีการใส่คลิปเสียงที่เธออัดไว้กับกลุ่มบุคคลที่เธอพักอาศัยอยู่ด้วยชั่วคราวไว้บนหน้านี้ ตามคำบอกเล่าของเธอ การใส่คลิปเสียงดังกล่าวเข้ามานั้นทำขึ้นเพื่อให้ผู้คนเข้าใจโทนทางสังคมของผู้คนในมิดเดิ้ลสอร์ทได้ดียิ่งขึ้น

ทางเข้าและทางออก

ทางเข้า

มิดเดิ้ลสอร์ทเป็นด่านที่สามารถเข้าถึงได้เฉพาะผ่านการใช้งานทางออกที่เป็นอนันต์ ในกรณีส่วนใหญ่นั้น ก็จะไม่สามารถทราบได้ว่าด่านไหนมีทางออกที่เป็นอนันต์ หากภายในตัวด่านนั้นไม่ได้แสดงข้อเท็จจริงดังกล่าวไว้อย่างชัดเจน การเข้าถึงมิดเดิ้ลสอร์ทจึงเป็นสิ่งที่ผู้คนส่วนมากได้ทำขึ้นโดยบังเอิญ แต่หากมีบุคคลใดที่ต้องการจะเข้าถึงมิดเดิ้ลสอร์ทโดยเจตนา ก็ได้มีรายชื่อของด่านซึ่งมีทางออกที่เป็นอนันต์เขียนไว้ด้านล่างนี้

ทางออก

การจะออกจากมิดเดิ้ลสอร์ทนั้นเป็นงานที่ค่อนข้างง่าย โดยจะมีสองวิธีการหลักๆในการออกที่ได้ถูกบันทึกเอาไว้ ซึ่งก็ไม่จำเป็นต้องใช้ความพยายามในการทำมากนัก

วิธีแรกคือการพูดคุยกับเอ็นทิตี้ที่โต๊ะช่วยเหลือที่ทางเข้าของด่าน แม้ว่าเอ็นทิตี้เหล่านี้มักจะชอบพูดจาดูถูกผู้พเนจรหรือแสดงท่าทีประชดประชันต่อความคิดเห็นของผู้พเนจรโดยทั่วไป แต่เอ็นทิตี้เหล่านี้ก็ยินดีที่จะส่งคุณไปยังด่านที่คุณขอให้พวกเขาพาไป เหล่าคอร์จะป้อนด่านที่คุณต้องการไปลงในแล็ปท็อป จากนั้นผ่านกระบวนการที่ยังไม่เป็นที่ทราบ ก็ปลดล็อกประตูคู่ชุดหลักออก ซึ่งจะถูกตั้งโปรแกรมให้ไปยังด่านเป้าหมายของคุณ อย่างไรก็ตาม การขอออกไปยังด่านที่ตนเองไม่รู้จักก็อาจทำให้ผู้ออกนั้นติดอยู่ในส่วนหนึ่งของแบ็กรูมส์ที่พวกเขาไม่คุ้นเคยได้ และก็อาจเป็นส่วนหนึ่งของแบ็กรูมส์ที่อาจจะไม่เคยมีการบันทึกไว้โดยกลุ่มใดๆที่ผู้นั้นๆคุ้นเคยเลยก็ได้

วิธีที่สองก็คือการออกไปทางประตูหลักในขณะที่กำลังมีคนเปิดมันเข้ามา การทำเช่นนี้จะนำไปสู่ด่านที่คนนั้นๆมาจาก ซึ่งก็ไม่ได้ถูกจำกัดไว้แค่ด่านที่ถูกระบุไว้ในส่วนทางเข้าเท่านั้น แต่ยังรวมถึงด่านอื่นๆที่ไม่มีการบันทึกจากทั่วทุกที่ภายในแบ็กรูมส์ที่มีทางออกเป็นจำนวนอนันต์อีกด้วย


Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License