- มีคุณสมบัติที่ผิดปกติ
- เป็นพื้นที่แบบไม่ยูคลิด
- ไร้ซึ่งชีวิตใดๆ
แดนโศกา คือพื้นที่ผิดปกติที่ไม่สามารถถูกเข้าใจได้ภายในแบ็กรูมส์ แม้จะมีข่าวลือว่ามันมีอยู่จริง แต่มันก็ไม่สามารถที่จะถูกเข้าถึงได้ด้วยวิธีปกติ หรืออาจจะไม่มีทางเข้าอยู่เลยด้วยซ้ำ
คำอธิบาย
แบ็กรูมส์มันคือคุก เป็นสิ่งที่อยู่เบื้องใต้ของความเป็นจริงซึ่งไม่สามารถอธิบายได้ มันไร้ที่สิ้นสุดและไม่สามารถคาดเดาได้ หากมีใครที่สามารถหาทางออกจากแบ็กรูมส์ได้จริงๆ การเดินทางหลังจากนั้นก็ยังคงไม่เคยถูกบันทึกไว้อยู่ดี และมันก็ไม่มีคำจำกัดความใดๆ มนุษย์นั้นกลัวในสิ่งที่ตนเองไม่รู้ จึงได้สร้างทฤษฎีไร้สาระเพื่อที่จะพยายามอธิบายสิ่งที่ตนไม่เข้าใจ แต่สิ่งที่พวกเขาคิดนั้นห่างไกลจากความจริงไปมาก บางที… การที่เราไม่รู้อาจจะมีความสุขกว่าก็ได้ เพราะเมื่อความจริงถูกเปิดเผย มันจะไม่มีวันถูกลืม
ความจริงนั่นจะหลอกหลอนพวกเขาไปตลอดกาล
ข้อมูลนี้คือข้อมูลพื้นฐานของแดนโศกา มันคือโลกใหม่ซึ่งได้รับการรายงานโดยพยานห้าคนที่เห็นมันปรากฏขึ้นในด่าน 0 โดยไม่มีสัญญาณเตือนใดๆ เป็นเวลาหลายชั่วโมงก่อนที่จะหายไป พยานระบุว่าพื้นที่นั้นเป็นสีขาวดำทั้งหมด และจะรู้สึกสั่นกลัวเมื่อเข้าไปใกล้ สามารถพบหลุมศพจำนวนมากที่ถูกจัดวางเป็นวงกลมที่สมบูรณ์แบบ ล้อมรอบรูปปั้นหินเก่าๆ ของชายสวมฮู้ดที่ไม่ทราบที่มาซึ่งตั้งอยู่ตรงกลาง ต้นไม้ตายที่มีความสูงประมาณเจ็ดฟุตสามารถพบได้ข้างหลุมศพแบบสุ่ม ซึ่งถูกจัดวางเป็นวงกลมเช่นเดียวกัน ใบไม้เน่าที่ร่วงลงมาจากต้นไม้เหล่านี้จะกระจัดกระจายอยู่ตามพื้น และจะส่งเสียงกรีดร้องแหลมๆ เมื่อเหยียบ ความมืดปกคลุมทั้งบริเวณ โดยมีเพียงดวงจันทร์ที่หยุดนิ่งอยู่บนท้องฟ้า ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดแสงเพียงหนึ่งเดียวในนี้ หมอกสีเทาเข้มที่หนาทึบล้อมรอบพื้นที่ทั้งหมด จำกัดวิสัยทัศน์เหลือเพียงห้าฟุตและทำให้พยานหนาวสั่นไปทั้งตัว
บนป้ายหลุมศพแต่ละหลุมจะมีข้อความสลักชื่อของมนุษย์ที่เสียชีวิตไปแล้ว เป็นประโยคสั้นๆ ที่อธิบายสาเหตุของการตาย และวันที่สองวันซึ่งคาดว่าเป็นวันเกิดกับวันตาย แม้ว่า M.E.G. จะพยายามอย่างเต็มที่ในการระบุชื่อเหล่านั้น แต่ก็ไม่มีชื่อใดเลยที่เชื่อมโยงกับนักเดินทางที่เรารู้จัก
ระหว่างการค้นพบครั้งแรกและครั้งเดียวของแดนโศกาในระหว่างภารกิจเติมเสบียง ได้เกิดเหตุการณ์ที่หมอกสีเทาเริ่มแทรกซึมเข้าไปในวอลเปเปอร์สีเหลืองของด่าน 0 ซึ่งค่อยๆ ทำให้สีของกำแพงจางลงเมื่อความผิดปกตินั่นเริ่มแผ่ขยายออกไป วัตถุ เอ็นทิตี้ หรือมนุษย์ที่สัมผัสกับความผิดปกตินี้จะกลายเป็นสีเทาอย่างรวดเร็วก่อนจะสลายกลายเป็นเถ้าถ่าน
ก่อนหน้านี้เคยเชื่อกันว่านักเดินทางที่ถูกผลกระทบดังกล่าวได้เสียชีวิตไปแล้ว แต่สิ่งนี้เป็นจริงบางส่วนเท่านั้น M.E.G. ได้สรุปผ่านการวิจัยอย่างละเอียดและการติดต่อกับผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียวจากแดนโศกา โดยสรุปว่าแม้ร่างกายทางกายภาพจะถูกทำลายไปแล้ว แต่จิตวิญญาณยังคงหลงเหลืออยู่และเคลื่อนที่ไปมาได้อย่างอิสระ น่าเสียดายที่ความพยายามในการสื่อสารกับวิญญาณเหล่านี้นั้นไม่ประสบผลสำเร็จ อย่างไรก็ตามนักวิจัยได้สร้างเครื่องตรวจจับ EVP ขึ้นมา ซึ่งอุปกรณ์นี้สามารถรวบรวมและแปลงสัญญาณที่ปล่อยออกมาจากวิญญาณได้
ตามรายงานของนักวิจัยจาก M.E.G. วิญญาณเหล่านี้ไม่สามารถหนีไปไหนได้ พวกเขาทำได้แค่เร่ร่อนไปมาในแดนโศกา และวนเวียนไปตามแนวหลุมศพโดยไม่มีที่สิ้นสุด ถูกบังคับให้ต้องกลับไปเผชิญหน้ากับประสบการณ์ที่เลวร้ายที่สุดของตนเอง มีตั้งแต่ผิดหวังในความรัก จนถึงประสบการณ์เฉียดตาย พยานบางคนได้ยินเสียงกรีดร้อง ร้องไห้ และเสียงกระซิบที่แผ่วเบาที่ไม่ค่อยชัดเจนจากวิญญาณที่ขอร้องให้ความทรมานของพวกเขาสิ้นสุดลงเสียที อย่างไรก็ตามเสียงพูดเหล่านั้นดูเหมือนจะวนซ้ำไปซ้ำมา โดยจะพูดแต่ประโยคเดิมและด้วยน้ำเสียงเดิมทุกครั้ง
ปัจจุบันยังไม่มีวิธีใดที่สามารถนำวิญญาณเหล่านี้กลับคืนสู่รูปร่างทางกายภาพได้ ตามรายงานของ M.E.G. วิญญาณเหล่านี้มักจะร้องขอความเมตตาอยู่ตลอดเวลาและมักพูดถึงตัวตนอันบริสุทธิ์ที่เข้ามาในจิตใจของพวกเขา แม้จะอยู่ในสภาพที่ทรมานอยู่ตลอดเวลา แต่วิญญาณเหล่านี้ก็ยังคงสามารถคิดอย่างมีเหตุผลได้อยู่ อย่างไรก็ตามด้วยความที่พวกเขาเป็นเพียงเปลือกเปล่าของสิ่งที่เคยเป็นมนุษย์ จึงไม่มีวิญญาณตนไหนที่สามารถจดจำตัวตนหรือรูปลักษณ์ของตนเองก่อนเสียชีวิตได้ เหตุผลที่ทำให้พวกเขายังคงดำรงอยู่ต่อไปได้นั้น ยังคงเป็นปริศนา
ทางเข้าและทางออก
ทางเข้า
ยังไม่มีวิธีการเข้ามาในด่านนี้ที่ได้รับการยืนยัน แม้ว่านักเดินทางบางคนในด่าน 0 จะสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับพื้นที่ภายนอกของด่านนี้ได้ในช่วงเวลาสั้นๆ วิธีการใดๆ ที่ถูกเสนอว่าพอจะใช้เข้าสู่แดนโศกาได้นั้นยังคงเป็นเพียงแค่การคาดเดา
ทางออก
ไม่มี
เอกสารประกอบเพิ่มเติม
ภาคผนวกที่ I
หมายเหตุ: หลังจากการฟังอย่างละเอียดแล้ว เครื่องตรวจจับ EVP ได้บันทึกเสียงที่วนซ้ำสามครั้งที่มาจากวิญญาณเหล่านี้ไว้ M.E.G. ได้แยกประโยคออกจากกันและจัดเรียงตามระดับความดัง โดยเรียงจากดังที่สุดไปหาเบาที่สุด
"มันไม่มีทาง… ที่จะยื้อชีวิต… ฉันไว้ได้หรอก"
"ไม่แกต้องข้ามศพฉันไปก่อน"
"มีทางหยุดความทรมานนี่ไหม"
"ทางที่ฉันจะพิสูจน์ได้ว่า… ฉันยังเป็นมนุษย์อยู่หรือเปล่า"
"กลับมานี่ แกสมควรได้รับมัน"
"หรอกหรอ แต่ฉันยังสงสัยอยู่เลยนะว่าฉันอยู่ต่อไปได้ยังไง… ในสภาพแบบนี้?"
"นะโลกของสิ่งมีชีวิตที่ได้กลืนกินฉันเข้าไป"
"บอกว่าเราต้อง… หลีกเลี่ยง… ความมืดไง"
"ให้ความทรมานชั่วนิรันดร์นี่หลอกหลอนพวกเรา"
ภาคผนวกที่ II